Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 33 ตอนที่ 980 ปรับความเข้าใจ

  1. Home
  2. หมอพิษชั้นหนึ่ง
  3. เล่มที่ 33 ตอนที่ 980 ปรับความเข้าใจ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

เล่มที่ 33 ตอนที่ 980 ปรับความเข้าใจ

หนานฟางเยี่ยนมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยแววตาเหลือเชื่อ ความรู้สึกอยุติธรรมลึกล้ำยิ่งขึ้น น้ำเสียงร้อนรนยิ่งขึ้น “เดิมทีเยี่ยนเอ๋อร์ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตนาง แค่อยากแกล้งนาง ไล่นางออกไปจากจวนเท่านั้น เยี่ยนเอ๋อร์ไม่ผิด!”

หนานฟางเฟยทอดถอนใจหนักๆ ครั้งหนึ่ง “ดูท่าทางปกติพี่ใหญ่คงตามใจเจ้าเกินไปจริงๆ เจ้าถึงได้กลายเป็นคนเช่นนี้ ไม่รู้จักสำนึกผิด ทั้งยังไม่เห็นชีวิตผู้อื่นอยู่ในสายตา”

ตั้งแต่เล็กจนโต หนานฟางเยี่ยนเคยได้รับคำตำหนิเช่นนี้ที่ไหนกัน วันนี้พี่ใหญ่ถึงกับตำหนิตนเพียงเพราะสตรีนางนั้น ความรู้สึกอยุติธรรมในใจจึงมิอาจควบคุม น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตา “เช่นนั้นต่อให้เรื่องนี้เยี่ยนเอ๋อร์ทำผิดจริง แต่เยี่ยนเอ๋อร์ก็ทำเพื่อตระกูลหนานของพวกเรา หากท่านพ่อกลับมาจะต้องไม่อนุญาตให้คนในราชวงศ์มาพักที่จวนเป็นแน่”

หนานฟางเฟยมองไปยังน้องสาวที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเบื้องหน้าตน ในใจเกิดเป็นอารมณ์ซับซ้อน กล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามากังวล แต่เรื่องวันนี้เจ้าทำเกินไปแล้วจริงๆ! ตอนนี้เจ้ารีบไปขออภัยพระชายาเถิด!”

อะไรนะ? ถึงกับให้นางไปขอโทษเชียวหรือ?

หนานฟางเยี่ยนเบนดวงตาแดงก่ำขึ้นมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ “ข้าไม่ทำ! อาศัยอะไรให้ข้าขอโทษ ทั้งๆ ที่สตรีที่โลภในเกียรติยศชื่อเสียงนางนั้นไม่ดีเองแท้ๆ! ข้าไม่ผิด ข้าไม่ขอโทษ!”

“โอหัง!” หนานฟางเฟยตบโต๊ะด้วยความโกรธเกรี้ยว “ตอนนี้เจ้าไม่ฟังแม้แต่คำพูดของพี่ใหญ่แล้วหรือ?”

หนานฟางเยี่ยนถูกโทสะที่ระเบิดออกมากะทันหันของบุรุษเบื้องหน้าทำเอาสั่นไปทั้งตัว ฟันเล็กๆ กัดที่ริมฝีปากแดง พี่ใหญ่ตัดสินใจเช่นนี้ ไม่คิดเหลือทางลงให้นางเชียวหรือ?

“จะให้เยี่ยนเอ๋อร์ไปขอโทษย่อมได้!” นางยกมือขึ้น พยายามเช็ดน้ำตาบนใบหน้าสุดแรง น้ำเสียงยังคงไม่ยินยอมพร้อมใจ “หากคนเหล่านั้นย่อมไปจากตระกูลหนาน ยามพวกเขาจากไป เยี่ยนเอ๋อร์จะไปขอโทษ!”

หนานฟางเฟยขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกโกรธเคืองยิ่งขึ้น “พี่ใหญ่จะไม่พูดซ้ำสอง ในฐานะที่เป็นลูกหลานตระกูลหนานจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบ!”

ทว่าคำพูดมากเหตุผลคุณธรรมเช่นนี้ เมื่อหนานฟางเยี่ยนได้ฟังกลับทำให้นางดื้อดึงอย่างยากจะเชื่อ ดรุณีน้อยกำมือที่อยู่ในแขนเสื้อแน่นพลางตะโกนออกมา “พี่ใหญ่เป็นคนโง่ที่สุดในใต้หล้าจริงๆ! ผู้อื่นเขาแต่งงานไปแล้ว เหตุใดท่านยังไม่ยอมไล่ตามความสุขของตน ทั้งยังมาพูดเช่นนี้เพื่อนางอีก? ยิ่งไปกว่านั้น นางเป็นคนผิดคำพูดก่อน อาศัยอะไรให้ท่านช่วยนาง? จะต้องเป็นเพราะสตรีนางนั้นใช้คำพูดมารยามาพัวพันพี่ใหญ่เป็นแน่ใช่หรือไม่? นางจะต้องเสนออันใดให้ท่าน ท่านถึงได้ทำเช่นนี้ใช่หรือไม่?”

“หนานฟางเยี่ยน!” หนานฟางเฟยโกรธจนอดทนไม่ไหว “เจ้าดูเถิดว่าตอนนี้เจ้ายังมีท่าทีของคุณหนูในห้องหออยู่หรือไม่?”

“พี่ใหญ่!” ดรุณีน้อยไม่ยอมอ่อนข้อ คิดไม่ถึงว่ายามเมื่อนางเงยหน้ากะทันหันกลับรู้สึกราวกับมีน้ำป่าไหลหลากเข้าสู่สมอง รู้สึกฟ้าดินพลิกคว่ำ ทัศนวิสัยมืดลงโดยพลัน หมดสติไปท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของหนานฟางเฟยโดยไม่มีลางบอกเหตุแม้แต่น้อย

“เยี่ยนเอ๋อร์? เจ้าเป็นอะไร?” บุรุษตื่นตะลึงครั้งใหญ่ โทสะที่อัดแน่นเต็มร่างเลือนหายไปในพริบตา เมื่อเขาเห็นท่าทางเจ็บปวดของหนานฟางเยี่ยนจึงรีบอุ้มนางขึ้น วิ่งตรงไปยังห้องของอวิ๋นซู

เมื่อเห็นบุรุษที่ร้อนรนดั่งไฟแผดเผาย้อนกลับมาอีกครั้งทุกคนพลันมีสีหน้าแปลกใจ สตรีที่เขาอุ้มมิใช่คุณหนูตระกูลหนานหรอกหรือ?

นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดสีหน้าของคุณหนูตระกูลหนานจึงขาวซีดทั้งยังมีเหงื่อไหลออกมาตลอด?

“จู่ๆ เยี่ยนเอ๋อร์ก็หมดสติไป! พระชายาช่วยตรวจให้นางได้หรือไม่?” หนานฟางเฟยในยามนี้มีเพียงความร้อนใจเต็มใบหน้า

อวิ๋นซูเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเข้ามาใช้มือแตะหน้าผากของดรุณีน้อย อุณหภูมิร้อนแผดเผาทำให้นางต้องขมวดคิ้ว

“รีบวางคุณหนูหนานลงที่เตียง!”

ฝ่ามือของหนานฟางเฟยมีเหงื่อซึมออกมา เดิมทีเขาคิดจะยืนเฝ้าอยู่ด้านข้าง คิดไม่ถึงว่ากลับเห็นอวิ๋นซูส่งสายตาเป็นสัญญาณมาให้ จะอย่างไรหนานฟางเยี่ยนก็เป็นสตรี สมควรหลีกเลี่ยง

“คุณชายหนานโปรดวางใจ เชื่อมั่นในตัวซูเอ๋อร์เถิด” เฟิ่งหลิงเอ่ยปากปลอบ หนานฟางเฟยเก็บสีหน้า ผงกศีรษะแล้วจึงเดินออกไปพร้อมเฟิ่งหลิง

อวิ๋นซูตรวจร่างกายของหนานฟางเยี่ยนอย่างละเอียด มีเหงื่อไหลโทรมกาย มือทั้งสองเย็นเยียบ สีหน้าขาวซีด…

ในใจของนางเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี เริ่มถอดอาภรณ์ของหนานฟางเยี่ยนทีละชั้น ไม่นานก็พบฝีเล็กๆ บริเวณแผ่นหลังของดรุณีน้อย!

หรือว่านี่คือ…

เวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา [1] อวิ๋นซูเดินออกมาจากในห้องด้วยสีหน้าหนักอึ้ง

“พระชายา น้องสาวของกระหม่อมเป็นอย่างไรบ้าง?” หนานฟางเฟยเดินเข้ามาด้วยท่าทีร้อนใจ

อวิ๋นซูขมวดคิ้วหนักยิ่งขึ้น “อาการของคุณหนูหนาน เกรงว่าจะเป็นโรคระบาด!”

“อะไรนะ? โรคระบาด? เหตุใดเยี่ยนเอ๋อร์จึงติดโรคระบาดได้?” หนานฟางเฟยยากจะเชื่อยิ่งนัก โรคระบาดเป็นโรคที่รักษาไม่หาย!

“ก่อนหน้านี้ ยามซูเอ๋อร์อยู่ที่แคว้นเฉินเคยพบกับโรคระบาดมาก่อน อาการคุณหนูหนานในยามนี้เหมือนกับโรคระบาดตอนนั้นจริงๆ” นางชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นจึงมองไปยังหนานฟางเฟยด้วยสีหน้าจริงจังเป็นอย่างยิ่ง “คุณชายหนานทราบหรือไม่ว่าระยะนี้คุณหนูหนานไปที่ใดมาบ้าง? สัมผัสกับผู้ใดบ้าง?”

ในใจของหนานฟางเฟยเต็มไปด้วยความสับสน “เจียงหนาน! ช่วงนี้เยี่ยนเอ๋อร์ไปท่องเที่ยวที่เจียงหนาน…แต่…การเดินทางนี้มีคนมากมาย เหตุใดจึงติดโรคระบาดได้?”

“โรคระบาดมีระยะเวลาที่ไม่แสดงอาการอยู่ช่วงหนึ่ง และไม่ใช่ว่าทุกคนที่ป่วยจะมีอาการเช่นนี้ เชื่อว่าวันนี้คุณหนูหนานจะต้องอารมณ์พลุ่งพล่านจึงทำให้อาการที่เก็บซ่อนภายในร่างกายปะทุออกมา โรคระบาดชนิดนี้อันตรายมาก หากรักษาไม่ระวังจะมีอันตรายถึงชีวิต” อวิ๋นซูอธิบายเสียงขรึมเพื่อให้หนานฟางเฟยเตรียมใจ

บุรุษตื่นตะลึง เขาย่อมรู้ถึงความร้ายกาจของโรคระบาด ทั้งยังเข้าใจในคำพูดของอวิ๋นซูเป็นอย่างดี พลันนั้นจึงยกชายอาภรณ์คารวะให้อวิ๋นซู “ผู้น้อยแซ่หลานขอร้องแทนน้องสาว พระชายาโปรดอย่าคิดเล็กคิดน้อยกับความผิดก่อนหน้านี้ พระชายาโปรดช่วยชีวิตน้องสาวกระหม่อมด้วยเถิด!”

“คุณชายหนานไม่จำเป็นต้องมากมารยาท!” อวิ๋นซูรีบยื่นมือไปประคองเขา ความจริงนางให้อภัยหนานฟางเยี่ยนนานแล้ว หรืออาจเรียกได้ว่าไม่เคยคิดโกรธเคืองมาก่อน “ซูเอ๋อร์จะพยายามเต็มที่แน่นอน!”

อวิ๋นซูหมุนตัวเดินไปข้างโต๊ะหนังสือ เขียนเทียบยาโดยพลัน จากนั้นจึงส่งให้บุรุษเบื้องหน้า

หนานฟางเฟยรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนัก เกรงว่ากระทั่งชาตรีก็ยังมิอาจเทียบได้กับความใจกว้างของสตรีนางนี้…

คิดไม่ถึงว่าตอนนี้กลับเป็นตระกูลหนานที่นำความยุ่งยากมาให้นาง

“ให้คนอื่นในจวนมาตรวจร่างกายอีกครั้งด้วย คุณชายหนาน…ต้องดำเนินการให้เร็ว!” สีหน้าของอวิ๋นซูเคร่งขรึม จะต้องเตรียมพร้อมให้รอบด้านในขณะที่ยังควบคุมสถานการณ์ได้

“ฟางเฟยเข้าใจแล้ว!” เขามองไปในห้องด้วยความลังเล จากนั้นจึงมองไปยังสตรีที่พึ่งพาได้เบื้องหน้าอีกครั้ง เขาเชื่อนาง! นางจะต้องช่วยเยี่ยนเอ๋อร์ได้แน่นอน

ยามนี้หนานฟางเยี่ยนยังคงสลบไสลไม่ได้สติ เรือนผมถูกเหงื่ออาบย้อมจนชื้น ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยความอึดอัดราวกับกำลังอยู่ท่ามกลางฝันร้าย

“ซูเอ๋อร์ คุณหนูตระกูลหนานเป็นโรคระบาดจริงหรือ?” เฟิ่งหลิงเดินตามเข้ามา เมื่อเห็นใบหน้าโศกเศร้าของอวิ๋นซูจึงปรายตามองผ่านไหล่นางไป

อวิ๋นซูดึงมือที่เพิ่งจับชีพจรเสร็จกลับมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด “”โรคระบาดนี้ไม่เหมือนกับโรคที่พวกเราเคยพบ เกรงว่าสถานการณ์ทางเจียงหนานคงไม่ดีนัก!

“ความหมายของซูเอ๋อร์ก็คือ…”

พวกเขาเคยร่วมฝ่าฟันการต่อสู้กับความเป็นความตายมาด้วยกัน กระทั่งเฟิ่งหลิงยังเกือบตายมาแล้ว หากเป็นโรคระบาดเช่นเดียวกับที่แคว้นเฉินจริงๆ เช่นนั้นจะมีผู้คนมากน้อยเพียงใดที่จะได้รับความลำบาก!

ดวงตาของเฟิ่งหลิงมืดครึมลง มองไปด้านนอก “ศิษย์พี่!”

บุรุษรูปงามเดินเข้ามาโดยพลัน “องค์ชายมีสิ่งใดจะรับสั่ง?”

“ลำบากศิษย์พี่ออกไปตรวจสอบข้างนอกด้วย ตอนนี้สถานการณ์ในเจียงหนานไม่ปกติ!”

“มอบให้ข้าอย่างวางใจเถิด!” หลานอวิ๋นมองไปยังดรุณีน้อยที่อยู่บนเตียงด้วยสายตาลึกล้ำ จากนั้นจึงจากไปด้วยใบหน้าเคร่งขรึม

…

คืนนี้สตรีสุขุมเยือกเย็นอยู่ข้างกายหนานฟางเยี่ยนตลอด ดูแลโดยไม่ขาดตกบกพร่อง

ยามจื่อ [2] อวิ๋นซูเช็ดเหงื่อบนหน้าผากให้ดรุณีน้อยเบาๆ หนานฟางเยี่ยนส่งเสียงสลึมสลือ ค่อยๆ ได้สติขึ้นมา เมื่อเห็นว่าข้างกายตนมีสตรีผู้โลภในชื่อเสียงเกียรติยศนั่งอยู่จึงตกใจกระทั่งยันตัวขึ้นคิดจะเดินจากไป ไม่นึกว่าเพียงออกแรงจะทำให้นางหน้ามืดจนต้องพิงตัวกลับไปอีกครั้ง

“คุณหนูหนานอย่าเพิ่งลุก…”

อวิ๋นซูกล่าวเตือน กำลังคิดจะประคองดรุณีน้อย ทว่าเมื่อหนานฟางเยี่ยนเห็นดังนั้นจึงยื่นมือออกไปปัดมือของอวิ๋นซูออก “เจ้าออกไป! สตรีชั่วช้าเช่นเจ้าจะต้องรู้นานแล้วว่าข้ากลั่นแกล้งเจ้าใช่หรือไม่? ดังนั้น…ดังนั้นเจ้าจึงวางยาพิษข้า คิดจะใช้วิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน!”

ดรุณีน้อยเบื้องหน้าไม่คิดปกปิดความเกลียดชังที่ตนมีต่ออีกฝ่ายแม้แต่น้อย ทว่าอวิ๋นซูกลับไม่เคยเก็บไปใส่ใจ หากนางไม่ยอมร่วมมือ เกรงว่าสถานการณ์จะยิ่งเลวร้าย

“คุณหนูหนานเคยได้ยินเรื่องโรคระบาดหรือไม่?”

เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา หนานฟางเยี่ยนพลันสีหน้าเปลี่ยนไป

“เจ้า…เจ้าอย่ามาทำให้ข้าตกใจหน่อยเลย! ข้า…ข้าไม่กลัว!” แม้ปากหนานฟางเยี่ยนจะกล่าวเช่นนี้ แต่ในใจกลับถูกคำว่าโรคระบาดทำเอาตกใจไปแล้ว

แต่เมื่อมองไปยังสีหน้าเปี่ยมกังวลของอวิ๋นซู อีกทั้งเมื่อยกมือขึ้นมาพบว่าหลังมือของตนมีฝีเกิดขึ้นเมื่อใดก็ไม่อาจทราบ สีหน้าของหนานฟางเยี่ยนพลันเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ “เจ้า…เจ้าจะต้องหลอกข้าเป็นแน่ ข้าจะติดโรคระบาดได้อย่างไร? ใช่แล้ว เจ้าหลอกข้า! หากข้าเป็นโรคระบาด เหตุใดเจ้ายังกล้ามาเฝ้าอยู่ในห้องอีก? หรือเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะนำโรคระบาดมาติดเจ้า? เจ้า เจ้าจะต้องจงใจแก้แค้นข้าเป็นแน่ หลอกพี่ชายข้า ทั้งยังคิดใช้วิชาแพทย์ทำให้ข้าตาย!”

เมื่อต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาที่ไร้เหตุผลของหนานฟางเยี่ยน อวิ๋นซูกลับทำเพียงวางของในมือลง ดวงตาเต็มไปด้วยความครุ่นคิด “อวิ๋นซูรู้ดีว่าคุณหนูหนานนับถือคุณชายหนานเป็นอย่างยิ่ง ระยะนี้จึงลำบากไม่น้อยเพื่อพี่ชายของตน แต่อวิ๋นซูหวังว่าเรื่องนี้คุณหนูหนานจะรู้จักแยกแยะ รักษาตนเองไปอย่างสงบ เพื่อตนเองและเพื่อคุณชายหนานด้วย”

“เจ้า…เจ้าอย่าได้กล่าวเช่นนี้ ข้าไม่ให้อภัยเจ้าแน่…เจ้าทรยศพี่ชายข้า…”

“คุณหนูหนานคิดแทนพี่ใหญ่ของตนเช่นนี้นับเป็นสตรีที่ดีคนหนึ่งจริงๆ ข้าก็เคยมีน้องสาว เพียงแต่น่าเสียดายที่ตอนนี้นางไม่อยู่แล้ว ยามนี้เมื่อคิดดู ข้ากลับอิจฉาพวกเจ้าอยู่หลายส่วน หากได้ย้อนกลับไปอีกครั้ง ไม่รู้ว่าพวกข้าจะพึ่งพากันและกันเช่นพวกเจ้าได้หรือไม่”

นางมีน้องสาวด้วยหรือ? หนานฟางเยี่ยนค่อยๆ สงบลง ตนเองทำเช่นนี้กับนาง นางยังกล่าวว่าตนเป็นสตรีที่ดี…

“คุณหนูหนานคงไม่ทราบว่าเมื่อครู่คุณชายหนานกังวลเพียงใด เจ้าไม่อยากเห็นเขาปวดใจใช่หรือไม่? อวิ๋นซูอยากให้คุณหนูหนานเข้าใจ วาสนาบนโลกนี้ไม่มีถูกผิด หลายเรื่องไม่อาจพูดได้ชัดเจน หากคุณหนูหนานโกรธอวิ๋นซู ก็จงรักษาตัวให้หายดี เช่นนี้จึงจะมีโอกาสไล่อวิ๋นซูออกไปจากจวนได้”

“เจ้า…”

จู่ๆ หนานฟางเยี่ยนก็สงบลงมาก แม้ในใจจะรู้สึกอัดอั้นตันใจ แต่ยังพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา นางคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าอวิ๋นซูจะไม่ติดใจกับความผิดในอดีต ทั้งยังปลอบใจนางเช่นนี้ กระทั่งไม่มีเจตนาตำหนิตามแม้แต่น้อย…

“ขอโทษ!” หนานฟางเยี่ยนกัดริมฝีปาก แม้ไม่ยินยอมพร้อมใจ แต่ยังกล่าวคำพูดนี้ออกมา

อวิ๋นซูแย้มยิ้มเล็กน้อย รู้สึกว่าหนานฟางเยี่ยนในยามนี้น่ารักยิ่งนัก

“เช่นนั้น…เช่นนั้นข้าจะตายหรือไม่?” เนิ่นนานผ่านไป หนานฟางเยี่ยนจึงเอ่ยถามเสียงเบา

“ไม่!”

คำตอบง่ายๆ เพียงคำเดียวกลับเต็มไปด้วยความกล้าหาญ ทำให้หนานฟางเยี่ยนวางความหวาดกลัวในใจลงได้ในที่สุด บางทีนางมิได้เลวร้ายเช่นที่ตนจินตนาการกระมัง? มิเช่นนั้นเชื่อนางสักครั้งก็แล้วกัน…

——————————-

คำอธิบายเพิ่มเติม

[1] เวลาหนึ่งถ้วยชา เท่ากับสิบห้านาที

[2] ยามจื่น คือ 23.00 – 24.59 น.

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "เล่มที่ 33 ตอนที่ 980 ปรับความเข้าใจ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. na

    นิยายเรื่องนี้ โรคระบาดหาง่ายกว่าโสมเสียอีก ไม่มีมุขอะไรก็โรคระบาดโผล่

    10/08/2025 at 15:09 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdgsdfrh84
ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด
06/06/2026
624bc07dTeTL2Kdj
สตรีมเมอร์สาว กินพิชิตอวกาศ [她靠吃播征服星际
06/08/2023
book-1629315464
บัลลังก์หมอยาเซียน
10/08/2022
QWhAtB
ทะลุมิติมาเป็นตัวประกอบทั้งทีขอมีความสุขกว่านางเอกก็แล้วกัน! -จบบริบูรณ์-
08/03/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.