Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 572 ปรมาจารย์ซุ่นจื่อ / ตอนที่ 573 ลูกสาวบ้านนี้เนื้อหอม

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 572 ปรมาจารย์ซุ่นจื่อ / ตอนที่ 573 ลูกสาวบ้านนี้เนื้อหอม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 572 ปรมาจารย์ซุ่นจื่อ

ลู่พั่นขยับตัว ดูก็รู้ว่าอยากลุกขึ้น

แต่เนื่องจากมีบาดแผลที่หลัง ตั้งแต่บ่าซ้ายลงไปถึงใต้รักแร้ข้างขวาเป็นแผลถูกฟันอย่างสาหัส อีกนิดเดียวก็จะเห็นถึงกระดูก แขนทั้งสองข้างแทบยกไม่ขึ้น

“คุณชาย ข้าขอร้องล่ะ กินตรงนี้แหละ ข้ายกมาให้ท่านถึงที่แล้ว” ตั้งใจยกมาให้โดยเฉพาะ

ลู่พั่นไม่ยอม

กัดฟันทน ไม่ยอมให้ใครช่วย

ใช้ข้อศอกยันก่อนเพื่อดันตัวขึ้น จากนั้นถึงค่อยๆ จับขอบเตียงแล้วลุกขึ้น แค่ชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียวนี้กลับทำเหงื่อออกเต็มหน้าผาก

เวลานี้เขาสวมเพียงกางเกงซับในขายาว ร่างกายส่วนบนเปลือยเปล่าถูกพันด้วยผ้าพันแผล

เขายกยามาดื่มรวดเดียวหมด

มือของซุ่นจื่อไวกว่าตอนลู่พั่นดื่มยา เขารีบยัดลูกกวาดเข้าปากลู่พั่น

ลู่พั่นเหล่มองซุ่นจื่อทันที

ซุ่นจื่อกลับคิดในใจ มองไปเถอะ อะไรที่ทำเพื่อเจ้านาย โดนถลึงตาใส่แค่นี้ไม่เห็นเป็นไร

“คุณชาย ข้าล้างมือแล้วนะ”

ลู่พั่นถึงไปหยิบเสื้อตัวใน ไม่ได้คายลูกอมออกมา

ซุ่นจื่อรีบเข้าไปช่วยเขาใส่เสื้อ

ลู่พั่นอยู่ในชุดเสื้อซับในผ้าต่วนสีงาช้าง ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ทันใดนั้นเขาได้ถามขึ้น “หิมะตกเหรอ”

“ขอรับคุณชาย หิมะตกแล้ว

เริ่มโปรยปรายตั้งตาเช้าตรู่ แต่ก็เทียบไม่ได้กับหิมะที่บ้านเรา

หิมะที่เมืองเฟิ่งเทียนของเราตกทีก็หนาทึบ ตกต่อเนื่องมองอะไรไม่เห็น

อีกทั้งถ้าจะรอให้ตกเสร็จแล้วกวาดหิมะก็รอไปเถอะ กวาดไปเดี๋ยวก็ตกใหม่”

ซุ่นจื่อยืนอยู่ข้างตัวลู่พั่น เขาก็มองหิมะเช่นกัน ราวกับอยากใช้หิมะเพื่อจินตนาการถึงบ้านเกิดตัวเอง

ลู่พั่นเงียบอยู่สักพักถึงถามต่อ “วันนี้วันที่สามสิบเหรอ”

“ขอรับ คุณชาย วันสิ้นปีวันที่สามสิบ” น้ำเสียงของซุ่นจื่อสบายๆ “ในเทศกาลขึ้นปีใหม่ส่งท้ายปีเก่าที่นับหมื่นครัวเรือนอยู่กันพร้อมหน้านี้ คุณชายไม่มีอะไรอยากพูดหน่อยหรือขอรับ”

เป็นต้นว่า

คุณชาย ท่านมองหิมะที่ตกโปรยปราย ในใจกำลังคิดถึงใครอยู่ คิดอะไรอยู่

คุณชายพูดความในใจออกมาสักหน่อยก็ยังดี

หรือแค่คุยกับข้าเรื่อยเปื่อย ลองเดาดูว่าช่วงปีใหม่ในบ้านกินอะไรกัน ทำอะไรกันอยู่ ที่นั่นหิมะตกหรือยัง

ลู่พั่นกลับหันมามองซุ่นจื่อพร้อมถลึงตาใส่อีกรอบ

ซุ่นจื่อเพิ่งจะยิ้มแฉ่งให้ รอยยิ้มหายไปในชั่วพริบตา เขาก้มหน้า ถอยหลังหนึ่งก้าว

“ออกไป”

“ขอรับคุณชาย”

ลู่พั่นมองตามหลังซุ่นจื่อที่เดินออกไป ดวงตามีรอยยิ้ม บอกเจ้าได้เหรอ คนปากเปราะ

พอซุ่นจื่อออกไปก็เห็นซื่อจ้วง เสี่ยวเฉียนจื่อ รวมถึงเริ่นจื่อฮ่าวที่เพิ่งถูกเลื่อนขั้นอยู่ตรงระเบียงทางเดิน

ซื่อจ้วงกอดอก ยืนพิงเสามองหิมะ

เสี่ยวเฉวียนจื่อนั่งอยู่ตรงนั้น แกว่งขามองหิมะ

เริ่นจื่อฮ่าวกินถั่วลิสงพลางมองหิมะ

“ทำอะไรกันอยู่น่ะ”

“อาจารย์ คิดถึงบ้านกันอยู่ ปกติไม่เท่าไหร่ แต่พอปีใหม่กลับคิดถึงเป็นพิเศษ”

เสี่ยวเฉวียนจื่อพูดจบยังได้ทำเสียงจึ๊ๆ คล้ายกับรังเกียจที่ตัวเองทำนิสัยเหมือนผู้หญิง “ข้าเพิ่งรู้ ที่แท้ก็คิดถึงบ้านมาก ไม่ใช่ว่าอยากกลับไปกินของดีๆ ที่บ้าน แต่อยากกลับไปช่วยพ่อแม่ทำงาน”

เริ่นจื่อฮ่าวพูด “แต่ข้าไม่เหมือนเจ้า ข้าคิดถึงของอร่อยที่บ้านมากกว่า ไก่ตุ๋นเห็ดที่พี่สะใภ้ข้าทำอร่อยมาก ไว้พวกเจ้าลองไปกินได้”

พูดจบก็โยนถั่วลิสงเข้าปากแล้วถอนหายใจ “อันที่จริง อย่าว่าแต่ไก่ตุ๋นเห็ดเลย แม้แต่ต้นหลิวที่บ้านเกิดข้าก็คิดถึง”

ซุ่นจื่อเบ้ปาก ไม่ได้เรื่องกันสักคน

มองซื่อจ้วง อ้อ เขารู้รูปแบบการคิดถึงบ้านของคนผู้นี้ เวลาคิดถึงบ้านจะไม่พูดอะไร

“ข้าว่านะซื่อจ้วง ในใจของเจ้ามีสาวคนไหนอยู่หรือเปล่า เจ้ามีคนที่ชอบแล้วใช่ไหม”

ในที่สุดสีหน้าของซื่อจ้วงก็เปลี่ยนไป หันมามองซุ่นจื่อ

เสี่ยวเฉวียนจื่อกับเริ่นจื่อฮ่าวทำตาโต อะไรนะ สาวคนไหน

เดิมทีซุ่นจื่อก็แค่แซวเล่น แต่ดูจากท่าทางของซื่อจ้วงท่าจะจริง

มิน่าสายตาของซื่อจ้วงยามพิงเสามองหิมะมันช่างเหมือนกับสายตาของคุณชายยามมองภาพวาด ความรักเบ่งบาน เอาเป็นว่าอธิบายไม่ถูก มันเหมือนกันมาก

ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอยู่นั้น ลู่พั่นที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าซับในก็กำลังมองภาพวาดอยู่

ตอนที่ 573 ลูกสาวบ้านนี้เนื้อหอม

ทุกครั้งที่ลู่พั่นเจอคนเหล่านั้น เขาจะรู้สึกว่าโลกสดใส เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ตั้งแต่ลี้ภัย ไล่ขออาหารตามทาง เด็กน้อยสวมชุดของผู้ใหญ่ที่ไม่พอดีตัว จนถึงตอนนี้ที่พวกเด็กๆ มีหนังสือให้อ่าน เวลานี้อาหารที่กินคืนข้ามปีก็น่าจะเยอะแยะแล้วหรือเปล่า

นี่ก็เป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเขาถึงไปนั่งเล่นที่นั่นก่อนออกศึก

เพราะเขาชอบบรรยากาศที่นั่นมาก

คล้ายกับว่าคนพวกนั้นมองเห็นความหวังอยู่เสมอ มักจะเผื่อแผ่มาถึงคนอื่น พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น ดียิ่งขึ้น อยากอยู่อย่างสงบสุข มีกินมีใช้ ลูกหลานเต็มบ้าน ไม่มีเรื่องไหนที่ข้ามผ่านไม่ได้

กว่าครึ่งปีที่ออกศึก ทหารที่อยู่ข้างนอกมักพูดว่า พวกเราสู้เพื่อราษฎรนับหมื่นครัวเรือน สู้เพื่อให้พ่อแม่ที่อยู่ที่บ้านได้อยู่อย่างสงบสุข

ราษฎรนับหมื่นครัวเรือนที่อยู่ในหัวของเขาก็คือชีวิตของคนกลุ่มนั้น

ลู่พั่นเก็บภาพวาดพวกเด็กๆ อ่านหนังสืออยู่ในแปลงเพาะปลูกแล้วเดินกลับไปที่ริมหน้าต่างอีกครั้ง

เขาอดทนต่อความเจ็บปวดบนแผ่นหลัง ค่อยๆ ผลักหน้าต่างออก

คุณชาย ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย คุณชายคิดถึงใครอยู่

คำถามของซุ่นจื่อวนเวียนอยู่ข้างหูเขา

คิดถึงใครอย่างนั้นเหรอ

หึ หึ หึ ดวงตาของลู่พั่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ตอนที่ซุ่นจื่อยกยาชามที่สองเข้ามา ภาพที่เห็นก็คือ ลู่พั่นกำลัง ‘แอบหัวเราะ’

คิดในใจ คุณชาย กำลังจินตนาการว่าแต่งเมียเหรอ หรือจินตนาการว่าเปลี่ยนไปเรียกท่านซ่งว่าพ่อตากันล่ะ ดูท่าทางแอบยิ้มน้อยยิ้มใหญ่นั่นสิ มิน่าถึงไล่ข้าออกไป

แต่ไม่สนหรอกว่าท่านจะคิดอะไรอยู่ “อะแฮ่ม คุณชาย ข้ารู้ว่าคุณชายรำคาญ แต่ข้าก็ต้องพูด ห้ามเปิดหน้าต่าง บาดแผลที่หลังของคุณชายไม่ใช่แค่แผลดาบฟัน คุณชายต้องใส่ใจมากๆ หลักๆ คือเพราะแช่อยู่ในน้ำทะเล มิใช่หรือ”

พวกหมอกำชับแล้วกำชับอีกว่าอย่าให้ไข้ขึ้น

กังวลมากว่าจะมีอาการไข้ขึ้น

ถ้าไข้ขึ้นเมื่อไหร่ ดีไม่ดีจะกลับมาเป็นซ้ำ

ลู่พั่นขมวดคิ้ว เมื่อครู่นึกถึงไหนแล้วลืมหมด “ขี้บ่น”

…

“ท่านแม่ ลูกหูแดงหรือเปล่า”

เฉีนเพ่ยอิงมองลูกสาว “นั่นสิ แดงนะ เมื่อครู่เจ้าไปห้องอบขนมมา ที่นั่นหนาวเหรอ”

ช่วงปีใหม่ทุกคนก็ไม่ได้หยุดพัก

วันสิ้นปีกินข้าวพร้อมหน้า พอวันที่หนึ่งก็ทำงานกันปกติ

ซ่งฝูหลิงสงสัย “เปล่านะ แค่เดินมาไม่กี่ก้าว แถมลูกใส่ที่ครอบหูด้วย ยังว่าร้อนอยู่เลย”

เฉียนเพ่ยอิงเช็ดมือที่ผ้ากันเปื้อนแล้วลูบหูซ้ายของลูกสาว “ไม่ใช่เพราะหนาวก็ไม่เป็นไร ร้อนหูซ้ายก็แสดงว่ามีคนบ่นถึง ไม่แน่อาจเป็นพ่อเจ้านั่นแหละ” ซ้ายชาย ขวาหญิง

ซ่งฝูหลิง เอามาจากไหนอีกล่ะ ทำไมแม่ชอบมีเหตุผลพิลึกๆ อยู่เรื่อย

ทำพูดไป ในเดือนอ้ายนี้มีคนคิดถึงซ่งฝูหลิงอยู่เยอะพอสมควร

วันที่เจ็ด ครอบครัวคหบดีอู่ที่อยู่อำเภออวิ๋นจง

ครอบครัวคหบดีอู่อาศัยการทำโรงงานน้ำตาลจนร่ำรวย ปลูกผักหวานในอำเภออวิ๋นจง

ร่ำรวยกว่าครอบครัวชาวสวนทั่วไป ลำพังแค่ที่ดินเพาะปลูกก็มีเยอะกว่าแล้ว ยังไม่นับแปลงเกษตร ร่ำรวยถึงขั้นสามารถบริจาคเงินให้ทางการเพื่อขอเป็นคหบดี

คหบดีอู่กำลังคิดถึงซ่งฝูหลิง

เขากำลังคุยกับภรรยาว่า “ขึ้นปีใหม่แล้ว ต้องคุยเรื่องแต่งงานของหลานชายคนโตสักที”

ภรรยาของเขาบอกว่า “นั่นสิ ต้องแล้วๆ สิบแปดแล้ว เดิมทีอยากให้แม่สื่อไปทาบทามลูกสาวสกุลอวี๋ตั้งแต่ก่อนช่วงไว้ทุกข์ของอดีตฮ่องเต้”

ผู้เฒ่าสกุลอวี๋เป็นจวี่เหรินของอำเภออวิ๋นจง ถึงแม้อายุจะมากแล้ว ไม่มีทางก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้ ดีไม่ดีอีกปีสองปีก็ไม่ไหวแล้ว แต่อย่างไรเสีย หลานสาวของตระกูลจวี่เหรินคู่กับฐานะอย่างบ้านเราก็ยังได้อยู่หรือเปล่า

ผู้เฒ่าอู่ได้ฟังทันใดนั้นก็ไม่เห็นด้วยที่จะเป็นสกุลอวี๋ เขากระซิบบอกภรรยา ตอนนั้นไม่ได้ส่งแม่สื่อไปก็ดีแล้ว จากนั้นก็เอ่ยถึงลูกสาวบ้านซ่งฝูเซิง

เล่าเรื่องของซ่งฝูเซิงให้ภรรยาฟัง

อันที่จริงภรรยาของเขาก็รู้เรื่องครอบครัวที่ได้รับป้ายพระราชทานนั่น ไม่ต้องอธิบายอะไรมากก็รู้จักครอบครัวที่อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำในหมู่บ้านเหรินจยา

จะว่าไปแถวนี้มีคนไม่รู้จักด้วยเหรอ

ฮ่องเต้พระราชทานของ อิจฉาพวกเขากันจะตาย ป้ายนั้นเข้าตาพวกครอบครัวเศรษฐีอย่างแท้จริง

ถ้าสกุลอู่เกี่ยวดองกับทางนั้นได้สำเร็จก็จะสามารถเกื้อหนุนกันได้

“แต่ว่านะตาเฒ่า ข้าเคยได้ยินมา อายุน้อยไปหรือเปล่า แต่งเข้ามาทันทีไม่ได้หรือเปล่า”

ภรรยาของเขาอยากอุ้มเหลนไวๆ จึงเสนอความคิด “ตาเฒ่า พวกเขาเรียกรวมกันว่าเก้าสกุลไม่ใช่เหรอ ในนั้นน่าจะมีเด็กสาวที่อายุเหมาะสม ไม่เช่นนั้นไว้ให้แม่สื่อไปเลือกดูดีไหม”

“เพ้อเจ้อ!” ผู้เฒ่าอู่ยังฟังไม่ทันจบก็ขัดจังหวะขึ้น

นี่หลานชายคนโตเชียวนะ หลานชายคนโตต้องเป็นหน้าเป็นตาให้สกุลอู่ของเขา คิดจะจับแต่งกับใครก็ได้เหรอ

‘เก้าสกุล’ ที่ว่า ต่อให้ความสัมพันธ์ดีต่อกันขนาดไหน แต่งกับลูกสาวของซ่งฝูเซิงกับแต่งกับใครก็ได้ มันจะเหมือนกันเหรอ

เช่นนั้นไม่สู้รีบเลือกลูกสาวสกุลอวี๋เสียให้รู้แล้วรู้รอด

ผู้เฒ่าอู่ยิ่งคิดก็ยิ่งแน่วแน่ “ช้าไปสองปีไม่เป็นไร เจ้ามันเลอะเลือน หลักการง่ายๆ กลับไม่เข้าใจ”

“หลักการอะไร”

“ของอร่อยไม่กลัวรอนาน”

วันที่สิบสี่เดือนอ้าย เมืองถงเหยา บ้านนายอำเภอหู

ชุยอี๋เหนียง ที่สีหน้าเคียดแค้นกำลังจะเขวี้ยงถ้วยชา แต่ถูกหมอมอห้ามไว้ “อี๋เหนียง อย่านะเจ้าคะ” เพิ่งขึ้นปีใหม่แบบนี้ เกิดเสียงแตกดังไปถึงหูฮูหยิน ฮูหยินได้เอาไปฟ้องนายท่าน”

ชุยอี๋เหนียงแค้น ทำไมถึงจะให้ลูกชายของนางไปแต่งงานกับลูกชาวสวน

นึกถึงคำพูดกระวนกระวายของลูกชาย “อี๋เหนียง ข้าไม่อยากแต่งกับลูกสาวชาวสวน” หัวใจของชุยอี๋เหนียงก็ร้อนรุ่มดุจมีไฟแผดเผา

แม้ลูกชายของนางจะเป็นลูกอนุ ก็จะให้แต่งกับลูกชาวสวนไม่ได้ ผู้หญิงชาวสวนหยาบกระด้างจะตาย จะคู่ควรกราบฟ้าดินกับลูกชายของนางได้อย่างไร

อีกอย่างนางหวังให้ลูกชายได้แต่งกับลูกผู้ดีมีสกุล จะได้ยกระดับฐานะ

ในเวลาเดียวกันภรรยาหลวงของนายอำเภอหูก็กำลังอารมณ์ไม่ดี นั่งหน้านิ่วอยู่ในห้อง

เพราะข้อมูลที่ชุยอี๋เหนียงรู้มามันผิด

นายอำเภอหูไม่ได้คิดจะทาบทามให้ลูกอนุ

ในสายตาของนายอำเภอหู ถ้าทาบทามให้ลูกอนุ แบบนั้นไม่ได้แต่งหรอก ดีไม่ดีอาจได้สร้างศัตรู

ต้องทราบก่อนว่าซ่งฝูเซิงมีลูกสาวอยู่แค่คนเดียว คนอื่นไม่รู้ แต่เขากลับรู้ละเอียด

ดังนั้นต้องให้ลูกชายคนรองของเขาที่เกิดจากภรรยาหลวง เป็นบุตรสายตรง ส่งแม่สื่อไปคุยที่บ้านสกุลซ่ง

ถึงแม้วันๆ ฮูหยินหูจะอยู่แต่ในเรือนใน แต่ก็รู้เยอะกว่าชุยอี๋เหนียงอย่างเห็นได้ชัด

รู้ว่าบ้านซ่งฝูเซิงไม่ใช่ครอบครัวชาวสวนธรรมดา

และก็ไม่ได้ทำสีหน้าผิดปกติอะไรต่อหน้านายอำเภอหูตอนที่ได้ยินความคิดนี้

แต่หลังจากส่งนายอำเภอหูไปที่ศาลาว่าการด้านหน้าเสร็จ ฮูหยินหูกลับมานั่งคิดหนักคนเดียว

ลูกชายคนรองของนางเป็นคนเรียนเก่ง ถึงขนาดที่ว่าโดดเด่นกว่าลูกชายคนโต

เมื่อไม่กี่วันก่อนท่านอาจารย์ยังบอกว่า ฟื้นฟูการสอบจอหงวนเมื่อไหร่ก็พร้อม

ซึ่งก็หมายความว่าอนาคตก้าวหน้า

ถ้าลูกชายของนางกำลังจะมีความก้าวหน้า สร้างอนาคตเพื่อตัวเอง ลูกสาวสกุลซ่งถือว่าฐานะต่ำต้อยไปหน่อยหรือเปล่า

ถ้านางเชื่อฟังการตัดสินใจของสามี พอถึงเวลานั้นลูกชายจะมาตำหนินางที่เป็นแม่หรือเปล่า

นอกจากนี้ฮูหยินหูคิดว่ายังมีเรื่องที่ไม่สะดวกใจ

นั่นก็คือ ภรรยาของซ่งฝูเซิงมีลูกสาวแค่คนเดียว

ลูกสาวของเขาจะเหมือนแม่หรือเปล่า การมีลูกหลานสืบทอดสกุลจะเป็นเรื่องยากไหม

วันที่สิบห้าเดือนอ้าย ณ ที่ว่าการเมืองชิงเฉิง

ลู่พั่นไข้ขึ้น

เพราะมีข่าวมาจากแดนไกลว่า แม่ทัพคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกน้องของพ่อทำศึกแพ้ ปล่อยให้อ๋องอู๋หนีไปได้ เขาไม่สนบาดแผลที่ตัว นั่งหารือกับพวกรองแม่ทัพที่แม่ทัพมั่วส่งมาปักหลักที่นี่ทั้งคืน เพราะแบบนี้ หนึ่งคืนผ่านไป ใบหน้าของเขาจึงแดงก่ำนอนคว่ำอยู่บนเตียง หลับยาวไม่ตื่น

จึงไม่รู้ว่าท่านย่าของเขามาทันเทศกาลโคมไฟ ท่านแม่ก็มา เดินทางท่ามกลางพายุหิมะ เพียงเพื่อมาอยู่พร้อมหน้ากับเขาในเทศกาล ทิ้งท่านปู่ไว้ที่บ้านคนเดียว

เหล่าฮูหยินลูบหลานชายด้วยความสงสาร

แม่ของลู่พั่นพอเห็นลูกชายก็เอาแต่ร้องไห้

อาจเพราะได้ยินเสียงสะอื้นไห้ ลู่พั่นขยับตัว ไข้ขึ้นสูงสะลึมสะลือริมฝีปากขยับ ราวกับกำลังพูดอะไร

เหล่าฮูหยินกับแม่ของลู่พั่นรีบหยุดร้องไห้

เหล่าฮูหยินเอาผ้าเช็ดหน้าอุดปาก เงี่ยหูไปที่ริมฝีปากของหลานชาย หมินหรุ่ย ย่ามาแล้ว หมิน?

“…” เหล่าฮูหยินหันกลับไปมองลูกสะใภ้ด้วยสีหน้างุนงง พั่งยาเหรอ

ในความฝันของลู่พั่นที่กำลังไข้ขึ้นสูง เขากำลังสะบัดใบหน้าสกปรกของพั่งยาออกจากเท้าตอนที่นางลี้ภัย สะบัดเสร็จเขาก็นึกเสียใจ อยากบอกว่า พั่งยา ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าก็แค่จำเจ้าไม่ได้

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 572 ปรมาจารย์ซุ่นจื่อ / ตอนที่ 573 ลูกสาวบ้านนี้เนื้อหอม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpdf002
ทะลุมิติมาเป็นภรรยาของตัวร้าย
04/02/2024
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026
novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
12/07/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.