Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 485 บุตรสาวตระกูลหลัว

  1. Home
  2. ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主]
  3. ตอนที่ 485 บุตรสาวตระกูลหลัว
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 485 บุตรสาวตระกูลหลัว

ตอนที่ 485 บุตรสาวตระกูลหลัว

หยุนลี่เต๋อตระหนักได้หลังจากนั้น คำกล่าวของเขามีคำตอบอยู่ในตัวของมันชัดเจนแล้ว ครอบครัวฝ่ายว่าที่เจ้าสาวไม่รับสินสอดทองหมั้น อีกทั้งพวกเขายังจัดหาการงานอาชีพที่มั่นคงไว้ให้ นี่ไม่นับว่าเป็นการแต่งเข้าหรอกหรือ?

มิน่าเล่า ขณะที่หยุนโม่กล่าวถึงการแต่งงาน สีหน้าของเขาดูแปลกชอบกล อีกทั้งดวงตาของเขายังคอยหลบเลี่ยงอยู่เสมอ

หยุนลี่เต๋อขมวดคิ้วพลางกล่าวพึมพำกับตนเอง “ข้าไม่รู้ว่าท่านแม่และพี่สะใภ้ใหญ่รับรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง”

“ต้าหลางกลับไปที่เรือนก่อนจะมาพบเรา เกรงว่าคงบอกกล่าวให้ทราบโดยทั่วกันแล้ว” แม่นางเหลียนกล่าว “ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสียหน่อย เด็กคนนี้อายุเกินสิบแปดปีแล้ว เขาไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้ตลอดไป สู้แต่งงานมีครอบครัว คงทำให้ประสบการณ์ชีวิตเพิ่มพูนยิ่งขึ้น”

“ข้าคิดกังวลเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ครั้นเห็นว่าเขาสามารถลงหลักปักฐานยืนหยัดได้ด้วยตนเองแล้วก็สบายใจ เราค่อยมอบสินสอดทองหมั้นสำรองให้แก่เขา แล้วหาแม่สื่อให้ช่วยพูดคุยเกี่ยวกับการแต่งงานครั้งนี้อย่างจริงจัง ถึงอย่างไรก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่…” หยุนลี่เต๋อถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

แม่เฒ่าจูไม่ใส่ใจมากนักกับการที่หยุนโม่จะแต่งเข้าเป็นลูกเขยของตระกูลอื่น แต่ยังก่นด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง พร้อมเดินไปค้นตามห้องฝั่งปีกตะวันออกเพื่อพลิกหาเงินตามซอกและมุมต่าง ๆ ปรากฏว่าไม่พบสิ่งที่ต้องการ จึงฟาดงวงฟาดงาลงกับแม่นางจ้าวแทน

ตามหลักการแล้ว การแต่งเข้าเป็นลูกเขยของตระกูลอื่นไม่ต่างจากการแต่งเข้าตระกูลเป็นสะใภ้ ตราบใดที่หยุนโม่แต่งเข้าตระกูลหลัว ก็นับว่าเขากลายเป็นคนของตระกูลหลัวไปแล้ว และการที่ตระกูลฝั่งว่าที่เจ้าสาวยินยอมแต่งลูกเขยเข้าตระกูล หมายความว่าพวกเขาต้องมีฐานะร่ำรวยประมาณหนึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วหยุนโม่จะไม่ได้รับสินสอดทองหมั้นจากพวกเขาเลยเชียวหรือ?

แล้วเงินอยู่ที่ใดกัน?

ความจริงแล้วตระกูลหลัวมอบสินสอดทองหมั้นให้กับเขาเป็นจำนวนสามสิบตำลึง ซึ่งหยุนโม่เก็บไว้ส่วนหนึ่งเพื่อซื้อเสื้อผ้าอย่างดีตั้งแต่หัวจรดเท้าสำหรับตนเอง ส่วนเงินที่เหลืออีกสิบตำลึง เขามอบให้แม่นางจ้าวเก็บไว้อย่างลับ ๆ

แม่นางจ้าวได้รับเงินมาแล้ว แต่ไม่กล้านำไปเก็บไว้บนเรือน จึงลอบขุดหลุมหลังแปลงผักเพื่อนำเงินมาฝังซ่อนไว้

เงินจำนวนสิบตำลึงฟังแล้วอาจดูเหมือนเป็นจำนวนมหาศาล ทว่าเมื่อกล่าวถึงการใช้จ่ายแล้ว มันเพียงพอสำหรับซื้อสิ่งใดได้บ้าง? ไม่เพียงพอที่จะซื้อที่ดินและสร้างบ้าน ไม่เพียงพอสำหรับการแยกครอบครัวออกไปลงหลักปักฐานเพียงลำพังด้วยซ้ำ

ในฐานะแม่ นางไม่ต้องการเห็นลูกชายเพียงคนเดียวแต่งเข้าตระกูลอื่น แต่แม่นางจ้าวไม่อาจทัดทานอย่างไรได้ นางไม่อยู่ในสถานะที่จะบงการชีวิตใครได้อีกต่อไป บางครั้งนางอดคิดไม่ได้ว่าตนไม่ต้องการมีชีวิตอยู่โดยที่ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีความกล้าพอที่จะแสวงหาความตาย

เดิมที นางคาดหวังไว้ว่าหยุนเยว่กำลังจะได้แต่งงาน หลังจากนั้นชีวิตความเป็นอยู่ของนางจึงจะดีขึ้นได้ด้วยการพึ่งพาลูกสาว แต่เวลานี้ ผ่านมาประมาณสองถึงสามเดือนแล้วนับตั้งแต่ผู้เฒ่าหยุนตายจากไป กลับไม่มีผู้ใดต้องการสู่ขอนางอีก

ครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวยย่อมเฟ้นหาลูกสะใภ้ที่มีฐานะคู่ควรกัน ส่วนครอบครัวที่มีฐานะยากจนก็เลือกลูกสะใภ้ที่มีจิตใจดี มีความสามารถ และขยันขันแข็ง หยุนเยว่มีใบหน้าสวยสดงดงาม เป็นหนึ่งในเด็กสาวเพียงไม่กี่คนที่สามารถอ่านออกเขียนได้ แต่กลับกลายเป็นว่านางไม่มีผู้ใดต้องการแต่งงานด้วย

ทุกวันนี้นับตั้งแต่ทำงานเพาะปลูกกลางทุ่งนา ลูกสาวทั้งสองของนางเริ่มผิวพรรณคล้ำลงเพราะแสงแดดที่แผดเผา ผิวกายรวมถึงฝ่ามือที่เคยอ่อนนุ่มมีตุ่มพองขึ้นโดยทั่ว นานวันเข้าตุ่มพองเหล่านั้นก็แตกออกกลายเป็นแผลด้าน มีสีเหลือง แข็งกระด้าง และหยาบกร้าน ดูน่าเกลียดไม่น้อย

หลังจากทำงานอย่างยาวนานตลอดช่วงบ่าย ทันทีที่หยุนหรงได้ยินว่าหยุนโม่กำลังจะแต่งเข้าเป็นลูกเขยของตระกูลอื่นในตัวเมือง หยุนหรงรู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างยิ่ง นางวิ่งเข้าห้องปิดประตูก่อนตะโกนด่าทอเสียงดังลั่น “เจ้าหน้าอ่อนกินบนเรือนถ่ายรดบนหลังคา! ครั้นมีโอกาสชุบตัวจนร่ำรวยกลับไม่คำนึงถึงพวกเราเลยสักนิด!”

“เขาไม่จำเป็นต้องดูแลเราเสียหน่อย” หยุนเยว่กล่าวด้วยท่าทีสงบนิ่งและไม่แยแส “เจ้าคิดว่าการแต่งเข้าเป็นลูกเขยตระกูลอื่นเป็นเรื่องน่าชื่นชมยินดีนักหรือ?”

“ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่าพวกเรามากนัก” หยุนหรงลูบฝ่ามือของตน “ต้องทนทำงานหยาบเหล่านี้ตลอดทั้งวัน ดูมือและใบหน้าของข้าสิ! ข้าแทบจะอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว!”

“ต่อให้อดทนไม่ได้ก็จำเป็นต้องอดทนอยู่ดี” หยุนเยว่กล่าว “เจ้าจะตะโกนเสียงดังในห้องให้เกิดประโยชน์ใดขึ้นมา? หากเจ้ามีความสามารถก็จงไปขอความเห็นใจจากท่านอารองสิ หากไม่ลงแรงทำงานพวกเราจะอดตายกันทั้งหมด เขากล่าวไว้อย่างชัดเจนแล้ว”

หยุนหรงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ท่านดีแต่ผลักภาระมาให้ข้า เหตุใดจึงไม่ยอมไปด้วยตนเองเล่า?”

“ข้าทันผลักภาระให้เจ้าตั้งแต่เมื่อไรกัน? หากเจ้าไม่ใคร่ไปก็ไม่ต้องไป อย่าได้กล่าวไร้สาระโทษผู้อื่น” หยุนเยว่เหลือบมองนางด้วยหางตา ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายไม่กล้าไปสร้างปัญหาให้หยุนลี่เต๋อ จึงลอบถอนหายใจออกด้วยความผิดหวัง

แม้การแต่งเข้าเป็นเขยตระกูลอื่นจะเสื่อมเสียเกียรติ แต่อย่างน้อยบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสุข

หยุนลี่เต๋อตระเตรียมของกำนัลไว้มากมายสำหรับมอบให้หลานชายคนแรกของตระกูลหยุน ก่อนจะสอบถามเกี่ยวกับฐานะของตระกูลหลัวจากปากผู้อื่น ได้ความว่าสองสามีภรรยาผู้ชราของตระกูลเปิดกิจการเป็นโรงย้อมผ้าขนาดย่อม พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่มั่งคั่งพอสมควร ทว่าไม่มีบุตรชายสืบสกุล มีเพียงบุตรสาวห้าคน ซึ่งบุตรสาวคนที่สี่และห้ายังไม่ออกเรือน

ผู้ที่ได้รับเลือกให้แต่งงานเป็นบุตรสาวคนที่สี่ของตระกูลหลัว มีชื่อเต็มว่า หลัวเฉี่ยวหลาน นางมีรูปร่างหน้าตาธรรมดาสามัญ ไม่มีความงามโดดเด่นสะดุดตาจนเป็นที่น่าจดจำของผู้คน ถึงกระนั้นก็ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างดี

เขาได้ยินมาอีกว่าสองสามีภรรยาชราของตระกูลหลัวมีวิถีชีวิตเรียบง่าย อีกทั้งกิจการขนาดย่อมของพวกเขาก็มั่นคงและโปร่งใสเช่นกัน ลูกสาวทั้งสามคนแรกแต่งงานกับสามีที่ดี ไม่มีเรื่องผิดมนุษยธรรมใด ๆ หยุนลี่เต๋อรู้เช่นนี้แล้วจึงคลายความกังวลไปได้มาก

แน่นอนว่าตระกูลหยุนไม่ส่งสมาชิกในครอบครัวไปร่วมงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของพวกเขา โชคดีที่ภรรยาของหยุนโม่เป็นคนมีเหตุผล สามวันหลังจากแต่งงาน คู่บ่าวสาวจึงเดินทางกลับมายังหมู่บ้านไป๋ซีเพื่อคารวะผู้อาวุโสพร้อมกับของกำนัลเล็กน้อย

แม่เฒ่าจูและแม่นางจ้าวไม่ยินดียินร้ายแต่อย่างใด ตรงข้ามกับแม่นางเหลียน ทันทีที่หลัวเฉี่ยวหลานเรียกขานนางว่าอาสะใภ้รอง นางรีบตอบรับอย่างรวดเร็วด้วยความยินดี ทั้งยังหยิบเอาปิ่นปักผมสีเงินที่เคยใช้เพียงครั้งสองครั้งจากโต๊ะข้างเตียง มอบเป็นของกำนัลเพื่อรับขวัญหลานสะใภ้

หลัวเฉี่ยวหลานไม่นึกรังเกียจแต่อย่างใด นางรีบรับมันไว้ก่อนก้มลงคำนับด้วยความเคารพ จากนั้นจึงนั่งสนทนากับแม่นางเหลียนอยู่ครู่ใหญ่ กระทั่งเวลาผ่านไปเกือบเที่ยง แม่นางเหลียนจึงเชื้อเชิญให้ทั้งสองร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน ทว่าทั้งสองกลับปฏิเสธอย่างสุภาพ โดยให้เหตุผลว่าต้องไปจัดการเรื่องภายในครอบครัว

แม่นางเหลียนไม่ลืมหันไปกำชับหยุนโม่อีกครั้ง “เสี่ยวหลานเป็นคนดี เจ้าควรขยันหมั่นเพียรให้มาก และปฏิบัติต่อครอบครัวของนางให้ดี”

หยุนโม่พยักหน้ารับ ใบหน้าปรากฏเป็นรอยยิ้มเล็กน้อย ส่วนหลัวเฉี่ยวหลานเอียงศีรษะมองไปยังใบหน้าของเขา สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่ รอยยิ้มหวานซึ้งราวส่งตรงมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

หลังจากส่งทั้งสองคนออกจากเรือนไปแล้ว แม่นางเหลียนกล่าวว่า “ข้ามองเพียงแวบเดียวก็รู้แล้ว แม่นางผู้นี้ซื่อสัตย์จริงใจกับต้าหลางมากทีเดียว”

“ควรจะเป็นเช่นนั้น” หลี่ชื่อเหอยังคงถือผ้าขี้ริ้วอยู่ในมือ ยืนอยู่ตรงประตูร้านพร้อมทอดสายตามองไปยังแผ่นหลังของทั้งสองที่ค่อย ๆ ห่างออกไป “ต้าหลางใบหน้าหล่อเหล่า อารมณ์สงบนิ่ง ทั้งยังเป็นบัณฑิตมีความรู้อีกด้วย”

“การเชื่อฟังคำพูดของนางก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำเช่นกัน ต่อให้เขาแต่งเข้าตระกูลอื่น แต่ต้าหลางไม่ควรทำให้นางได้รับความคับข้องใจ” แม่นางเหลียนถอนหายใจแผ่วเบา “ข้าหวังว่าต้าหลางจะยึดมั่นในคำอวยพร ในอนาคตเขาจึงจะสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเอง มีชีวิตครอบครัวที่สงบราบรื่น”

เข้าสู่เดือนมิถุนายน สภาพอากาศทั้งอบอ้าวและแห้งแล้ง

นับตั้งแต่หยุนโม่กลับมาเยี่ยมครอบครัวหลังแต่งงาน เขาก็ไม่เคยกลับไปเหยียบหมู่บ้านไป๋ซีอีกเลย แม่นางเหลียนและหยุนเชวี่ยพบเจอเขาเพียงครั้งหนึ่งเมื่อพวกนางเข้าไปในเมืองเพื่อจ่ายตลาด เห็นเขาหยุดอยู่หน้าแผงขายหนังสือเพื่อเลือกหนังสืออย่างระมัดระวัง และได้พูดคุยกันครู่หนึ่ง

แม่นางเหลียนเดินเข้าไปทักทายเขาสองสามประโยค จึงได้รู้ว่าเขาและหลัวเฉี่ยวหลานช่วยสองสามีภรรยาชราตระกูลหลัวทำกิจการโรงย้อมผ้า หลังจากแต่งงาน ดูเหมือนว่าชีวิตความเป็นอยู่ของเขาค่อนข้างดีทีเดียว ทว่าขณะพูดคุยสีหน้าของเขาค่อนข้างเรียบเฉย จะสดใสขึ้นบ้างก็ต่อเมื่อก้มลงมองหนังสือในมือเท่านั้น

หลังจากพูดคุยต่อไปอีกสักพักหนึ่ง เขาจึงกล่าวลาและรีบเดินจากไป เถ้าแก่แผงขายหนังสือเผยสีหน้าบูดบึ้ง ทั้งยังกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูกไล่หลังไป “อยู่โยงหน้าแผงของข้าตั้งครึ่งวัน พลิกหนังสือไปมาแทบทั้งหมด แต่กลับซื้อไปเพียงหนึ่งเล่ม หนำซ้ำยังต่อรองราคาอีก เป็นบัณฑิตประสาอะไรกัน?!”

แม่นางเหลียนเงยหน้าขึ้นทันที เห็นเพียงแผ่นหลังของหยุนโม่ซึ่งแต่งกายสะอาดสะอ้านราวเป็นบัณฑิต เดินหายเข้าไปในกลุ่มฝูงชนอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ไม่เห็นเขาเสียแล้ว นางรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย

วิถีชีวิตในแถบชนบทหนึ่งวันผ่านพ้นไปอย่างน่าเบื่อและยุ่งเหยิง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นฤดูร้อน เวลานี้พืชผลจะต้องได้รับการบำรุงและรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วัชพืชทั้งหลายจะต้องถูกกำจัดออกไปให้หมดเกลี้ยง งานเพาะปลูกกลางทุ่งนากลายเป็นภาระหนักในทันใด

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 485 บุตรสาวตระกูลหลัว"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022
novelpdf-039
ฝืนชะตาชายาอสูร
24/03/2023
2020328295-member-193×278-1
ช้าก่อนคุณป๋อ! ครั้งนี้ขอเป็นรักสุดท้าย
06/03/2023
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.