บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2184 ขโมยไก่ไม่สำเร็จ
บทที่ 2184 ขโมยไก่ไม่สำเร็จ
ทันใดนั้น เฟิงอู๋จี้ก็ส่ายหน้า
แม้เซียวเจี่ยนผู้นี้จะแข็งกร้าว แต่เขาจะเทียบซูอี้ได้เช่นไร?
นั่นคือตำนานผู้กล้าไม่เห็นจอมเทพอยู่ในสายตาเชียวนะ!
ส่วนเซียวเจี่ยนผู้นี้……
เฮอะ ก็แค่ผู้อาศัยฐานะผู้มีสายเลือดมังกรคบเพลิงของตน จึงกล้าหยิ่งผยองเท่านั้น
ไม่นานนัก ดาบหักนามท่องสราญก็ถูกซูอี้เก็บไป
และยังถือได้ว่าเป็นการคืนสู่มือของเจ้าของเดิม
ต่อจากนั้น ฮูหยินฉี่เวยได้นำสมบัติหายากอันไม่อาจพานพบได้ในตลาดออกมาเรียงกัน
แต่ทุกผู้กลับไม่ได้สนใจ
ซูอี้ถือโอกาสนี้ซื้อโอสถไร้เทียมทานสามเม็ดที่มีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูบาดแผลของเขา
โดยใช้ผลึกเทพอมตะไปอีกเกือบสองร้อยชิ้น
ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้มีอำนาจคนอื่นๆ ที่นี่ดูอิจฉาตาร้อน
ถึงจุดนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ยืนยันได้แล้วว่าเซียวเจี่ยนผู้สืบสายเลือดมังกรคบเพลิงนั้นยิ่งผยองมั่งคั่ง เงินตรามิขาดมือ!
“นี่คือแผนที่ลับเกี่ยวข้องกับ ‘ถ้ำอสูรอัสนีสังหาร’ ซึ่งมาจากผู้อาวุโสจอมเทพผู้หนึ่งของหอการค้ากิเลนของข้า”
เมื่อฮูหยินฉี่เวยกล่าวเช่นนี้ ซูอี้ก็สังเกตเห็นชัดเจนว่าเฟิงอู๋จี้มีปฏิกิริยา เผยความสนใจอย่างหาได้ยาก
สายตาของผู้ทรงอำนาจคนอื่นๆ ต่างก็มองเฟิงอู๋จี้อย่างค่อนข้างสนใจเช่นกัน
เพราะในทวีปเทพอัคคีทักษิณทุกวันนี้ ทุกผู้ต่างทราบว่าบรรพปีศาจราหูแห่งตระกูลเฟิงโบราณได้รับบาดเจ็บสาหัส ติดอยู่ในถ้ำอสูรอัสนีสังหาร เป็นตายไม่อาจทราบ!
และในที่สุด ซูอี้ก็เชื่อว่าการคาดเดาก่อนหน้านี้ของเขาถูกต้อง เฟิงอู๋จี้มาที่นี่เพื่อช่วยปีศาจราหู!
แต่เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าเฒ่าราหูจะกล้าไปยังถ้ำอสูรอัสนีสังหาร
ที่แห่งนั้นเป็นหนึ่งในเขตหวงห้าม ณ ทวีปเทพอัคคีทักษิณ อันตรายหาธรรมดาไม่ แม้ผู้มาเยือนจะเป็นจอมเทพหล่อหลอมขั้นเก้า โอกาสตายก็มีมากกว่ารอดลิบลับ!
“ข้าต้องการแผนที่ลับนี่ ขอให้ฮูหยินฉี่เวยประกาศราคาด้วยเถิด”
เฟิงอู๋จี้แถลงอย่างเด็ดเดี่ยว
“เฮอะ”
ชายชราชุดทองจากศาลมารสะบั้นสรวงแค่นยิ้ม “นี่ไม่ใช่ความลับ ตาเฒ่าผู้นี้ก็สนใจแผนที่ลับนี่นัก ไม่ยอมถอยให้หรอกนะ”
สีหน้าของเฟิงอู๋จี้คล้ำเครียด
ขณะที่ผู้มีอำนาจคนอื่นๆ เผยสีหน้าสนุกสนาน
ในโลกนี้ ไม่ใช่ทุกคนอยากเห็นบรรพปีศาจราหูรอดชีวิตกลับมา!
ศาลมารสะบั้นสรวงคือหนึ่งในนั้น
เหตุผลเป็นเพราะจอมมารเจวี๋ยเทียน บรรพชนผู้ก่อตั้งศาลมารสะบั้นสรวงเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับบรรพปีศาจราหู!
ทั้งคู่ต่อสู้กันมาเกินนับปี ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างศาลมารสะบั้นสรวงและตระกูลเฟิงโบราณดำเนินตามครรลองเดียวกัน
หากผู้ใดจะยินดีที่สุดยามเกิดอันใดขึ้นกับปีศาจราหูละก็ ย่อมไม่พ้นศาลมารสะบั้นสรวง!
เฟิงอู๋จี้เองก็ทราบเรื่องนี้ และสีหน้าของเขาก็มองดูแทบไม่ได้
เขาตระหนักแล้วว่าเมื่อชายชราชุดทองผู้นั้นเข้ามาแทรกแซง แม้หนนี้จะซื้อแผนที่ลับนั่นได้ ตัวเขาก็ต้องจ่ายราคาหนักหนาสาหัสยิ่ง!
“ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าสิบผลึกเทพอมตะ”
ฮูหยินฉี่เวยแย้มยิ้มน้อยๆ และกล่าวว่า “ประมูลราคาแต่ละหน จะเพิ่มขั้นต่ำห้าผลึกเทพอมตะ”
“ร้อยชิ้น!” เฟิงอู๋จี้ให้ราคาสูงโดยไม่ลังเล
ชายชราชุดทองแย้มยิ้ม และกล่าวว่า “สองร้อยชิ้น!”
“เจ้า……”
เฟิงอู๋จี้ถลึงตาอย่างโกรธเคือง “เจ้าเฒ่าหนิวขุย เจ้าจะฉีกหน้าแตกหักกับตระกูลเฟิงโบราณของข้าจริงๆ หรือ?”
“เจ้าหนู ระวังวาจาหน่อย ผู้ใดก็เสนอราคาแข่งกันได้ในการประมูลสินค้านี้ หากอยากได้แผนที่ลับนั่น ก็ประมูลแข่งกับข้าสิ”
ชายชราชุดทองที่มีนามว่าหนิวขุยกล่าวพลางแย้มยิ้ม
ผู้เลิศล้ำคนอื่นดูสนุกสนานราวชมมหรสพ การกระทำของหนิวขุยสร้างความเสียหายยิ่งนัก และท้ายที่สุด ผลประโยชน์ก็รังแต่จะไปกองที่หอการค้ากิเลน
แต่ใครเล่าจะไม่ทราบว่าหนิวขุยกำลังจงใจหาเรื่องเฟิงอู๋จี้ เพราะต้องการให้อีกฝ่ายซื้อแผนที่ลับนั่นในราคาสูงลิ่ว?
เว้นแต่เฟิงอู๋จี้จะยอมรามือ
แต่มันเป็นไปได้ด้วยหรือ?
ตราบใดที่ตระกูลเฟิงโบราณคิดจะช่วยเหลือบรรพปีศาจราหู พวกเขาย่อมยอมทุ่มสุดตัวเพื่อซื้อแผนที่ลับนี่!
“สามร้อยชิ้น!”
เฟิงอู๋จี้สูดหายใจลึกๆ และทันทีที่เขาขานราคา หนิวขุยก็แย้มยิ้ม ชูนิ้วมือขวาทั้งห้าขึ้นกล่าว
“ห้าร้อยชิ้น!”
“หนิวขุย!!” เฟิงอู๋จี้กัดฟันกรอด ดวงตาแดงขึ้นเล็กน้อย สีหน้าบิดเบี้ยวแทบดูไม่ได้
ผลึกเทพอมตะห้าร้อยชิ้นเป็นราคาสูงละลิ่วเสียดนภา แม้ตระกูลเฟิงโบราณของพวกเขาจะยังจ่ายไหว แต่ราคาของแผนที่ลับแผ่นนี้ก็แพงขูดเลือดขูดเนื้อมากเกินไปจริงๆ
“ห้าร้อยชิ้นไม่ได้หรือ? งั้นหกร้อยไปเลย!”
หนิวขุยกล่าวยิ้มๆ
ฮูหยินฉี่เวยขมวดคิ้ว ก่อนจะกล่าวเตือนราวไม่อาจทนได้แล้ว “ท่านควรเตรียมผลึกเทพอมตะให้เพียงพอก่อนมาแข่งประมูลนะ หาไม่ หาก…”
โดยไม่รอให้นางกล่าวจบ หนิวขุยก็กล่าวขัดด้วยรอยยิ้ม “อย่าห่วงไป ฮูหยินฉี่เวย ตาเฒ่าผู้นี้มีความคิดในใจ”
“เจ็ดร้อยผลึกเซียนอมตะ!”
เฟิงอู๋จี้กัดฟันกล่าว “ถ้ายังแข่งราคาอีก ข้ารับปาก……”
ไม่ว่าใครก็เห็นได้ว่าเฟิงอู๋จี้โกรธจนแทบบ้าแล้ว
แต่ก่อนเขาจะกล่าวต่อ หนิวขุยกลับกล่าวอย่างท้าทาย “แปดร้อยผลึกเซียนอมตะ ข้าอยากเห็นจริงๆ ว่าตระกูลเฟิงโบราณของเจ้าจะยอมถอยไม่ช่วยปีศาจราหูเพียงเพราะตระหนี่ถี่เหนียวหรือไม่!”
ปัง!
เฟิงอู๋จี้เดือดดาลจนผุดลุก ดวงตาเปี่ยมจิตสังหารอย่างไร้ปิดบัง “เฒ่าหนิวขุย! เบื่อชีวิตแล้วจริงๆ หรือ?”
หนิวขุยนั่งอย่างเยือกเย็นอยู่ที่เดิม และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหนุ่มนี่ควบคุมอารมณ์ไม่ได้เลยจริงๆ แต่ที่นี่คือหอการค้ากิเลนนะ เจ้าจะกระทำการโง่เง่าได้เช่นไร?”
ฮูหยินฉี่เวยถอนหายใจ “คุณชายเฟิง โปรดระงับโทสะด้วย”
สีหน้าของเฟิงอู๋จี้คล้ำหมองไปชั่วขณะ แต่สุดท้ายเขาก็นั่งลงกับที่
ใช่แล้ว เขาจะยอมปล่อยแผนที่ลับนั่นไปไม่ได้!
ทว่าทันใดนั้น เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นในโสตของเฟิงอู๋จี้
‘ข้าก็มีแผนที่ลับของถ้ำอสูรอัสนีสังหารในมือเช่นกัน หากต้องการมัน จ่ายให้ข้าเพียงร้อยผลึกเทพอมตะก็พอ’
เฟิงอู๋จี้ตะลึงในใจ เสียงที่เขาได้ยินเป็นของเซียวเจี่ยน!
‘ข้าจะเชื่อวาจาเจ้าได้เช่นไร?’
เฟิงอู๋จี้นิ่งเงียบ ส่งกระแสปราณตอบกลับ
‘ข้าเป็นคนนอก มิโกหกเรื่องพวกนี้กับเจ้าหรอก เพราะมันไม่ได้มีผลดีต่อข้าเลยนี่นา’
ซูอี้จิบสุราในจอก
เขาไม่อาจทนมองได้แล้ว เฟิงอู๋จี้น่าจะพะวงเกี่ยวกับแผนที่ลับนั้นมากเกินไป จึงถูกหนิวขุยผู้นั้นจูงจมูกเอา
และเพราะเขารู้จักกับเฟิงอู๋จี้ กอปรกับไม่ได้มีความรู้สึกเชิงบวกต่อหนิวขุย ซูอี้จึงไม่ถือสา หากจะใช้โอกาสนี้ช่วยเฟิงอู๋จี้เสียหน่อย
“เจ้าหนุ่ม ถึงตาเจ้าแข่งราคาแล้ว”
หนิวขุยแย้มยิ้มพลางกล่าวเตือน “อย่าห่วงเลย ตาเฒ่าผู้นี้มิใช่ผู้อยากได้ก็ต้องได้ หากเจ้าเสนอราคาสูงลิ่วมา ตาเฒ่าผู้นี้ก็ทำได้เพียงปล่อยแผนที่ลับนี้ผ่านไป”
ผู้ทรงอำนาจคนอื่นๆ ล้วนดูเห็นอกเห็นใจ
เห็นได้ชัดว่าเฟิงอู๋จี้ถูกหนิวขุยต้อนจนมุมแล้ว
ทว่าทุกผู้ต่างก็ประหลาดใจเมื่อเห็นเฟิงอู๋จี้กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบ “พอแล้ว ข้าไม่แข่งต่อราคาแล้ว แผนที่ลับนี่ให้เจ้า”
บรรยากาศในโถงพลันเงียบกริบ
ทุกผู้ผงะ
รอยยิ้มบนใบหน้าของหนิวขุยนิ่งค้าง
เขากล่าวอย่างดูตกตะลึง “เจ้าคิดดีแล้วหรือ? แผนที่ลับนี่เกี่ยวพันกับความเป็นความตายของบรรพปีศาจราหูเชียวนะ แน่ใจหรือว่าจะรามือเพียงเท่านี้?”
เมื่อเห็นท่าทางตะลึงงันของเจ้าเฒ่านี่ เฟิงอู๋จี้ก็รู้สึกปรีดาในใจ และยิ้มขำพลางกล่าวว่า “ข้าไม่เพียงคิดดีแล้ว แต่ยังกระจ่างแจ้งสุดๆ ด้วย แผนที่ลับนี่ไม่เกี่ยวข้องกับข้า และคู่ควรจะเป็นของเจ้านะหนิวขุย!”
ทุกผู้ “……”
ใบหน้าเฒ่าชราของหนิวขุยพลันบึ้งตึงอย่างยิ่ง เขาเดือดดาลจนแทบอยากกระอักเลือด
เวร!!
โดนไอ้หนูนี่เล่นเข้าแล้ว!!
“หากตระกูลเฟิงโบราณของเจ้ารู้ว่าเจ้ายอมปล่อยแผนที่ลับนี่ไป ข้าเกรงว่าเจ้าคงมิอาจรับผลของมันได้กระมัง?”
หนิวขุยกล่าวด้วยสีหน้าคล้ำเครียด
“เรื่องในตระกูลข้าเกี่ยวอันใดกับเจ้า?”
หัวใจของเฟิงอู๋จี้โล่งสบายขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มของเขาเจิดจรัส “แต่ข้าก็ต้องใช้โอกาสนี้ขอแสดงความยินดีกับเจ้า เฒ่าหนิวขุยด้วย ที่ประมูลแผนที่ลับนั่นได้ในราคาแปดร้อยผลึกเทพอมตะ!”
มุมปากของทุกผู้กระตุก สีหน้าดูแปลกพิกล
หนิวขุยโกรธเสียจนตบโต๊ะอย่างดุเดือด กัดฟันกล่าวว่า “ไอ้ลูกกระต่ายน้อยนี่ กล้ามาหลอกข้า!!”
เฟิงอู๋จี้กล่าวอย่างท้าทาย “กระไร คิดจะวางท่าชักดาบหรือ? ข้าขอรบกวนถามฮูหยินฉี่เวยหน่อย จะเกิดอันใดยามมีผู้ประมูลสินค้าได้แล้วไม่อาจจ่ายไหว?”
ฮูหยินฉี่เวยเหลือบมองหนิวขุยด้วยสายตาเวทนา ก่อนจะกล่าวว่า “ตามกฎของหอการค้ากิเลน หากเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ก็มีแต่ต้องโทษสถานหนัก”
“โทษสถานหนักเช่นไรหรือ?” เฟิงอู๋จี้กล่าวอย่างสนใจ
ฮูหยินฉี่เวยแย้มยิ้มกล่าวว่า “ผู้ผิดสัญญาจะต้องจ่ายค่าปรับสิบเท่า และหากชดใช้ไม่ได้ ก็ต้องจ่ายด้วยเลือด”
วาจานั้นกล่าวลอยๆ ทว่าใบหน้าเฒ่าชราของหนิวขุยกลับคล้ำหมอง หัวใจลนลาน รีบกล่าวขึ้นว่า “ฮูหยินฉี่เวยอย่าได้กังวล ต่อให้ข้าต้องสิ้นเนื้อประดาตัว ข้าก็จะเตรียมผลึกเทพอมตะมาให้ครบจำนวน!”
ขณะกล่าวเช่นนั้น หัวใจของเขาแทบหลั่งเลือด เคียดแค้นจนอยากกระโจนเข้าไปบีบคอเฟิงอู๋จี้เสียเดี๋ยวนั้น
สีหน้าเดือดดาลแทบคลั่งนั้นทำให้ทุกผู้รู้สึกเวทนา
ใช่แล้ว นี่กล่าวได้ว่าขโมยไก่ไม่สำเร็จ ยังเสียข้าวไปหนึ่งกำมือ ขุดหลุมฝังตนเอง!
และหนิวขุยก็ไม่กล้ากลับคำ ด้วยหากล่วงเกินหอการค้ากิเลนเข้า กระทั่งศาลมารสะบั้นสรวงซึ่งตนสังกัดอยู่ก็ไม่อาจคุ้มกะลาหัวเขาได้!
“เจ้าหน้าที่ ส่งแผนที่ลับนี้ให้สหายเต๋าหนิวขุย”
ฮูหยินฉี่เวยออกคำสั่ง
สีหน้าของหนิวขุยหม่นหมอง มองแผนที่ลับซึ่งถูกส่งมาหาตนด้วยแววตาแข็งทื่อเล็กน้อย
เฟิงอู๋จี้อดยิ้มมิได้
สาแก่ใจ!
นี่แหละช่างสาแก่ใจโดยแท้!
เขาอดหันไปมองซูอี้ผู้นั่งหลบมุมอยู่แล้วกล่าวในใจไม่ได้ว่า สหายจากเผ่ามังกรคบเพลิงผู้นี้……ไม่เลวเลย!
ต่อจากนั้น งานประมูลก็ดำเนินต่อ ทว่าความสนใจจากทุกผู้กลับน้อยนัก
เมื่อเห็นเช่นนี้ ฮูหยินฉี่เวยจึงประกาศจบงานประมูลเล็กๆ นี้ทันที
“สหายเต๋าเซียว หากไม่ชอบดื่มชา ข้าก็มี ‘เมรัยเทพร้อยผลไม้’ อันยากจะหาพบในโลกภายนอกอยู่นะ เป็นยอดเมรัยพิเศษเฉพาะในเผ่าเทพกิเลนของข้า ท่านอยากลองลิ้มชิมดูหรือไม่?”
ฮูหยินฉี่เวยเอ่ยเชื้อเชิญอีกครั้ง
ซูอี้ผงะไป และกำลังจะกล่าวบางอย่าง
ทว่าเสียงหนึ่งพลันตะโกนขัดขึ้นก่อน
“ช้าก่อน!”
หนิวขุยลุกพรวด พลางชี้หน้าซูอี้ด้วยสีหน้ามืดมน “สองวันก่อน เจ้าฆ่าเวินหลง เทพชั้นล่างของศาลมารสะบั้นสรวงของข้าหรือไม่!?”
ทุกผู้ตกตะลึง
เซียวเจี่ยนผู้นี้กระทำการเช่นนี้ลงไปหรือ?
“เวินหลง?”
ซูอี้กล่าวเนิบๆ “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดถึงผู้ใด แต่สองวันก่อน ข้าฆ่าผู้มีตาไร้แววไปหนึ่งคนจริงๆ และน่าจะเป็นคนจากศาลมารสะบั้นสรวงของเจ้า”
ทุกผู้ “……”
เจ้านี่ยอมรับง่ายๆ เช่นนี้เลยหรือ?
“เป็นเจ้าจริงๆ!”
สีหน้าของหนิวขุยเผยจิตสังหาร ขณะกล่าวเสียงเข้ม “ฮูหยินฉี่เวย เรื่องนี้เป็นหนี้เลือดระหว่างฝ่ายข้ากับไอ้หนูนี่ หวังว่าหลังออกจากหอการค้ากิเลนไป เจ้าจะไม่คุ้มครองไอ้หนูนี่อีก!!”
ผู้คนล้วนครั่นคร้าม เห็นแล้วว่าหนิวขุยเดือดดาลอย่างสมบูรณ์