ทะลุมิติไปเป็นสาวน้อยชาวสวน[农家小财主] - ตอนที่ 486 คนหายตัวไป
ตอนที่ 486 คนหายตัวไป
ตอนที่ 486 คนหายตัวไป
ช่วงนี้แม่เฒ่าจูค่อนข้างสงบเสงี่ยม เหตุผลหลักคงเป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับหยุนชิ่วเอ๋อ จึงทำให้รู้สึกอับอายจนไม่กล้าสู้หน้าผู้ใด อีกทั้งนางไม่คิดจะสร้างปัญหาให้กับหยุนลี่เต๋อ ดังนั้นนางจึงปิดประตูลานบ้านไว้อย่างแน่นหนา และหันไปด่าทอแม่นางจ้าวเช่นทุกครั้ง
ท้องของหยุนชิ่วเอ๋อมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปเกือบเจ็ดเดือนแล้ว ร่างกายของนางแบกรับน้ำหนักมากขึ้นทุกขณะ กอปรกับอากาศอบอ้าวในช่วงฤดูร้อน ทำให้นางไม่ยอมเคลื่อนไหวเลยตลอดทั้งวัน ทว่าความอยากอาหารของนางกลับเพิ่มพูนเป็นเท่าทวี ทำให้รูปร่างของนางเริ่มท้วมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แม่เฒ่าจูไม่ยอมปล่อยให้นางออกไปเดินวนเวียนอยู่กลางลานบ้าน คอยดูให้นางอาศัยอยู่แต่ในห้อง ไม่ว่าการกินดื่มหรือกิจกรรมอื่น ๆ ล้วนทำอยู่ภายในห้องเท่านั้น แม่เฒ่าจูเคยเปรยกับแม่นางเหลียน ว่าทันทีที่เด็กป่าเถื่อนคนนี้ถูกคลอดออกมา นางจะยกให้เป็นลูกของผู้อื่นไปเสีย หรือหากไม่สามารถเสาะหาผู้อุปการะได้ ให้ส่งไปอยู่ที่วัดแทน
ส่วนหยุนชิ่วเอ๋อ นานวันเข้าอาการที่เป็นผลมาจากการกระทบกระเทือนทางจิตใจก็ค่อย ๆ น้อยลง แต่หากเป็นเช่นนี้ต่อไปนางจะกลายเป็นแม่ม่ายไร้สามี แม่เฒ่าจูคิดว่าคงเป็นการดีกว่าหากจะจ้างแม่สื่อให้ตระเวนไปตามหมู่บ้านห่างไกลหรือในถิ่นอื่น เพื่อจัดการให้หยุนชิ่วเอ๋อได้แต่งงานใหม่ ดีกว่าปล่อยให้นางอยู่ที่หมู่บ้านนี้ต่อไปให้อับอายขายหน้า
แม่นางเหลียนไม่เห็นด้วยกับความคิดดังกล่าว ทว่านางไม่กล้าทัดทานความตั้งใจของแม่เฒ่าจู ทำได้เพียงรับปากว่าจะพยายามจัดการเรื่องนี้ให้ ก่อนจะเบือนหน้าหนีกลับเรือนไป ผลักภาระดังกล่าวให้หยุนลี่เต๋อเป็นผู้จัดการแทน
ยังไม่ทันที่หยุนลี่เต๋อจะเกิดความคิดอันดี เช้าวันหนึ่งในช่วงกลางเดือนมิถุนายน นางเฉินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก บอกว่าหยุนชิ่วเอ๋อหายตัวไป หลังจากถามไถ่ถึงสาเหตุที่แน่ชัด พบว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของนางเฉิน ตกกลางคืนอากาศร้อนอบอ้าว นางจึงเปิดประตูลานบ้านเพื่อระบายความร้อน แต่แล้วกลับลืมลงกลอนให้แน่นหนาเช่นทุกครั้ง ครั้นตื่นขึ้นตอนเช้าตรู่จึงรู้ตัวว่าคนหายตัวไปเสียแล้ว
สองสามีภรรยาครอบครัวรองเป็นที่เคารพเกรงใจของคนในหมู่บ้าน ดังนั้นเมื่อเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น ชาวบ้านหลายคนจึงอาสาช่วยเหลือในการตามหา ตั้งแต่เช้าตรู่จรดเที่ยงวัน พวกเขาออกค้นหาไปตามหมู่บ้านใกล้เคียงหลายแห่งเป็นระยะทางกว่าสิบลี้ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของหยุนชิ่วเอ๋อ
“พี่สะใภ้รอง หญิงท้องแก่เช่นนั้นจะแบกท้องใหญ่โตวิ่งหนีไปที่ไหนได้?” นางเฉินทั้งเหนื่อยและร้อน ยกมือขึ้นเท้าสะเอวพลางหอบหายใจอย่างหนัก “พวกเราต้องพาตัวนางกลับมาให้ได้ หากหาตัวนางไม่พบแล้วละก็… เห็นทีข้าต้องถูกคาดโทษเป็นแน่”
“ชิ่วเอ๋อเดินหายออกจากเรือนไปตั้งแต่เมื่อไร เจ้าไม่ทันสังเกตเห็นเลยหรือ?” แม่นางเหลียนเอ่ยถาม
นางเฉินขมวดคิ้วมุ่น “ข้าจะทันสังเกตเห็นได้อย่างไร? เวลาดึกดื่นค่อนคืนถึงเพียงนั้น… แม้แต่ท่านแม่ที่นอนอยู่ในห้องเดียวกันกับนางยังไม่ทันสังเกตเห็นด้วยซ้ำ…”
แม่นางเหลียน…
นางเฉิน “นี่ พวกเราออกตามหานางมาตลอดทั้งวันแล้ว พักกินข้าวกันก่อนเถอะ หากไม่กินรองท้องเสียหน่อยแล้วจะยังมีแรงเดินท่ามกลางแดดจัดได้อย่างไร? ขาของข้าปวดจนแทบหักอยู่แล้ว… พี่สะใภ้รอง กลับไปกินข้าวกันก่อนเถอะ…”
แม่นางเหลียนถึงขั้นกล่าวคำใดไม่ออก เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นถึงเพียงนี้ เหตุใดเจ้ายังมีใจคำนึงถึงเรื่องกินอยู่อีก? อีกอย่างนางยังคิดว่าเป็นเรื่องน่าละอายไม่น้อยที่ปล่อยให้ผู้คนเกือบครึ่งหมู่บ้านออกตามหยุนชิ่วเอ๋อ ดังนั้นนางจึงถือโอกาสนี้เรียกทุกคนให้กลับไปยังร้านอาหารเสียก่อนเพื่อเป็นการขอบคุณในน้ำใจ
หลังเสร็จสิ้นมื้ออาหาร หยุนลี่เต๋อพร้อมด้วยชายฉกรรจ์อีกสองสามคนเดินทางเข้าไปในเมืองอีกครั้งเพื่อตามหานาง ทว่ายังไร้วี่แววว่าจะพบ พวกเขามองดูดวงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ คล้อยต่ำจวนลาลับขอบฟ้า ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านกันหมดแล้ว มีเพียงนางเฉินเท่านั้นที่ไม่เต็มใจจะกลับไป
“พี่รอง พี่สะใภ้รอง ใช่ว่าท่านทั้งสองไม่รู้จักนิสัยท่านแม่ของเราเสียหน่อย…” นางเฉินนั่งลงบนเก้าอี้จนเต็มบั้นท้ายอย่างมั่นคง ก่อนจะกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “ตราบใดยังหาตัวชิ่วเอ๋อไม่พบ ข้าคงไม่มีหน้ากลับไปที่บ้าน ท่านแม่คงไม่ให้ข้ากินอาหารดี ๆ เป็นแน่”
“แล้วเจ้าจะทำอย่างไร? เจ้าไม่สามารถอยู่นอกเรือนได้ตลอดไปเสียหน่อย” วันนี้แม่นางเหลียนเหน็ดเหนื่อยไม่น้อย นางต้องการพักผ่อนหย่อนกายสักครู่ แต่อีกฝ่ายกลับหน่วงเวลาไม่ยอมกลับไปเสียที นางมองไปยังใบหน้าของนางเฉินที่ปฏิบัติตนราวไม่คิดว่าตนเองเป็นคนนอก แล้วให้นึกอารมณ์เสียเล็กน้อย
“ให้ข้าอาศัยอยู่กับครอบครัวของท่านเป็นอย่างไร? หางานใดก็ได้ให้ข้าทำ ข้าสามารถกินและอยู่ได้ทั้งนั้น” นางเฉินโพล่งออกมาโดยแทบไม่เสียเวลาคิด “ถึงอย่างไรข้าก็กลับไปที่บ้านไม่ได้อีกแล้ว พี่สะใภ้รอง ท่านไม่เห็นหรือว่าท่านแม่ปฏิบัติต่อสะใภ้ใหญ่อย่างไรบ้าง นางได้กินขนมปังรังนกแห้งผากเพียงวันละสองชิ้นเท่านั้น ไม่ให้ขึ้นไปนอนบนเรือน ได้แต่อาศัยหลบแดดลมฝนสร้างเพิงอยู่ข้างคอกหมู กลิ่นตามร่างกายเหม็นหึ่งไปหมด… ข้าไม่คิดว่าตนเองสามารถอยู่เช่นนั้นได้แน่ แต่นางรับกรรมเช่นนี้ก็สมควรแล้วล่ะ…”
ปากของนางเฉินไร้หูรูด ยิ่งพูดพล่ามมากเพียงใดไร้สาระมากเท่านั้น หยุนลี่เต๋อขมวดคิ้วก่อนเอ่ยห้ามปรามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “สะใภ้สาม เจ้าอย่าได้พูดจาเหลวไหล!”
“ข้าพูดจาเหลวไหลอย่างไรกัน?! พี่รอง ท่านไม่เห็นหรืออย่างไร? สะใภ้ใหญ่กระทำสิ่งเลวร้ายไร้คุณธรรม นางได้รับโทษทัณฑ์เช่นนี้ก็นับว่าสมควรแล้ว สวรรค์มีตาไม่ปล่อยนางไว้…” กล่าวจบแล้วนางเฉินก็ถ่มน้ำลายลงพื้นพร้อมสาปแช่ง
“เอาล่ะ หยุดพูดเสียทีเถอะ นี่ก็เย็นย่ำแล้ว เจ้ารีบกลับเรือนไปเถิด” แม่นางเหลียนถอนหายใจพร้อมโบกมืออย่างจนปัญญา
“ช้าก่อน! พี่สะใภ้รอง พี่สะใภ้รอง…” นางเฉินคว้าขาโต๊ะไว้มั่น “เราตกลงกันแล้วมิใช่หรือ? ท่านอนุญาตให้ข้าอาศัยอยู่กับท่านไม่ใช่หรือ? ห้องของเยี่ยนเอ่ออย่างไรเล่า เตียงยังว่างอยู่ ข้าอาศัยอยู่ในห้องนั้นแทนนางก็ย่อมได้ ท่านอย่าขับไล่ไสส่งข้าเลย พี่สะใภ้รอง…”
“ข้าอนุญาตให้เจ้าอาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวข้าตั้งแต่เมื่อไร?” แม่นางเหลียนดับตะเกียง “น้องสามไม่อยู่ที่นี่ น้องสะใภ้จะอาศัยอยู่ร่วมชายคากับพี่ชายสามีได้อย่างไร? หากเจ้าออกไปนอกบ้านไม่กลัวว่าจะถูกผู้คนติฉินนินทาเอาหรือ?”
นางเฉินบุ้ยใบ้ริมฝีปากอย่างไม่แยแส “ข้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเสียหน่อย จะกลัวเสียงซุบซิบนินทาเหล่านั้นด้วยเหตุใดกัน?”
แม่นางเหลียนไม่ต้องการพูดคุยกับนางเฉินอีก นางหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าบูดบึ้งก่อนจะเดินจากไป
บั้นท้ายของนางราวมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็นพันจิน ยังคงนั่งกดบั้นท้ายอยู่บนเก้าอี้ไม่คิดขยับเขยื้อน ไม่นานหลังจากนั้น นางเห็นสืออีพับแขนเสื้อขึ้นเดินตรงมาทางนี้ พร้อมด้วยต้าหวงที่กำลังแสยะแยกเขี้ยวและเห่ากรรโชกวิ่งตามมา
เมื่อนางเฉินเห็นชายผู้นี้แล้วให้รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ ถึงกระนั้นยังทำใจดีสู้เสือถลึงตากลับ “เจ้าจะทำอะไร?! ที่นี่คือบ้านของพี่รองและพี่สะใภ้รองของข้า เจ้าเป็นเพียงคนงานของเขา หากกล้าก็ลองดู…”
สิ้นเสียงของนางเฉิน เกิดเสียงดัง ‘ปัง!’ ตามมา สืออีไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาเดินขึ้นไปบนเรือนก่อนจะออกแรงเตะพนักเก้าอี้ให้หงายหลัง นางเฉินร้องโอดโอยดังลั่นขณะที่ล้มตกจากเก้าอี้ กระทั่งบั้นท้ายและร่างอันอวบอ้วนไปด้วยไขมันกระแทกพื้นจนไม้ลั่นสองสามครั้ง
“โธ่เอ๊ย! ไอ้สารเลว…” นางยังไม่ยอมลุกขึ้น ได้แต่เหยียดขาทั้งสองข้างนั่งอยู่กับพื้นอย่างนั้น พร้อมแหงนหน้าขึ้นร้องคร่ำครวญ “ชักจะเหิมเกริมเกินไปแล้ว! พี่รอง! พี่สะใภ้รอง! พวกท่านออกมาดูเร็วเข้า คนงานของพวกท่านกำลังจะฆ่าแกงข้าแล้ว…”
ใบหน้าของสืออีบึ้งตึงอย่างน่ากลัว แววตาเต็มไปด้วยแรงอาฆาต เขาเดินเข้าไปงัดแขนทั้งสองข้างของนางให้อยู่ในท่าไพล่หลัง ก่อนจะลากนางออกไปจากตัวเรือน แล้วลากต่อไปยังนอกลานบ้าน โดยที่นางเอาแต่กรีดร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด ไม่เพียงเท่านั้น เขายังลากร่างของนางออกไปไกลถึงปากทางเข้าหมู่บ้านเลยทีเดียว
นางเฉินยืนรั้งรออยู่แถวหินโม่ขนาดใหญ่ตรงทางเข้าหมู่บ้าน ร้องไห้สะอึกสะอื้นราวทุกข์ระทมเสียเต็มประดาอยู่ชั่วครู่ ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายล้อมวงกินอาหารมื้อเย็นโดยไม่แยแสตนแม้แต่น้อย จึงสะบัดก้นเดินกลับไปตามทางของหมู่บ้าน จำใจกลับไปยังเรือนหลังเก่าตระกูลหยุนอย่างไร้หนทางอื่น
ถึงแม้ตามหาคนไม่พบ แต่การยอมกลับไปที่บ้านแล้วทนฟังคำดุด่าอย่างน้อยยังพอมีที่ให้ซุกหัวนอน ต่อให้แม่เฒ่าจูด่าทอหยุนชิ่วเอ๋อว่าทำให้นางอับอายขายหน้าเพียงใด ถึงอย่างไรนางก็ยังเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของนาง ตอนนี้นางกลับหายตัวไปจากเรือนทั้งที่ท้องแก่ แม่เฒ่าจูโกรธเกรี้ยวยิ่งนักจนอยากฆ่านางเฉินผู้ไร้ประโยชน์ให้ตายคามือไปเสีย
แม่เฒ่าจูถือไม้กวาดไล่ทุบตีนางเฉิน ขณะที่นางเฉินพยายามวิ่งตะเกียกตะกายเอาตัวรอดไปทั่วลานบ้าน พร้อมกรีดร้องเสียงแหลมสูง โดยที่แม่นางจ้าวคอยยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านข้าง
หยุนหรงเปิดหน้าต่างออกไปเพื่อสังเกตการณ์ ก่อนจะสูดลมหายใจพร้อมพร่ำบ่น “ดี ฆ่านางให้ตายเสีย ขืนอยู่ต่อไปก็รกหูรกตา หยุนชิ่วเอ๋อหรือก็เป็นคนวิกลจริตแต่กลับกินดีอยู่ดีกว่าพวกเราเสียอีก ในเมื่อกล้าหนีออกไปก็อย่าได้กลับมาอีกเลย!”
หยุนเยว่ไม่ตอบรับคำกล่าวของน้องสาวแต่อย่างใด นางกวาดสายตามองไปยังแม่นางจ้าวอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงละสายตา ก่อนจะมองไปยังแปลงผักด้านข้างแล้วจดจ่ออยู่อย่างนั้น
วันรุ่งขึ้น ยังไม่มีผู้ใดพบตัวหยุนชิ่วเอ๋อ
เข้าสู่วันที่สาม ก็ยังไม่มีผู้ใดพบเห็นนาง
กระทั่งวันที่สี่ ผู้คนในหมู่บ้านต่างแนะนำให้หยุนลี่เต๋อและแม่นางเหลียนหยุดตามหา เพราะจากการเสาะหาตามหมู่บ้านใกล้เคียงหลายแห่ง ทั้งยังช่วยกันค้นหาสถานที่ทั้งหมดที่คาดว่าน่าจะพบอย่างถี่ถ้วนแล้ว ไม่แน่ว่านางอาจพลัดหลงไปไกลกว่านั้น หรืออาจมีบางสิ่งที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้นกับนาง