ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 570 ข่าวดี
ต่อมาเฉียนเพ่ยอิงก็เล่าให้ลูกสาวฟังว่าเรื่องเป็นมาอย่างไร
พวกคุณหนูตระกูลลู่จ่ายเงินตอบแทนให้ ‘พวกทหารตระกูลลู่’
อย่างไรเสียในสายตาของเฉียนเพ่ยอิงก็คือค่าเหนื่อย
คิดว่าคงไม่อยากให้พวกเราทางนี้ไปโดยไม่ได้อะไร
ถึงแม้จะสร้างกำแพงให้แล้ว แต่นั่นลู่พั่นเป็นคนสร้างให้ เป็นความตั้งใจของน้องชายของพวกนาง พวกนางยังไม่ได้แสดงน้ำใจบ้างเลย
จึงฝากเถ้าแก่ฉีเอาตั๋วเงินมาให้ท่านลุงซ่ง จากนั้นก็ไปแบ่งให้แต่ละครอบครัวกันเอาเอง
ท่านลุงซ่งย่อมไม่มีทางรับไว้ บอกว่าพวกเรามีป้ายพระราชทานแล้ว ตระกูลจงอี้ ยังจะเอาเงินอะไรอีก ไม่ได้เด็ดขาด
แต่คนหนึ่งอยากให้ อีกคนก็ไม่ยอมเอา ท่านลุงซ่งจึงยื่นคำขาด “ถ้ารับไว้แบบนั้นจะเป็นการดูถูกชาวบ้านอย่างพวกเรา”
แสดงให้เห็นว่าท่านลุงซ่งจดจำคำพูดของหลานฝูเซิงได้ขึ้นใจ
ตอนนั้นซ่งฝูเซิงพูดว่า “ลุงซ่ง พวกเราไม่เอา พวกเราไม่ใช่บ่าวรับใช้ของตระกูลลู่เสียหน่อย ที่ทำความดีแล้วจะได้เงินรางวัลตอบแทน ดังนั้นพวกเราจะไม่รับเงินนี้”
คุณหนูสามลู่จือหว่านจึงให้เถ้าแก่ฉีเอาตั๋วเงินไปแลกเป็นทอง ก้อนทองก้อนเล็กๆ พวกนั้นก็มีค่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อย
พอเป็นแบบนี้ เลยจะเอาก้อนทองให้พวกเด็กๆ ของแต่ละบ้าน จากนั้นค่อยไปบอกท่านลุงซ่งว่าระวังเด็กๆ ทำหาย นั่นก็จะถือว่าได้ให้ ‘ค่าเหนื่อย’ กับชายฉกรรจ์เหล่านั้นแล้ว
แต่ปรากฏว่าพวกเด็กๆ ก็หลอกยาก ให้ของกินก็ใช่ว่าจะยอมรับไว้ ให้อันนี้ยิ่งไม่เอาเข้าไปใหญ่
…
“ดูท่านสิ จะมาก็มา พวกเราสนิทกันขนาดไหนแล้วยังจะเอาของมาอีก ทำเกรงใจไปได้”
ถึงช่วงปลายปีที่มีการเยี่ยมเยียนนำของขวัญไปให้ ภรรยาเหล่าสุยก็พาลูกชายคนรองเอาของมาให้ถึงบ้าน
พอภรรยาเหล่าสุยเข้าไปในบ้านก็เห็นมีน้ำแข็งเกาะอยู่บนหมวก คิ้ว ขนตา ดูก็รู้ว่าหนาวมาก
“รีบถอดรองเท้าแล้วขึ้นเตียงไปเร็ว เดี๋ยวข้าจะไปรินน้ำอุ่นมาให้”
เฉียนเพ่ยอิงพูดถูก นางค่อนข้างสนิทกับภรรยาของเหล่าสุยทีเดียว
เพราะช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง ภรรยาของเหล่าสุยได้พาลูกชายคนรองบ้านนาง และยังมีลูกชายวัยสิบเอ็ดกับสิบสามปีของบ้านลุงใหญ่มาช่วยทำงานด้วย
ช่วงนั้นช่วยงานได้มากทีเดียว
บางครั้งมืดค่ำแล้วก็นอนในกระท่อม ช่วยทำกับข้าว เก็บถั่วเหลือง ตากธัญพืช
เพราะพวกเขาจดจำความดีของพวกเราได้
ได้ยินว่าหลังจากเหล่าสุยไปถึงที่หมายก็ส่งจดหมายมาบอกว่า เป็นเพราะพึ่งใบบุญของซ่งฝูเซิง เขากับลูกชายคนโตปลอดภัยดีมาก ช่วยเก็บหนังสัตว์ไปทำถุงมือส่งให้พวกทหารชายแดน
อย่าให้พูดเลย ตอนนั้นที่ภรรยาเหล่าสุยมาหาครั้งแรก พอเห็นเฉียนเพ่ยอิงก็แทบจะคุกเข่าลง ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล
ปรากฏว่าคุยไปคุยมาได้ยินว่าพวกซ่งฝูเซิงไปแล้ว ไม่อยู่บ้าน ตอนนั้นนางไม่พูดอะไร แต่พอถึงช่วงเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วง นางก็พาลูกหลานมา
ภรรยาเหล่าสุยยิ้ม “แม่สามีข้าตั้งใจให้เอามาให้ เมื่อวานเย็นถามข้าว่าเมื่อไรจะไปบ้านฝูเซิง เจ้าก็รู้ว่าแม่สามีข้าค่อนข้างเลอะเลือน แต่ครั้งนี้กลับไม่แล้ว ในที่สุดก็จำชื่อได้แล้ว”
“ข้าควรจะไปเยี่ยมเยียนก่อน แต่พูดตามตรง เพิ่งกลับจากเมืองเฟิ่งเทียน ข้ายังคิดอยู่ว่าพรุ่งนี้จะไปบ้านท่าน”
“ไม่ต้องไปหรอก ข้างนอกหนาวมาก พวกเราให้ของกันแค่นี้ อย่าไปๆ มาๆ เลย ไม่อย่างนั้นเกิดเจ้าไม่สบายขึ้นมาข้าจะไม่กล้ามาหาอีก”
ภายในบ้านกำลังคุยกัน
ส่วนด้านนอก ท่านลุงซ่งก็กำลังดันของกลับไปให้เริ่นกงซิ่น “วันหนึ่งเจ้ามาสักแปดรอบได้ เอาของพวกนี้มาทำไม ใช่ว่าจะไม่รู้จักมักคุ้นกัน”
“ข้าจะบอกให้นะ ผู้เฒ่า ของที่ข้าเอามาให้ครั้งนี้เป็นของหายาก ลองดูสิ เนื้อวัวเลยนะ” ขณะเริ่นกงซิ่นพูดยังได้มองซ้ายมองขวา “พูดเบาๆ นะ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน ยังมีเหล้าเหลืองด้วย ปกติข้าไม่ยกให้ใครง่ายๆ หรอกนะ อันนี้ข้าก็ให้ท่านด้วย!”
ขาวัวสองขา พวกเราไม่รู้ว่าเริ่นกงซิ่นไปเอามาจากไหน นี่ไม่ใช่ของที่หากินง่ายๆ ยามลี้ภัย
ของหนัก ของแพง
“ผู้เฒ่า มองอะไรอยู่เหรอ”
“อ๋อ ข้ากำลังดูว่าในบ้านข้ามีอะไรให้เจ้าได้บ้าง ไม่อย่างนั้น ข้าไปที่เล้าไก่จับไก่ให้เจ้าสักสองสามตัวแล้วกัน”
“ไม่เอาๆ” เล่นเอาเริ่นกงซิ่นตกใจรีบเผ่นกลับบ้าน อุตส่าห์วางแผนเอาขาวัวมาให้ ต้องเอาของมาให้ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นคนแรกแบบนี้ถึงจะสนิทสนมกับซ่งฝูเซิงได้ จะหิ้วไก่กลับบ้านทำไมอีก
“ทำไมรีบร้อนแบบนั้นล่ะ ไม่เข้าไปนั่งในบ้านก่อนเหรอ” ท่านลุงซ่งยืนอยู่ตรงประตูเหล็ก ถือกระบอกยาสูบพลางตะโกน
“ไม่ล่ะ ข้าต้องกลับบ้านไปกล่อมลูก คนนั้นน่ะ กลับบ้านไปเยี่ยมแม่แล้ว” คนนั้นที่ว่าหมายถึงภรรยาคนใหม่ของเขา
อ่อ ใช่ อย่าเห็นว่าเริ่นกงซิ่นอายุมากแล้ว นี่ลูกของเขาเพิ่งคลอด
สรุปว่าช่วงไม่กี่วันมานี้ต้องคอยรับของขวัญ ให้ของขวัญอยู่ตลอด ของขวัญตอบกลับที่ชาวเก้าสกุลเอาออกมาให้ได้อย่างสมน้ำสมเนื้อก็คือพวกผักใบเขียว
ตอนท่านย่าหม่าเปิดดูพวกของขวัญที่รับมาก็ทำสีหน้ารังเกียจจนเบะปาก
ดูซิ ให้ขนมซ้ำๆ กันมา
บ้านนี้ให้ขนมแป้งอบ บ้านนั้นก็ให้ขนมแป้งอบ
ในเมืองพอไม่มีร้านย่าหม่า ตัวเลือกก็น้อยลงมาก
พอมาถึงตอนที่คนในครอบครัวให้ของขวัญกันเองก็เกิด ‘เรื่องไม่คาดคิดเล็กๆ น้อยๆ’ มากมาย
ซ่งฝูโซ่วแอบตกใจที่ได้ชุดใหม่จากพี่สะใภ้ ใหม่ทั้งชุดตัวในและชุดตัวนอก “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ ให้ข้าเหรอ”
ซ่งฝูลู่พี่ชายแท้ๆ ของซ่งฝูโซ่วยิ้มพลางพูดกับน้องชาย “เปลี่ยนดูสิ พี่สะใภ้เจ้านั่งเย็บไม่ได้หลับได้นอนมาสามคืน”
ช่างเป็นเหตุการณ์ที่ชวนอบอุ่นหัวใจ
แต่ต่อมา เก่อเอ้อร์นิวกลับมาเม้าท์ให้น้องสะใภ้อย่างท่านย่าหม่าฟังว่า “ถ้าเจ้ารองไม่ทำงานได้เงินกลับมาแปดสิบตำลึงนะ มีเหรอที่นางจะเย็บเสื้อผ้าให้ สะใภ้ข้าก็เป็นคนแบบนี้แหละ ใจดำ”
ท่านย่าหม่าพูด “ทำมาพูด เงินนั่นอยู่ที่เจ้าไม่ใช่เหรอ มีเวลาด่าไม่สู้ลองนั่งคิดดูว่าปีหน้าเอาเงินแปดสิบตำลึงนี้สร้างบ้านให้ลูกคนรองแล้วหาเมียให้ใหม่สักคน ดูสินั่น จะใส่เสื้อผ้ายังต้องให้พี่สะใภ้ทำให้ ไม่มีเมียไม่ไหวหรอกนะ”
พูดจบ ท่านย่าหม่าก็ถุยใส่นิ้วโป้ง เอาน้ำลายมาแตะด้าย นั่งเพ่งซ่อมกระโปรงให้หลานสาว
หลานสาวคนเล็กจอมล้างผลาญ ชุดกระโปรงราคาแพงที่นางซื้อให้ก็ไม่รู้ว่าพั่งยาใส่ไปกระโดดโลดเต้นที่ไหนมา ชายกระโปรงถึงได้ขาดวิ่น
‘เรื่องไม่คาดคิดเล็กๆ น้อยๆ’ ที่สองคือ วันที่ยี่สิบเจ็ด พวกเด็กหนุ่มที่ทำงานในเมืองถงเหยาก็กลับมากัน
เกาถูฮูเป็นตัวตั้งตัวตีพาเด็กพวกนี้ไปหาเฉียนเพ่ยอิง วางปิ่นเงินไว้ที่หัวเตียงหนึ่งอัน
“เอ๊ะ ไม่เอาสิ เอ๊ะ” เฉียนเพ่ยอิงรีบใส่รองเท้าวิ่งตามไป แต่พวกเขาก็ไม่ยอมกลับมา
เกาถูฮูบอกว่า เถี่ยโถว หูจือ สุ่ยเถียน รวมถึงต้าหลัง แถมต้าหลังยังเป็นลูกชายบ้านพี่ชายแท้ๆ ของซ่งฝูเซิง
และยังมีลูกชายคนโตบ้านกัวคนโตที่เฝ้าประตูเมืองถงเหยา หลานชายคนโตของยายรองซ่ง เจิ้นจงหลานชายบ้านหัวหน้าตระกูลเริ่น ปิ่นอันนี้เป็นน้ำใจของพวกเด็กๆ เหล่านี้
ปรึกษากันไว้นานแล้ว ถ้าเอาเงินเดือนแยกกันซื้อของขวัญให้อาสะใภ้สาม คงซื้อของดีๆ อะไรไม่ได้
แต่ถ้าลงขันกันคนละนิดละหน่อย ใช้เงินที่ได้มาเดือนแรกรวมกันซื้อของให้อาสะใภ้สาม ก็จะได้ของดีแล้ว
พวกผู้ใหญ่ก็รู้ ที่เกาถูฮูเข้าบ้านไปบอกเฉียนเพ่ยอิงก็เพื่อยืนยันว่าเขารู้
พวกเด็กๆ ขอบคุณอาสะใภ้สาม
ถูกต้อง ไม่ต้องขอบคุณอาสาม เพราะถ้าอาสะใภ้สามมีความสุข อาสามถึงจะรู้สึกมีความสุขจริงๆ
“ไอ๊หยา อะไรกัน” เฉียนเพ่ยอิงถือปิ่นเงินพลิกไปพลิกมาดูแล้วดูอีก
“ท่านแม่ มา เดี๋ยวลูกเสียบให้ ก็แค่แบบไม่ค่อยสวย พวกพี่ๆ ก็จริงใจเหลือเกิน เลือกเอาอันใหญ่ๆ”
‘เรื่องไม่คาดคิดเล็กๆ น้อยๆ’ ที่สามคือ เถาฮวาได้รับน้ำมันทาหน้าจากเถี่ยโถว
เกาเถี่ยโถวเกาหัว คุยกับเถาฮวาตรงซอกระหว่างห้องอีกแล้ว “ไม่รู้ว่าเจ้าจะชอบหรือเปล่า น้องพั่งยาบอกว่านางทาอันนี้”
“อุ๊บ” เถาฮวารับน้ำมันทาหน้ามาแล้ววิ่งหนี พอถึงบ้านก็นั่งยิ้มอยู่คนเดียวที่ขอบเตียง
“ฮวา ยิ้มอะไรน่ะ”
“ท่านย่า มานี่ นั่งลง”
ยายเถียนนั่งที่ขอบเตียง เถาฮวาเอาน้ำมันทาหน้าราคาแพงที่เพิ่งซื้อให้ย่า
ไม่ให้แม่ เพราะแม่มีแล้ว
เถาฮวาเป็นเด็กกตัญญูขนาดนั้น ตอนแรกที่ฝากซ่งฝูหลิงซื้อก็ซื้อสองกระปุก เพื่อเอาให้ซ่งอิ๋นเฟิ่งด้วย
คราวนี้ให้ยายเถียน
“ท่านย่าก็ทาของดีด้วย” เหมือนยายหม่า น้องพั่งยาก็เคยซื้อของดีให้ยายหม่า
“ย่าอายุขนาดนี้แล้วไม่ใช้หรอก แบบนั้นเจ้าจะทาอะไร”
เถาฮวายิ้มออกมาอีกรอบ กำกระปุกน้ำมันทาหน้าที่เกาเถี่ยโถวให้มาจนอุ่นแล้ว
เรื่องไม่คาดคิดนี้สร้างความประหลาดใจให้ซ่งฝูหลิงมาก อะไรนะ ไม่ได้ให้ข้าเหรอ
เกาเถี่ยโถวรู้สึกว่าสายตาที่พั่งยามองเขาดูแปลกไป “น้องพั่งยา พี่จะไปแล้ว มีอะไรฝากบอกอาสามไหม”
“ไม่มี”
เกาเถี่ยโถวกลับมาครั้งนี้เพราะเอาของมาให้ ทางพระคลังหลวงแจกของให้ขุนนางแบบอาสาม มีแพะสี่ตัว หมูครึ่งตัว เกลือสิบกิโลกรัม
ได้ยินว่าเมื่อก่อนยังมีแจกข้าวสารแจกแป้งทำอาหาร แต่ตอนนี้เสบียงอาหารแห้งราคาแพง จึงไม่ได้แจก
วันที่ยี่สิบแปด ขณะที่ทุกคนในเก้าสกุลกำลังจะไปเผากระดาษ ภรรยาของซ่งฝูกุ้ยกับภรรยาของหวังจงอวี้ก็อาเจียน ตั้งท้องแล้ว
เล่นเอายายหวังดีใจยกใหญ่
เก่อเอ้อร์นิวอิจฉา ใช้ศอกกระทุ้งท่านย่าหม่าพลางแอบเม้าท์ “จงอวี้น่ะ ตูดระบมขนาดนั้นยังจะทำท้องได้”
คราวนี้ท่านย่าหม่าเอาด้วย “ส่วนฝูกุ้ย เจ็บสาหัสก็ยังจะแรงดี หึ”
Amina22
#570 ก็เพราะบาดเจ็บนี่แหละเลยว่างงานอยู่บ้านทำเมียท้องได้ 😆😂