Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ] - บทที่ 2306 ทะยานไปจนสุดทาง

  1. Home
  2. บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
  3. บทที่ 2306 ทะยานไปจนสุดทาง
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

บทที่ 2306 ทะยานไปจนสุดทาง

เพียะ!

แส้ทัณฑ์สวรรค์ฟาดเข้าใส่ซูอี้

แต่ภาพที่ผู้คนคาดคิดว่าซูอี้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับไม่เกิดขึ้น

ทว่าหลังจากแส้ทัณฑ์สวรรค์ฟาดใส่ซูอี้ มันกลับพังทลายก่อนจะหายไป

ในขณะที่ชายหนุ่มไร้รอยขีดข่วน ไร้ซึ่งรอยแผลใด!

ทุกผู้ตกตะลึง

นี่มันสถานการณ์อันใด!?

เบื้องหน้าหลักศิลาวาสนาเทพ แก้มอวบอิ่มของผู้พิทักษ์บรรพตสั่นไหว ร่องรอยความสับสนฉายชัดในดวงตา

ไม่น่าจะเป็นเช่นนี้สิ!

ต่อให้จอมเทพหล่อหลอมขั้นเก้าโดนแส้นี้เข้าไป ก็ยังแตกสลายเป็นผุยผง

ทว่าเหตุใดจึงไม่เกิดอันใดขึ้นกับเด็กคนนี้เล่า?

ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่า ทันทีที่อำนาจของแส้ทัณฑ์สวรรค์ฟาดเข้าใส่ซูอี้ มันได้ถูกเปลวเพลิงแห่งยุคสมัยในร่างกายเขากลืนกิน!

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ

ซูอี้ประหลาดใจกับเรื่องนี้เช่นกัน

ขณะที่อี้เต้าเสวียนกับหลี่ฝูโหยวเข้าสู่บรรพตเทพนภาครามในยามนั้น พวกเขาต่างต้านรับแส้ทัณฑ์สวรรค์เช่นกัน

แต่ในตอนนั้น พวกเขาทั้งสองขัดขืนโดยอาศัยกำลังของตัวเอง

นี่ทำให้ซูอี้เข้าใจถึงอำนาจของ ‘ทัณฑ์สวรรค์’ อยู่บ้าง ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะโจมตีก่อน

เพราะเขาต้านทานมันไหว

แต่ใครจะคาดคิด เปลวเพลิงแห่งยุคสมัยในร่างกายจะมีผลที่น่าเหลือเชื่อยิ่ง มันดูดกลืนพลังของทัณฑ์สวรรค์จนหมดสิ้นราวกับได้พบหน้าอาหารอันแสนโอชะ!

ซูอี้พบว่า เปลวเพลิงแห่งยุคสมัยไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด อย่างมากมันก็เป็นเพียงกลุ่มแสงฮุ่นตุ้นที่ก่อตัวขึ้นเลือนราง

แต่มันเป็นเพียงร่องรอย ซึ่งแทบมองไม่เห็น

ถึงแม้อำนาจทัณฑ์สวรรค์ก่อนหน้านี้จะพูดได้ว่าอร่อยเลิศล้ำ แต่มันยังมิอาจทำให้เปลวเพลิงแห่งยุคสมัยเปลี่ยนสภาพได้

อย่างมากที่สุด มันก็เป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อยเท่านั้น

ทว่าการค้นพบครั้งนี้ทำให้ซูอี้มีกำลังใจขึ้นมา

เพราะนั่นหมายความว่า ขอเพียงมีเปลวเพลิงแห่งยุคสมัย ยามที่ปีนเขาขึ้นไป ชายหนุ่มย่อมสามารถเมินเฉยต่อทัณฑ์สวรรค์ได้!!

เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาจึงหันมองอีกฝ่ายที่อยู่ด้านล่างโดยไม่รู้ตัว

จากนั้นเขาก็หัวเราะร่า ก่อนกลับสู่เส้นทางเดิม พุ่งเข้าหายอดฝีมือที่ขวางทางบริเวณด้านหลังพวกนั้น!

“นี่มัน…”

ทุกคนตกตะลึง ซูอี้กำลังทำอันใด แทนที่จะปีนขึ้นเขา แต่กลับลงมาเพื่อไปจัดการกับศัตรูงั้นหรือ?

นี่ชายหนุ่มไม่กลัวจะโดนทัณฑ์สวรรค์หรืออย่างไร!?

ทวยเทพผู้ขวางทางด้านหลังเอาไว้ ต่างพากันประหลาดใจเช่นกัน

พวกเขาไม่คาดคิดว่า ซูอี้จะหันมาใช้กำลังเพื่อฆ่าแกงแม้แต่นิดเดียว!

ทว่าพวกเขาไม่มีเวลาให้คิดมากนัก เพราะซูอี้เข้าถึงตัวแล้ว

ตู้ม!

การต่อสู้อุบัติขึ้นในอึดใจนั้น!

การฆ่าจอมเทพหล่อหลอมขั้นห้าด้วยอำนาจต่อสู้ยามนี้ของซูอี้ไม่ใช่ปัญหาอย่างใด นับประสาอะไรกับเทพชั้นสูงกับเทพชั้นกลางเหล่านั้น?

ร่างของเขาเป็นดั่งปลายดาบคมกริบไร้ที่ติ ไม่ว่าผ่านที่ใด คู่ต่อสู้ทั้งหลายต่างโดนเล่นงาน

ตลอดทางราวกับต้นไผ่หักโค่น กวาดเข้าหากลุ่มคน!

เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า โลหิตสาดกระเซ็นราวกับดอกไม้ไฟปะทุ

ในยามนี้ แส้ทัณฑ์สวรรค์อันน่าสะพรึงยังคงโผล่ออกมา ฟาดเข้าใส่ซูอี้อย่างเกรี้ยวกราด

แต่มันยังคงเป็นเช่นเดิม แส้ทั้งหมดถูกดูดกลืนก่อนสลายไปด้วยผลของอำนาจเปลวเพลิงแห่งยุคสมัย

เพียงแค่ชั่วดีดนิ้วไม่กี่ครั้ง

ยอดฝีมือหลายร้อยคนเหล่านั้นได้ถูกชายหนุ่มกวาดล้างอย่างง่ายดาย!

ที่น่าขันที่สุดก็คือ มียอดฝีมือบางส่วนเลือกที่จะหลบหนีก่อน ด้วยพวกเขาหวาดกลัวอำนาจของซูอี้จนต้องถอยหนีออกมา!!

ส่วนคู่ต่อสู้เหล่านั้นที่ถูกเขาอัดจนตัวลอย ถึงแม้จะไม่เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็มีสภาพที่น่าเวทนานัก!

แม้กระทั่งผิวหนังเลือดเนื้อยังกลายเป็นสีซีด

ขณะที่ร่างของเทพชั้นสูงบางผู้ถูกบดขยี้!!

ทั้งหมดนี้ ทุกผู้ที่ชมอยู่ต่างประหลาดใจ แทบจะคิดว่าตัวเองตาฝาดไปหรือไม่

แม้กระทั่งพลังทัณฑ์สวรรค์…ก็ไม่อาจคุกคามซูอี้ได้!

ชายหนุ่มกลับพุ่งเข้ากวาดล้างราวกับพายุซัดโหม เพียงชั่วพริบตาก็เล่นงานยอดฝีมือทั้งหมดที่ขวางทางด้านหลังในอึดใจเดียว!!

ใครจะกล้าเชื่อเรื่องตรงหน้านี้เล่า?

“ผู้อาวุโสซู ข้าไม่ใช่พวกเดียวกับพวกเขา!”

เส้นทางภูเขาเบื้องล่าง ชายร่างกำยำเต็มไปด้วยเหงื่อเย็นจากความหวาดกลัว พูดเสียงติดอ่าง ด้วยเกรงว่าซูอี้อาจจะเข้าใจผิด

ซูอี้ยิ้ม กล่าวว่า “แน่นอนว่าข้ารู้ ไม่อย่างนั้นเจ้าคงกระเด็นออกไปนานแล้ว”

หลังจากนั้นเขาเอามือไพล่หลัง หันหลังแล้วจึงปีนเขาต่อไป

ท่าทางผ่อนคลายนั่นทำให้ใบหน้าของชายชราอย่างจอมเทพอวิ๋นเหอ รวมถึงหลิ่วเซียงเหินมืดมน

“ฮ่าๆๆ น่ายินดี! น่ายินดีนัก! นี่เขาเรียกว่าอะไรนะ ขโมยไก่ไม่สำเร็จ ยังเสียข้าวสารอีกกำมือใช่หรือไม่*[1]?”

วั่นจื่อเทียนเงยหน้ามองท้องนภาแล้วหัวเราะออกมา

ในน้ำเสียงนั่นเต็มไปด้วยการเสียดสีเย้ยหยัน

“เหอะ!”

สายตาของจอมเทพอวิ๋นเหอเย็นชาเคร่งขรึม เขาหันมองผู้พิทักษ์บรรพตผู้นั่งอยู่ข้างหลักศิลาวาสนาเทพ

“การที่ซูอี้ใช้วัตถุภายนอกเพื่อต้านรับอำนาจทัณฑ์สวรรค์ มันไม่ต่างจากการโกงเลย ท่านจะทำเป็นนิ่งเฉยงั้นหรือ?”

คำพูดดังกล่าวดังก้องในหมู่ผู้ชม

หลายคนสับสนเช่นกัน จริงดังที่จอมเทพอวิ๋นเหอว่า แส้ทัณฑ์สวรรค์ทำอะไรซูอี้ไม่ได้แม้แต่ปลายก้อย……นี่มันช่างอุกอาจยิ่งนัก!

“อำนาจภายนอกหรือ?”

ผู้พิทักษ์บรรพตกล่าวอย่างหนักแน่นว่า “ตั้งแต่บรรพตเทพนภาครามถือกำเนิด ไม่มีใครสามารถหยิบยืมอำนาจภายนอกได้มาก่อนด้วยซ้ำ!”

“อีกอย่าง แส้ทัณฑ์สวรรค์มาจากวาสนามหาวิถีแรกบรรพกาล เจ้าคิดว่าต้องเป็นอำนาจภายนอกแบบใดในโลกหล้าใบนี้จึงจะขัดขืนมันได้?”

ใบหน้าของจอมเทพอวิ๋นเหอดูน่าเกลียดขึ้นมา “หากเป็นวัฏสงสารเล่า?”

ผู้พิทักษ์บรรพตส่ายหน้า “การไขว่คว้าวาสนามหาวิถีแรกบรรพกาล ต้องก้าวด้วยฝีเท้าของตน หาไม่แล้ว การใช้อำนาจอื่นเสริม ย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีของแส้ทัณฑ์สวรรค์ได้”

จอมเทพอวิ๋นเหอหัวเราะอย่างเกรี้ยวกราด ถามว่า “ท่านก็เห็นแล้วนี่ เขาเป็นเพียงเทพชั้นกลางผู้อยู่ขอบเขตรังสรรค์สุดขั้ว แต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บหรือถูกกำจัดเพราะแส้ทัณฑ์สวรรค์ นี่มันเป็นการใช้อำนาจภายนอกเพื่อโกงไม่ใช่หรือไร?”

ผู้พิทักษ์บรรพตครุ่นคิดสักพัก ก่อนถามอย่างจริงจังว่า “ถ้าเช่นนั้น… เจ้าให้คนของตัวเองโกงบ้างดีหรือไม่?”

จอมเทพอวิ๋นเหอ “…”

เขาโกรธจนแทบอยากจะฆ่าชายอ้วนผู้นี้ อีกฝ่ายช่างเป็นคน…ไร้เหตุผลอะไรอย่างนี้!

ผู้พิทักษ์บรรพตกวาดตามองผู้อื่น เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “หากพวกเจ้าคิดว่าสามารถโกงบนบรรพตเทพนภาครามได้ จะลองดูสักตั้งก็ได้นะ”

ทุกผู้มองหน้ากันด้วยความตกใจ

“หาไม่แล้ว อย่ามาโทษคนอื่น”

ผู้พิทักษ์บรรพตลูบแก้มอวบอ้วนของตน ก่อนถอนหายใจออกมา “การยอมรับคนอื่นนับเป็นเรื่องที่ดี ทำไมถึงไม่รู้จักทำกันหนอ?”

จอมเทพอวิ๋นเหอยังคงมีสีหน้าเย็นชา ไม่กล่าวอันใดอีก

ผู้พิทักษ์บรรพตคือวิญญาณศิลา มีจุดกำเนิดลึกลับ เป็นเหมือนกับนายเหนือหัวของที่แห่งนี้ จึงไม่มีใครโง่พอที่จะหาเรื่องงูท้องถิ่นเช่นนี้

บนเนินเขา

ขณะที่ขยับไปข้างหน้า ชายหนุ่มเผชิญหน้ากับยอดฝีมือระหว่างทางมากมาย

เมื่อเห็นซูอี้กำลังเข้าใกล้ พวกเขาต่างหลีกทางให้ ด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิด

เมื่อเห็นเช่นนี้ ชายหนุ่มได้แต่หัวเราะออกมา

เขาครุ่นคิดอย่างเงียบงัน ว่าคู่ต่อสู้ที่ตนจัดการไปก่อนหน้านี้ มีจำนวนมากกว่าหนึ่งร้อยสามสิบคน

และต่อให้ปีนบรรพตขึ้นไป คู่ต่อสู้เหล่านี้ก็ได้รับเพียงวาสนามหาวิถีแรกบรรพกาลส่วนหนึ่งเท่านั้น

ทว่าด้วยการเอาชนะคู่ต่อสู้เหล่านั้น ส่วนหนึ่งของวาสนามหาวิถีแรกบรรพกาลที่พวกเขาได้รับ จะตกเป็นของซูอี้แทน

“ข้าจำได้ว่า เจ้าเหมือนจะมาจากสุขาวดีโอฬารไกลใช่หรือไม่?”

ทันใดนั้นซูอี้กระทืบเท้า เพ่งมองทวยเทพผู้หนึ่งที่อยู่ไกลออกไป

อีกฝ่ายคือหญิงสาวในชุดคลุม เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของนางพลันเปลี่ยนไป กล่าวว่า “ข้าไม่เคยขวางทางเจ้านะ เจ้า… อย่ามาทางนี้!”

ปัง!

อึดใจต่อมา นางกระเด็นออกไปเพราะฝ่ามือของซูอี้

ขณะอยู่กลางอากาศ นางกรีดร้องและสบถออกมา เมื่อถึงพื้น แผ่นหลังกระแทกลงไป ดูน่าอับอายนัก

ฉากนี้ เล่อโหยวหยวนผู้เป็นเจ้าสำนักรุ่นที่สามของสุขาวดีโอฬารไกลเดือดดาลจนแก้มแดงก่ำ

ขณะที่ซูอี้ยังคงปีนเขาต่อไป

ระหว่างทาง ทันทีที่พบกับยอดฝีมือจากกองกำลังฝ่ายศัตรู เขาจะกำจัดและบีบบังคับให้คนพวกนั้นออกจากบรรพต โดยไม่มีข้อยกเว้น

ความแข็งแกร่งอันทรงอำนาจนี้ ทำให้ผู้คนนับไม่ถ้วนในพื้นที่จ้องมองมา และต่างตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า

ส่วนจอมเทพอวิ๋นเหอ รวมถึงพวกหลิ่วเซียงเหินยังคงนิ่งเฉย ทว่าใบหน้าของพวกเขายิ่งน่าเกลียดขึ้นเรื่อยๆ

พวกเขาคำนวณพลาดไป! คราแรกวางแผนจะใช้แส้ทัณฑ์สวรรค์เพื่อจัดการกับซูอี้ บีบให้ชายหนุ่มออกจากบรรพตไป

แต่ใครจะคาดคิดว่า แส้ทัณฑ์สวรรค์จะไม่อาจทำอันใดซูอี้ได้!!

ยามนี้ ระหว่างทางขึ้นบรรพต มีร่างจำนวนมากรวมตัวที่นี่ คนบางส่วนตัดใจที่จะไปต่อ บางส่วนหาที่พักผ่อน

เมื่อเห็นซูอี้จากที่ไกลออกไป สีหน้าของหลายคนโดยรอบพลันเปลี่ยนไป

เหตุผลนั้นง่ายดายมาก

กลุ่มที่รอคอยอยู่บริเวณนี้ แท้จริงแล้วส่วนใหญ่มาจากกองกำลังฝั่งศัตรู และสาเหตุที่รออยู่ที่นี่ เพราะกำลังวางแผนหาโอกาสเล่นงานซูอี้นั่นเอง!

แต่หลังจากเป็นสักขีพยานต่อวิธีการอันร้ายกาจของซูอี้ที่ปรากฏขึ้นระหว่างทาง ตัวตนจากกองกำลังฝ่ายศัตรูต่างก็หวาดกลัว และพานลังเลขึ้นมา

ไม่ช้า ในที่สุดซูอี้ก็มาถึงครึ่งทางของบรรพตแล้ว

บรรยากาศพลันตึงเครียดขึ้นมา

แต่เส้นทางเบื้องหน้ากลับว่างเปล่า ไร้ผู้ใดขวางทาง

นี่หมายความว่า……เขาสามารถไปต่อได้!

แต่ซูอี้ไม่ทำเช่นนั้น……ด้วยผู้สามารถขึ้นมาถึงครึ่งทาง ย่อมไม่ใช่ตัวตนธรรมดาทั่วไป!

วาสนามหาวิถีแรกบรรพกาลที่พวกเขาได้รับมา ไม่อาจเทียบกับคู่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ได้!

ที่สำคัญที่สุดก็คือ ที่นี่มีศัตรูที่เคยหมายขัดขวางเขาอยู่!!

“พี่ซู คนพวกนั้นคือคู่ต่อสู้ของเจ้า!”

ขณะนั้น ซือมิ่ง ศิษย์ผู้สืบทอดจากสำนักทัศนาวายุกระจ่างลุกขึ้นพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง เขาชี้ไปทางศัตรูของซูอี้ทีละคน

ทันใดนั้น ใบหน้าของศัตรูเหล่านั้นต่างเปลี่ยนเป็นหมองคล้ำ พวกเขาอยากฆ่าซือมิ่งเสียให้ได้

เดิมที พวกเขาพยายามจะถอยหนี แต่ตอนนี้ ซือมิ่งกลับชี้นิ้วเผยตัวพวกเขาเสียอย่างนั้น!

แบบนี้จะไม่ให้พวกเขาเกลียดชังได้อย่างไร?

ซูอี้ชำเลืองมองซือมิ่งด้วยความประหลาดใจ ถามว่า “เหตุใดเจ้าไม่ลงมือเล่า?”

ซือมิ่งตอบตามตรงว่า “ข้าอยู่ที่นี่ เพียงเพื่ออยากระบุตัวตนศัตรูให้พี่ซูเท่านั้น”

ทุกผู้ “…”

ยังจะพูดแบบนี้อีกหรือ!?

เมื่อได้เป็นสักขีพยานกับฉากนี้ จอมเทพอวิ๋นเหอและตัวตนเฒ่าชรามากมายต่างเดือดดาลจนจมูกแทบย่น

ศิษย์ผู้สืบทอดจากสำนักทัศนาวายุกระจ่าง น่ารังเกียจเกินไปแล้ว!!

ซูอี้ยิ้ม “ขอบใจมาก”

“ไปกันเถอะ สู้พวกเขาพร้อมกัน!”

เมื่อศัตรูเหล่านั้นปกปิดตัวตนไม่ได้อีกต่อไป พวกเขาจึงคิดลงมืออย่างโหดเหี้ยม ก่อนโจมตีในทันที

คนกลุ่มนี้มีมากกว่าสิบคน

ผู้แข็งแกร่งสูงสุดต่างเป็นเทพชั้นสูง

และในโลกหล้าแดนเทพแห่งนี้ พวกเขาก็นับเป็นรองเพียงจอมเทพเท่านั้น!

หากเทพเหล่านี้ร่วมมือกัน พลังอำนาจย่อมร้ายกาจยากดูแคลน!

น่าเสียดาย คู่ต่อสู้เช่นนี้ไม่ใช่ภัยคุกคามสำหรับซูอี้แม้แต่น้อย

ไม่ว่าจะมีกี่คน มันก็เปล่าประโยชน์!

ตู้ม!

เมื่อการต่อสู้อุบัติ ซูอี้เป็นดั่งพยัคฆ์กระโจนเข้าฝูงแกะ เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็กวาดล้างศัตรูจนสิ้น

สิ่งที่น่าขันที่สุดคือผู้ชายหล่อเหลาผู้หนึ่งในชุดคลุมสีเงินจากศาลเต๋าตรีวิสุทธิ์

เขาไม่คิดรอให้ซูอี้ลงมือ แต่ก็ชิงวิ่งหนีเสียก่อน อีกทั้งยามหนียังตะโกนเสียงดัง บอกว่าจะไม่มีวันให้โอกาสซูอี้ชิงวาสนามหาวิถีแรกบรรพกาลของตนไปเด็ดขาด…

เหตุการณ์ที่น่าขันเช่นนี้ ทำให้วั่นจื่อเทียนระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

ขณะที่ทั่วทั้งพื้นที่ระเบิดเสียงหัวเราะตาม

มุมปากของจอมเทพอวิ๋นเหอกระตุก เขาไม่อาจรักษาสีหน้าราบเรียบเดิมของตนเองได้อีกต่อไป

หลังจากผู้ชายชุดคลุมสีเงินกลับมา อีกฝ่ายพลันโดนตบหน้าเสียฉาดใหญ่

“ขยะ!”

เพียะ!!

ผู้ชายชุดคลุมสีเงินล้มกระแทกกับพื้น แก้มแดงช้ำ

ทุกผู้ต่างเงียบเสียง ไร้วจีใดเล็ดลอด

แม้กระทั่งเสียงหัวเราะในพื้นที่ก็หายไป

บรรยากาศกลายเป็นน่าหดหูขึ้นมา

ด้วยทุกผู้สังเกตเห็นว่า จอมเทพอวิ๋นเหอโกรธแล้วจริงๆ!

[1] ขโมยไก่ไม่สำเร็จ ยังเสียข้าวสารอีกกำมือ : หมายถึง นอกจากจะไม่ได้ผลประโยชน์ที่ต้องการแล้ว ยังต้องสูญเสียอย่างอื่นไปอีก

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "บทที่ 2306 ทะยานไปจนสุดทาง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

ดาวน์โหลด (1)
ยอดหญิงอันดับหนึ่ง
05/09/2022
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024
6173a2e6fw1THzNH
ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
19/05/2023
novelpd7brd
หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
19/04/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.