ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 667 ฉากประทับใจ
ตอนที่ 667 ฉากประทับใจ
“เป็นไง เค็มไหม”
“กำลังดี อร่อย” ซ่งฝูเซิงกินเกี๊ยวคำละตัว เมียของเขาทำเกี๊ยวรูปร่างเหมือนเงินหยวนเป่า
ไส้กุยช่ายผสมเนื้อ ผักกาดขาวผสมเนื้อ มีสองไส้
เฉียนเพ่ยอิงดันจาน “อย่ากินแค่เกี๊ยว กินหัวหมูกับแตงกวาสักคำสองคำด้วย เจ้าจะซดโจ๊กหรือจะเอาน้ำแกงเกี๊ยว”
“น้ำแกงเกี๊ยว” ริมฝีปากซ่งฝูเซิงเลอะคราบน้ำจิ้ม
ซ่งฝูหลิงนั่งอยู่ที่โซฟา กอดตุ๊กตาพอลแฟรงก์ มองพ่อตัวเอง พอได้ยินเสียงเคี้ยวก็โยนตุ๊กตาทิ้งแล้วไปที่โต๊ะ ดึงเก้าอี้ออกนั่งลงฝั่งตรงข้าม
ขณะเฉียนเพ่ยอิงตักน้ำแกงก็มองลูกสาว “ทำไม อยากกินด้วยเหรอ”
“เจ้าค่ะ” เดิมทีตื่นเช้าเกินไป ตอนฝูหลิงเข้ามาไม่ได้คิดจะกินข้าวด้วย คิดไว้ว่าเดี๋ยวออกไปจะหลับอีกสักงีบแล้วค่อยกินกับน้องชาย เช้าขนาดนี้จะกินลงได้อย่างไร ปรากฏว่าเห็นพ่อกินแล้วมันน่าอร่อย
เฉียนเพ่ยอิงตักโจ๊กให้ลูกสาวแล้วถึงนั่งลงถามเหล่าซ่ง “เมื่อคืนนอนเป็นอย่างไรบ้าง ข้าอยู่ข้างนอกเป็นห่วงแทบแย่ คิดว่าถ้าเข้ามาก็กลัวจะรบกวนเจ้านอน”
ซ่งฝูเซิงยกชามน้ำแกงขึ้นมาเป่า ซดไปสองอึกแล้วถึงพูด “ก็แค่ต้องเข้าๆ ออกๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ดีกว่านอนข้างนอก คอยดูเลย คนที่ตัวสูงๆ วันนี้ตื่นมาต้องขาชาแน่ นั่นมันไม่ใช่ที่สำหรับนอนเลย ใหญ่กว่ารังหมานิดเดียว”
วางชามลง ยัดหัวหมูเข้าปากแล้วพูดต่อ “จริงสิ ลู่พั่นมาทันด้วยนะ เพิ่งมาถึงกลางดึก ข้าตื่นพอดี และยังบังเอิญมาก เขาอยู่แถวเดียวกับข้า ห่างไปไม่กี่กระโจม แต่ข้าไม่ได้ดูว่าอยู่ตรงไหน”
ซ่งฝูหลิงซดโจ๊ก กะพริบตาถี่
เฉียนเพ่ยอิงตกใจ “อย่างนั้นเจ้าจะเอาเกี๊ยวออกไปให้เขาหน่อยไหม อยู่แถวเดียวกันพอดี พอหาโอกาสเอาของกินไปให้ได้”
ซ่งฝูเซิงเอามือเช็ดปาก เหล่มองเมีย “เลิกคิดไปได้เลย หมอนั่นฉลาดยังกับลิง ฉลาดเป็นกรด ข้าจะเอาเกี๊ยวมาจากไหน เกี๊ยวแช่แข็งเหรอ ไปแช่แข็งที่ไหน ห้องใต้ดินก็น้ำท่วมไปแล้ว น้ำแข็งก็หมดนานแล้ว เจ้าจะอธิบายอย่างไร”
บางครั้งความหวังดีก็ทำร้ายตัวเองได้เหมือนกัน ของกินน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ความยุ่งยากนี่สิ
อย่าว่าแต่คนฉลาดอย่างลู่พั่นจะสงสัย เอาแค่หมี่โซ่วบางครั้งก็หลอกไม่ได้
เมื่อครู่เพ่ยอิงยังพูดอยู่ว่า จะทำเกี๊ยวให้เขากินยังต้องห่อไว้เยอะๆ แล้วเอาผ้าปิดไว้ถึงจะแบ่งออกมาต้มส่งเข้าพื้นที่พิเศษได้ ไม่อย่างนั้นหมี่โซ่วจะถาม “ท่านป้า ทำไมเกี๊ยวมันน้อยลง จำนวนไม่ถูกต้อง”
แล้วดูเพ่ยอิงนะ เมื่อครู่ยังบ่นอยู่ว่าหมี่โซ่วชอบคอยสังเกตของในบ้าน ตอนนี้กลับจะกระตือรือร้นให้เอาเกี๊ยวไปให้ลู่พั่น
ทันใดนั้นซ่งฝูหลิงได้พูดแทรก “เช่นนั้นเขามีของกินหรือเปล่า”
รีบร้อนกลับมาก็แสดงว่าอาจไม่ได้เตรียมของอะไรมากมาย
“มี” แหละมั้ง
แบกของมาตั้งเยอะขนาดนั้น จะไม่เอาของกินมาเลยเหรอ
ลู่พั่นรีบกลับมาจริงๆ แต่บ่าวรับใช้ในบ้านตั้งมากมายปรนนิบัติเขาแค่คนเดียว มีเหรอจะเตรียมให้ไม่ดี
ซ่งฝูเซิงส่ายมือ กันไว้ดีกว่า “มื้อนี้ข้ากินไปเยอะ ตอนเที่ยงคงไม่เข้ามาแล้ว เจ้ากับลูกไม่ต้องเอาข้าวเข้ามาส่งหรอก ถ้าหิว ข้าก็จะกินพวกขนมคุกกี้ ถ้าเห็นเขาไม่มีอาหาร อยากกินรองท้อง เดี๋ยวข้าจะแบ่งขนมให้”
ไปแล้วนะ ซดน้ำแกงให้หมด
กลัวว่าข้างนอกจะมีรวมตัวมีคนมาปลุก ถ้าเขย่าตัวเขาไม่ตื่นเดี๋ยวมือปราบได้ตกใจ
“ตั้งใจสอบนะท่านพ่อ” ซ่งฝูหลิงลุกขึ้นกำหมัดสู้ๆ
สีหน้าของลูกสาวน่าหมั่นเขี้ยวจริงๆ
ก่อนไปซ่งฝูเซิงยังแอบแกล้งโมโห “เจ้ามันร้ายที่สุดแล้ว” เอาหนังสือไปไว้ข้างนอกหมด จะสอบได้ดีได้เหรอ ชอบแกล้งพ่ออยู่เรื่อย
…
“กึก พรืด” พอซ่งฝูเซิงออกจากพื้นที่พิเศษก็เห็นมีผู้เข้าสอบสะดุดที่หน้ากระโจมเขา
กะละมัง สบู่ล้างหน้า กระเด็นไปไกล
มือปราบเตือน “ค่อยๆ เดิน ยืดเส้นยืดสายก่อนค่อยไป” แค่แปบเดียวสะดุดกันตั้งหลายคน
ซย่าเหวินอวี่ได้ฟังก็ถือกะละมังล้างหน้ามองบน ทั้งยังบอกให้คนข้างหน้าหลีกทาง คนอื่นไม่รีบแต่เขารีบ
คิดในใจ ต้องแย่งเข้าส้วมเป็นคนแรกให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาต้องไปนั่งรมไอร้อนคนอื่น ตามด้วยกลิ่น ทนนั่งไม่ไหวจริงๆ
ตอนผ่านหน้ากระโจมซ่งฝูเซิง ซย่าเหวินอวี่ยังได้กวักมือเรียก สีหน้าร้อนใจราวกับกำลังพูดว่า ‘เพิ่งจะพับผ้าห่ม เพิ่งตื่นเหรอ อยู่ในที่แบบนี้ยังจะหลับสบายได้อีกเหรอ เร็วเข้า ไปแย่งส้วมกัน’
ซ่งฝูเซิงก็ทำมือบอกว่า ไปก่อนเลย
มือปราบถลึงตามองสองคนนี้ เจ้าเรียกข้า ข้าเรียกเจ้า บังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ สองคนนี้รู้จักกันเหรอ
ซ่งฝูเซิงเห็นมือปราบทำหน้าเตือนก็หันไปพับผ้าห่มต่อ เก็บของ ดึงไม้กระดาน
ในเก้าวันนี้ห้ามพูดคุยกัน เห็นได้ชัดว่าเข้มงวดกว่าตอนสอบซิ่วไฉมากทีเดียว เรื่องเอาของให้ก็ยากเสียยิ่งกว่ายาก
อีกทั้งในสายตาของซ่งฝูเซิง คนพวกนี้ตื่นแต่เช้ามาต่อแถว ถูกพวกมือปราบจับกลุ่มพาไปเข้าห้องน้ำล้างหน้า ไม่ต่างอะไรจากคุมตัวนักโทษในคุกของยุคปัจจุบัน
เช่นนั้นถ้าเทียบกับคุกของยุคโบราณล่ะ
นักโทษยุคโบราณไม่ล้างหน้า เทียบกันไม่ได้
ซ่งฝูเซิงเอาผ้าเช็ดหน้าวางบนบ่า ถือกะละมังล้างหน้า เหน็บกระดาษเช็ดมือตรงเอว กำลังเดินตามกลุ่มคนไปข้างหน้า แต่แล้วก็พบว่าทำไมข้างหน้าหยุดเดินล่ะ
ซย่าเหวินอวี่หยุดอยู่หน้ากระโจมลู่พั่น
มองหน้ายิ้มของลู่พั่น สักพักก็มองกระโจมของเขา
ใช้ได้เลยเพื่อน ตกแต่งดูดี รู้แบบนี้ข้าทำบ้าง
แม้แต่ผู้เข้าสอบที่ยืนข้างซย่าเหวินอวี่ก็ยังมองด้วย ในขณะที่ยังเดาไม่ออกว่าคนผู้นี้เป็นใคร กระโจมสะดุดตามากสำหรับคนร่ำเรียนอย่างพวกเขา
เพราะเห็นแล้วอิจฉามาก อิจฉามากๆ
แค่มองแวบเดียวยังคิดว่าเดินเข้าป่าไผ่ ภายในกระโจมดูเขียวชอุ่ม ด้านบนยังมีวาดคล้ายแสงแดดสาดส่อง ดวงดาว แสงแดด แมกไม้ใบหญ้าที่ดูสดชื่น ทำข้อสอบในนี้จะต้องเบิกบานใจแน่นอน
ซ่งฝูเซิงที่มีผ้าพาดบ่าเดินมา พวกเขามุงดูอะไรกัน
พอหันไปดู สิ่งแรกที่ทำคือขมวดคิ้ว ลู่พั่นได้อยู่กระโจมข้างส้วมเหรอ ไม่น่านะ
เหล่าซ่งเป็นคนอยู่กับความเป็นจริง ต่อให้นั่งอยู่ท่ามกลางภาพวาดเขียวชอุ่มก็ไม่มีทางได้กลิ่นหอมสดชื่น มีแต่กลิ่นขี้ไม่ใช่เหรอ
ส่วนลู่พั่นก็เริ่มขยับพอเห็นซ่งฝูเซิงปรากฏตัว
ก่อนหน้านี้เขานั่งอยู่ในนั้นประหนึ่งนั่งสมาธิ
ไม่ได้จะฝึกกำลังภายในอะไรหรอกแต่ขามันชา นอนหลับไม่รู้เรื่อง อยากตั้งสติสักพัก
จากนั้นซย่าเหวินอวี่ก็เริ่มเส้นทางอิจฉาของเขา ตั้งหัวข้อในใจให้ตัวเอง หัวข้อคือ สมมติว่าข้าก็มีพ่อตาแบบนี้
ซย่าเหวินอวี่เห็นลู่พั่นออกมานอกกระโจมมองหาผ้า เป็นผ้าแบบที่เอาไว้เช็ดหลังทำธุระเสร็จ ซ่งฝูเซิงราวกับเดาได้ รีบดึงกระดาษตรงเอวยื่นให้
ซย่าเหวินอวี่เห็นสองคนที่ในอนาคตอาจได้เป็นพ่อตาลูกเขยกันเข้าไปนั่งในส้วมด้วยกัน เข้าส้วมเสร็จก็ล้างหน้าด้วยกัน
หมินหรุ่ยเพิ่งกลับมา สภาพแย่มาก ตรงคอมีคราบดิน เขาเห็นซ่งฝูเซิงชี้ที่คอตัวเองเพื่อบอกให้หมินหรุ่ยเช็ดคอ หมินหรุ่ยไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร ซ่งฝูเซิงก็เลยจะเอาผ้าเช็ดให้
จากนั้นว่าที่พ่อตากับลูกเขยก็แปรงฟันด้วยกัน ขณะแปรงยังมีมองกันและกัน ไม่ให้พูด เช่นนั้นก็คุยกันทางสายตา
ภาพที่ซย่าน้อยรู้สึกอบอุ่นมากก็คือ ซ่งฝูเซิงรีบออกไปแล้วรีบกลับมา เล่นเอาพวกมือปราบกับพวกผู้เข้าสอบต่างมองด้วยความงุนงง
เห็นซ่งฝูเซิงยืนอยู่หน้ากระโจมหมินหรุ่ย ไม่รู้ว่ากำลังทำอะไร ส่ายมือไปมาราวกับกำลังสาดบางสิ่ง ทำเสร็จก็มีกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว หอมมาก
ซย่าน้อยเข้าใจทันที นี่คือการดูแลว่าที่ลูกเขยด้วยความตั้งใจ เพื่อให้แน่ใจว่าหมินหรุ่ยไม่ได้รับผลกระทบจากกลิ่นเหม็นเหล่านั้น
ส่วนซ่งฝูเซิงสาดน้ำหอมเสร็จก็เดินกลับไปด้วยสีหน้าสบายใจ
คิดในใจ ข้าสาดน้ำหอม ใครกล้ามายุ่งกับข้า ข้าไม่ได้คุยกับลู่พั่นเสียหน่อย พวกเจ้าจับผิดข้าไม่ได้หรอก
เขาใช้น้ำหอมที่ลูกสาวให้มาจนหมด ลืมไปว่าลูกสาวยังหวังให้เปลี่ยนมันกลับเข้าพื้นที่พิเศษอีก
แน่นอนว่าถ้าอีกหน่อยลูกสาวบ่น ฝูเซิงก็ไม่ได้แคร์หรอก
ในสายตาของเขา น้ำหอมไม่ใช่ของกิน ใช้หมดก็หมดไปสิ ยังจะแพงไปกว่ายาแก้อักเสบได้อีกเหรอ