หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 31 ตอนที่ 908 การกลับมาของสาวงาม
เล่มที่ 31 ตอนที่ 908 การกลับมาของสาวงาม
แต่ไหนแต่ไรเซียวอี้เชินไม่เคยรู้สึกอับอายเพียงนี้มาก่อน เขาจับแขนทั้งสองของสตรีอย่างแรง “พูด! เจิ้นสั่งให้เจ้าพูด!”
อย่างไรก็ตาม สตรีตรงข้ามกลับทำเพียงอ้าปากอย่างนิ่งงัน พูดคำใดไม่ออกแม้เพียงประโยคเดียว
มือทั้งสองของเซียวอี้เชินปรากฏเส้นเลือดสีเขียวออกมาจนแทบจะระเบิด มีเพียงสวรรค์ที่ทราบว่าเขาพยายามมากเพียงใดกว่าจะระงับใจมิให้บีบอีกฝ่ายตายคามือ ดียิ่งนัก เขาถูกยั่วโมโหสำเร็จแล้วจริงๆ
บุรุษสูดหายใจลึกด้วยความหงุดหงิด ต้องทำเช่นไรจึงจะพิสูจน์ได้ว่าสตรีเบื้องหน้าคืออวิ๋นซูจริงหรือไม่? ประเดี๋ยวก่อน…
เซียวอี้เชินคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ “เด็กๆ นำยาพิษที่มีฤทธิ์อ่อนที่สุดเข้ามา”
ไม่นานก็มีคนน้ำยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งมาจากหมอทหารผู้นั้น “ทูลฝ่าบาท หมอทหารกล่าวว่ายาลูกกลอนนี้ทำให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษชั่วคราว ไม่ร้ายแรงถึงชีวิตพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวอี้เชินไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบยาลูกกลอนเม็ดนั้นมายัดใส่ปากสตรีทันที ไม่นานท่าทีของสตรีนางนั้นก็เปลี่ยนไป นางหอบหายใจรุนแรง บนผิวปรากฏผดผื่นสีแดงที่แสดงถึงอาการแพ้ จากนั้นจึงส่งเสียงอาเจียนออกมา อ้วกของที่กินไปเมื่อครู่นี้ออกมาจนหมดสิ้น
เซียวอี้เชินเบนหน้าออกไป ในดวงตาเจือไปด้วยประกายแวววาว
อวิ๋นซูมีฐานะเป็นบุตรตรีคนโตแห่งตระกูลอวิ๋น ใช้ยาสมุนไพรแช่ตัวมาโดยตลอด ร่างกายของนางต้านทานพิษได้มากกว่าคนธรรมดาทั่วไป พิษระดับนี้มิอาจทำให้นางมีปฏิกิริยารวดเร็วเช่นนี้ได้แน่ ท่าทางสามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่ร่างกายไม่อาจแปรเปลี่ยน ต่อให้อวิ๋นซูเปลี่ยนร่างใหม่แล้ว เชื่อว่าความเคยชินที่จะต้องแช่น้ำสมุนไพรของนางคงมิได้หายไป
แต่ตอนนี้สตรีเบื้องหน้ากินยาลูกกลอนลงไปเพียงเม็ดเดียวก็มีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้แล้ว นางเป็นตัวปลอมจริงๆ!
“บัดซบ! ทางเข้าแคว้นเหลียนปิดแล้วหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท หลังจากพวกเราออกมาไม่นาน ทหารก็เข้าไปไม่ได้อีก”
พวกเขาถึงกับใช้ตัวปลอมมาหลอกล่อตนออกไป! เซียวอี้เชินพลันเข้าใจอย่างลึกล้ำ ตนถูกอีกฝ่ายดูถูกเข้าแล้ว เพียงแต่ในเมื่อเป็นเช่นนี้เหตุใดจึงต้องสิ้นเปลืองมากมายเพื่อเชิญตนเข้าไปด้วย? เซียวอี้เชินรู้สึกราวกับถูกใครบางคนหลอกใช้ แต่กลับไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เขารู้สึกแย่มากจริงๆ
“รายงาน!”
ขณะนี้เอง ด้านนอกมีเสียงรายงานดังแว่วมา พบว่าสายลับผู้หนึ่งวิ่งมาจากเบื้องหน้า “ทูลฝ่าบาท มีคนกลุ่มใหญ่กำลังเข้ามาใกล้พวกเรา ดูเหมือนจะเป็นทัพใหญ่แคว้นเฉิน”
“อะไรนะ? ทัพใหญ่แคว้นเฉินมาแล้วพวกเจ้าเพิ่งจะพบหรือ!”
“พวกเขามาทางน้ำ พื้นที่อันตรายอยากจะสังเกตเห็น ตอนนี้ขึ้นบกมาจำนวนมากแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
นี่มันเกิดอะไรขึ้น ตงฟางซวี่กำลังเล่นลูกไม้อันใด
“รู้จุดประสงค์หรือไม่?!” ทว่าเมื่อกล่าวคำนี้ออกมา เซียวอี้เชินกลับมองไปยังสตรีที่อยู่ในรถม้า หรือจะกล่าวว่าตงฟางซวี่รู้ว่าตนหาอวิ๋นซูพบแล้วจึงส่งทหารมาชิงคน? หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ เรื่องนี้ก็จัดการง่าย นับว่าตัวปลอมมีประโยชน์แล้ว ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์ไปจัดการคนของแคว้นเฉินจริงๆ ต้องคิดหาวิธีกลับไปให้เร็วเสียหน่อย ไม่ง่ายเลยกว่าจะเห็นความหวัง เขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เช่นนี้แน่
อีกด้านหนึ่ง ทัพใหญ่แห่งแคว้นเฉินเคลื่อนทัพเข้ามาใกล้ขบวนของเซียวอี้เชินอย่างรวดเร็ว
“ท่านแม่ทัพ เรื่องนี้มิได้มีกลอุบายอันใดใช่หรือไม่?” กล่าวไปแล้วก็แปลกนัก พวกเขาไม่เคยเข้ามายังชายแดนแคว้นอี้ได้ง่ายดายเพียงนี้มาก่อน แต่ทุกครั้งที่พวกเขากำลังหลงทาง มักมีเบาะแสบางอย่างปรากฏทำให้พวกเขารู้ตัว ความรู้สึกเช่นนี้ราวกับมีคนกำลังชักนำเขาอยู่ในความมืด
แม้จะใช้เส้นทางน้ำเหมือนกัน พวกเขาก็ไม่เคยคิดวิธีเช่นนี้ได้
“ฝ่าบาททรงมีรับสั่งมาแล้วว่าต้องชิงตัวท่านหมอกลับไปให้ได้โดยไม่สนใจว่าจะแลกด้วยอะไร อีกไม่นานจะมีกองหนุนมาถึง คราวนี้จักรพรรดิเซียวไปหาคนที่แคว้นเหลียนด้วยตัวเอง คนที่พามาด้วยคงมีไม่มาก”
กองทัพเบื้องหน้าเปลี่ยนเส้นทางอย่างรวดเร็ว “เรียนท่านแม่ทัพ พบร่องรอยกองทัพใหญ่ด้านหน้าขอรับ”
แม่ทัพดวงตาเปล่งประกาย นับว่าตามทันแล้ว! เขารีบชักกระบี่ออกจากเอว “ทหารทุกคนเตรียมสู้รบให้ดี เมื่อพบกองทัพของแคว้นอี้ให้เปิดศึกได้ทันที! หากผู้ใดพบตัวท่านหมอและพากลับมาได้อย่างปลอดภัยจะได้เลื่อนขั้น!”
ทัพใหญ่เคลื่อนตัวไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็ว พบว่าบนพื้นมีร่องรอยของขบวนเดินทางขบวนใหญ่หลงเหลืออยู่จริงๆ
ขณะนั้นเอง แม่ทัพผู้นำอยู่เบื้องหน้ากลับดึงบังเหียนม้ากะทันหัน มองไปยังถุงกระสอบที่วางอยู่กลางทาง มันขยับเขยื้อนเล็กน้อย
“ระวังการลอบโจมตี! เจ้า เข้าไปดู!”
หรือกองทัพใหญ่แห่งแคว้นอี้จะวางกับดักอันใดไว้? บนถนนกว้างขวางเช่นนี้ ถุงกระสอบนั้นดูเด่นชัดเป็นพิเศษ
ทหารหลายนายรีบกำกระบี่ล้อมเข้ามาด้วยความระมัดระวัง ได้ยินเสียงอู้อี้ดังออกมาจากถุงกระสอบ
“ท่านแม่ทัพ ดูเหมือนจะมีคนอยู่ด้านใน!”
คน? แม่ทัพขมวดคิ้ว ทหารหลายคนเข้าไปคลายถุงกระสอบ เมื่อเห็นสตรีด้านในพลันต้องอุทานออกมา “ท่านแม่ทัพ มีสตรีอยู่ขอรับ!”
สตรี? ในกองทัพแคว้นอี้จะมีสตรีอยู่ได้อย่างไร…ประเดี๋ยวก่อน คงมิใช่ว่า…
แม่ทัพรีบชักม้าตามไป ใบหน้าอันคุ้นเคยสะท้อนสู่ม่านสายตา แม่ทัพถึงกับไม่กล้าเชื่อสายตาของตน “ท่านหมอ?!”
มีเรื่องโชคดีเช่นนี้อยู่จริงหรือ ยังมิทันได้รบราฆ่าฟันกับทัพใหญ่แห่งแคว้นอี้ก็หาท่านหมอพบแล้ว!
“ท่านแม่ทัพ ดูเหมือนนางจะถูกพิษ!”
ใบหน้าสุขุมเยือกเย็นมีสีม่วงเขียวปรากฏเล็กน้อย สติรับรู้มิแจ่มชัด แม่ทัพรีบตะโกนเสียงดัง “เร็ว รีบตามหมอทหาร! สั่งให้ทหารทั้งหมดเดินทางกลับแคว้นทันที!” บางทีอาจเป็นเพราะเขาโชคดีจริงๆ กระมัง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สามารถหลีกเลี่ยงสงครามและทำภารกิจสำเร็จได้พร้อมกันเช่นนี้ นับเป็นโอกาสที่หาได้ยากแล้ว
ภายในมุมมืดของป่าแห่งหนึ่ง ดวงตาคู่หนึ่งจับจ้องไปยังสตรีที่ถูกกองทัพใหญ่แห่งแคว้นเฉินพาตัวกลับไป ยามนี้จึงค่อยหายไปจากป่าอย่างวางใจ
“พากลับไปแล้วหรือ? ดี ให้จักรพรรดิพระองค์ใหม่แห่งแคว้นเฉินได้ลิ้มลองรสชาติที่ถูกผู้อื่นหยอกล้อดูเสียหน่อย” มุมปากของเซียวอี้เชินยกขึ้นเป็นวงโค้ง อารมณ์ผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทว่าตอนนี้อวิ๋นซูอยู่ที่ใดกันแน่?
ตงฟางซวี่ที่อยู่ไกลออกไปถึงเมืองหลวงแคว้นเฉินมิได้ออกจากห้องทรงอักษรถึงสามวันสามคืนแล้ว
“ฝ่าบาท จางเหม่ยเหรินถูกส่งไปที่ตำหนักเนี่ยนซูแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เสียงขันทีใหญ่ดังมาจากด้านนอก จางเหม่ยเหรินที่ใต้เท้าหลี่พามาคราวนี้ค่อนข้างดงาม ทั้งยังเหมือนท่านหมอเป็นอย่างยิ่ง ทว่าขันทีใหญ่กลับไม่มีคำพูดชมเชยอื่นใดอีก จะอย่างไรร่องรอยความสูญเสียอันมากมายในอดีตเขาก็เห็นจนเอียนแล้ว
ผู้ใดจะทราบว่าฝ่าบาททรงคิดอะไรกันแน่ บางทีคงมีเพียงทำเช่นนี้จึงจะช่วยให้จิตใจอันเศร้าโศกของฝ่าบาทได้รับความการปลอบโยนกระมัง
เสียงประตูถูกเปิดออก ตงฟางซวี่ปรากฏตัวเบื้องหน้าขันทีใหญ่ด้วยท่าทีเหนื่อยล้าชัดเจน “ไปตำหนักเนี่ยนซู”
จักรพรรดิหนุ่มเสด็จเดินไปยังเส้นทางอันคุ้นเคย บนใบหน้าไม่มีความอ่อนโยนมากนัก
เขาเดินบนแผ่นหินเหล่านี้นับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ทุกครั้งล้วนบอกกับตัวเองไม่หยุดว่าตนกำลังไปหาสตรีที่รักที่สุด ทว่าเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป ตงฟางซวี่ไม่เข้าใจกระทั่งว่าเหตุใดตนจึงทำเช่นนี้
บนร่างของพวกนางมีเงาของนางอยู่ ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยความรักที่มีต่อตน ความรักที่เขาเคยอยากเห็นโดยไม่ต้องออกคำสั่ง พวกนางก็แสดงให้เห็นต่อหน้าแล้ว ทว่าตงฟางซวี่กลับมิอาจพึงพอใจ จะอย่างไรพวกนางก็เป็นตัวแทน ตัวแทนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมิให้ตนบันดาลโทสะจนบ้าคลั่ง
นางตัวจริงอยู่ที่ใดกันแน่? จำได้หรือไม่ว่าแคว้นเฉินยังมีคนรอนางอยู่? นางรู้ถึงความรักของเขาหรือไม่? รู้หรือไม่ว่าเขาไม่เคยยอมแพ้เรื่องนาง?
ประตูตำหนักเนี่ยนซูถูกเปิดออก ลมเย็นระลอกหนึ่งพัดมาจากด้านใน ทำให้ตงฟางซวี่ได้สติกลับมา
“ฝ่าบาท?”
บุรุษค่อยๆ ปรายตามองไปยังนางข้าหลวงข้างกาย จากนั้นจึงเดินก้าวต่อไป
ไม่ทราบว่าเริ่มตั้งแต่ยามใด ดวงตาที่เดิมทีมักจะเปล่งประกายกระจ่างใสแปรเปลี่ยนไปประดุจน้ำนิ่งลึกล้ำ ไม่มีสิ่งใดทำให้ดวงตาคู่นั้นเจือประกายแวววาวได้อีกแม้เพียงครั้งเดียว ดูเหมือนเขาจะลืมไปแล้วว่าการหัวเราะด้วยยินดีอย่างแท้จริงครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อใด
ภายในศาลากลางน้ำ สตรีที่เพิ่งแช่น้ำเสร็จสวมอาภรณ์สีฟ้าอ่อนชุดบางทั้งร่าง ผมสีดำเปียกชื้นถูกมัดรวบอยู่ด้านหลัง ในสมองย้อนคิดถึงการสั่งสอนของเหล่าแม่นมไม่หยุด
ท่านหมอมีความคิดเช่นไร มักจะกล่าวคำพูดเช่นไร นางจำได้อย่างชัดเจน
อีกสักครู่นางจะได้พบจักรพรรดิแห่งแคว้นเหลียนผู้สูงศักดิ์หาใดเปรียบ ได้ยินว่าเขามีความรักลึกซึ้งต่อท่านหมอ นี่เป็นสาเหตุที่นางมายืนอยู่ที่นี่ในวันนี้ ดังนั้นหากต้องการเกียรติยศจะต้องกุมใจจักรพรรดิผู้นี้ให้ได้ อย่าได้มีความคิดอื่นใด แสดงเป็นตัวแทนของท่านหมอให้ดีก็เพียงพอแล้ว
จางเหม่ยเหรินคิดว่าตนเองฉลาดเฉลียว การจะทำให้บุรุษผู้หนึ่งพึงพอใจมิใช่เรื่องยากอันใด บางทีคงมีสักวันหนึ่งที่นางจะแทนที่ได้อย่างแท้จริง ทำให้ตำหนักเนี่ยนซูแห่งนี้กลายเป็นตำหนักของนางอย่างแท้จริง
“ฝ่าบาทเสด็จ!”
เสียงเล็กแหลมดังขึ้น ดวงตาของจางเหม่ยเหรินเปล่งประกาย รีบก้มหน้าหลุบตา นางจำได้ แม่นมเคยกล่าวว่าดวงตาของนางเหมือนท่านหมอทุกกระเบียบนิ้ว
เบื้องหน้าปรากฏรองเท้าปักสีดำอันหรูหราคู่หนึ่ง มุมปากของจางเหม่ยเหรินยกขึ้นเล็กน้อย กำลังคิดจะคารวะ เหนือศีรษะกลับมีเสียงเมตตาดังขึ้น ฟังดูเหนื่อยล้าเล็กน้อย “เงยหน้าขึ้นเถิด”
จางเหม่ยเหรินพยายามควบคุมอารมณ์ของตน แม่นมกล่าวว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจะต้องรักษาท่าทีสงบนิ่งไม่ตื่นตระหนกเช่นนี้เอาไว้จึงจะได้รับความโปรดปรานจากฝ่าบาท นางค่อยๆ เบนสายตาขึ้น เดิมทีคิดจะแสดงท่าทีนิ่งเรียบ ทว่าประกายแวววาวที่ไหลผ่านดวงตาโดยไม่รู้ตัวกลับมิอาจปกปิด
“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงอ่อนโยนหาใดเปรียบ จางเหม่ยเหรินมองไปยังใบหน้างดงามหล่อเหลาเบื้องหน้าแล้วจึงก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว การสบตากับจักรพรรดิเป็นมารยาทอันไม่สมควร
คิดไม่ถึงว่ามืออันเย็นยะเยือกกลับยื่นเข้ามา เชยคางนางขึ้นเบาๆ
จางเหม่ยเหรินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ดวงตาลึกล้ำสะท้อนเข้าสู่ม่านสายตา ใบหน้างดงามหล่อเหลาของบุรุษปรากฏในระยะใกล้ หัวใจของนางอดไม่ได้ที่จะเต้นระรัว เมื่อมองให้ละเอียด ฝ่าบาทนับเป็นบุรุษรูปงามอย่างแท้จริง ได้ปรนนิบัติอยู่ข้างกายฝ่าบาทนับเป็นวาสนาแล้ว ต่อให้ยามนี้อีกฝ่ายจะมองตนด้วยสายตาราวกับมองผู้อื่นอยู่ก็ตาม
“เจ้าชื่ออะไร?”
ริมฝีปากเผยออออกเล็กน้อย บริเวณจมูกมีลมหายใจอันโดดเด่นของบุรุษปะทะเข้ามา จางเหม่ยเหรินหน้าแดง “หม่อมฉัน…”
“รายงาน! ฝ่าบาท! ฝ่าบาท!”
ด้านนอกมีเสียงร้อนรนดังแว่วมา ตงฟางซวี่ขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบถูกรบกวนตอนที่อยู่ในตำหนักเนี่ยนซู หากไม่มีเรื่องสำคัญอันใด เขายากจะรับประกันว่าตนจะไม่ลงโทษคนผู้นี้อย่างโหดเหี้ยม
“ฝ่าบาท! กระหม่อมมีเรื่องสำคัญมารายงาน!” ทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามา คนไม่น้อยผงะจนลืมขวาง เมื่อมีปฏิกิริยากลับมาอีกครั้งพบว่าคนผู้นั้นคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าตงฟางซวี่เรียบร้อยแล้ว “ฝ่าบาท ท่านหมอ ท่านหมอกลับมาแล้ว!”
อะไรนะ?! รอบด้านพลันจมลงสู่ความเงียบงันอันแปลกประหลาด ท่าทีของตงฟางซวี่ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง “เจ้า เจ้ากล่าวอันใด?”
เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ราวกับไม่เชื่อสิ่งที่ตนได้ยิน
“ท่านหมอกลับมาแล้ว! ท่านแม่ทัพให้มารายงานว่าพวกเขาพาท่านหมอกลับมาได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
ตงฟางซวี่รู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างรอบด้านกลับมามีสีสันโดยพลัน กระทั่งแสงแดดก็ดูร้อนแรงขึ้นไม่น้อย นางกลับมาแล้ว นางกลับมาแล้ว!
บุรุษในอาภรณ์สีเหลืองสว่างอันสูงศักดิ์สะบัดแขนเสื้อเดินไปจากศาลากลางน้ำโดยไม่หันกลับมามอง พริบตาเดียวก็หายไปจากสายตาของทุกคน ส่วนจางเหม่ยเหรินกลับยืนชะงักอยู่ที่เดิมเนิ่นนาน ท่าทางหวาดกลัวจนกล่าวคำใดไม่ออก
Venus36
ปลอมกันหมด ตัวจริงอยู่ที่พระเอก 55555