Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 882 บังคับหลอกล่อด้วยผลประโยชน์

  1. Home
  2. หมอพิษชั้นหนึ่ง
  3. เล่มที่ 30 ตอนที่ 882 บังคับหลอกล่อด้วยผลประโยชน์
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เล่มที่ 30 ตอนที่ 882 บังคับหลอกล่อด้วยผลประโยชน์

ไท่ซ่างหวงไม่คิดปกปิดเรื่องที่สั่งให้คนจับตาดูอวิ๋นซูแม้แต่น้อย ประโยคนี้ราวกับกำลังบอกนางว่า หากต้องการบดบังดวงเนตรของพระองค์ย่อมมิใช่เรื่องง่ายเพียงนั้น

ท่าทีของอวิ๋นซูไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก นางทำเพียงอธิบายความจริงต่อไป “อีกไม่นานเขาจะฟื้นคืนสู่ใบหน้าในวัย 20 ปีซึ่งเป็นช่วงอายุที่ยอดเยี่ยมที่สุดของมนุษย์ ร่างกายก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นี่มิได้แสดงให้เห็นสิ่งใด”

“อ้อ? เจิ้นรู้มาว่า เดิมทีคนทรยศผู้นั้นมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แต่เมื่อได้รับการช่วยเหลือจากคุณหนูกงซุนกลับสามารถย้อนวัยจากชราสู่เยาว์วัยได้ นี่ไม่นับว่ามีชีวิตยืนยาวไม่แก่ไม่ตายอีกหรือ? เช่นนั้นสิ่งที่เจิ้นขอยอมไม่มาก ขอเพียงอายุยืนไม่ตายไปตลอดกาลก็พอแล้ว” สุรเสียงของพระองค์อ่อนลงหลายส่วน ราวกับกำลังขอเรื่องที่ทำได้ง่ายใดเป็นอย่างยิ่ง ต่อให้คงใบหน้าเช่นวันนี้เอาไว้ สำหรับเขาก็ไม่นับว่ามีผลกระทบมากมายอันใด สิ่งที่เขาต้องการคือการมีชีวิตเป็นอมตะเท่านั้น

“หม่อมฉันช่วยไท่ซ่างหวงฟื้นฟูพระพักตร์สู่ความเยาว์วัยได้ แต่มิอาจช่วยให้มีชีวิตเป็นอมตะ ผู้อาวุโสตระกูลอู่ทำเพียงเผาผลาญพลังชีวิตของตนเท่านั้น เดิมทีเขาเป็นตะเกียงขาดน้ำมันอยู่แล้ว หม่อมฉันทำได้เพียงแค่ยืดปรากฏการณ์เช่นนี้ไปชั่วครู่ เมื่อเวลาหมดลง เขาย่อมตายด้วยวิธีทรมานที่สุด กลายเป็นฝุ่นดินกลับคืนสู่พื้นพสุธา”

น้ำเสียงอันเรียบเฉยเช่นนี้ทำให้ในใจของไท่ซ่างหวงเกิดความไม่พอใจอันเข้มข้น ในยามที่คนผู้หนึ่งถูกทำลายความฝันจนหมดสิ้น สิ่งที่จะมีกลับเป็นความโกรธเกรี้ยวและอับอาย สิ่งที่เขาไม่อาจยอมรับได้ก็คือกระทั่งคนทรยศต่ำต้อยผู้หนึ่งยังได้รับชีวิตอมตะ ในฐานะที่เป็นเจ้าแห่งแคว้น เหตุใดเขาจะทำไม่ได้เล่า? ดรุณีน้อยเบื้องหน้ารู้ว่าไม่อาจต่อต้านตน แต่ยังคงทำตัวพยศ ยั่วยุขีดจำกัดของเขา

อย่างไรก็ตาม ไท่ซ่างหวงย่อมมีความสงบเยือกเย็นอันโดดเด่นของตน

“เดิมทีเจิ้นหาสตรีโดดเด่นที่เหมาะสมกับองค์ชายใหญ่เอาไว้นางหนึ่งแล้ว จนใจที่หลานชายคนนี้ไม่คิดทำตามเจิ้น องค์ชายใหญ่และคุณหนูกงซุนคงผ่านความทุกข์ทรมาณเฉกเช่นที่ผู้อื่นคิดไม่ถึงมากระมัง ทว่าใต้หล้าย่อมมิใส่ใจ สิ่งที่พวกเขาใส่ใจมีเพียงความเหมาะสมเท่านั้น” คำพูดของไท่ซ่างหวงแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ราวกับทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อครู่นี้มิเคยเกิดขึ้น เขาอยากจะบอกอวิ๋นซูว่านางไม่เหมาะสมกับเฟิ่งหลิง

“ขอเพียงเจิ้นไม่เห็นด้วยย่อมมีนับพันนับหมื่นวิธีที่จะขัดขวางการแต่งงานระหว่างเจ้ากับองค์ชายใหญ่ อย่างไรก็ตามเจิ้นเปลี่ยนความคิดแล้ว สตรีเฉกเช่นคุณหนูกงซุน บางทีอาจนำพาเกียรติยศมาสู่ราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนของเจิ้นก็เป็นได้”

อวิ๋นซูมิได้กล่าวคำใด นางเข้าใจดี มีวิธีการอย่างหนึ่งที่เรียกว่าใช้เหตุผลก่อนกำลัง

“ยิ่งไปกว่านั้นคุณหนูกงซุนเป็นหมอสตรีที่ได้รับเกียรติของชื่อหัตถ์เซียนเป็นคนแรกในช่วงหลายปีมานี้ ดังนั้นเจิ้นตัดสินใจว่าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นหมอหลวงประจำราชวงศ์ เป็นผู้นำสำนักหมอหลวง ตำแหน่งเทียบเท่าผู้อาวุโสตระกูลอู่สายใน”

เกียรติยศอันมากล้นเช่นนี้อยู่เหนือขอบเขตการคาดเดาของอวิ๋นซูไปแล้ว อย่างไรก็ตามไม่นานนางก็คิดได้ หมอหลวงประจำราชวงศ์ย่อมต้องฟังพระบัญชาจากราชวงศ์ จะอย่างไรไท่ซ่างหวงก็ไม่ยอมแพ้เรื่องยาอายุวัฒนะ

“หม่อมฉันความรู้อ่อนด้อย ความสามารถไม่ถึงขั้น นามหัตถ์เซียนได้มาเพราะความโปรดปรานจากฝ่าบาทเท่านั้น เกรงว่าคงไม่อาจนำสำนักหมอหลวงได้ พระมหากรุณาธิคุณนี้ของไท่ซ่างหวง หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก การเกิดแก่เจ็บตายนับเป็นปกติของมวลมนุษย์ ต่อให้เป็นหม่อมฉันก็ไม่อาจทำลายหลักการของโลกที่ไม่อาจแปรเปลี่ยนนี้ได้ ชีวิตมนุษย์ขึ้นอยู่กับเจตนาสวรรค์และวาสนาความดีงาม วาสนาของไท่ซ่างหวงมิได้ด้อย ย่อมต้องมีชีวิตยืนยาวนับร้อยปี” อย่างไรก็ตาม หากจะสังหารผู้อื่นไม่หยุดยั้งเพียงเพราะความเห็นแก่ตัวย่อมผิดต่อสวรรค์แล้ว

ฉากกั้นลมบดบังสายตาของอวิ๋นซู ทำให้นางมองท่าทีของบุรุษด้านหลังไม่ออก

เนิ่นนานผ่านไป เสียงอันหนักอึ้งจึงค่อยดังแว่วมา “เจ้านับเป็นคนแรกที่กล้าปฏิเสธรางวัลของเจิ้น” ในคำพูดนี้ครึ่งหนึ่งคือความชื่นชม อีกครึ่งหนึ่งคือความโกรธเกรี้ยว อย่างไรก็ตามอวิ๋นซูกลับฟังความหมายอื่นออก นั่นก็คือไม่รู้จักแยกแยะ

“หม่อมฉันสมควรตายเพคะ”

ตาย? ตอนนี้ยังมิใช่เวลา ไท่ซ่างหวงสูดหายใจลึก “วันนี้ได้พูดคุยกับคุณหนูกงซุน เจิ้นชื่นชมยิ่งนัก ฝ่าบาทยังคงคำนึงถึงความสัมพันธ์สายเลือดระหว่างพระองค์กับเจิ้น เรือนพักเล็กๆ ของเจิ้นมิได้คึกคักเช่นนี้นานแล้ว”

ดวงตาของอวิ๋นซูเปล่งประกาย อย่างไรก็ตามกลับจับความหมายลึกล้ำในคำพูดของไท่ซ่างหวงมิทัน อีกฝ่ายชิงเอ่ยปากขึ้นก่อน “ตำแหน่งที่เจิ้นแต่งตั้งย่อมมิอาจเรียกคืน เจิ้นจะรอวันที่คุณหนูกงซุนเปลี่ยนใจ”

ภายในป่ามีเสียงนกเสียงแมลงร้องขับขาน ในยามที่สตรีสุขุมเยือกเย็นผู้นั้นเดินออกมาจากเรือนพัก พวกเฟิ่งหลิงพลันเดินเข้าไป

“คุณหนู…”

อวิ๋นซูส่งสายตาลึกล้ำเป็นสัญญาณ ชานกงกงที่อยู่ด้านข้างพลันแย้มยิ้มเต็มใบหน้า “ยินดีกับคุณหนูกงซุนด้วยที่ได้รับตำแหน่งหมอหลวงประจำราชวงศ์อันทรงเกียรติ เวลาไม่เช้าแล้ว บ่าวสั่งให้คนเตรียมห้องชั้นยอดไว้แล้วขอรับ เชิญทุกท่านพักอยู่ที่เรือนพักคืนหนึ่งก่อนแล้วค่อยกลับไปเมืองหลวงเถิด”

หมอหลวงประจำราชวงศ์?! นั่นคือสิ่งใด…ถึงกับแต่งตั้งตำแหน่งให้ซูเอ๋อร์และรั้งพวกเขาไว้เป็นแขกเชียวหรือ? หรือว่าไท่ซ่างหวงจะเปลี่ยนความคิดแล้ว? อวิ๋นมู่กำลังใคร่ครวญความร้ายแรงของเรื่องนี้ ทว่าเฟิ่งหลิงกลับเข้าใจดี การสนทนาระหว่างพวกเขาคงมิได้สุขสันต์ จากความเข้าใจที่เขามีต่อนิสัยของไท่ซ่างหวง ของที่คนผู้นี้มอบให้ย่อมต้องจ่ายค่าตอบแทนคืนไปมากยิ่งกว่า บนโลกใบนี้มีรางวัลของคนประเภทหนึ่งที่มิอาจรับเด็ดขาด เมื่อรับมาย่อมไม่มีที่ให้ถอยกลับ ไท่ซ่างหวงใจกว้างเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่าเขายังไม่ได้รับของที่ต้องการ เมื่อได้รับแล้ว บางทีวิธีการของเขาอาจจะโหดเหี้ยมยิ่งกว่าผู้อาวุโสตระกูลอู่ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อต้องอยู่ต่อเฟิ่งหลิงกลับวางใจไม่น้อย พรุ่งนี้หลังจากกลับเมืองหลวงค่อยหารือวิธีรับมือกับเสด็จพ่ออีกครั้ง

…

บริเวณส่วนหนึ่งของชายแดน บุรุษผู้หนึ่งก้าวเดินด้วยท่าทีโซซัดโซเซ ยืนพิงต้นไม้ด้านข้างพลางหอบหายใจ

สมควรตาย! องครักษ์เงาเหล่านั้นรับมือไม่ง่ายเลยจริงๆ มิได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงนี้มานานแล้ว…บริเวณฝ่ามือเต็มไปด้วยสีแดงเข้ม ผู้อาวุโสรู้สึกว่าพลังทั่วทั้งร่างราวกับถูกช่วงชิงจนแห้งเหือด จุดตันเถียนอ่อนแอไร้กำลัง

บางทีอาจเป็นผลข้างเคียงของยา เขาฟื้นคืนสู่ความเยาว์วัยในระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วัน จะปรากฏสภาพไม่เหมาะสมเช่นนี้ก็นับว่าปกติ

เบื้องหน้า ดวงไฟที่ส่องสว่างราวกับประกายดาวทำให้บนใบหน้าของผู้อาวุโสปรากฏรอยยิ้มโหดเหี้ยม เขาต้องเสริมพละกำลังเสียหน่อยแล้ว ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้ความเยาว์วัยคืนมา หากไม่ดูแลให้ดีคงผิดต่อยาอายุวัฒนะแล้ว

“แม่นาง นี่คือเนื้อสัตว์ที่สามีข้าล่ากลับมาในวันนี้ หากคุณหนูมิรังเกียจก็ชิมดูเสียหน่อยเถิด” สตรีใจดีคนหนึ่งถือเนื้อกระต่ายหอมๆ เข้ามา สาวใช้ที่อยู่ด้านข้างจึงเดินเข้าไปรับไว้ “ขอบคุณเจ้าค่ะ”

“ครอบครัวชาวบ้านไม่มีอะไรต้อนรับแม่นาง ต้องขออภัยจริงๆ เจ้าค่ะ” บนใบหน้าของสตรีเต็มไปด้วยความขออภัย ทว่าสตรีงามพิลาศที่อยู่ข้างโต๊ะกลับยังคงสีหน้าไร้อารมณ์ มีเพียงสาวใช้ข้างกายนางที่คารวะด้วยความซาบซึ้งใจ “เช่นนั้น เช่นนั้นข้าจะออกไป ไม่รบกวนการพักผ่อนของแม่นางแล้ว”

สตรีผู้นั้นถอยออกไปด้วยความกระอักกระอ่วน อย่างไรก็ตามเมื่อคิดดูอีกครั้ง ใบหน้างดงามประดุจนางเซียนเช่นนั้นจะต้องมีฐานะสูงส่งหาใดเปรียบเป็นแน่ มาพักอาศัยในเรือนเล็กๆ เช่นนี้ของตนก็นับว่าเป็นวาสนาแล้ว หากมองมากก็รู้สึกคล้ายกับเป็นการดูหมิ่นเทพเซียน อย่างไรก็ตาม นางอยู่มาครึ่งชีวิตแล้วกลับไม่เคยเห็นคนงามถึงเพียงนี้ จึงอดไม่ได้คิดยากนำสิ่งของมารับรองให้ดี

“แม่เอ้ย เห็นอู่เอ๋อร์ไม่?”

นายพรานเดินออกมาจากในห้อง สตรีชะงักไปเล็กน้อย “มิใช่ให้เขากลับห้องไปแล้วหรือ? เหตุใดจึง…”

เสียงฟุ่บดังขึ้น ในมุมมืดมีอะไรบางอย่างแวบผ่านไป นายพรานผู้มีไหวพริบดีรีบดึงสตรีมาปกป้องไว้ด้านหลัง “ระวัง อาจมีสัตว์ร้าย!”

ยามนี้เอง บุรุษในอาภรณ์สีดำหลายคนปรากฎตัวออกมาเบื้องหน้านายพรานและสตรีชาวบ้าน หนึ่งในนั้นหันมาบอก “ท่านทั้งสองโปรดอยู่ในบ้านเถิด ด้านนอกให้พวกข้าจัดการเอง” เสียงฉึบดังขึ้น บุรุษทั้งหลายพลันหายไปจากสายตา

พวกเขาเป็นผู้ปกป้องแม่นางน้อยในบ้าน สตรีและนายพรานสบตากัน หรือจะมีสัตว์ร้ายอันตรายออกมาจริงๆ ?

ในสายลมมีกลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้น เมื่อครู่พวกเขาคอยคุ้มครองอยู่ในเงามืดและสังเกตุเห็นลมปราณอันตรายสายหนึ่ง นายน้อยมอบหมายให้พวกเขาพาคุณหนูกลับไปข้างกายนายท่านอย่างปลอดภัย ระหว่างทางมิอาจปล่อยให้มีเรื่องเหนือคาดอันใดเกิดขึ้นได้เป็นอันขาด

ในส่วนลึกของป่า แสงจันทร์สาดส่องลงมาสะท้อนเงาร่างอันโหดเหี้ยมร่างหนึ่ง เสียงกัดกินเนื้อทำให้ผู้คนหวาดผวา

บนต้นไม้ บุรุษหลายคนขมวดคิ้ว พวกเขามิอาจมั่นใจว่าร่างดำทะมึนที่เต็มไปด้วยเลือดในมุมมืดนั้นเคืออะไร

ประกายสีเงินส่องสว่าง เงามืดร่างนั้นพลันแข็งทื่อ “ผู้ใด?! ถึงกับกล้าลอบกัดผู้ชรา!”

ถึงกับ…เป็นคนเชียวหรือ?! เมื่อครู่พวกเขายังคิดไปว่ามีสัตว์ร้ายหรือหมีดำออกมาล่าเหยื่อตอนกลางคืนเสียอีก!

เพียงพริบตาเดียว องครักษ์หลายคนก็ทะยานตัวต่อสู้โรมรันกับบุรุษผู้เต็มไปด้วยเลือด ในมุมหนึ่ง มีร่างเด็กในสภาพไม่สมบูรณ์นอนล้มอยู่

คนเหล่านี้ฝีมือไม่ธรรมดา ยิ่งไปกว่านั้นแต่ละคนยังเชี่ยวชาญการใช้พิษ ผู้อาวุโสตระกูลอู่กัดฟันแน่น เขามาในหมู่บ้านเพื่อสูบกินเลือดเนื้อเด็กๆ ไปสร้างเสริมพลังเท่านั้น คิดไม่ถึงว่ากลับพบคนที่รับมือได้ยากเช่นนี้!

“สมควรตาย หากผู้ชรามิได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเจ้าหลายคนคงทำอะไรผู้ชราไม่ได้!”

บุรุษร้องก่นด่า ทว่าผู้คุ้มกั้นทั้งหลายยังคงไม่คิดลงมือไว้ไมตรี ภายในป่าเต็มไปด้วยประกายกระบี่ การต่อสู้ดุเดือดยิ่งนัก

“เหตุใดพวกเขาจึงไปนานเพียงนี้?” น้ำเสียงของฝูจีเต็มไปด้วยความไม่พอใจ นางเองก็สังเกตุเห็นลมปราณอันแปลกประหลาดด้านนอกเมื่อครู่นี้เช่นกัน เพียงแต่เป็นผู้ใดกันแน่ถึงกับทำให้ผู้คุ้มกันของนางต้องพัวพันอยู่นานเพียงนี้

“กรี้ด! อู่เอ๋อร์! อู่เอ๋อร์ของข้า!” ยามนี้เอง ด้านนอกมีเสียงร้องไห้อันน่าอนาจดังแว่วมา ประตูถูกเปิดออก พบว่าสตรีนางนั้นนั่งคุดคู้อยู่กับพื้น ส่วนนายพรานที่อยู่ด้านข้างกลับยืนอยู่ด้วยสีหน้าขาวซีด ท่าทางคล้ายถูกโจมตีจิตใจอย่างรุนแรง

ในอากาศฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้น บนพื้นมีศพที่เปียกชุ่มไปด้วยโลหิตนอนอยู่อย่างสงบ สภาพแขนขาขาดทำให้ดูน่าหวาดกลัวเป็นพิเศษ

“ปะ เป็นสัตว์ร้ายอะไรกัน…ที่กินลูกของข้า?” นายพรานมองไปยังบุรุษที่นำศพกลับมา ตัวสั่นไปทั้งร่าง

บุรุษมองฝูจีครู่หนึ่ง ดวงตาเปล่งประกายเล็กน้อย “หมีดำ”

“อู่เอ๋อร์ของข้า! เจ้าจะตายไม่ได้ เป็นแม่ไม่ดีเอง แม่ควรตายแทนเจ้า!”

ฝูจีขมวดคิ้ว นางปรายตามองสตรีที่โศกเศร้าเสียใจบนพื้น จากนั้นจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องด้วยท่าทีหมดความอดทน

“พูดมาเถิด เกิดอะไรขึ้น” หากเป็นหมี ไม่ควรทำให้ผู้คุ้มกันของนางเสียเวลามากมายเช่นนี้

“ตอบคุณหนู พวกเราพบคนผู้หนึ่งเรียกตัวเองว่าผู้อาวุโสตระกูลอู่ เด็กคนนั้นตายเพราะถูกเขากินขอรับ”

อะไรนะ? ผู้อาวุโสตระกูลอู่…ในดวงตาของฝูจีปรากฏความอำมหิตโดยไม่ปกปิดแม้แต่น้อย นางย่อมรู้จักตระกูลอู่ ผู้อาวุโสตระกูลอู่เหล่านี้เริ่มเดินเส้นทางมารตั้งแต่เมื่อใดกัน? กินเด็กทั้งเป็น หรือว่าจะฝึกวิชามารอันใดจึงทำเรื่องเช่นนี้ออกมา

“คนเล่า?”

“รอให้คุณหนูลงโทษอยู่ขอรับ”

ในใจของสาวใช้รู้สึกเสียใจยิ่งนัก เด็กชายที่ชื่ออู่เอ๋อร์คนนั้นนางเคยใกล้ชิดมาบ้าง เป็นเด็กร่าเริงมีชีวิตชีวา คิดไม่ถึงว่าอายุยังน้อยกลับต้องมาโชคร้ายเช่นนี้ นางมองไปทางคุณหนูของตนโดยพลัน ราวกับว่าคนโฉดชั่วเช่นนั้นสมควรตายเป็นหมื่นครั้ง!

“สังหารไปเถิด…ประเดี๋ยวก่อน!” ในดวงตาของฝูจีเกิดประกายพาดผ่าน ผู้อาวุโสตระกูลอู่? คนผู้นั้น มิแน่ว่าอาจเกี่ยวข้องกับราชวงศ์แห่งแคว้นเหลียนก็เป็นได้!

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "เล่มที่ 30 ตอนที่ 882 บังคับหลอกล่อด้วยผลประโยชน์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

60965443MuDePq1r
เกรียนแบบนี้ ก็ศิษย์พี่ใหญ่นี่แหละ
15/11/2022
624bc07dTeTL2Kdj
สตรีมเมอร์สาว กินพิชิตอวกาศ [她靠吃播征服星际
06/08/2023
novelpdf1970 (2)
สตรีมเมอร์สาวย้อนเวลามาเลี้ยงมหาวายร้าย
21/06/2026
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.