ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 643-1 เขาบอกว่าในพายุฝน ความเจ็บปวดแค่นี้มันหนักหนามาก
ตอนที่ 643-1 เขาบอกว่าในพายุฝน ความเจ็บปวดแค่นี้มันหนักหนามาก
“น้องสะใภ้ พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ ไปช่วยจัดการของที่ซื้อมา”
พวกเหอซื่อจูซื่อมองท่านย่าหม่าแล้วมองซ่งอิ๋นเฟิ่ง วางกะละมังล้างหน้าในมือลง เอาน้ำที่เพิ่งต้มเสร็จเข้ามาให้แล้วออกไป
พอไล่ออกไปหมดแล้วซ่งอิ๋นเฟิ่งถึงก้มตัวสำรวจท่านย่าหม่าที่นั่งอยู่ริมเตียง “ท่านแม่ ถอดเสื้อผ้าออกมาซักดีกว่า พงกเราเปลี่ยนใส่ชุดแห้งๆ ดีไหม”
ท่านย่าหม่าปากสั่น สองตาเหม่อลอย มองไปที่ตะเกียง
ปล่อยให้ลูกสาวช่วยถอดเสื้อผ้า ถอดกางเกงตัวในที่เปียกฉี่
ลูกสาวคนโตเอาผ้าชุบน้ำเช็ดก้นให้นาง นางเองก็อ้าขาให้ความร่วมมือ
เงียบตลอด ราวกับวิญญาณยังไม่กลับเข้าร่าง
ซ่งอิ๋นเฟิ่งคิดว่า เดี๋ยวเช็ดตัวเสร็จจะไปต้มยา ไม่สนว่าแม่ของนางจะป่วยหรือไม่ กินยากันไว้ก่อน ไม่ใช่ว่ารักษาโรคแต่เพื่อขับไล่สิ่งไม่ดีได้ก็พอไหว
พอตกกลางคืนค่อยให้แม่นอนบนมีดหั่นผัก[1] นางจะเฝ้าไว้
ในขณะที่ซ่งอิ๋นเฟิ่งคิดว่าคืนนี้ท่านย่าหม่าคงเอาแต่เหม่อ ต้าเต๋อจื่อก็กลับมา เคาะประตู
ซ่งอิ๋นเฟิ่งผูกเสื้อให้แม่ “เข้ามา”
ต้าเต๋อจื่อยังคิดว่าท่านย่าหม่าปกติดี จึงรายงานให้ฟัง “ท่านย่า ข้าไปเรียกพวกมือปราบสิงแล้ว คนที่ถูกฟ้าผ่าเพิ่งจะหมดลมหายใจ ตอนพวกเราเห็นมีควันออกจากตัวเขา อันที่จริงเขายังไม่ตาย และก็สืบได้แล้วว่าเขาเป็นคนอำเภออวิ๋นจง แซ่อู่”
ท่านย่าหม่าได้สติ สายตาจับจ้อง ถามขึ้น “สะ แซ่อะไรนะ”
“แซ่อู่”
“บ้านเขา ใช่ที่เปิดโรงงานผลิตน้ำตาลไหม พ่อของเขาบริจาคจนได้ตำแหน่ง ถูกเรียกว่าคหบดีอู่”
“หา? อันนี้ข้าไม่รู้ ข้าได้ยินเจ้าของหอละครกับมือปราบสิงคุยกันว่าแซ่อู่ ก่อนหน้านี้มาฟังละคร ดื่มไปเยอะ พอสร่างเมาก็ปิดเมืองไปแล้ว เขาออกไปไม่ได้ เลยว่าจะไปค้างที่หอนางโลม เพิ่งออกมาก็โดนฟ้าผ่าทันที”
ต้าเต๋อจื่องง ทำไมท่านย่าหม่าเหมือนจะรู้เยอะกว่ามือปราบสิงอีก
ท่านย่าหม่าหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง “ให้ตายเหอะ” มันน่ากลัวมาก
โชคดีที่ตอนนั้นไม่ตอบตกลงสกุลอู่ที่มาดูตัว โชคดีที่ตอนนั้นคนที่สกุลอู่ถูกใจคือพั่งยา เจ้าสามกับเมียเห็นลูกเป็นดั่งไข่มุกล้ำค่า เลยด่ากระเจิงไป
และก็โชคดีที่ย่าของลู่พั่นเปิดเผยกับนาง และที่โชคดียิ่งกว่านั้น ไม่ว่าอย่างไร ตัวเราเองก็ต้องมีดีด้วย
ในช่วงสองปีนี้ ลูกสามเจริญก้าวหน้าเร็วมาก รู้จักคนไปทั่ว ทำให้พอนางได้ยินว่าจะมีการฟื้นฟูสอบจอหงวน หัวใจของนางจึงทะเยอทะยานอยากให้ลูกสามตั้งใจสอบ ไม่รีบร้อนให้พวกหลานสาวหมั้นหมาย
คิดอยู่เสมอว่า ถ้าลูกสามมีการงานมั่นคง พวกหลานสาวก็จะมีค่ามากขึ้น มีตัวเลือกที่เยอะขึ้น
สรุปว่า สมมติว่าตอนนั้นคนที่สกุลอู่ถูกใจเป็นต้ายาหรือเอ้อร์ยาล่ะ นางจะ?
ต่อให้เป็นพั่งยา ถ้าเจ้าสามไม่ให้ความมั่นใจพวกนี้กับนาง องค์หญิงท่านย่าของลู่พั่นไม่เคยคุยกับนาง และนางคิดอะไรตื้นๆ ยังคงเป็นยายแก่บ้านนอกที่ไม่เคยได้เปิดหูเปิดตา สกุลอู่มีฐานะดีขนาดนั้น ไม่แน่นางอาจเก็บเอามาพิจารณาจริงจังไปแล้วก็ได้
อีกทั้งรู้จักนิสัยของตัวเองดี คิดว่าทำเพื่อหลานสาว สามารถแอบตอบตกลงเอาเองได้ง่ายๆ แล้วค่อยมาบอกทีหลัง
แบบนั้นจะยิ่งเลวร้าย
ฝ่ายชายตายระหว่างหมั้นหมาย ถูกคนลือออกไปจะกลายเป็นว่าฝ่ายหญิงดวงข่ม โดยเฉพาะคนที่ถูกฟ้าผ่าตายคนนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียง
“ทำไมหรือท่านย่า บ้านเราไม่ถูกกับคนแซ่อู่หรือ รู้แบบนี้ข้าไม่ไปช่วยเรียกมือปราบสิงกับช่วยตามหมอให้หรอก”
ตอนนี้ไม่เหมือนยามปกติ ตอนที่ต้าเต๋อจื่อไปตามหาคนมาช่วย ข้างนอกฟ้าก็ยังผ่าอยู่ เพิ่งเห็นคนถูกฟ้าผ่าไป คนทั่วไปคงหนีไปนานแล้ว ใครยังจะมีน้ำใจอยู่อีก
นึกไม่ถึงว่าจะเป็นการช่วยคนที่ไม่ถูกกับครอบครัวตัวเอง
ท่านย่าหม่าส่ายมือ “ไม่เชิงหรอก คนตายทั้งคน พบเห็นแล้วจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นไม่ได้”
ซ่งอิ๋นเฟิ่งพูดแทรก ถามต้าเต๋อจื่อ “เช่นนั้นสุดท้ายจะจัดการกับคนแซ่อู่นั่นอย่างไร” นางเองก็รู้เรื่องที่มาดูตัวตอนนั้น คนทั้งหมู่บ้านต่างรู้ว่าถูกน้องสามของนางไล่ตะเพิดกลับไป ดูจากท่าทางของแม่ก็รู้ว่าน่าจะเป็นครอบครัวนั้น
“หอละครหาเสื่อมาห่อเขาไว้ เดิมทีเตรียมจะเอาไปโยนบนเนินทางตอนเหนือของเมืองระหว่างรอคนรู้จักมารับหรือส่งจดหมายไปบอกครอบครัวเขา ต่อมามือปราบสิงบอกไม่ได้ ประตูเมืองปิดอยู่ คงออกไปส่งจดหมายไม่ได้อีกสักพัก เดี๋ยวได้ขึ้นอืด ตอนข้าออกมา ข้าเห็นมือปราบสองคนกำลังเก็บปิ่นกับถุงเงินของเขา ได้ยินว่าเอาศพไปที่ร้านขายโลงแล้ว”
ท่านย่าหม่าส่ายมืออย่างหมดแรง “เจ้ารีบกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ”
พอต้าเต๋อจื่อออกไปแล้ว ซ่งอิ๋นเฟิ่งก็พูดขึ้น “ท่านแม่พักผ่อนก่อน อย่าคิดมาก ข้าจะไปต้มยา แล้วจะเอามีดหั่นผักมาให้ด้วย”
“เอามีดมาทำอะไร เจ้าคิดว่าแม่ตกใจกลัวเขาที่ตายแบบนั้นเหรอ ไม่ใช่ ยังไม่เข้าใจคนอย่างพวกเราอีกเหรอ เคยเจอมาเยอะแยะตอนลี้ภัย”
ท่านย่าหม่าส่ายหน้า
นางกลัวตัวเองตาย มันใกล้มากตอนนั้น แบบแค่เฉียดไหล่ไปนิดเดียว
“แม่เข้าใจคำพูดของพั่งยาขึ้นมาทันที คนเราตายไปก็ไม่ได้ใช้เงิน”
ซ่งอิ๋นเฟิ่ง “…”
“ลูกเอ๊ย อย่ามองแม่แบบนั้น เจ้าก็ดีกับตัวเองให้มากหน่อย ใครจะไปรู้เพียงชั่วพริบตาจะเกิดอะไรขึ้น”
ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูหลัง
ซ่งอิ๋นเฟิ่งเพิ่งเดินไปได้ครึ่งทางก็ได้ยินเสียงเถ้าแก่ฉีถามเป่าจู “เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า”
เป่าจูกับต้าเต๋อจื่อที่เพิ่งเปลี่ยนชุดเสร็จได้เล่าให้ฟัง
ก่อนเถ้าแก่ฉีจะไปได้พูดว่า “พวกเจ้าอย่าออกไปข้างนอก ไม่ใช่แค่ฟ้าที่จะผ่าใส่คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ข้าเพิ่งได้ยินมาว่า บ้านที่อยู่ทางตอนเหนือของเมืองพังไปแล้วหลายหลัง มีทับคนตายด้วย บางคนไปข้างนอกตกร่องระบายน้ำตายก็มี ฝากบอกท่านยายด้วย ถ้ามีเรื่องด่วนจะออกไปข้างนอกก็ให้ไปหาข้าที่ร้าน ข้าจะจัดการให้”
ขอบคุณเถ้าแก่ฉีเสร็จ ซ่งอิ๋นเฟิ่งถึงยกน้ำร้อนเข้าห้อง ทันใดนั้นก็มีคนมาเคาะประตูหน้าร้าน
‘เอี้ยคัง’ อยู่ในชุดเสื้อฟางกันฝนเดินฝ่าฝนมา “ข้าเพิ่งได้ยินมาว่าเกิดเรื่องขึ้นบนถนนเส้นนี้ ที่นี่ไม่เป็นไรใช่หรือไม่” แม่รั้งเขาไม่ให้เขามาถาม บอกว่าถนนเส้นนี้อันตรายมีคนถูกฟ้าผ่าตาย แต่ถ้าเขาไม่มาถามก็จะหงุดหงิดใจ
“ไม่เป็นไร”
“มีอะไรก็ไปเรียกข้าได้”
“น้องหยาง เจ้าก็อย่าออกมาข้างนอกเลยนะ ขอบคุณมาก”
เหอซื่อปิดประตูแล้วหันไปพูดกับพวกหลี่ซิ่ว “น้องสามนี่เก่งจริงๆ ไม่เคยดูคนผิด รู้จักแต่ละคน ไม่ต้องสนว่าต้องการความช่วยเหลือไหม มีน้ำใจมาถามไถ่กันถึงที่”
“นั่นสิ ก็ไม่รู้ว่าทางหมู่บ้านเป็นอย่างไรบ้าง”
“เป็นห่วงลูกใช่ไหมล่ะ นึกเสียใจแล้วใช่ไหมที่อยู่นี่”
หลี่ซิ่วไม่ได้บอกว่าเสียใจ แต่เพิ่งผ่านไปครึ่งค่อนวันก็มีตุ่มร้อนในขึ้นที่มุมปาก นึกไม่ถึงว่าสถานการณ์จะเลวร้ายแบบนี้ คิดว่าคงปิดประตูเมืองแค่สองวัน เลยไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ ขังพวกนางไว้ที่นี่
จูซื่อพูด “ของเจ้าเป็นลูก ใครจะไม่ดูแลให้ล่ะ แต่สามีข้ายังอยู่ข้างนอก ไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ตอนนี้มีแค่พี่ใหญ่ที่ดีหน่อย ได้เฝ้าบ้าน”
เหอซื่อไม่ค่อยพอใจน้องสะใภ้รอง คำพูดคำจาฟังแล้วน่าหงุดหงิด
ตอนนั้นเจ้าเป็นคนคะยั้นคะยอให้ซ่งฝูสี่ไปทำงานขนของไม่ใช่หรือไง
เป็นเพราะเจ้าเห็นแก่เงิน ได้ยินพวกฝูกุ้ยบอกว่าขนของครั้งหนึ่งได้เงินเยอะ เลยไม่ให้อยู่ในหมู่บ้านแล้ว เร่งให้ไปทำงานขนของ
เดิมทีน้องสามไปบอกช่างไม้ฝีมือดีไว้ให้แล้ว อาศัยจังหวะติดต่อไว้ช่วงที่ทำเครื่องเรือน อยากให้ซ่งฝูสี่ไปติดตามเพื่อที่จะได้เรียนรู้งานช่างไม้ให้มากขึ้น เพราะครอบครัวก็ไม่ได้เดือดร้อนจะเอาเงินจากทางเขา แต่ปรากฏว่าผัวเมียคู่นี้กลับไม่รับน้ำใจ
——————————————————-
[1] ความเชื่อของคนโบราณ ช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้
Klangwan
เรื่องนี้เดินเรื่อง slow life มาก ตอนลี้ภัยเล่นไปซะ 100 ตอน นี้ก็เจอภัยธรรมชาติอีกน่าจะใช้ไปอีก 50 ตอน ขอบคุณแอดจริง ๆ ที่เอามาลงให้อ่านฟรี