หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 880 ดื้อดึงไม่ยอมเข้าใจ
เล่มที่ 30 ตอนที่ 880 ดื้อดึงไม่ยอมเข้าใจ
“เขาอยู่นี่!”
บริเวณไม่ไกลมีเสียงตะโกนดังขึ้น พบว่ามีประกายสีเงินส่องสว่าง องครักษ์เงาจำนวนมากชักกระบี่ออกมาไล่ตามไป
อย่างไรก็ตาม ด้านหน้างูฝูงใหญ่ยังคงถาโถมเข้ามา ผงหลินเฟิ่นที่อยู่ในมือของอวิ๋นมู่เหลือไม่มากแล้ว “สมควรตาย จะเผาอย่างไรก็เผาไม่หมด!”
ทหารจำนวนมากสละชีพไปแล้ว กองทัพถูกฝูงงูห้อมล้อมไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้เพียงครึ่งส่วน ในใจของทุกคนเกิดเสียงดังสนั่น หรือวันนี้พวกเขาทั้งหมดจะต้องตาย ตายอยู่ในปากอสรพิษเหล่านี้หรือ?
“ซูเอ๋อร์ เจ้าเตรียมตัวให้ดี อีกสักครู่จะพาเจ้าออกไป!” เฟิ่งหลิงถอยไปอยู่ข้างกายอวิ๋นซู เลือดสีดำบนแขนของเขาทำให้อวิ๋นซูน้ำเสียงเคร่งขรึมลง “ท่านถูกพิษหรือ?!”
“บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อครู่ท่านลุงมู่ให้ข้ากินยาแก้พิษแล้ว” พิษของงูเหล่านี้มีฤทธิ์สังหารไม่ธรรมดา ต่อให้เป็นยอดฝีมือเช่นเฟิ่งหลิงก็ยากจะหลีกเลี่ยงการสูญเสีย ยิ่งไปกว่านั้นบนร่างของเขายังคงแคว้นถุงหอมที่มีกลิ่นของกำมะถันแดงซึ่งอวิ๋นมู่มอบให้เขาอยู่ แต่คนอื่นเป็นทหารที่ไม่ได้เตรียมพร้อม เรียกได้ว่าไม่มีแรงจะรับมือโดยสิ้นเชิง
คิดจะปกป้องทุกคนย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เขาต้องปกป้องความปลอดภัยของอวิ๋นซูเป็นอันดับแรก “ชุนเซียง อีกสักครู่ข้าจะสั่งให้คนพาพวกเจ้าไปยังสถานที่ปลอดภัยแห่งหนึ่ง ดูแลคุณหนูของเจ้าให้ดี”
อวิ๋นซูราวกับได้ยินเบาะแสอะไรบางอย่าง “เช่นนั้นแล้วท่านเล่า?”
บุรุษรูปงามทำเพียงแย้มยิ้มเล็กน้อย “ขอเพียงเจ้าปลอดภัยไร้อันตรายก็พอแล้ว ข้าจะอยู่ที่นี่” เขามองไปยังทหารรอบด้านที่สู้สุดชีวิตเพื่อพวกเขา ไม่มีเหตุผลที่จะละทิ้งพวกเขาแล้วหนีเอาตัวรอด
“ไม่!” สีหน้าของอวิ๋นซูเคร่งขรึมอย่างบอกไม่ถูก “ข้ามีวิธี! ไม่ต้องให้ใครเสียสละ!”
ภายใต้สถานการณ์อันตรายย่อมสามารถกระตุ้นศักยภาพอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ เมื่อครู่นี้อวิ๋นซูคิดวิธีรับมือที่ครอบคลุมรอบด้านได้แล้ววิธีหนึ่ง พบว่านางหยิบมีดออกมาจากแขนเสื้อ เฟิ่งหลิงยังไม่ทันมีปฏิกิริยาใดก็เฉือนไปที่ฝ่ามือตนเองแล้ว
“ซูเอ๋อร์! นี่เจ้า…”
โลหิตสีแดงไหลหยดลงพื้น เฟิ่งหลิงที่ได้เห็นพลันปวดใจ อย่างไรก็ตามอวิ๋นซูกลับหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเลือดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เทียบกับการบาดเจ็บของพวกเขา นี่ไม่นับเป็นอะไรได้”
นางค่อยๆ เดินไปเบื้องหน้า โยนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดในมือไปยังฝูงงู เรื่องแปลกประหลาดข้างบนเกิด จู่ๆ ฝูงงูก็แย่งชิงผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นอย่างน่าหวาดกลัว ยิ่งไปกว่านั้นยังดึงดูดการเคลื่อนไหวของงูพิษตัวอื่นๆ เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ทหารทั้งหลายจึงได้โอกาสพักหายใจ
“พวกมันกำลังทำอะไร?” มีคนเอ่ยปากอย่างสงสัย เนื่องจากพวกเขาพบว่ามีงูพิษบางตัวเริ่มทำการสังหาร กัดกินพวกกันเองอย่างบ้าคลั่ง
“ซู…คุณหนูกงซุน เมื่อครู่ท่านใช้วิธีใด?” อวิ๋นมู่รู้ว่าอวิ๋นซูต้องทำอะไรลงไปแน่นอน
สตรีสุขุมเยือกเย็นมองไปยังปฏิกิริยาของฝูงงูด้วยความพึงพอใจ เป็นดั่งที่นางคาดจริงๆ “ข้าทาผงพิษและผงหลอนประสาทไปบนผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ที่ต้องย้อมด้วยเลือดก็เพื่อดึงดูดพวกมัน งูที่กินผ้าเช็ดหน้าเข้าไปจะเกิดอาการหลอน ทำให้กัดกินพวกเดียวกันเอง เมื่อพวกมันโดนพิษของข้า งูพิษที่ถูกพวกมันกัด ไม่นานก็จะตกสู่ผลของยาหลอนประสาทจนตาย”
อวิ๋นมู่พลันเข้าใจกระจ่าง วิธีนี้นับว่าเยี่ยมยอด! งูพิษเหล่านี้มีจำนวนมากมายจนนับไม่ถ้วน วิธีที่ดีที่สุดก็คือใช้หนึ่งแลกสิบ งูที่ถูกพิษตาย เมื่อถูกสหายของพวกมันกัดกินก็จะทำให้ตัวที่กินเข้าไปถูกยาพิษอันรุนแรง ขอเพียงมีหนึ่งตัวกลับไปที่รัง เช่นนั้นไม่นานงูพิษที่ผู้อาวุโสตระกูลอู่ชุบเลี้ยงมาอย่างตั้งใจก็จะทำร้ายตนเอง
อีกด้านหนึ่ง บุรุษที่กำลังซ่อนตัวจากองครักษ์เงาลดขลุ่ยอสรพิษในมือตนด้วยความสงสัย แปลกยิ่งนัก เหตุใดงูจึงไม่ตกอยู่ในการควบคุมของเขาแล้ว?! เมื่อคิดไปว่าก่อนหน้านี้ทำนองอสรพิษของเขาก็ไม่สามารถรับมือกับสตีอ่อนแอผู้นั้นได้ ในใจจึงเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี
“เกิดอะไรขึ้น?”
ทหารทั้งหลายพากันจับจ้องไปยังงูพิษที่ล้มตายไปเป็นจำนวนมากเบื้องหน้าด้วยท่าทีปากอ้าตาค้าง เมื่อครู่พวกมันยังดุร้ายหาใดเปรียบ ยามนี้แต่ละตัวกลับร่างกายแข็งทื่ออยู่บนพื้น บางตัวยังคงดิ้นรน ทว่าส่วนใหญ่ตายกลายเป็นศพอยู่ที่พื้นแล้ว ภาพเบื้องหน้าน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
“ถือโอกาสนี้ไปจากที่นี่เสีย!” เฟิ่งหลิงออกคำสั่งเรียกทุกคนกลับมาจากการใคร่ครวญ ยามนี้เอง เสียงที่ฟังดูอันตรายและคุ้นเคยดังขึ้น ทั้งยังเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวอันไร้ก้นบึ้ง “พวกเจ้า…ทำอะไรกับงูพิษของผู้ชรา?!”
“ผู้ใด?!”
ไม่นานทุกคนก็พบว่าบุรุษสวมเกราะทหารผู้หนึ่งยืนอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ในดวงตาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมอำมหิต
ผู้ชรา?! อวิ๋นมู่รีบเดินไปขวางหน้าอวิ๋นซู “เป็นเขา”
ไม่เจอกันเพียงไม่กี่วัน คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนลักษณะไปโดยสิ้นเชิง ใบหน้าดูคล้ายอายุเพียง 40 ปี ทว่าสายตาเช่นนั้นกลับมิอาจแปรเปลี่ยน ทั่วทั้งร่างดูอ่อนเยาว์ลงไม่น้อย เพียงแต่บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปไม่มาก
เมื่อเห็นงูพิษบนพื้นที่ตายไปทั้งหมดแล้ว ผู้อาวุโสพลันโกรธจนเกือบจะตะโกนออกมา สายตาที่เปี่ยมไปด้วยโลหิตมองทะลุฝูงชนไปยังอวิ๋นซู “นังเด็กสารเลว เจ้าถึงกับกล้าทำลายเรื่องดีๆ ของผู้ชราเช่นข้า!” ทำนองอสรพิษนี้เขาสูญเสียความพยายามไปมากน้อยเพียงใด คิดไม่ถึงว่าวันนี้กลับ…
“ผู้ชราต้องการชีวิตเจ้า!” บุรุษราวกับสูญเสียสตินึกคิดไปแล้วก็มิปาน พริบตาเดียวก็ทะยานตัวลงมาจากต้นไม้ โจมตีไปยังอวิ๋นซู
“คุ้มครองคุณหนูกงซุน!”
ทันใดนั้นองครักษ์เงาหลายคนทะยานเข้ามา ไม่นานก็ต่อสู้โรมรันกับบุรุษผู้นั้น
“ดูท่าทางเขากินยาอายุวัฒนะลงไปแล้ว” อวิ๋นมู่จับจ้องไปยังการเคลื่อนไหวอันเฉียบคมของบุรุษผู้นั้น ในยามที่อยู่ห้องหลอมยา เขาเป็นดุจตะเกียงไร้น้ำมันแล้วแท้ๆ มีพลังเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ยาอายุวัฒนะของปลอมนั้นทำให้ผู้คนเข้าใจผิดจริงๆ ราวกับว่าพวกเขาทำลายหลักการเกิดแก่เจ็บตายไปได้จริงๆ ก็มิปาน
“ท่านลุงมู่ ซูเอ๋อร์ต้องขอมอบให้ท่านแล้ว” เฟิ่งหลิงกุมกระบี่ในมือตน ทุกคนที่ต้องการชีวิตของอวิ๋นซู เขาย่อมไม่ปล่อยไปแน่! บุรุษรูปงามผู้นี้เปี่ยมไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ทะยานตัวครั้งหนึ่ง เข้าไปร่วมต่อสู้
ผู้อาวุโสตระกูลอู่ที่อ่อนเยาว์ลงหลายสิบปีรู้สึกได้ว่าพลังชีวิตล้นทะลักออกมาจากจุดตันเถียนไม่หยุด นี่คือพลังของความเยาว์วัย นี่คือความน่าอัศจรรย์ของยาอายุวัฒนะ! ไม่มีผู้ใดเป็นคู่มือของเขาได้ เขาไร้ผู้ต่อกร! “หึ พวกเด็กน้อยไม่รู้ความ มอบตัวกงซุนซูออกมาดีๆ เถิด แล้วผู้ชราจะไว้ชีวิตพวกเจ้า!”
“คนทรยศตระกูลอู่! เหตุใดต้องมาพัวพันกับซูเอ๋อร์ไม่เลิกลา?” เฟิ่งหลิงออกกระบวนท่าสังหารไม่ไว้ไมตรีแม้แต่น้อย เพียงแต่บุรุษเบื้องหน้ากลับมีท่าทีแปลกประหลาดยิ่งนัก รับมืออย่างสบายอารมณ์
“ผู้ชราย่อมไม่อนุญาตให้ผู้ใดยืนอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิตเช่นเดียวกับผู้ชรา! ดังนั้นนางจำเป็นต้องตาย!”
เป็นเช่นนี้จริงดังคาด คนผู้นี้เห็นแก่ตัว ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเดินตามรอยเท้าของเขาเพื่อชีวิตอมตะ เพียงแต่น่าเสียดาย เขามิได้สังเกตเลยว่าตนเพียงฝันไปเท่านั้น
“บนโลกใบนี้ไม่มียาใดทำให้เป็นอมตะ เจ้าตื่นเสียทีเถิด!” เสียงของอวิ๋นมู่ที่แฝงไปด้วยพลังภายในดังไปยังบุรุษผู้กำลังคึกคัก แต่กลับได้เพียงเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งกลับมา “ฮ่าๆๆ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คิดจะหลอกผู้ชราหรือ? ตอนนี้ผู้ชราเป็นอมตะแล้ว! ไม่มีผู้ใดเป็นคู่มือของผู้ชราได้อีก!”
“น่าเสียดายจริงๆ ยาที่พวกเราให้เจ้าเป็นของปลอม”
ของปลอม? ผู้อาวุโสดวงตาสว่างวาบ ไม่นานก็ถูกเสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งเข้าแทนที่ “ฮ่าๆๆๆ พวกเจ้าคิดว่าผู้ชราจะเชื่อพวกเจ้าหรือ?” เขาหยุดยืนอยู่บนกิ่งไม้ ปัดฝุ่นเล็กน้อย สายตาคมกริบมองไปทางอวิ๋นซู “ดูท่าทีของผู้ชราเถิด อ่อนเยาว์ลงทุกวัน อย่าคิดว่าผู้ชราไม่รู้ พวกเจ้าเองก็ต้องการเป็นอมตะกระมัง? เพียงแต่น่าเสียดาย ผู้ชราไม่ปล่อยให้พวกเจ้าสมปรารถนาเป็นแน่!”
เขายื่นมือออกมา ชี้ไปยังอวิ๋นซูที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มคน “คุณหนูกงซุน หากเจ้าไม่อยากเห็นคนต้องตายไปมากกว่านี้เพราะเจ้าก็ตามผู้ชราไปด้วยดีเสีย! ผู้ชรารับปากว่าจะให้เจ้าตายสบายๆ!”
“พูดจาอวดดีเกินไปแล้ว! ต้องดูเสียก่อนว่าเจ้ามีความสามารถนั้นหรือไม่!”
ใต้ต้นไม้ถูกองครักษ์เงาของเฟิ่งหลิงห้อมล้อมไว้แล้ว ทว่าผู้อาวุโสตระกูลอู่กลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย “ฮ่าๆๆ พวกเราตระกูลอู่แต่ละยุคสมัยล้วนถูกราชวงศ์อย่างพวกเจ้ากดดัน ตอนนี้ผู้ชราเป็นอมตะแล้ว อีกไม่นานจะมีผู้ติดตามนับไม่ถ้วน เมื่อถึงตอนนั้นแคว้นเหลียนเล็กๆ แคว้นเดียวจะนับเป็นอะไรได้! ทุกคนที่อยู่ที่นี่ ขอเพียงพวกเจ้ายินยอม ผู้ชราจะรับพวกเจ้าไว้เป็นผู้ใต้บัญชาเพื่อยึดครองใต้หล้าให้ผู้ชรา ขอเพียงผู้ชราพอใจจะแบ่งปันให้พวกเจ้าเช่นกัน”
“พูดจาไร้สาระให้มันน้อยหน่อย มอบชีวิตมาเสีย!”
ท่าทีของอวิ๋นซูไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย นางเข้าใจดี ชายชราเบื้องหน้าถูกความอ่อนเยาว์มอมเมาไปแล้ว ผู้อาวุโสตระกูลอู่กำลังใช้พลังชีวิตของตนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามตนไม่เห็นใจเขาแม้แต่น้อย มโนธรรมอันเป็นรากฐานของมนุษย์ถูกความทะเยอทะยานและความปรารถนาเข้าแทนที่และทำลายไปจนสิ้นแล้ว ไม่ว่าจุดจบเขาจะน่าอนาจเพียงใด อวิ๋นซูก็ไม่แม้แต่จะกระพริบตา
หากกล่าวถึงด้านวรยุทธ ผู้อาวุโสตระกูลอู่ไม่อาจรับการโจมตีขององครักษ์เงายอดฝีมือมากมายเช่นนี้ได้จริงๆ เขาย่อมรู้ตัวว่าขวางไว้ได้ไม่นาน พลันนั้นจึงโยนระเบิดควันออกไป มันเจือไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอันเสียดแทงจมูก
“ระวัง มีพิษ!”
สายลมอันอึมครึมระลอกหนึ่งพัดมา เพียงพริบตาเดียวเขาก็โจมตีไปทางอวิ๋นซู ควักอาวุธลับอาบยาพิษออกมาเขวี้ยงไปยังหัวใจของสตรีผู้นั้น คิดไม่ถึงว่าในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย บุรุษผู้หนึ่งกลับปรากฎอยู่เบื้องหน้า กระบี่ในมือส่งเสียงเคร้ง สกัดอาวุธลับเอาไว้ได้ ทั้งยังโคจรพลังภายในโจมตีอาวุธลับกลับไปด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า ผู้อาวุโสตระกูลอู่คิดไม่ถึง ตอนนี้ต้องการหลบก็หลบไม่ทันแล้ว ยังคงถูกอาวุธลับที่ตัวเองเขวี้ยงออกไปโจมตีถูกบริเวณไหล่
เมื่อเห็นว่าแนวโน้มส่วนใหญ่เปลี่ยนไปแล้ว ผู้อาวุโสตระกูลอู่จึงกัดฟัน นำร่างอันบาดเจ็บทะยานหายไปในป่าอย่างรวดเร็ว
“ตามไป! ฆ่าไม่ละเว้น!”
“ซูเอ๋อร์ได้รับบาดเจ็บหรือไม่?” เฟิ่งหลิงคาดเดาได้นานแล้วว่าผู้อาวุโสตระกูลอู่จะต้องใช้วิธีการเจ้าเล่ห์ จึงถอยออกไปสังเกตการเปลี่ยนแปลงอยู่ด้านข้าง ในยามที่บุรุษโยนระเบิดควันออกมา เฟิ่งหลิงก็ถอยไปอยู่เบื้องหน้าอวิ๋นซูแล้ว และพบช่องโหว่ของผู้อาวุโสตระกูลอู่จริงดังคาด
อวิ๋นซูส่ายหน้าเล็กน้อย “รีบจับเขาเถิด มิอาจปล่อยให้เขาไปทำร้ายคนมากกว่านี้อีก”
อย่างไรก็ตาม ไม่นานองครักษ์เงาเหล่านั้นก็กลับมาแล้ว
“ทูลองค์ชาย คนทรยศตระกูลอู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เป็นกระหม่อมเลินเล่อ ปล่อยให้เขาหนีเข้าไปที่น้ำตกได้…”
น่าเสียดายจริงๆ เฟิ่งหลิงทอดถอนใจเบาๆ “ช่างเถิด พวกเจ้าพยายามเต็มที่แล้ว หวังเพียงว่าสวรรค์จะมีตา เก็บชีวิตคนโหดเหี้ยมผู้นั้นกลับไป ทุกคนเตรียมออกเดินทางได้ ที่นี่มิอาจอยู่นาน!”
…
“ทูลไท่ซ่างหวง ขบวนเดินทางของคุณหนูกงซุนถูกคนทรยศตระกูลอู่ลอบโจมตีกลางทางพ่ะย่ะค่ะ…”
บุรุษหลังฉากกั้นลมขมวดคิ้ว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและไม่พอใจ “คนเล่า? ได้รับบาดเจ็บหรือไม่?” ตอนนี้เด็กคนนั้นจะตายไม่ได้
“ตอบไท่ซ่างหวง คนทรยศผู้นั้นหนีไปได้ บ่าวกำลังจะทูลไท่ซ่างหวงว่าขบวนเดินทางมาถึงตีนเขาแล้วพ่ะย่ะค่ะ…”
เห็นได้อย่างรางเลือนว่าร่างที่อยู่หลังฉากกั้นลมยืดเอวขึ้นตรง มีพลังขึ้นหลายส่วน “รีบสั่งคนลงเขาไปต้อนรับ! เจิ้นจะพบนางทันที!”