หมอพิษชั้นหนึ่ง - เล่มที่ 35 ตอนที่ 1032 ครึ่งคนครึ่งผี
เล่มที่ 35 ตอนที่ 1032 ครึ่งคนครึ่งผี
ในบ้านธรรมดาหลังหนึ่ง ในอาากาศฟุ้กระจายไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้น
“ไท่ซ่างหวง…” ผู้อาวุโสกวนตระกูลอู่นำเลือดอุ่นๆ ขึ้นถวายอย่างระมัดระวัง ยังไม่ทันกล่าวจบก็ถูกบุรุษแย่งถ้วยกระเบื้องที่บรรจุโลหิตไป ยกขึ้นดื่มคำใหญ่
เส้นผมที่คละเคล้าไปด้วยสีเงินทั้งศีรษะยามนี้สยายอยู่บนบ่าราวกับคนเสียสติ มิได้ดูมีสง่าราศีและเป็นระเบียบเช่นในอดีตอีก
ใบหน้าที่เดิมทีงดงามหล่อเหลา ยามนี้กลับเต็มไปด้วยกระสีดำเล็กใหญ่ทั่วทั้งหน้า ดูแก่ชราและน่ากลัวยิ่งกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก
ผู้อาวุโสตระกูลอู่ก้มหน้าไม่กล้ามอง ได้ยินเสียงเพล้งดังขึ้น ไท่ซ่างหวงปาถ้วยกระเบื้องที่ดื่มหมดแล้วลงพื้นจนแตกกะรจาย “ไป! นำมาให้ข้าอีก! ไม่พอ ยังไม่พอ!”
เสียงแหบแห้งเจือไปด้วยความบ้าคลั่ง ในดวงตาของบุรุษไม่มีประกายอบอุ่นใดๆ อยู่อีก เขามองไปยังมือทั้งสองที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นของตน จู่ๆ ก็คว้าตัวผู้อาวุโสตระกูลอู่บนพื้นขึ้นมา จ้องไปในดวงตาเขาอย่างน่ากลัว
“เพราะเหตุใด ดื่มไปมากมายเพียงนี้แล้วกลับยังไม่ฟื้นฟูไปมีสภาพเหมือนเมื่อก่อนอีก? ยาอายุวัฒนะยังไม่พอใช่หรือไม่? หลอมอีก! ไม่ว่าจะต้องสังหารคนมากเพียงใดก็ต้องหลอมออกมาอีกหลายเม็ด!”
“ฝ่าบาท แต่ว่า…”
ไม่นึกว่าผู้อาวุโสตระกูลอู่กลับเผยสีหน้าลังเลออกมา
พวกเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงของไท่ซ่างหวงที่เกิดขึ้นในระยะนี้กันทั้งสิ้น ในที่สุดจึงได้เข้าใจ ยาอายุวัฒนะสำเร็จเพียงครึ่งเดียว มิเช่นนั้นคงไม่ทำให้บุรุษเบื้องหน้าเปลี่ยนไปมีสภาพคนไม่ใช่ผีไม่เชิงเช่นนี้
เส้นผมครึ่งดำครึ่งขาวที่แผ่สยายของอีกฝ่าย ทั้งยังมีใบหน้าที่ดูผิดปกติจนบรรยายไม่ถูกและบาดแผลที่ไม่ว่าจะรักษาอย่างไรก็ไม่หายนั่นอีก
สุดท้ายแล้ว…ยังคงล้มเหลวโดยสิ้นเชิง…
“แต่อะไร? เจิ้นขอสั่งพวกเจ้า พรุ่งนี้! เจิ้นต้องการยาอายุวัฒนะพรุ่งนี้!”
พรุ่งนี้?!
ผู้อาวุโสตระกูลอู่ยังไม่ทันมีปฏิกิริยากลับมาก็ถูกผลักออกไป กระทั่งเผลอไปสบตาที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งของไท่ซ่างหวง “ออกไปเสีย หากพรุ่งนี้เจิ้นไม่เห็นยาอายุวัฒนะ เจ้า…ก็ไม่ต้องทำยาอายุวัฒนะแล้ว!”
บุรุษบนพื้นร่างกายแข็งทื่อ จากนั้นจึงก้มหน้าลง “กระหม่อม…น้อมรับพระบัญชา”
ไท่ซ่างหวงดึงสายตากลับมาจากร่างของผู้อาวุโสตระกูลอู่ หยิบกระจกขึ้นมาจากด้านข้าง มองไปยังใบหน้าเละเทะจนแยกไม่ออกของตนในกระจก อารมณ์ขุ่นมัวขึ้นเรื่อยๆ
ได้ยินเสียงโครมครามดังขึ้น เขาทำลายกระจกทองเหลืองในมืออีกครั้ง “ไสหัวไป! ไสหัวไปให้หมด! เจิ้นจะไม่แพ้! เจิ้นจะไม่ตาย! เจิ้นจะทำให้พวกมันได้เห็น คนที่หัวเราะเป็นคนสุดท้ายจะต้องเป็นเจิ้น! เจิ้นจะเปลี่ยนแปลงชะตาฟ้าดิน เจิ้น…”
ไท่ซ่างหวงร่างกายโซเซ ทัศนวิสัยเบื้องหน้าพร่ามัวไปในพริบตา เขารีบยื่นมือไปยันโต๊ะไม้ด้านข้างเอาไว้ก่อนจะนั่งลง
ไม่นานในห้องก็เหลือเพียงลมหายใจกระชั้นถี่ของเขา
ในห้องอันมืดอึมครึมอีกด้านหนึ่ง ผู้อาวุโสตระกูลอู่หลายคนนั่งล้อมอยู่ด้วยกัน บนใบหน้าเต็มไปด้วยความลังเล เริ่มหมดความอดทน
“ในระยะเวลาสั้นๆ เพียงวันเดียวคงไม่อาจหลอมยาอายุวัฒนะขึ้นมาได้แน่”
“อืม เป็นเช่นนั้นจริงๆ”
เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ผู้อาวุโสหลายคนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แตกต่างไปจากเดิม
“ได้ยินว่าช่วงนี้กองทัพของไท่ซ่างหวงเริ่มแพ้แล้ว ดูเหมือนพวกเขาจะสร้างอาวุธที่ร้ายกาจมากออกมา ต่อให้เป็นยาพิษของพวกเราก็สู้ไม่ได้”
“่กล่าวเช่นนี้ ไท่ซ่างหวง…จะแพ้แล้วหรือ?”
เมื่อคำนี้ถูกกล่าวออกมา ผู้อาวุโสหลายท่านพลันสบตากัน คล้ายมีอารมณ์บางอย่างค่อยๆ แผ่ขยาย ความลึกล้ำที่ปรากฏในดวงตาเช่นนั้น สามารถเข้าใจกันโดยไม่จำเป็นต้องพูด
“ตอนนี้หน่วยลอบสังหารของจักรพรรดิเหลียนออกตามหาร่องรอยของไท่ซ่างหวงไปทั่ว ตระกูลอู่ของพวกเราเสียคนไปไม่น้อยกว่าจะหาสถานที่ปลอดภัยเช่นนี้เพื่อซ่อนตัวได้ชั่วคราว”
“ใช่แล้ว ทว่าไท่ซ่างหวงชอบระเบิดโทสะ กล่าวว่าบ้านนี้ไม่สบาย กล่าวว่าตระกูลอู่ของพวกเราไม่รับผิดชอบหน้าที่ ไม่พิจารณาสถานการณ์ในตอนนี้เลย”
“ตระกูลอู่ของพวกเราซื่อสัตย์ภักดีกับพระองค์มาหลายปี แต่ไท่ซ่างหวงไม่เห็นพวกเราเป็นคนแม้แต่น้อย”
“หากสามารถหลอมยาอายุวัฒนะขึ้นมาได้จริงๆ เหตุใดต้องมอบให้เขาด้วย? ผู้ใดบ้างไม่อยากเป็นอมตะ?”
“กล่าวได้ถูกต้อง หากไม่มีพวกเราไท่ซ่างหวงคงถูกคนของฝ่าบาทจับตัวไปนานแล้ว ตอนนี้…”
ผู้อาวุโสหลายคนกล่าวคำในใจออกมาจนหมดเปลือก คล้ายพบผู้มีความเห็นตรงกัน
พวกเขาค่อยๆ ยืดตัวตรง ในดวงตาเกิดประกายบางอย่าง
“ถึงเวลาที่พวกเราควรคิดเรื่องอนาคตของตระกูลอู่แล้ว”
ภายในห้องอันมืดอึมครึม เสียงหัวเราะดังคละเคล้ากันไป
ประกายบางอย่างถูกยิงเข้าไปในห้องผ่านประตูที่เปิดออกเล็กน้อย ไม่นานก็เกิดเสียงกรีดร้องตามมา
เด็กผู้อยู่ในสภาพย่ำแย่เนื้อตัวสกปรกมอมแมมพากันขดตัวอยู่ในห้องราวกับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย พากันร้องไห้ออกมาไม่หยุด
“พาพวกเขาไป! ไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว!”
“ขอรับ!”
ลูกศิษย์ตระกูลอู่หลายคนทะยานตัวเข้าไปในห้อง พาเด็กทั้งหมดออกไปในพริบตา
ยามค่ำคืนผู้คนเงียบสงัด เงาดำหลายสายพุ่งทะยานเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว สายลมพัดมา บ้านหลังเล็กจมลงสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
…
ขณะนี้จักรพรรดิเหลียนที่อยู่ในพระราชวังแห่งแคว้นเหลียนได้รับรายงานจากแนวหน้าแล้ว กองทัพของพระองค์เอาชนะทหารเดนตายของไท่ซ่างหวงได้อย่างยิ่งใหญ่ อาวุธที่กู้สวิ๋นฟางสร้างมีพลังทำลายล้างมหาศาล ทำให้กองทัพศัตรูยากจะรับไหว!
“ดี! ดียิ่ง!”
ช่างทำให้พระองค์จะรู้สึกยินดีจริงๆ บนพระพักตร์ของจักรพรรดิเหลียนปรากฏรอยสรวลอย่างมิอาจควบคุม เชื่อว่าอีกไม่นานกองทัพของไท่ซ่างหวงคงถูกทำลายย่อยยับ!
บุรุษหน้าโต๊ะทรงอักษรค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ทอดมองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนด้านนอก พระองค์รอไม่ไหวแล้ว ทนรอดูสภาพน่าอนาถของไท่ซ่างหวงไม่ไหวแล้ว!
ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงรายงานดังแว่วมา
“ทูลฝ่าบาท ท่านอัครมหาเสนาบดีขอเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”
“ซือถูเจินหรือ? ให้เขาเข้ามา!”
บุรุษหนุ่มเหยียบย่างเข้ามาในห้องทรงอักษร ในมือมีจดหมายฉบับหนึ่ง “ฝ่าบาท!”
“ท่านซือถูเจิน รีบร้อนเพียงนี้ หรือจะมีเรื่องเหนือคาดอันใด?”
ในดวงตาของซือถูเจินมีประกายยินดีอันยากอธิบายเต้นระริก “ฝ่าบาท กระหม่อมได้รับสารลับฉบับหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ”
อีกฝ่ายส่งสารลับในมือไปให้จักรพรรดิเหลียนอย่างอดรนทนไม่ไหว จักรพรรดิเหลียนเปิดออกอ่าน ในดวงเนตรเต็มไปด้วยความยินดี “นี่ นี่เป็นเรื่องจริงหรือ? ไท่ซ่างหวงซ่อนตัวอยู่ที่นี่จริงหรือ?”
“ฝ่าบาท กระหม่อมยังได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาอีกอย่างหนึ่ง กล่าวว่าสารลับถูกส่งมาจากคนตระกูลอู่ ดูท่าทาง…”
จักรพรรดิเหลียนเข้าใจความหมายในคำพูดของเขาได้โดยพลัน ความหมายของซือถูเจินก็คือทุกคนในตระกูลอู่ทรยศไท่ซ่างหวงแล้วหรือ?
ความจริงเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว ผู้มีตาทุกคนย่อมมองออกว่าไท่ซ่างหวงไม่มีโอกาสชนะแม้แต่น้อย โอกาสที่สารลับของตระกูลอู่ฉบับนี้จะเป็นกับดักจึงมีน้อย เชื่อว่าพวกเขาอยากหลุดจากการควบคุมของไท่ซ่างหวงและซื้อเวลาให้ตัวเองจึงส่งข้อมูลนี้มาให้ ถึงขั้นเปิดเผยที่อยู่ของไท่ซ่างหวงในยามนี้ให้ศัตรู!
เพื่อยืมมือพระองค์กำจัดไท่ซ่างหวง ทำให้ตระกูลอู่เป็นอิสระอย่างสิ้นเชิง!
แล้วเหตุใดจะไม่ยินดีเล่า?
เกรงว่าแม้ในยามฝันไท่ซ่างหวงคงคิดไม่ถึงว่าตนจะถูกทุกคนทรยศเร็วเพียงนี้! กระทั่งตระกูลอู่สายในที่ซื่อสัตย์ภักดีมาหลายปีก็ยังไปจากเขา!
แม้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จักรพรรดิเหลียนตัดสินพระทัยแล้ว คราวนี้พระองค์จะไม่อ่อนข้อให้อีกเป็นอันขาด!
“เรื่องนี้ขอมอบให้ท่านซือถูเจินจัดการ! หากจับตัวไท่ซ่างหวงกลับมาได้จะเป็นการดีที่สุด แต่หากไม่ได้…”
ดวงตาซือถูเจินเปล่งประกาย “กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา!”
…
เช้าวันต่อมา บุรุษบนเตียงสะดุ้งตื่น หยัดกายลุกขึ้นนั่ง มองไปยังท้องฟ้าด้านนอกที่สว่างจ้าไปนานแล้ว
“เด็กๆ!”
ไม่นานองครักษ์ผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวเบื้องหน้าไท่ซ่างหวง
“คนตระกูลอู่เล่า? เลือดของวันนี้ เหตุใดยังไม่มาส่งอีก”
ไท่ซ่างหวงรู้สึกลำคอแห้งผากยากทานทน มีเพียงโลหิตเด็กที่ต้องดื่มทุกวันวันละหลายถ้วยเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกสบายขึ้นได้ ตอนนี้ควรมีคนนำเลือดมาส่งนานแล้ว
“กระหม่อมจะไปดูพ่ะย่ะค่ะ”
สีหน้าของไท่ซ่างหวงมืดครึ้มลง ค่อยๆ เดินไปนั่งลงด้านข้าง ยกชาขึ้นดื่มลงไปอึกหนึ่ง ทว่าไม่นานก็ต้องคายออกมา ในดวงตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด มองไปยังโต๊ะเก้าอี้ธรรมดารอบด้าน คิดในใจว่าชีวิตนี้ของตนไม่เคยลำบากเพียงนี้มาก่อน
นึกไม่ถึงว่าองครักษ์ที่เพิ่งถอยไปเมื่อครู่นี้จะวิ่งกลับมาด้วยความกระวนกระวาย
“ทูลไท่ซ่างหวง ผู้อาวุโสตระกูลอู่ทั้งหลาย…หายไปหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
หายไปแล้ว? หายไปแล้วหมายความว่าอย่างไร…
ห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดถูกเก็บกวาดจนว่างเปล่า องครักษ์ทั้งหลายยืนอยู่หลังไท่ซ่างหวงด้วยสีหน้าหนักอึ้ง สัมผัสได้ถึงความบ้าคลั่งที่แผ่ออกมาจากร่างของบุรุษผู้นี้
ถึงกับหนีไปอย่างสะอาดสะอ้านเช่นนี้เชียวหรือ? สมุนไพรทั้งหมด เตาหลอมยาทั้งหมด ล้วนหายไปไม่เหลือร่องรอย
“ฮ่าๆ ดี ดียิ่ง! พวกคนตระกูลอู่ไม่รู้จักบุญคุณ!”
คำพูดเล็ดลอดออกมาจากฟันที่ขบแน่น ดวงตาของไท่ซ่างหวงเย็นยะเยือกจนผิดปกติ หรือพวกเขาคิดว่าตนเป็นอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน? ถึงได้ทรยศในช่วงเวลาเช่นนี้!
ได้ยินเสียงโครมครามดังขึ้น ไท่ซ่างหวงคว้ากาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาปาลงพื้นอย่างแรง องครักษ์ทั้งหมดรีบคุกเข่าลง “ไท่ซ่างหวงโปรดระงับโทสะ!”
“ไป! ไปจับตัวคนทรยศเหล่านั้นกลับมา! เจิ้นจะให้พวกมันรู้ถึงจุดจบที่กล้าทรยศเจิ้น!”
พวกเพ้อฝัน! คิดว่าไม่มีตระกูลอู่แล้วตนจะไม่มีทางผงาดขึ้นมาได้หรือไร? น่าขันจริงๆ…เขายังไม่แพ้! และเขาจะไม่แพ้!
ตอนนี้เอง ด้านนอกมีองครักษ์กลุ่มหนึ่งทะยานเข้ามาด้วยท่าทีร้อนรน
“แย่แล้ว! ฝ่าบาท พวกเราพบทหารกองใหญ่บริเวณตีนเขา! ร่องรอยของพวกเราถูกเปิดเผยแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
อะไรนะ?
ไม่นานก็ได้ยินเสียงดังสนั่น พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างแรง ด้านนอกถึงกับเกิดเสียงฆ่าฟันดังแว่วมา
มือสังหารกลุ่มใหญ่เข้าต่อสู้ตัวพันอยู่กับองครักษ์ของไท่ซ่างหวง พริบตาเดียวทุกที่พลันเต็มไปด้วยประกายดาบเงากระบี่ การโจมตีคราวนี้รวดเร็วเกินไปทำให้พวกเขาคาดไม่ถึง ผู้ใดก็ไม่คิดว่าจะถูกกองทัพไล่ตามมาที่นี่เร็วเพียงนี้!
“เร็วเข้า! ปกป้องไท่ซ่างหวง!”
สีหน้าของไท่ซ่างหวงย่ำแย่จนบอกไม่ถูก องครักษ์ทั้งหลายคุ้มครองเขาออกไปจากห้องโดยใช้เส้นทางเล็กๆ ด้านหลัง นึกไม่ถึงว่ากลับมีการซุ่มโจมตีรออยู่ที่นั่น
มือสังหารนับไม่ถ้วนถาโถมเข้ามาจากทั่วทุกสารทิศ ล้อมพวกเขาเอาไว้ในพริบตา
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ไท่ซ่างหวงรู้สึกเจ็บปวดบริเวณหัวใจ ร่างกายสั่นสะท้านกระทั่งล้มลงไปด้านหลัง ได้ยินเสียงฟุ่บดังขึ้นใต้เท้า ทุกคนยังไม่ทันมีปฏิกิริยากลับมา ใบไม้ที่กองหนาบนพื้นพลันปลิวกระจาย ตาข่ายขนาดใหญ่ที่ถูกซ่อนอยู่ด้านในถูกกระตุกขึ้นกักคนเหล่านี้ไว้โดยไม่มีการกล่าวเตือน ก่อนจะถูกยกขึ้นสูง
“จับได้แล้ว!”
รอบด้านเต็มไปด้วยเสียงแห่งความยินดี พริบตาเดียวมือสังหารทั้งหมดก็มารวมตัวกันอยู่ใต้ต้นไม้ เกิดประกายสีเงินส่องสว่าง องครักษ์ที่ถูกปิดล้อมด้วยกันกับไท่ซ่างหวงถูกกระบี่แทงสังหาร ส่วนบุรุษตรงกลางกำลังกุมหัวใจตนด้วยท่าทีเจ็บปวด
สติสัมปชัญญะพร่าเลือน ทุกสิ่งเบื้องหน้าคล้ายแปรเปลี่ยนเป็นเงาอันไร้ที่สิ้นสุด ในใจมีเสียงหนึ่งตะโกนก้อง ไม่ เป็นไปไม่ได้ เขา เขาจะไม่แพ้…