หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 29 ตอนที่ 859 ยาลึกลับ
เล่มที่ 29 ตอนที่ 859 ยาลึกลับ
“ขอบเขตสูงสุดของวิชาแพทย์หรือ?” อวิ๋นซูคล้ายมองเห็นอวิ๋นเม่ยและหลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่ตายไปแล้วได้จากบนร่างของบุรุษผู้นี้ พวกนางร่วมมือกับคนเช่นนี้จึงได้ถูกบีบเค้นเอาผลประโยชน์ทั้งหมดจนแห้งเหือด สุดท้ายกลับมีจุดจบน่าอนาจ แม้อวิ๋นซูจะไม่มั่นใจว่านี่คือคนที่ควบคุมอวิ๋นเม่ยอยู่เบื้องหลังหรือไม่ แต่นางเข้าใจว่าตระกูลอู่สายในทั้งตระกูลเป็นศัตรูที่ขัดขวางการก้าวเดินของนาง
บุรุษชุดคลุมสีดำเบื้องหน้าส่งเสียงหัวเราะแปลกประหลาดออกมา จากนั้นจึงยื่นมืออันแห้งเหี่ยวชี้ขึ้นไปบนฟ้า “ใช่แล้ว ขอบเขตสูงสุด ผู้ชราคิดว่าคุณหนูหลิ่วคงสนใจมากกระมัง”
คุณหนูหลิ่ว?! คนผู้นี้ทราบฐานะที่แท้จริงของคุณหนูตน! ชุนเซียงปกป้องอวิ๋นซูอยู่ด้านหลัง พยายามรีดเร้นสมองว่าเคยพบคนผู้นี้ที่ใดในแคว้นเฉินหรือไม่
ดวงตาของอวิ๋นซูมีประกายเย็นยะเยือกไหลผ่าน อย่างไรก็ตามกลับทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา “ข้าไร้ความสามารถ ไม่เคยคิดถึงปัญหาลึกล้ำเช่นนี้มาก่อน”
“ฮ่าๆๆ เดินตามผู้ชราสักครั้งเจ้าจะเข้าใจเอง!” อีกฝ่ายยื่นมือออกไปโดยพลัน มิใส่ใจแม้แต่น้อยว่าอยู่บนถนน อวิ๋นซูดวงตาหดเกร็ง ตะโกนไปรอบด้านทันใด “ที่นี่อันตราย ทุกคนรีบหนีเร็ว!”
อะไรนะ? ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมายังไม่ทันมีปฏิกิริยาใด พบว่าบุรุษในชุดคลุมดำตรงข้ามกลับลงมือแล้ว สาดผงสีขาวเทาออกมาอย่างรวดเร็ว ชุนเซียงรีบดึงอวิ๋นซูหนีถอยหลังไป ผงพิษถูกร่างของบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเข้าพอดี อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นบนร่างของตนถึงกับมีกลิ่นเน่าอันเข้มข้นโชยออกมา ผิวด้านนอกถูกกัดกร่อนด้วยความเร็วที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า “อ้าก!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังก้องอยู่บนถนน บุรุษเจ็บจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ล้มลงกับพื้นกลิ้งไปกลลิ้งมา ในที่สุดสถานการณ์แปลกประหลาดที่นี่ก็ทำให้ชาวบ้านกรีดร้องและวิ่งสลายตัวออกไป
“ฆ่าคนแล้ว! ฆ่าคนแล้ว!”
ถึงกับ…เหยียบย่ำชีวิตคนบริสุทธิ์เช่นนี้เชียวหรือ! อย่างไรก็ตามอวิ๋นซูรู้ดีว่าอีกฝ่ายมิได้ล้อเล่น หากผงพิษนั้นสาดถูกผิวหนัง ต่อให้กินยาถอนพิษก็ได้รับความเสียหายรุนแรง
นางรีบดึงผ้าจากแผงลอยเล็กๆ ด้านข้างมาคลุมไว้บนร่างของตนและชุนเซียง สตรีทั้งสองถือโอกาสที่กำลังสับสนวุ่นวายหนีไปยังทิศทางของจวนแม่ทัพกงซุน
“หึ คิดหนีหรือ?”
ในดวงตาของบุรุษชุดคลุมดำเต็มไปด้วยความสนุกสนาน เขาทะยานตัวครั้งหนึ่งพลันไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าพวกอวิ๋นซู นิ้วมืออันแห้งเหี่ยวคว้าจับแขนของอวิ๋นซูไว้ ได้ยินเสียงแคว่กดังขึ้น แขนเสื้อถูกข่วนขาดเป็นรอย ผิวนวลพลันปรากฏรอยแผลจากปลอกเล็บสามรอย ค่อยๆ กลายเป็นสีดำม่วง
ในปลอกเล็บของบุรุษผู้นี้เต็มไปด้วยพิษร้ายแรง อีกฝ่ายรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง ต้องทราบว่าผิวของนางที่ถูกตนข่วน หากว่ากันตามเหตุผลควรจะเน่าเปื่อยทันทีถึงจะถูก ทว่าท่าทางเช่นนั้นกลับดูมิค่อยสาหัส
“คุณหนู!” ชุนเซียงตะโกนด้วยความตื่นตะลึง ใช้มือกดไปที่อาวุธลับบริเวณข้อมือ เข็มสีเงินจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งยิงไปยังบุรุษชุดคลุมดำผู้นั้น
อวิ๋นซูถือโอกาสนี้กินยาแก้พิษลงไป บุรุษชุดคลุมดำหลบอาวุธลับที่ถูกยิงมาเงียบๆ เดิมทีคิดว่าอวิ๋นซูอยู่ในกำมือตนแล้ว คิดไม่ถึงว่าชั่วขณะต่อมาบุรุษในอาภรณ์สีดำหลายคนกลับทะยานลงมาจากฟ้า รับกรงเล็บพิษที่ตนข่วนออกไปด้วยมือเปล่า
เสียงเคร้งดังขึ้น แขนเสื้อขององครักษ์เงาถูกข่วนจนขาด เผยให้เห็นปลอกแขนเหล็กด้านใน
“คุณหนูกงซุน ท่านหนีไปก่อน!”
องครักษ์เงาหลายคนรีบต่อสู้โรมรันกับบุรุษชุดคลุมดำผู้นั้น ยามนี้เอง สายตาของอวิ๋นซูหยุดอยู่บนขวดสีดำที่กลิ้งอยู่ด้านข้าง นางรีบก้มตัวลงเก็บขึ้นอย่างว่องไว พาชุนเซียงหนีไปจากการต่อสู้อันสับสนวุ่นวาย
“อา! คุณหนู เหตุใดจึงได้…”
นอกจวนแม่ทัพกงซุน พ่อบ้านชราที่อยู่บริเวณประตูถูกบาดแผลบนแขนของอวิ๋นซูทำให้ตื่นตะลึงและกระวนกระวาย รีบประคองสตรีสองนางเข้าไปโดยพลัน
ชุนเซียงมองแขนของอวิ๋นซู น้ำตาอดไม่ได้ที่จะร่วงหล่น กล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิตนเองอันเข้มข้น “คุณหนู ล้วนเป็นบ่าวไร้ประโยชน์ ทำให้คุณหนูได้รับบาดเจ็บ…” หากเป็นไปได้ นางหวังอย่างยิ่งว่าตนจะได้รับบาดเจ็บแทนคุณหนู
สตรีผู้มีใบหน้าขาวซีดชัดเจนทำเพียงแย้มยิ้มบางเบา “บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น หากมิใช่ว่ามีเจ้าอยู่ เกรงว่าข้าคงถูกเขาพาตัวไปแล้ว” ชุนเซียงเป็นสาวใช้ซื่อสัตย์ภักดี มีปฏิกิริยาเฉียบแหลมเป็นอย่างยิ่ง ช่วยอวิ๋นซูได้ไม่น้อยจริงๆ ทั้งยังช่วยถ่วงเวลาซึ่งเป็นสิ่งสำคัญได้อีกด้วย ตนไม่มีวรยุทธติดตัว หากเผชิญหน้ากับบุรุษชุดคลุมดำเพียงลำพัง อีกฝ่ายวรยุทธสูงส่งกว่าตนมาก ต่อให้ใช้ผงพิษก็คงบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่าย ยามนี้อวิ๋นซูมีคนที่หวงแหนแล้ว ย่อมไม่อยากให้ชีวิตตนเป็นอะไรไปง่ายๆ
อย่างไรก็ตามการบาดเจ็บคราวนี้นับว่าคุ้มค่าอยู่บ้าง อวิ๋นซูนำขวดยาที่นางหยิบมาตอนสถานการณ์สับสนวุ่นวายออกมาจากแขนเสื้อ นี่คือสิ่งที่บุรุษผู้นั้นทำตก นางเปิดออกดู เทยาลูกกลอนสีแดงที่อยู่ด้านในออกมาเม็ดหนึ่ง ส่วนชุนเซียงที่อยู่ด้านหลังกำลังช่วยอวิ๋นซูพันแผลทายา อวิ๋นซูหยิบยาลูกกลอนเม็ดนี้มาวางไว้ใกล้จมูก สูดดมเล็กน้อย จากนั้นจึงรีบดึงออกอย่างรังเกียจ
“ซูเอ๋อร์! ซูเอ๋อร์ เจ้าได้รับบาดเจ็บหรือ?!” เสียงอันโกรธเกรี้ยวและร้อนใจของแม่ทัพกงซุนดังแว่วมาจากด้านนอก ในลานเรือนมีองครักษ์หลายคนคอยเฝ้าอยู่
ประตูถูกเปิดออก ชุนเซียงพบว่ามีบุรุษสองคนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นยะเยือก
อวิ๋นซูถอดอาภรณ์เปื้อนเลือดไว้ด้านข้างนานแล้ว ยามนี้แต่งตัวเรียบร้อยดี เพียงแต่ใบหน้าปรากฏความเหนื่อยล้าชัดเจน
ด้านนอกมีองครักษ์เงาหลายคนยืนอยู่ เฟิ่งหลิงประคองแขนทั้งสองของนางด้วยความกังวล “ได้รับบาดเจ็บที่ใด? คิดไม่ถึงว่าพวกมันจะกล้าก่อความวุ่นวายเช่นนี้ยามกลางวันแสกๆ!”
“ไม่เป็นไรแล้ว พิษของเขาสังหารข้าไม่ได้” อวิ๋นซูแย้มยิ้ม ทว่าแม่ทัพกงซุนที่อยู่ด้านข้างกลับโกรธจนแทบเต้น “เป็นผู้ใดกล้าทำร้ายบุตรีของแม่ทัพเช่นข้า? ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง! ซูเอ๋อร์วางใจเถิด พ่อจะสั่งให้คนไปหาตัวคนร้ายในเมืองหลวง ไม่อาจปล่อยให้พวกมันกระทำตัวไร้กฎหมายเช่นนี้ได้อีก!”
“แม่ทัพกงซุนไปตรวจสอบโดยไม่ต้องกังวลได้เลย หากมีผลลัพธ์เช่นไรข้าจะรับผิดชอบเอง” เฟิ่งหลิงในยามนี้ก็ไม่กลัวว่าจะแหวกหญ้าให้งูตื่นอันใดอีก ต่อให้ไปแตะต้องไท่ซ่างหวงแล้วอย่างไรเล่า พวกเขาแตะขีดจำกัดของตนแล้ว เช่นนั้นก็อย่าตำหนิที่เขาจะตอบโต้กลับโดยไม่เลือกวิธีการ
อวิ๋นซูทอดถอนใจเบาๆ นางวางยาลูกกลอนสีแดงเม็ดนั้นลงบนโต๊ะ “ดูเหมือนคนผู้นั้นต้องการให้ข้าร่วมมือกับพวกเขา เกรงว่าคงเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เด็กหายตัวไปในเมืองหลวง ยาลูกกลอนเม็ดนี้…ใช้เลือดมนุษย์ทำขึ้น”
สายตาของทุกคนหยุดอยู่บนยาลูกกลอนเม็ดเล็กๆ โดยพลัน สีแดงของมันทำให้ผู้คนรู้สึกหนาวสั่น
เฟิ่งหลิงขมวดคิ้วแน่น “เป็นดังที่ซูเอ๋อร์กล่าว ข้าสั่งคนไปตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว พบว่าระยะนี้นอกจากเมืองหลวง มีอีกหลายเมืองที่เกิดคดีเด็กหายมากมาย จำนวนร้อยกว่าคดีแล้ว” หากกล่าวเช่นนี้ เกรงว่าเด็กเหล่านี้คงกลายเป็นวัตถุดิบสร้างยาลูกกลอนแล้วกระมัง ความโหดเหี้ยมเช่นนี้ทำให้ผู้คนเย็นวาบที่สันหลังจริงๆ!
แม่ทัพกงซุนกลั้นหายใจ เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้างแล้ว ในห้องจมลงสู่ความเงียบงัน พวกเขารู้ว่าคนตระกูลอู่กล้าลงมือโหดเหี้ยมอย่างเปิดเผยเช่นนี้ เบื้องหลังจะต้องมีคนสนับสนุนเป็นแน่ และคนผู้นี้ เป็นไปได้มากว่าจะเป็นไท่ซ่างหวง ผู้เป็นนายแห่งแผ่นดิน
ลงมือโหดเหี้ยมกับชาวประชาของตน นอกจากความกดดันและโกรธเกรี้ยวแล้ว แม่ทัพกงซุนก็ไม่มีสิ่งอื่นใดอีก
อวิ๋นซูทำลายบรรยากาศเงียบงันนี้เป็นคนแรก “เมื่อดูจากส่วนประกอบของยาลูกกลอนเม็ดนี้ พวกเขาใช้วิชาลับจริงๆ เพียงแต่ด้านในยังเพิ่มตัวยาแปลกประหลาดบางอย่างไว้ด้วย ไม่รู้ว่าจุดประสงค์คืออะไรกันแน่”
ยาเม็ดนี้…หรือว่าไท่ซ่างหวงสั่งให้พวกเขาสร้างขึ้น? แม่ทัพกงซุนหยิบยาลูกกลอนขึ้นมาเพ่งมอง “มันมีผลลัพธ์เช่นไร?”
“ชะลอความแก่ชรา รักษาความงามของใบหน้า”
“…” ตอนนี้ไท่ซ่างหวงอายุมากแล้ว ยังต้องการชะลอความแก่ชรารักษาความงามของใบหน้าอีกหรือ? ในใจของทุกคนเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด คิดว่าเรื่องมิได้ง่ายดายเช่นนี้
“จำเป็นต้องรีบหยุดพวกเขาเสีย ผลของยานี้ยังไม่มีผู้ใดมั่นใจได้ ดังนั้นพวกเขาจะต้องไม่หยุดทดลองเป็นแน่ เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้เสียหายจะเพิ่มขึ้นไม่หยุด” ดังนั้นคนผู้นั้นจึงคิดจะพาตัวตนกลับไป ช่วยพวกเขาพัฒนายาลูกกลอนนี้
อวิ๋นซูกล่าวถึงปัญหาร้ายแรงเช่นนี้ออกมา เฟิ่งหลิงและแม่ทัพกงซุนพลันสูดหายใจลึก หากไม่แก้ไขเรื่องนี้ เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อไปในวงกว้าง
อวิ๋นซูมองไปยังใบหน้าใคร่ครวญของเฟิ่งหลิง “ท่านกลับไปคิดหาวิธีรับมือก่อนเถิด จะต้องล้มความคิดเช่นนี้ของตระกูลอู่ให้ได้ บาดแผลของข้าไม่เป็นไร ระยะนี้ต้องตรวจสอบเสียหน่อยว่ายาลูกกลอนนี้มีผลอย่างไรกันแน่”
เฟิ่งหลิงทราบดีว่าในแคว้นเหลียนแห่งนี้คงไม่มีผู้ใดมีวิชาแพทย์ยอดเยี่ยมไปกว่าอวิ๋นซูแล้ว ต่อให้ตนกังวลก็ไม่อาจช่วยเรื่องบาดแผลของนางได้ อีกทั้งคำพูดของนางยังมีเหตุผลจริงๆ ตอนนี้อีกฝ่ายเพ่งเล็งมาที่นางแล้ว หากไม่มีวิธีรับมือ ไม่ทราบว่าคราวหน้าจะโชคดีเช่นนี้หรือไม่
“ช่วงนี้รบกวนแม่ทัพกงซุนช่วยดูแลซูเอ๋อร์ด้วย คราวนี้ปล่อยให้คนผู้นั้นหนีไปได้ เกรงว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมจบง่ายๆ เป็นแน่”
“องค์ชายใหญ่วางใจเถิด ซูเอ๋อร์คือบุตรีของข้า ข้าแม่ทัพย่อมไม่ยอมให้ผู้ใดทำร้ายนาง!”
…
“หงิงๆ …” นอกโรงครัวมีเสียงครางใกล้ตายดังขึ้น สายตาของชุนเซียงหยุดอยู่บนร่างของสุนัขแก่ตัวนั้น “ซุนโป๋ สุนัขตัวนั้นป่วยหรือ?”
พ่อครัวใหญ่ซุนโป๋หันมา “แม่นางชุนเซียงมารับอาหารบำรุงให้คุณหนูหรือ? เตรียมเสร็จพอดี ส่วนสุนัขตัวนั้นมันแก่แล้ว ระยะนี้มันเจ็บปวดยิ่งนัก ข้าจะลงมือช่วยให้มันหลุดพ้นก็ทำไม่ลง”
ชุนเซียงมองไปทางสุนัขชราที่นอนหมอบอยู่บนพื้น มันส่งเสียงครางหงิงออกมาเป็นระยะ ดูท่าทีน่าสงสารยิ่งนัก ทันใดนั้นจู่ๆ สุนัขสีดำกลับดิ้นกระตุก ขาทั้งสี่ชี้ขึ้นฟ้าหงายท้องดิ้นอย่างแรง ด้านหลังมีเสียงซุนโป๋ดังแว่วมา “ดูท่าทางคงถึงเวลาแล้ว…”
“คุณหนูเจ้าคะ! คุณหนู!”
ด้านนอกมีเสียงฝีเท้าร้อนเร่งดังมา อวิ๋นซูเงยหน้ามองไป พบว่าชุนเซียงอุ้มสุนัขสีดำลมหายใจรวยระรินตัวหนึ่งวิ่งเข้ามา
“นี่เจ้า…”
“คุณหนูกำลังกังวลว่าหาคนลองยาไม่ได้มิใช่หรือเจ้าคะ?” ชุนเซียงวางสุนัขชราที่เหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง “บ่าวไม่รู้ว่ามันจะลองได้หรือไม่…”
ดวงตาของอวิ๋นซูมีประกายพาดผ่าน ยานี้มีประสิทธิภาพเช่นไรนางก็ยังไม่รู้ ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจนำคนมีชีวิตมาลองยา ตอนนี้สุนัขดำใกล้ตายอาจช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้
ชุนเซียงถือน้ำถ้วยหนึ่งเข้ามา อวิ๋นซูนำยาลูกกลอนสีแดงวางใส่ไปในน้ำ ค่อยๆ ป้อนสุนัขสีดำเข้าไป เวลาผ่านไปทุกชั่วขณะ สตรีทั้งสองยังคงเฝ้าอยู่เช่นนั้น ทว่าสภาพของสุนัขชรากลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
“หรือว่า…ต้องใช้คนทดลองเท่านั้น?” ทว่ายาลูกกลอนนี้มีเพียงเม็ดเดียว ในขณะที่ชุนเซียงกำลังตำหนิว่าตนมีความคิดย่ำแย่นั้นเอง เรื่องแปลกประหลาดพลันบังเกิด พบว่าสุนัขสีดำที่เหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายกลับหอบหายใจรุนแรง จากนั้นจึงพลิกตัวยืนขึ้น กระดิกหางให้คนทั้งสองที่อยู่เบื้องหน้า
ทุกสิ่งทุกอย่างนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงชั่วพริบตา
Pennybull
ยาลูกกลอนสีแดงวิเศษนี้ ถ้ามีขายคนคงแย่งซื้อกันอย่างมโหฬาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณอภัสรา หงสกุล คุณแอน จักรพงษ์ คุณ เพชรา …. 😂😂😂 แค่กินยาไม่ต้องไปผ่าตัดยกเครื่อง ทั้งตัวที่เกาหลี 🤣🤣🤣