หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 30 ตอนที่ 897 งานอภิเษกกำลังจะมาถึง
เล่มที่ 30 ตอนที่ 897 งานอภิเษกกำลังจะมาถึง
ในเรือนพักกลางภูเขาลึก ชานกงกงนำข่าวกลับมา
“ทูลไท่ซ่างหวง เมื่อครู่ในวังส่งข่าวมาว่าฝ่าบาททรงตัดสินพระทัยจะจัดงานอภิเษกขององค์ชายใหญ่ขึ้นในอีกสามวันหลังจากนี้พ่ะย่ะค่ะ”
หลังฉากกั้นลมเงียบไปครู่หนึ่ง บุรุษผมขาวโพลนหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างเชื่องช้า ในดวงตาปรากฏประกายโหดเหี้ยม เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หากไม่ทำให้นังเด็กนั่นเห็นดีกันเสียหน่อย นางคงคิดว่าตนไม่กล้าแตะต้องนางจริงๆ
ชานกงกงออกมาจากห้องอย่างเงียบเชียบ บนระเบียงทางเดินเบื้องหน้ามีร่างของผู้อาวุโสทั้งสองปรากฏตัวขึ้น
“ชานกงกง” แม้ทั้งสองจะเป็นผู้อาวุโสแต่ยังต้องให้ความเคารพชานกงกงที่เป็นคนสนิทของไท่ซ่างหวง อีกฝ่ายมองสตรีที่ตามติดอยู่เบื้องหลังของพวกเขา “คุณหนูกงซุน?!”
ทว่าแม้จะมีใบหน้าสุขุมเยือกเย็นเช่นเดียวกัน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับคล้ายถูกผู้อื่นช่วงชิงจิตวิญญาณไปแล้ว ไม่มีอารมณ์อันใดแม้เพียงครึ่งส่วน มองไปเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย กระทั่งไม่หยุดมองชานกงกงแม้เพียงหนึ่งเค่อ ราวกับ…เป็นตุ๊กตามนุษย์ที่ถูกผู้อื่นควบคุม
ผู้อาวุโสทั้งสองคล้ายจะคาดเดาความคิดของชานกงกงได้แล้ว ทำเพียงสบตากัน แย้มยิ้มลึกล้ำ จากนั้นจึงนำสตรีนางนั้นเดินไปเบื้องหน้า
“ถวายพระพรไท่ซ่างหวง ของที่พระองค์ต้องการมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
พวกเขาคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าฉากกั้นลมด้วยท่าทีเคารพนอบน้อม สตรีด้านหลังได้รับคำสั่งจึงค่อยๆ ก้าวเดินไปเบื้องหน้า ยืนอยู่ในทัศนวิสัยของไท่ซ่างหวง
อย่างไรก็ตามหลังฉากกั้นลมกับไม่มีเสียงอันใดออกมา ผู้อาวุโสทั้งสองรู้สึกกังวล ไท่ซ่างหวงไม่พอพระทัยหรือ? แต่ว่า…จะมองเช่นไรก็เหมือนกงซุนซูทุกกระเบียดนิ้ว! สิ่งที่เขาต้องการมิใช่หุ่นเชิดที่เชื่อฟังหรือ?
“อืม ทิ้งนางไว้ เรื่องยาอายุวัฒนะมีความก้าวหน้าหรือไม่?”
ผู้อาวุโสทั้งสองพลันร่างกายแข็งทื่อ สิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวที่สุดก็คือกลัวว่าไท่ซ่างหวงจะกล่าวถึงเรื่องนี้ “นี่…ทูลไท่ซ่างหวง จากเลือดของผู้อาวุโสห้า…ไม่พบสิ่งไม่เหมาะสมอันใดในยานั้น มีเพียงพิษที่เขาได้รับมาก่อนหน้านี้…”
“กล่าวเช่นนี้คือไม่มีความก้าวหน้าหรือ?”
“กระหม่อมสมควรตาย! กระหม่อมสมควรตาย!”
“หึ กงซุนซูช่างไม่รู้จักดีชั่ว ส่วนพวกเจ้าก็ไร้ประโยชน์! ถอยออกไป!”
ด้านในมีเสียงตำหนิดังแว่วมา ชานกงกงขมวดคิ้ว ระยะนี้อารมณ์ของไท่ซ่างหวงค่อนข้างรุนแรง นี่ไม่เหมือนกับนิสัยของเขา ดูท่าทางคงเป็นเพราะกงซุนซูไม่ยอมให้ความร่วมมือจึงหมดความอดทนแล้วจริงๆ หากทำให้ไท่ซ่างหวงทรงกริ้ว เกรงว่าจะต้องมีผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงเป็นแน่
ผู้อาวุโสทั้งสองเดินคอตกออกมา ยิ้มให้ชานกงกงอย่างกระอักกระอ่วน ไม่นานก็เดินหายไปจากสายตาของเขา
เสียงเพล้งดังขึ้น ด้านในเกิดเสียงดังแว่วมาระลอกหนึ่ง ชานกงกงตกใจรีบเดินโค้งตัวเข้าไป อย่างไรก็ตามเมื่อเขามองไปพบว่ามีสตรีนางหนึ่งยืนอยู่ด้านข้าง กระโปรงตัวยาวสีเขียวอ่อนที่สวมใส่อยู่บนร่างเปียกชื้นไปด้วยรอยน้ำรอยใหญ่ บนพื้นมีเศษถ้วยชากระจัดกระจาย
ไท่ซ่างหวงในยามนี้ฟื้นคืนสู่ท่าทีสงบนิ่งแล้ว เอ่ยปากขึ้นว่า “สั่งลงไป ให้คนนำทางจักรพรรดิเซียว”
อะไรนะ? ชานกงกงพลันสีหน้าเปลี่ยนไป อย่างไรก็ตามบุรุษผมขาวกลับเผยรอยยิ้มอันลึกล้ำออกมา “งานอภิเษกของหลานชาย เจิ้นสมควรมอบของขวัญเสียหน่อยจึงจะไม่ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน ส่วนจักรพรรดิเซียวเดินทางมาไกล หากมิแสดงอันใดผู้อื่นคงกล่าวกันว่าแคว้นของพวกเราไม่รู้จักทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี”
ประโยคนี้ทำให้ชานกงกงมองไปยังสตรีข้างกายราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เพียงแต่หุ่นเชิดนางนี้จะมอบเป็นของขวัญให้ผู้ใดกัน?
…
อีกด้านหนึ่ง กลางดึก
“สืบมาได้หรือไม่ว่าเมืองหลวงแคว้นเหลียนไปอย่างไร?”
ภายในห้อง สีหน้าของเซียวอี้เชินมืดครึ้มอย่างบอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่เข้ามาในเขตแดนแคว้นเหลียนได้แล้ว แต่จนกระทั่งตอนนี้ แม้แต่หน้านางเขาก็ยังมิได้เห็น! อีกไม่นานนางก็จะแต่งให้ผู้อื่นแล้ว ไม่ ตนไม่อนุญาต ไม่อนุญาตเป็นอันขาด!
“ทูลฝ่าบาท ไม่ง่ายเลยกว่ากระหม่อมจะได้แผนที่ของเขตแดนแคว้นเหลียนมา”
เซียวอี้เชินมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว มิอาจสอบถามผู้ที่ผ่านทางไปมาเกี่ยวกับเรื่องราวของแคว้นเหลียนตามใจ ชาวบ้านที่นี่มีความรู้สึกเฉียบคมเกินไป สำเนียงของตนก็แตกต่างจากพวกเขา หากเรื่องของแคว้นเหลียนก็ยังไม่คุ้นเคยจะทำให้ชาวบ้านสงสัยได้ง่าย พวกเขาถูกคนภายนอกมองเป็นศัตรูอย่างลึกล้ำ ทำให้เซียวอี้เชินรู้สึกว่าตนสมควรเก็บซ่อนร่องรอยให้ดี
ขณะนี้เอง ประกายสีเงินสายหนึ่งถูกยิงเข้ามาจากนอกหน้าต่าง ปลายแหลมเฉียดผ่านแผนที่ที่องครักษ์เงาเตรียมส่งมอบให้เซียวอี้เชินก่อนจะปักลงบนเสาจนส่งเสียงดังฉึก
“ผู้ใด?!”
พบว่ามีเงาดำสายหนึ่งพังหน้าต่างเข้ามา บนหลังคาถูกแรงอันมหาศาลกระแทกจนกลายเป็นรูใหญ่ องครักษ์เงารีบคุ้มครองเซียวอี้เชินไว้ด้านหลัง เบื้องหน้ามียอดฝีมือชั้นสูงสามคนปรากฏตัวขึ้น เข้าโรมรันสังหารกับพวกเขาโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
“ฝ่าบาทรีบหนีไป!”
หาเขาพบเร็วเพียงนี้เชียวหรือ?! เซียวอี้เชินขบฟันอย่างดุดัน รีบทะยานตัวหนีออกไปทางหน้าต่าง กระโดดข้ามกำแพงมุ่งหน้าไปยังป่าทึบนอกเมือง
เพียงไม่นานด้านหลังก็มีเงาดำหลายสายตามมา พวกเขาคล้ายจะซุ่มอยู่บริเวณนี้นานแล้ว รอเวลาที่องครักษ์เงาของเซียวอี้เชินถูกแยกออกไป
ประกายกระบี่เงาดาบส่องสว่างอย่างโหดเหี้ยมดุดัน คนเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวด แต่ละกระบวนท่าล้วนมุ่งทำร้ายสังหาร! เพียงไม่นานเซียวอี้เชินก็ตกเป็นรอง
“พวกเจ้าคือผู้ใด?!”
มือสังหารผู้เป็นหัวหน้าแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง “ผู้ที่จะมาเอาชีวิตเจ้า!”
เสียงตู้มดังขึ้น ระเบิดกำมะถันลูกหนึ่งระเบิดออก กลุ่มควันที่ส่งกลิ่นเสียดแทงจมูกฟุ้งกระจายไปรอบด้าน เซียวอี้เชินถือโอกาสนี้หนีเข้าไปในป่าอันมืดมิด ไม่นานก็ไม่เห็นแม้แต่เงา
อย่างไรก็ตามคนเหล่านี้กลับไม่ยอมถอดใจ โคจรพลังภายในทะยานไล่ตามไปรอบด้าน
เดิมทีคิดว่าสลัดมือสังหารเหล่านี้พ้นแล้ว กลับมีสายลมอันหนาวเย็นพัดเข้ามา เบื้องหน้าถึงกับมีการซุ่มโจมตีรอเขาอยู่!
“สมควรตาย!” ถึงกับตามติดเป็นวิญญาณเช่นนี้เชียว!
กำลังคิดแผนการเอาตัวรอด ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเบื้องหน้าถึงกับปรากฏบุรุษชุดดำขึ้นอีกกลุ่มหนึ่ง ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้น มือสังหารผู้หนึ่งถูกฝ่ามือกระแทกอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น กระอักเลือดออกมาก่อนจะสิ้นลม
เซียวอี้เชินรีบหาสถานที่ปลอดภัยแห่งหนึ่งแล้วก้มตัวลง คนทั้งสองฝั่งโจมตีสังหารกันอย่างรุนแรงดุเดือด แต่ที่ทำให้เขาสงสัยก็คือ คนที่มาช่วยเขาผู้นั้นมิใช่ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา
จู่ๆ มีมือใหญ่จับลงบนไหล่ของเซียวอี้เชิน เขาหัวใจสั่นไหว เป็นยอดฝีมือจากที่ใดกัน? ถึงกับเข้าใกล้เขาได้โดยที่เขาไม่ทันสังเกตเห็น!
“ไป!”
ร่างกายพลันรู้สึกเบาหวิว คนผู้นั้นพาเขาทะยานขึ้นไปบนหลังคา มุ่งไปยังส่วนลึก
“อย่าปล่อยให้เขาหนีไปได้!” ด้านหลังมีเสียงมือสังหารดังแว่วมา ส่วนเซียวอี้เชินถูกบุรุษชุดดำข้างกายพาตัวไป ไม่มีแรงที่จะต่อต้านแม้แต่น้อย
ภายในส่วนลึกของป่าที่ไร้ซึ่งผู้คน ในที่สุดบุรุษชุดดำผู้นั้นก็ปล่อยตัวบุรุษในมือ เซียวอี้เชินลงสู่พื้น รีบชักกระบี่อ่อนบริเวณเอวออกมาแทงไปยังหัวใจของบุรุษชุดดำผู้นั้น ในชั่วขณะนี้เอง อีกฝ่ายถึงกับใช้นิ้วสองนิ้วคีบกระบี่ที่แทงเข้ามา มั่นคงประหนึ่งภูเขาไท่ซาน ทำให้เซียวอี้เชินขยับไม่ได้
“เจ้า…”
“จักรพรรดิเซียว หากข้าต้องการสังหารท่าน เหตุใดต้องพาท่านมาที่แห่งนี้ด้วย?” เสียงอันเย็นชาดังขึ้น เซียวอี้เชินขมวดคิ้วมองไปยังนิ้วมือของอีกฝ่ายที่ขยับเพียงเล็กน้อย กระบี่ของตนก็คล้ายถูกพลังภายในอันแข็งแกร่งทำให้สั่นสะท้าน เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าตนมิใช่คู่มือของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง! ยามนี้ข้างกายไม่มีองครักษ์เงาคอยคุ้มกัน หากเขาต้องการสังหารตน เช่นนั้นย่อมต้องตายโดยไม่ต้องสงสัยเลย!
บุรุษในอาภรณ์ชุดดำหัวเราะเบาๆ “ข้าได้รับคำสั่งจากนายท่านให้มานำทางให้จักรพรรดิเซียว”
นำทาง?
อีกฝ่ายหยิบแผนที่ฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ส่งมอบให้ในมือเซียวอี้เชิน ถึงกับเป็นเส้นทางมุ่งไปยังเมืองหลวง! “เจ้านายของเจ้าคือผู้ใด?”
“จักรพรรดิเซียวมิจำเป็นต้องรู้ เพียงเข้าใจให้ชัดเจนว่าข้ามิได้มีเจตนาร้ายกับท่านก็เพียงพอแล้ว”
“เช่นนั้นจุดประสงค์ของพวกเจ้าเล่า?” เซียวอี้เชินไม่มีสหายอยู่ในแคว้นเหลียน บุรุษน่าสงสัยเบื้องหน้าถึงกับมามอบแผนที่ให้ตน จะคิดอย่างไรก็มีแผนร้ายอยู่ในนั้น
“นายท่านกล่าวว่าขอให้จักรพรรดิเซียววางใจ เพื่อแสดงน้ำใจของเจ้าบ้าน นายท่านจัดเตรียมของขวัญไว้ให้ท่านชิ้นหนึ่งแล้ว แต่ของขวัญชิ้นนี้ต้องอาศัยความสามารถของท่านไปนำมาด้วยตนเอง”
ของขวัญ? เซียวอี้เชินขมวดคิ้วแน่น ในดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
“งานอภิเษกขององค์ชายใหญ่ใกล้จะถึงแล้ว หากจักรพรรดิเซียวเร่งเดินทางคืนนี้คงไปทันพิธีพอดี”
“พวกเจ้า…” ดวงตาของเซียวอี้เชินมีประกายไหลผ่าน สายลมระลอกหนึ่งพัดเข้ามา เบื้องหน้าไม่มีเงาร่างของบุรุษผู้นั้นอีกต่อไป แผนที่ในมือไม่คล้ายเป็นของปลอม เหตุใดพวกเขาต้องให้ตนไปที่เมืองหลวงแห่งแคว้นเหลียนด้วย? หรือว่า…จุดประสงค์ของพวกเขาก็คือให้ตนทำลายพิธีอภิเษกขององค์ชายใหญ่?
ไม่ว่าพวกเขาจะคิดเช่นไร เซียวอี้เชินก็คิดว่านี่เป็นเรื่องดี ตนต้องการคนเพียงคนเดียวเท่านั้น!
…
วันนี้ จวนแม่ทัพกงซุนมีแขกมาเยือนผู้หนึ่ง
“คุณชายกู้ มิได้พบกันนาน คุณหนูอยู่ในจวนขอรับ”
ข้างกายกู้สวิ๋นฟางมีซูหลิงเอ๋อร์พัวพันอยู่ ในมือเขาถือกล่องไหมสีแดงอยู่กล่องหนึ่ง เดินมุ่งหน้าไปยังเรือนของอวิ๋นซูภายใต้การนำทางของพ่อบ้านชรา
ดรุณีน้อยเห็นชุนเซียงที่อยู่บริเวณประตูจึงรีบเดินเข้าไปด้วยความดีใจ “พี่สาวชุนเซียง!”
“หลิงเอ๋อร์?! เจ้ามาได้อย่างไร…”
“หึ ทำไม ไม่ต้อนรับหรือ?” กู้สวิ๋นฟางแค่นเสียงอย่างไม่สบอารมณ์ วางของขวัญลงบนโต๊ะหินอย่างแรง “รีบให้คุณหนูของเจ้าออกมารับของขวัญเสีย!”
มามอบของขวัญยังมอบได้โอหังเพียงนี้ เกรงว่าเขาคงเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์
ประตูค่อยๆ ถูกเปิดออก สตรีสุขุมเยือกเย็นเดินออกมา กู้สวิ๋นฟางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองสำรวจอวิ๋นซูครู่หนึ่ง “ไม่เจอกันหลายวัน เหตุใดจึงเปลี่ยนไปน่าเกลียดเพียงนี้?”
“คุณชายกู้ ท่าน…” ชุนเซียงขมวดคิ้วโดยพลัน กู้สวิ๋นฟางกลับไม่สนใจ “ใกล้จะแต่งงานแล้ว ไม่กินดื่มให้ดีได้อย่างไร?”
ที่แท้เขาต้องการพูดว่าอวิ๋นซูผอมลงไม่น้อย
ชุนเซียงเข้าใจได้ แต่จะอย่างไรบุรุษผู้มีนิสัยปากร้ายก็ยังคงทำให้ผู้อื่นเกลียดชังเช่นเดิม คุณหนูป่วยจริงๆ! ทั้งยังต้องมาถูกเขาพูดพล่อยๆ ใส่อีก
อวิ๋นซูแย้มยิ้มเล็กน้อย มิได้เก็บไปใส่ใจ ยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าเล็กๆ อันอ่อนนุ่มของซูหลิงเอ๋อร์เบาๆ “คิดไม่ถึงว่าคุณชายกู้จะรู้จักดูแลผู้อื่นเช่นนี้”
“นั่นย่อมแน่นอนอยู่แล้ว มิเห็นหรือว่าข้าเลี้ยงหลิงเอ๋อร์จนอ้วนท้วมสมบูรณ์เพียงใด” กู้สวิ๋นฟางมีท่าทีได้ใจ “ไม่พูดจาไร้สาระแล้ว นี่เป็นของขวัญแต่งงานมอบให้เจ้า ไม่จำเป็นต้องขอบคุณ” เขาผลักกล่องของขวัญออกไป ทว่ายังคงจับจ้องการเคลื่อนไหวของอวิ๋นซูเขม็ง ราวกับเฝ้ารอให้นางเปิดดูกับมือ
สายตาเฝ้ารอเช่นนั้นร้อนแรงยิ่งนัก อวิ๋นซูแย้มยิ้มอย่างจนใจ กำลังจะเปิดออกดู ทว่าเมื่อรับมากลับทำให้การเคลื่อนไหวของนางต้องชะงักไป
“ในนี้…คือของสิ่งใดกัน?” เหตุใดจึงหนักเช่นนี้
“แน่นอนว่าเป็นของดี! เกรงว่าเจ้าต้องร้องขอคุณชายเช่นข้าเป็นแน่!” สายตาของกู้สวิ๋นฟางมีประกายส่องสว่าง ท่าทางคล้ายมีแผนการบางอย่าง
Venus36
จักรพรรดเซียว เจ้ากรรมนายเวรโดยแท้