ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 634 ข้ามอบให้ได้ทุกอย่างตราบที่เจ้าพอใจ
ตอนที่ 634 ข้ามอบให้ได้ทุกอย่างตราบที่เจ้าพอใจ
ต้าจวิ้นมองแอปเปิ้ลในมือฝูหลิงตาละห้อย น้ำลายไหล
มันไม่เคยกินแอปเปิ้ลที่แดงขนาดนี้มาก่อน
แดงขนาดนั้น อร่อยไหม
ให้มันชิมบ้างได้ไหม
ลู่พั่นยืนข้างต้าจวิ้น มองริมฝีปากของซ่งฝูหลิงที่กัดแอปเปิ้ลอย่างไม่ละสายตา กลืนน้ำลายอึกใหญ่ รู้สึกคอแห้งอย่างบอกไม่ถูก
เขาเอามือขวาไพล่หลัง หมุนแหวนหยกที่นิ้วโป้งเล่น
ถ้าไม่ทำแบบนี้ ไม่เอามือไว้ข้างหลัง เขากลัวว่าอีกเดี๋ยวตัวเองจะทำเรื่องล่วงเกิน กลัวว่าจะยื่นมือออกไปลูบศีรษะของนางอย่างไม่รู้ตัว หรือเช็ดปากที่เลอะน้ำแอปเปิ้ลให้นาง
“ชอบกินเหรอ”
“อือ ชอบมาก หวานกรอบ ข้าชอบผลไม้เนื้อทราย ท่านไม่ได้เก็บไว้ให้ตัวเองกินด้วยเหรอ”
ลู่พั่นไม่ตอบว่าเก็บหรือไม่เก็บ แต่พูดว่า “ได้ ข้ารู้แล้ว”
พูดจบเขาก็จ้องรอยยิ้มของซ่งฝูหลิง ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อน จากนั้นก็เริ่มยิ้มเห็นฟัน ในหัวใจราวกับมีบางอย่างเอ่อล้นทะลัก รู้สึกพอใจเป็นพิเศษ
ท่านย่าหม่าที่แอบดูอยู่ตรงประตูหลังรู้สึกเขินจนเอามือปิดตา
ท่านย่าหม่าคิดในใจ ไอ๊หยา ข้าก็เขินจนหน้าแดงเหมือนกัน
จากตรงมุมที่นางยืนมองไม่เห็นหลานสาวเท่าไหร่ แต่เห็นลู่พั่นพอดี
หนุ่มสาวนี่มันจริงๆ เลย ไม่รู้จักพูดคุย เอาแต่มองอยู่นั่นแหละ มีอะไรให้มองนักหนา ยิ้มหน้าบานราวกับมอบแสงสว่างให้ในวันฝนตกได้
โดยเฉพาะหลานสาวขอนางที่ซื่อบื้อเอาแต่กิน ก้มหน้าก้มตาก็ไม่รู้ว่ากินอะไรอยู่ นางมองไม่เห็น ลู่พั่นคนเดียวไม่ต้องมีใครพูดด้วยแค่มองหลานสาวของนางก็ยิ้มได้
ส่วนสามคนที่อยู่ชั้นสามของร้านหนังสือ เวลานี้บ่นเยอะกว่าท่านย่าหม่า ไม่มีทางน้อยกว่าแน่นอน
เพราะอยู่สูง มุมดี ยิ่งเมื่อก่อนไม่เคยเห็นฉากที่ลู่หมินหรุ่ยอยู่กับสาว อยู่ๆ ก็ได้เห็น…คุณพระช่วย พูดแบบไม่เหมาะหน่อยก็คือ เหมือนเห็นไฟไหม้บ้าน
ซย่าเหวินอวี่หยุดแทะเม็ดแตงนานแล้ว เอามือปิดตาแล้วถูแขนพลางพูด “ใครก็ได้ไปบอกเขาที ให้ลู่หมินหรุ่ยเลิกยิ้มได้แล้ว ข้าขนลุก อยู่ไกลขนาดนี้ยังมองเห็นว่าเขายิ้มเหมือนคนบ้า ไม่กล้ามองเลย”
หลินโส่วหยางกำมือวางที่ริมฝีปาก ยิ้มพลางกระแอมสองที หลักๆ คือเขารู้สึกว่าสองคนนี้มหัศจรรย์มาก
คนหนึ่งให้ของกิน อีกคนรับมาก็กินเลย
ผู้หญิงกินไม่จุ ลูกเดียวก็น่าจะกินอิ่ม ไม่ต้องกินข้าวแล้ว
“นั่นลูกจื่อไน่[1]หรือเปล่า ใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ” หลินโส่วหยางถามติงเจียนที่นั่งข้างๆ
ติงเจียนพยักหน้า “ต้นกล้าแรกสุดมีค่ามาก ต่อให้เป็นในวังหลวงก็มีน้อยมาก ได้ยินว่าหลายปีก่อนฮ่องเต้พระราชทานให้จวนผู้สำเร็จราชการ ฤดูนี้โตขนาดนี้แล้ว หาได้ยากมาก ดูท่าพวกคนดูแลสวนให้ตระกูลลู่จะเอาใจใส่อยู่ไม่น้อย”
เรื่องที่ติงเจียนพูด ซ่งฝูหลิงไม่ต้องได้ยินกับหูก็รู้เหมือนกัน
อย่างไรเสียก็มาอยู่สองปีแล้ว ไม่ใช่สองวัน
ตอนที่ออกไปซื้อของกับพ่อแม่ มักจะซื้อแอปเปิ้ลให้หมี่โซ่ว
แต่ซื้อมาตั้งหลายครั้งกลับไม่เคยซื้อสีแดงได้ หรือแม้กระทั่งไม่เคยได้ผลใหญ่ขนาดนี้
ซึ่งก็หมายความว่า แต่ไหนแต่ไรมา หมี่โซ่วไม่เคยกินแอปเปิ้ลแดง
ด้วยเหตุนี้พอลู่พั่นที่เป็นคนพื้นที่หยิบออกมา ดวงตาของนางจึงเปล่งประกาย นี่ก็เลยเป็นสาเหตุที่นางกินต่อหน้าลู่พั่น
เขาเลือกมากับมือ เลือกเอาผลที่แดงสุดใหญ่สุดมาให้นาง ไม่รู้ว่าเขาไปเอามาจากไหน พอจะจินตนาการท่าทางเงอะงะตอนเขาเลือกผลไม้ในเข่งได้
ซ่งฝูหลิงคิดมาตลอดว่า รับของขวัญของคนอื่นมา จะให้ดีที่สุดคือแสดงให้เห็นว่าชอบเสียตรงนั้น
ถึงแม้แอปเปิ้ลแดงจะเป็นสิ่งที่ธรรมดามากในยุคปัจจุบัน พบเจอได้ง่าย แต่กลับเป็นของหายากของที่นี่
ไม่อย่างนั้นนางคงไม่แกล้งเสี่ยวหงหรอก นั่นเป็นม้าฉลาดที่มาจากจวนผู้สำเร็จราชการเชียวนะ
แต่เกิดในบ้านผู้ดีก็ไม่มีประโยชน์ พอนางหยิบแอปเปิ้ลลูกใหญ่สีแดงออกมาจากพื้นที่พิเศษ ดวงตาของเสี่ยวหงก็จับจ้องทันที ยอมเชื่อฟังนางทุกอย่าง
แน่นอนว่าอย่าว่าแต่เสี่ยวหงเลย เวลานี้อยู่ต่อหน้าลู่พั่น นางสะบัดมือ เมล็ดไม่เหลือ เสกแอปเปิ้ลให้หายวับ ทำให้ลู่พั่นอึ้งสนิทได้ เชื่อไหมล่ะ
ถ้านางกับพ่อแม่แสดงร่วมกัน เสกเงินให้กลายเป็นเศรษฐีได้เลยล่ะ
ในที่สุดฝูหลิงก็กินหมด ยัดเม็ดใส่ปากต้าจวิ้น ลู่พั่นมองปากของต้าจวิ้น
ซ่งฝูหลิงพูด “ท่านรอก่อน เดี๋ยวข้ามา ข้าก็มีของให้ท่านเหมือนกัน”
หา?
ขณะที่ลู่พั่นกำลังอึ้ง ซ่งฝูหลิงก็กางร่มวิ่งเข้าไปในร้านแล้ว
“ท่านย่า”
“โอ๊ย ตกใจหมด”
“ทำไมมายืนตรงนี้”
“ข้า ข้า ข้ามาเอา เจ้าจะทำไมล่ะ”
“อ้อจริงสิ ท่านย่าเข้าเมืองมาครั้งนี้ได้เอาผักกาดขาวเผ็ดมาหรือเปล่า เปิดกินแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่กินเอามาให้ข้านะ”
ท่านย่าหม่างง “ทำไมล่ะ”
“ข้ารับของของคนอื่นมาแล้วก็ต้องให้กลับ”
“ไหนของล่ะ”
ท่านย่าหม่า เอาล่ะ นางเข้าใจแล้ว กินไปแล้ว
ท่านย่าหม่าไม่ทำหลานสาวคนเล็กลำบาก รีบไปหยิบมา
ขณะหยิบยังรีบพูดกับฝูหลิง
“เขาให้ผลไม้กับผักมา ไหนจะเนื้อสัตว์ เจ้าไม่ได้ดูเลยใช่ไหม…
…เนื้อพวกนั้นน่ะ ถ้าไม่เอาออกมาก็ไม่รู้เลยนะว่าเยอะขนาดนั้น…
…พวกปู่เกาของเจ้าบอกว่า หมูเป็นตัวๆ เลย คราวนี้เจ้าอยากกินซี่โครงหมูก็กินได้ อากาศแบบนี้วางทิ้งไว้ไม่ดี…
…ย่าคิดไว้แล้ว อีกเดี๋ยวรถม้าไปจะเอาให้พวกเจ้าหน่อย ที่นี่ไม่ต้องเหลือไว้เยอะ”
ยื่นโถเล็กให้หลานสาว “ให้แค่ผักกาดขาวเผ็ดเหรอ น้อยไปหรือเปล่า รู้แบบนี้เอาของที่เจ้าทำมาด้วยให้หมด”
“แค่นี้ก็พอแล้ว เขาจะไปข้างนอก ไว้กินบนรถได้พอดี”
ในขณะที่ซ่งฝูหลิงกอดโถจะเอาไปให้ลู่พั่นด้วยตัวเอง ถือร่มกอดโถวิ่งไปได้ครึ่งทาง ทันใดนั้นซ่งฝูเซิงก็ปรากฏตัวที่ประตูหลัง
ซ่งฝูหลิงหยุดวิ่งทันที ร้อนตัวอย่างบอกไม่ถูก
ไม่รู้ว่าท่านย่าหม่ามาอยู่ข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ รีบแย่งโถมาจากหลานสาว ยื่นให้ลู่พั่นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ได้ยินว่าจะไปข้างนอกเหรอ อันนี้เอาไว้กินระหว่างทาง พวกเด็กๆ ในบ้านดองกันเอง เอาไปกินเป็นกับแกล้มนะ”
“เจ้าจะไปข้างนอกเหรอ” ซ่งฝูเซิงถาม
ท่านย่าหม่ามอง นางไม่ต้องพูดมากลู่พั่นก็เข้าใจ คนหนึ่งยื่นโถ อีกคนรับมาสองมือ ยังไม่ลืมตอบคำถามของซ่งฝูเซิง
…
รถม้าวิ่งออกไป มีทั้งหมดห้าคัน ออกจากทางประตูหลังของร้านขนม
บรรทุกคนของเก้าสกุล เล่นเอาลุงใหญ่ของซ่งฝูเซิงถึงกับอุทาน “ไอ๊หยา ข้าได้นั่งรถม้ากลับหมู่บ้าน เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถม้าเลยนะ” ถูกเก่อเอ้อร์นิวถลึงตาใส่ เบาหน่อย เดี๋ยวบ่าวรับใช้ที่ควบม้าได้ยินเข้าจะทำฝูเซิงขายหน้า
บรรทุกเนื้อสัตว์กับผักที่ลู่พั่นให้
ซ่งฝูหลิงมองหลายกระสอบที่กองอยู่ตรงปลายเท้า ครอบครัวนางสี่คนนั่ง ‘รถม้าส่วนตัว’ ของลู่พั่น แต่เพราะของเยอะมากก็เลยต้องบรรทุกของมาด้วย
ในกระสอบเป็นเนื้อซี่โครง ได้ยินว่ามีหัวใจกวางอะไรพวกนี้ด้วย ก็ไม่รู้ว่าลูกเห็บของจวนผู้สำเร็จราชการทำไมถึงได้แปลกประหลาดขนาดนั้น ตกจนทำแม่หมูกับสัตว์อื่นๆ ตายไปหลายตัว
นางฉวยโอกาสตอนที่พ่อแม่และหมี่โซ่วกำลังก้มจับกระสอบพวกนั้น กลัวว่าจะทำรถม้าเลอะ นางแอบเปิดม่านรถชะโงกหน้าออกไปมอง
บ่าวรับใช้กางร่มให้ลู่พั่นท่ามกลางสายฝน
ลู่พั่นยังไม่ไปไหน ยืนอยู่ที่เดิมตลอด
ตอนที่เห็นศีรษะโผล่ออกมาจากตัวรถ ลู่พั่นที่อยู่ใต้ร่มก็ยิ้มออกมาทันที ชูโถผักกาดขาวเผ็ดขึ้น ทำท่าเหมือนจะชนแก้ว
[1] แอปเปิ้ล