Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 349 หัวขโมยในบ้านยากจะป้องกัน

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 349 หัวขโมยในบ้านยากจะป้องกัน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 349 หัวขโมยในบ้านยากจะป้องกัน
ตอนที่ 349 หัวขโมยในบ้านยากจะป้องกัน

หยุนเชวี่ยซึ่งกลับมาจากบ้านตระกูลอู๋และกำลังงีบหลับอยู่ในบ้าน ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกจากด้านนอก “เชวี่ยเอ๋อ เชวี่ยเอ๋อ! ท่านปู่ของเจ้าอาการแย่แล้ว เจ้ารีบไปดูเร็วเข้า!”

“เกิดอะไรขึ้น?” หยุนเชวี่ยลุกขึ้นจากเตียงอย่างสะลึมสะลือ เมื่อเปิดหน้าต่างออกไปจึงเห็นว่าเหลียวชีจินยืนอยู่กลางลานบ้าน

“ข้าเองก็ไม่รู้ ดูเหมือนเรื่องจะเกิดขึ้นก่อนหน้านี้” ชีจินชี้นิ้วไปทางบ้านหลังเก่าจองตระกูลหยุน “ท่านแม่ อาสะใภ้รองหยุน และท่านป้าอีกหลายคนรวมตัวกันอยู่ที่นั่น”

บ้านหลังเก่าตระกูลหยุน

แม่เฒ่าจูตะเบ็งเสียงร้องไห้สลับกับด่าทอสาปแช่งเสียงดังลั่นสะเทือนฟ้าดิน ประเดี๋ยวก็ตัดพ้อถึงโชคชะตาชีวิตและสาปแช่งตนเอง ประเดี๋ยวก็ก่นด่าว่ามานางเหลียนคือนางอสรพิษที่คิดจะฆ่านางให้ตาย ไม่สนใจผู้เฒ่าหยุนที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียงแม้แต่น้อย เอาแต่ร้องโวยวายกลิ้งไปมาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“ท่านป้า เหตุใดท่านจึงเอาแต่สาดโคลนป้ายสีสะใภ้รองอยู่เรื่อย?” แม่ม่ายเหลียวเป็นคนซื่อตรงใจตรง ดังนั้นวาจาจึงพลอยตรงไปตรงมาไปด้วย นางไม่อาจทนฟังคำสาปแช่งนั้นอีกต่อไป “ท่านเห็นว่าสะใภ้รองอ่อนโยนไม่สู้คนจึงคิดรังแกอย่างไรก็ได้งั้นหรือ? ที่แห่งนี้มีคนมากมาย ดวงตาหลายคู่ล้วนมองเห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจน นางจะสาปแช่งท่านไปด้วยเหตุใดกัน? หากนางมีจิตใจชั่วร้ายจริงคงปล่อยให้ท่านรนหาที่ตายเองไปนานแล้ว! ”

“อย่าทำเช่นนี้เลย ท่านชราภาพถึงเพียงนี้แล้วยังไม่รู้จักแยกแยะดีชั่วอีกรึ? สะใภ้รองไปทำอันใดให้ท่านขุ่นข้องหมองใจตั้งแต่เมื่อไรกัน? นับตั้งแต่นางเดินเข้าประตูมาก็ไม่ได้เอ่ยคำใดร้ายแรงแม้แต่น้อย ทว่าท่านกลับเดือดร้อนจะเป็นจะตายเอาแต่สาปแช่งนาง”

“ท่านป้า หยุดการกระทำของท่านเสียเถอะ หยุดพูดพล่ามนอกเรื่องได้แล้ว หัวใจของผู้คนมิได้ใสราวกระจกจึงจะมองเห็นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ท่านลุงหยุนยังนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง อย่าได้สร้างเรื่องให้อาการของเขายิ่งทรุดลงอีกเลย…”

สตรีสามคนผลัดเปลี่ยนกันปลอบโยนให้แม่เฒ่าจูสงบสติอารมณ์ลง ทว่าแม่เฒ่าจูกลับทำหูทวนลมราวไม่เข้าใจภาษามนุษย์ นางนั่งนิ่งไม่พูดจา เอนหลังนั่งพิงธรณีประตู ไม่ยอมหยุดด่าทอสาปแช่งตนเอง ผนวกกับเสียงสะอึกสะอื้นทำให้ฟังแล้วคล้ายบทเพลงที่ใช้แสดงอุปรากร

หยุนเชวี่ยเคาะประตูห้องก่อนแทรกตัวเข้ามา นางหันมองแม่เฒ่าจูด้วยสายตาเฉยเมยแวบหนึ่ง ก่อนเดินผ่านหน้านางเข้าไปในห้อง

แม่เฒ่าจูเห็นแล้วจึงพ่นคำสบถออกมาทันที “นังหญิงชั่วนั่นเป็นงูพิษผู้เดียวไม่พอ ยังเลี้ยงลูกให้กลายเป็นงูพิษเช่นเดียวกับตนอีก! อายุยังน้อยแต่จิตใจต่ำช้าไม่ต่างจากแม่ของมัน! นางรังเกียจชีวิตของข้าเสียยิ่งกว่า เกลียดถึงขั้นแช่งให้ข้าตายวันตายพรุ่ง…”

หยุนเชวี่ยแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ไม่แม้แต่จะชายตามองอีกฝ่าย นางเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเตียงของผู้เฒ่าหยุนก่อนหันไปถามไถ่ผู้เป็นมารดาที่นั่งอยู่ข้างขอบเตียง “ท่านแม่ เกิดเรื่องใดขึ้นหรือเจ้าคะ? แล้วท่านพ่อเล่า?”

“พ่อของเจ้ากำลังไปตามหมอรักษา” แม่นางเหลียนกุมขมับพร้อมถอนหายใจ “เรื่องเป็นมาอย่างไรแน่แม่ก็ไม่อาจรู้แน่ชัด ตั้งแต่เข้ามาในเรือนก็เห็นท่านย่าของเจ้านั่งคร่ำครวญอยู่กลางลานบ้าน เมื่อขึ้นมาถึงเห็นว่าสภาพบ้านรกไปหมด ท่านปู่ของเจ้าล้มหมดสติอยู่ในห้อง ไม่อาจล่วงรู้ว่านานเพียงใด”

“ท่านปู่? ท่านปู่เจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยพยายามร้องเรียกสองครั้ง

“หยุดร้องเรียกเขาเถิด” แม่นางเหลียนกล่าว “แม่ลองดูแล้ว แม้ตะโกนเรียกอย่างไรก็ไร้ซึ่งเสียงขานรับ นั่งมองอยู่นานเห็นเพียงใบหน้าของเขาซีดเซียวลงเรื่อย ๆ จนป่านนี้แล้วเหตุใดท่านพ่อของเจ้าจึงกลับมาไม่ถึงเสียที…”

“อย่าเพิ่งใจร้อนไป ลมหายใจของเขายังคงสม่ำเสมออยู่ คงไม่เป็นโรคภัยใดร้ายแรง ประเดี๋ยวข้าจะลองหยิกลุงหยุนดูอีกครั้ง” แม่ม่ายเหลียวพูดพลางใช้ปลายเล็บกดลงบริเวณใต้จมูกของผู้เฒ่าหยุนโดยแรง

หน้าอกของผู้เฒ่าหยุนกระเพื่อมขึ้นลงเล็กน้อย ลมหายใจชัดเจนกว่าครู่นี้อยู่บ้าง

สถานการณ์น่าเป็นห่วงเช่นนี้หยุนเชวี่ยไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย นางรั้งรออยู่ครู่หนึ่งก็เดินออกไปจากห้อง เห็นนางเฉินกำลังขดตัวอยู่ภายในห้องฝั่งปีกตะวันตกซึ่งนางเคยอาศัยอยู่เดิม นางเฉินชะโงกหน้าออกไปมองด้านนอก คงเกรงว่ารายต่อไปที่แม่เฒ่าจูจะสาปแช่งอาจเป็นตนเอง

“อาสะใภ้สาม?” หยุนเชวี่ยเดินเข้ามาใกล้ สายตาแอบมองเข้าไปภายในห้องปีกตะวันตกผ่านช่องประตู เห็นเพียงเตียงสองเตียงและผ้าห่มเน่าผืนหนากองอยู่บนนั้น กลิ่นอับเหม็นเปรี้ยวโชยออกมาจากภายในอย่างไม่อาจบรรยายเป็นคำพูด

หยุนเชวี่ยขมวดคิ้วพลางเอียงศีรษะไปด้านข้างก่อนเอ่ยถาม “อาสามหายไปไหนเสีย? เขาไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกหรือ?”

“ใครจะรู้ เขาไม่อยู่ในสายตาอาด้วยซ้ำ” นางเฉินชี้ไปยังขอบประตูที่เป็นรอยร้าวพลางถลึงตาโพลง “ไม่หวนกลับมาก็ดีแล้ว กลับมาก็ใช่ว่าอาจะมีความสุข อาคอยปรนนิบัติพัดวีเขาทั้งวัน แม้แต่รอยยิ้มยังไม่เคยได้รับ…”

“แล้วอาสามออกไปจากบ้านตั้งแต่เมื่อไรกัน?”

นางเฉิน “ข้าไม่รู้”

“เซียงเอ๋อก็ไม่รู้หรือ?” เมื่อมองลอดผ่านช่องประตู หยุนเชวี่ยเห็นหยุนเซียงเอ๋อนั่งก้มหน้างุดอยู่ข้างเตียงราวกับหุ่นเชิดไร้เส้นสาย นางนั่งนิ่งประหนึ่งคนตาย ไม่แม้แต่จะขยับเขยื้อนกายใด ๆ ทั้งสิ้น

“นางจะรู้อะไร” นางเฉินเหลือบตามองด้วยความรังเกียจ “เด็กหญิงไร้ประโยชน์ เติบใหญ่ถึงเพียงนี้ จะพูดจาให้เกินสามประโยคยังทำไม่ได้ ยิ่งเลี้ยงยิ่งเหินห่าง หากนางได้ความสามารถมาจากเจ้าแม้เพียงเสี้ยวหนึ่ง ครึ่งชีวิตที่เหลือของอาคงสุขสบายไปนานแล้ว ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับเวรกรรมบ้าบอนี่” กล่าวจบนางก็ถลึงตาใส่หยุนเซียงเอ๋ออย่างนึกโกรธเคือง

ถึงกระนั้นหยุนเซียงเอ๋อยังคงนิ่งเฉย

“ซานหลางเล่า? เขาก็ไม่อยู่อีกคนหรือ?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถามอีกครั้ง

“ข้าก็ไม่รู้” ไม่ว่าถามสิ่งใดจากนางเฉินก็ไม่รู้ไปเสียทุกสิ่ง นางหันไปทางหยุนเซียงเอ๋ออีกหนก่อนใช้นิ้วมือจิ้มหน้าผากนางครั้งแล้วครั้งเล่า “ข้าเลี้ยงลูกสาวเช่นเจ้าจนเติบใหญ่กลับไม่ได้อะไรเลย รีบแต่งเข้าบ้านสามีไปซะ จะได้มีประโยชน์กับครอบครัวบ้าง…”

หยุนเชวี่ยพยายามถามทุกข้อสงสัย ทว่าเมื่อไม่ได้คำตอบจึงไม่คิดเค้นถามอีก นางเดินกลับเข้าไปในห้องชั้นบนเพื่อสำรวจโดยรอบอย่างละเอียด พบว่ากุญแจหน้าตู้ซึ่งอยู่ใกล้กับหัวเตียงมากที่สุดกลับเปิดออกและห้อยเอียงไปด้านหนึ่ง

นางปีนขึ้นเตียงจากทางปลายเตียงเพื่อพิจารณาให้ใกล้ยิ่งขึ้น ปรากฏว่าแกนล็อกแตกหักออก จะต้องเป็นเพราะถูกงัดเป็นแน่แท้ เมื่อเปิดตู้ออกดูกลับพบว่าข้างในว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดอยู่เลย นางมั่นใจว่าต้องเคยมีกล่องบรรจุสมบัติสำคัญอยู่ด้านใน

“ท่านแม่ ตอนที่พวกท่านเข้ามาครั้งแรก ห้องนี้มีลักษณะเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?” หยุนเชวี่ยเอ่ยถาม

“มีลักษณะอย่างไรงั้นหรือ?” แม่นางเหลียนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ตอนนั้นแม่ลนลานมากจึงไม่ได้ใส่ใจสังเกตนัก ขาโต๊ะเบี้ยวเอียงผิดรูป เก้าอี้ล้มระเนระนาด อีกทั้งถ้วยชายังแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ส่วนท่านปู่ของเจ้านอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น นอนฟุบอยู่ตรงนั้น” นางกล่าวพลางชี้ไปที่ประตู

หยุนเชวี่ยปีนลงจากเตียง ปรายตามองไปยังแม่เฒ่าจูที่ไร้วี่แววว่าจะหยุดสบถสาปแช่ง “โจรขึ้นบ้านแน่แล้วเจ้าค่ะ กุญแจเคยปิดล็อกตู้ใบนั้นอยู่ผิดรูป สิ่งของที่อยู่ด้านในว่างเปล่า ท่านรีบไปแจ้งเรื่องร้องเรียนที่ศาลาว่าการมณฑลเถิด”

แม่เฒ่าจูซึ่งกำลังด่าทอพลันชะงักแข็งค้างไป จากนั้นจึงปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง อนึ่งยังคงด่าทอและพูดพล่ามถึงเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์อยู่อย่างนั้น ไม่ยอมกล่าวถึงเรื่องตู้ข้างเตียงที่ถูกงัดออกหรือแม้แต่เงินที่หายไป

“รีบไปแจ้งความจึงจะเป็นการดีที่สุดเจ้าค่ะ ไม่แน่ว่าอาจจับโจรได้โดยเร็วและได้สิ่งของที่สูญเสียไปกลับคืนมา หากยังรอช้าอาจไม่หลงเหลือสิ่งใดอีก” หยุนเชวี่ยยืนอยู่ด้านข้างจับจ้องไปยังแม่เฒ่าจูด้วยสีหน้าเรียบเฉยพลางสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

แม่เฒ่าจูชะงักนิ่งไปอีกครั้ง คราวนี้นางเปล่งเสียงร้องไห้โหยหวนเสียยิ่งกว่าเก่า

“บ้านของเรา… ถูกโจรขโมย?” แม่นางเหลียนยังไม่เข้าใจสถานการณ์ดีนัก “หากเป็นเช่นนั้น…” คำกล่าวที่ถูกยับยั้งไว้ในลำคอ คือเหตุใดแม่เฒ่าจูจึงไม่เอ่ยถึงเรื่องนี้?

แม้แม่นางเหลียนไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่ในใจของหยุนเชวี่ยตระหนักรู้อย่างชัดเจน เพราะหัวขโมยผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น หากแต่เป็นคนร่วมตระกูลเดียวกันนี่เอง เมื่อผู้เฒ่าหยุนล้มลงไม่ได้สติ แม่เฒ่าจูจึงตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่งจนไม่อาจตัดสินใจเองได้ ซึ่งหากนางแจ้งความเรื่องดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่จริง ทุกสิ่งจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที

ขณะนั้นเองเสียงเร่งเร้าพลันดังขึ้นจากด้านนอกห้อง “ท่านหมอหลี่ รบกวนท่านเร่งฝีเท้าหน่อยเถิดขอรับ ท่านพ่อของข้าไม่อาจรีรอจนล่าช้าไปกว่านี้ได้อีก…”

“ถึงแล้ว ใกล้จะถึงแล้ว ใจคอจะไม่ให้ข้าหยุดพักเลยใจเลยเชียวรึ? กลับกันท่านพ่อของเจ้าคงปลอดภัยดี ทว่าตัวข้าเองนี่แหละที่จะเหนื่อยหอบตายเสียก่อน…” หลี่หลางจงเป็นชายแก่ผอมแห้งจึงไม่อาจกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหยุนลี่เต๋อซึ่งเป็นชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ได้ทัน ขณะก้าวผ่านประตูก็เกือบสะดุดล้มลง

“ท่านหมอหลี่…” หยุนลี่เต๋อรีบปราดเข้าไปพยุงอีกฝ่ายไว้

หลี่หลางจงโบกมือ ยังไม่ทันพักหายใจอย่างเต็มที่เขาก็พ่นลมหายใจออกพลางบ่นครวญ “เป็นบ้านของเจ้านี่เอง หากบ้านของเจ้ามีปัญหาให้น้อยลงกว่านี้อีกหน่อยข้าจะขอบคุณสวรรค์ยิ่งนัก รีบเข้าไปดูเถอะ!”

“ตาเฒ่าเอ๋ย เหตุใดชีวิตของเจ้าจึงน่าสังเวชถึงเพียงนี้? หากเจ้าอายุขัยสั้นเกินควร เห็นทีข้าก็คงอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว โธ่ ตาเฒ่า…” นับตั้งแต่หยุนลี่เต๋อออกไปเชิญหมอหลี่หลางจงกระทั่งกลับมาพร้อมกัน แม่เฒ่าจูยังคงนั่งอยู่ข้างธรณีประตูเช่นเดิมไม่ขยับเขยื้อน แม้เวลาผ่านไปสองถึงสามชั่วก้านธูปแล้วยังไม่หยุดตัดพ้อด่าทอโชคชะตา

“หยุดทะเลาะกันได้แล้ว ที่เป็นอยู่ตอนนี้ยังไม่วุ่นวายพออีกรึ?!” หลี่หลางจงหยุดยืนอยู่ตรงหน้านาง “ต่อให้วิวาทขัดแย้งกันอีกก็ช่างเถิด แต่ช่วยอย่าให้เกิดการบาดเจ็บจนเดือดร้อนมาถึงข้าได้หรือไม่?”

แม่เฒ่าจูเบือนหน้าหนีทำเป็นไม่ได้ยิน “ตาเฒ่า… ตาเฒ่าเอ๋ย… ข้าอยู่ต่อไปไม่ได้แล้ว เห็นทีเราสองคนต้องไปสู่ปรโลกพร้อมกัน…”

“เห็นทีที่เขาล้มป่วยในหนนี้คงเป็นเพราะทนฟังต่อไปไม่ได้กระมัง หากเจ้ายังเรียกสามีของตนว่าตาเฒ่า เห็นทีเขาคงไม่อยากตื่นฟื้นขึ้นมาอีก!” ใบหน้าของหลี่หลางมืดครึ้ม เขาสะบัดมือด้วยความโกรธ “วันนี้หากอาการของผู้เฒ่าหยุนยังไม่ดีขึ้น นั่นล้วนเป็นเพราะการกระทำของเจ้าทั้งสิ้น!”

ครั้นคำกล่าวนั้นหลุดออกจากปากของเขา เสียงคร่ำครวญของแม่เฒ่าจูก็หยุดลง แต่ไม่นานก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้เสียงของนางแผ่วเบาลงมาก นางร้องไห้สะอึกสะอื้น “ข้าถูกใส่ร้าย! ข้าถูกใส่ร้ายอย่างใหญ่หลวง! ตาเฒ่า เจ้ายังไม่ทันจากไปก็มีคนมารังแกข้าผู้โดดเดี่ยวอีกคนหนึ่งแล้ว มันรวมหัวกันใส่ความข้า! ลูกชายข้าคนหนึ่งก็เกิดมาไร้ประโยชน์! ข้าถูกบีบจากทุกทิศทางจนไม่อาจอยู่ได้อีกต่อไป…”

หยุนลี่จงและหยุนลี่เซียวไม่อยู่ที่นี่ นั่นหมายความว่าแม่เฒ่าจูกำลังด่าทอหยุนลี่เต๋อ

“ท่านแม่” หยุนลี่เต๋อกล่าว “ท่านหมอหลี่มาที่นี่เพื่อรักษาท่านพ่อนะขอรับ”

“ท่านพ่อของเจ้าล้มป่วยมิใช่เพราะถูกนังงูพิษเมียของเจ้าสาปแช่งหรอกหรือ?! หากไม่ใช่เพราะมันเขาจะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร?!” ครั้นได้ยินหยุนลี่เต๋อตอบกลับ แม่เฒ่าจูก็ชี้นิ้วไปยังแม่นางเหลียนทันที “เรื่องทั้งหมดล้วนเป็นเพราะมัน ข้าไม่ควรรับนางเป็นสะใภ้แต่แรก! ตระกูลหยุนจะล่มสลายก็เพราะมัน…”

แม่นางเหลียนไม่ต้องการราดน้ำมันบนกองไฟ นางยอมปล่อยให้แม่เฒ่าจูด่าทออยู่ครู่ใหญ่และยืนนิ่งอยู่ด้านข้างอย่างเงียบเชียบ

หยุนลี่เต๋อขมวดคิ้วทันที สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นไม่สู้ดีทันควัน

หยุนเชวี่ยไม่อาจระงับโทสะได้อีกต่อไป นางรีบเบี่ยงไปขวางระหว่างมือของแม่เฒ่าจูที่กำลังชี้ไปทางผู้เป็นแม่ นางเชิดคางขึ้นก่อนสวนกลับ “ไยท่านจึงต้องกล่าวโทษท่านแม่ด้วย? ท่านแม่ของข้าเป็นผู้ผลักท่านปู่ให้ล้มลงงั้นหรือ? ท่านแม่ของข้าเป็นผู้งัดตู้และขโมยเอาเงินไปงั้นหรือ? หากไม่ใช่เพราะท่านแม่ เกรงว่าท่านปู่คงได้แต่นอนแน่นิ่งอยู่ที่นี่ต่อไปโดยไม่มีใครรู้”

ทันทีที่หยุนเชวี่ยเอ่ยปาก สตรีที่ติดตามแม่นางเหลียนมาที่นี่ตั้งแต่แรกก็พากันขานรับ “จริงดังที่นางกล่าว มนุษย์หรือสวรรค์ล้วนมีตา ท่านป้าหัดมีมโนธรรมอยู่กับความเป็นจริงเสียบ้าง!”

“ท่านลุงหยุนล้มนอนแน่นิ่งอยู่ภายในห้องท่านเองก็รู้ ทว่าท่านกลับวิ่งโร่ออกไปสาปแช่งผู้อื่นอยู่กลางลานบ้าน หากไม่ใช่เพราะสะใภ้รองก้าวเข้ามาในเรือน ข้าแทบไม่อยากคาดเดาว่าเขาจะมีสภาพย่ำแย่กว่านี้อีกเพียงใด!”

“ข้าขอพูดหน่อยเถิดท่านป้า ลุงหยุนก็ไม่ได้สติเช่นนี้ไปคนหนึ่งแล้ว ท่านยังคิดจะสร้างปัญหาอีกหรืออย่างไร? ปล่อยให้ท่านหมอหลี่ทำการรักษาเขาแต่โดยดีเถอะ…”

แม้ต้องเผชิญหน้ากับคำกล่าวหาจากฝูงชนเช่นนี้ ทว่าแม่เฒ่าจูกลับไม่ตระหนักว่าตนเองไร้เหตุผลแม้แต่น้อย นางยังคงแสดงท่าทีดุร้ายและกล่าวถ้อยคำรุนแรงอยู่อย่างนั้น ส่วนหยุนลี่เต๋อได้ยินข้อมูลสำคัญจากปากของหยุนเชวี่ยอย่างชัดเจน

“เจ้ากล่าวถึงการงัดตู้ นั่นหมายความว่าอย่างไร?” เขาเอ่ยถาม

หยุนเชวี่ยชี้ไปยังตู้ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงที่อยู่ไม่ไกล “ตอนที่ข้าเข้ามามันก็มีสภาพเช่นนี้แล้วเจ้าค่ะ”

หยุนลี่เต๋อเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั้งมวลทันที แม้เขาเป็นคนซื่อทว่าไม่ได้โง่เขลา ทันทีที่ยื่นมือไปดึงแม่กุญแจที่ห้องอยู่ด้านข้างก็พอรู้แล้วว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไร เขาหันหน้าไปมองแม่เฒ่าจู “ท่านแม่?”

แม่เฒ่าจูแสร้งทำท่าทางบื้อใบ้ไม่กล่าวตอบคำใด

“ท่านพ่อ แจ้งความเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ต่อศาลาว่าการมณฑลเถิด” หยุนเชวี่ยเสนอ

หยุนลี่เต๋อยังคงลังเล

“เกิดอะไรขึ้น? มีโจรขโมยเงินไปจากบ้านของเราจริงหรือ?” ครั้นแม่นางเหลียนเห็นสีหน้าของสามีที่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้ “เช่นนั้นเราควรทำอย่างไรดี? หากถูกโจรขึ้นบ้านจริงก็คงต้องไปแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ ตอนนี้เราต้องตรวจสอบให้ดีว่ามีสิ่งใดหายไปบ้าง”

“ท่านแม่ พูดอะไรสักคำหน่อยเถิด!” หยุนลี่เต๋อคว้าเอาแม่กุญแจที่ถูกงัดจนบิดเบี้ยวออกมาพร้อมจับจ้องไปยังแม่เฒ่าจูเพื่อต้องการคำตอบจากปากนางอย่างแน่ชัด

ทว่าแม่เฒ่าจูยังคงสบถด่าถ้อยคำเดิม ๆ ซ้ำไปมา “เจ้าต้องการอะไร? จะให้ข้าพูดถึงสิ่งใดอีก?! พวกเจ้าทุกคนล้วนเป็นลูกอกตัญญู! เจริญรอยตามหมาป่าตาขาวกันทั้งนั้น! เห็นแก่ข้าที่เป็นหญิงชราไร้ที่พึ่งพิงเถิด ปล่อยให้ข้าตายไปเสียคงจะดียิ่งนัก…”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 349 หัวขโมยในบ้านยากจะป้องกัน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
3c08b0
ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
11/04/2025
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023
62a95ddaZSiEiP4W
ทะลุมิติไปเป็นแม่ของวายร้ายทั้งสาม [穿书后,我成了三个反派的娘]
17/02/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.