ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 674 ซ่งพั่งยา ที่แท้เจ้าก็เป็นแบบนี้ เสียแรงที่มองเจ้าสูงส่ง
- Home
- ทะลุมิติทั้งครอบครัว
- ตอนที่ 674 ซ่งพั่งยา ที่แท้เจ้าก็เป็นแบบนี้ เสียแรงที่มองเจ้าสูงส่ง
ตอนที่ 674 ซ่งพั่งยา ที่แท้เจ้าก็เป็นแบบนี้ เสียแรงที่มองเจ้าสูงส่ง
“อาคารเล็กๆ นั่นเหรอ”
สะดุดตามาก
ลู่พั่นสังเกตเห็นบ้านทรงแปลกตาที่อยู่ไกลๆ ตั้งแต่แวบแรก
ท่านลุงซ่งที่เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการรีบพูดขึ้น “ท่านแม่ทัพอย่าเพิ่งไปบ้านนั้น ถ้าแม่ทัพไปบ้านฝูเซิงก่อนค่อยไปบ้านพวกเราก็ไม่อยากเข้าไปแล้ว”
ท่านลุงซ่งเดินนำลู่พั่น เชิญเขาตามมา
เดินอยู่ข้างๆ พลางพูด
“ข้าอยากให้ท่านแม่ทัพไปดูบ้านพวกเราด้วย…
…เมื่อครู่ท่านแม่ทัพบอกว่า มาที่นี่เป็นการรบกวนพวกเรา เกรงใจเกินไปแล้ว…
…ข้าพูดจาไม่ค่อยเป็น พูดได้ไม่ดี ท่านแม่ทัพอย่าถือสา…
…ในความเป็นจริง พวกเราต่างรอคอยให้ท่านแม่ทัพมา…
…อยากให้ท่านแม่ทัพมาดูมากที่สุดนับตั้งแต่สร้างบ้านหลังนี้…
…พวกเราแทบอยากส่งจดหมายแจ้งไปเป็นการเฉพาะ ก็แค่กลัวแม่ทัพงานยุ่ง ไม่ว่างมานั่งเล่น…
…พูดตามตรง ในใจของพวกเราคิดเยอะ บางครั้งก็กลัวจะทำท่านแม่ทัพเสียเวลา…
…ยังไงเสีย เรื่องใหญ่สำหรับพวกเรา แต่กลับมีเรื่องใหญ่กว่าสำหรับท่านแม่ทัพรออยู่มากมาย”
ซุ่นจื่อตามอยู่ด้านหลังลู่พั่น ได้ยินคำพูดนี้ก็ยิ้ม แบบนี้ยังเรียกพูดจาไม่ค่อยเป็นอีกเหรอ พูดได้ดีเลยนะ
ซ่งฝูเซิงฟังท่านลุงซ่งพูดจบก็พยักหน้าให้ลู่พั่น เพื่อบอกว่าลองไปดูหน่อย
พวกเขาเริ่มจากศูนย์ เรียกได้ว่าลู่พั่นเป็นพยานเพียงคนเดียว
บ้านหลังแรก เข้าบ้านเก่อเอ้อร์นิวที่อยู่ใกล้สุด
แหวกม่านประตูออก ลู่พั่นเข้าไปในบ้านพร้อมซ่งฝูเซิงกับท่านลุงซ่ง
ซ่งฝูกุ้ยที่อยู่ด้านหลังแหวกม่านแล้วทำมือเชิญซุ่นจื่อ
ซุ่นจื่อยิ้มพลางชี้ด้านหน้า สนิทกันจะตาย ไม่ต้องแหวกม่านให้เขาหรอก แค่เดินตามคุณชายก็เหมือนกัน
“ใช้ได้” ลู่พั่นยืนอยู่ในบ้าน มองไปรอบๆ แล้วพูดออกมา
แค่นี้ลุงใหญ่กับเก้อเอ้อร์นิวก็ยิ้มหน้าบานแล้ว ซ่งฝูลู่กับซ่งฝูโซ่วก็พลอยยิ้มไปด้วย ดูก็รู้ว่ามีความสุข
ก่อนออกจากบ้านลู่พั่นเหลือบมองซ่งฝูโซ่ว เขาจำคนผู้นี้ได้ มีตาเดียว เขารู้ประวัติความเป็นมา
บ้านหลังที่สองคือบ้านท่านลุงซ่ง
คล้ายๆ บ้านลุงใหญ่ คนเยอะ ก็เลยมีห้องมากหน่อย ลู่พั่นไม่ได้ดูอะไรในบ้านมากมาย แต่สายตาไปตกที่ป้ายพระราชทานที่ถูกวางเชิดชูไร้ฝุ่นจับ
ซ่งฝูเซิงบอกลู่พั่น “ผู้เฒ่าเช็ดวันละแปดรอบ ตอนแรกสุดไม่ให้ใครจับเลยนะ ใครก็ห้ามดูด้วย คนในหมู่บ้านอยากมาดูยังไม่ให้เลย ไม่รู้ว่าควรจะดูแลอย่างไร เอาไปวางตรงไหนก็ไม่ถูกที่ เลยเอาผ้าแดงคลุมไว้”
ท่านลุงซ่งแย่งพูด “ต่อมาข้าก็เชื่อเจ้า ปรับปรุงตัวแล้วไม่ใช่เหรอ นี่ก็ให้ดูแล้วอย่างไร” อย่าพูดเรื่องนั้นต่อหน้าแม่ทัพเล็กสิ หลานเซิงชอบแฉเขาอยู่เรื่อย
ลู่พั่นยิ้มพลางพยักหน้าเบาๆ
บ้านหลังถัดไป บ้านซ่งฝูกุ้ย
เกิดเหตุการณ์แทรกที่บ้านฝูกุ้ย
เพราะฝูกุ้ยกับหวังจงอวี้เพิ่งได้ลูกชายทั้งคู่
ซ่งฝูเซิงก็เพิ่งได้เห็นครั้งแรก ตอนอุ้มกลับมาเขายังสอบอยู่
วันนี้เมียของฝูกุ้ยกับเมียของจงอวี้ตั้งใจเอาเด็กทั้งสองมาอวด เดิมทีอยากให้อาฝูเซิงของพวกเขาได้เห็น นึกไม่ถึงว่าแม่ทัพลู่ก็ตามมาที่บ้านด้วย
ซ่งฝูเซิงจึงอาศัยโอกาสนี้ที่ทุกคนอยู่กันเยอะ มอบสร้อยแม่กุญแจเงินให้เด็กทั้งสองคนละเส้น
“ไม่ได้ๆ” ซ่งฝูกุ้ยกับหวังจงอวี้ปฏิเสธ
ซ่งฝูเซิงทำเสียงจึ๊ ไม่ได้ให้พวกเจ้าสองคนเสียหน่อย มาไม่ดงไม่ได้อะไรล่ะ เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากอา ใส่ไว้จะได้ร่มเย็นเป็นสุข เติบโตอย่างแข็งแรง
อีกทั้งต้องรับน้ำใจนี้ไว้ อย่าให้เสียแรงที่เขาอุตส่าห์ตระเวนซื้อของขวัญหลังออกจากก้งย่วน
ฝูกุ้ยกับจงอวี้ทั้งประหลาดใจและซึ้งใจ
ยังแอบนึกถึงตอนนั้นที่หางานให้พวกเด็กหนุ่มในบ้าน ฝูเซิงตั้งใจเรียกพวกเขาไปคุย
อาจเพราะอยากบอกพวกเขาว่าอย่าคิดเป็นอื่น พวกเขาสองคนลงแรงมากที่สุด ลูกชายของลุงกัวได้งานทำ แต่เด็กบ้านเขาสองคนกลับไม่ได้อาศัยใบบุญนี้
จากนั้นฝูเซิงกับจงอวี้ก็คุยลับหลังซ่งฝูเซิงเป็นการส่วนตัว “อย่าคิดว่าฝูเซิงไม่เห็นค่าพวกเรา จงอวี้ เจ้าต้องจำไว้ว่าถ้าไม่มีฝูเซิง พวกเราก็ไม่มีวันนี้ คนเราอย่าโลภจนเกินไป อย่างไรเสีย ชีวิตนี้ข้าก็ขอติดตามเขา เขาชี้ไปทางไหนข้าไปทางนั้น ต่อให้ต้องเสี่ยงตายข้าก็จะทำ”
หวังจงอวี้ออกแรงตบบ่าซ่งฝูกุ้ย “เหตุผลพวกนี้เจ้ายังต้องพูดอีกเหรอ เจ้าไม่คิดอะไร แล้วข้ายังจะคิดอะไรได้อีก ซ่วนเหมียวจื่อของข้ายังเด็ก”
เวลานี้มองไปที่แม่กุญแจเงินสองอันนั้นอีกครั้ง ทุกคนสามารถตระหนักได้อย่างชัดเจนว่าซ่งฝูเซิงเป็นคนยุติธรรม
“เอ๊า พวกเจ้าก็รู้เหรอว่านี่เป็นของดี” ซ่งฝูเซิงขยับเข้าไปใกล้เด็กทารก ยิ้มพลางพูดหยอกเด็กทั้งสองคน
ลู่พั่นหันไปมองซุ่นจื่อ
ซุ่นจื่อที่ยืนห่างอยู่พยักหน้า
เขาเข้าใจความหมายของคุณชาย
อีกเดี๋ยวพอคนน้อยลงเขาก็จะให้ซองแดงซ่งฝูกุ้ยกับหวังจงอวี้เป็นการส่วนตัว
ขณะที่พวกเขากำลังไปบ้านท่านย่าหม่า ยายหวังก็เดินรั้งท้าย หยิบแม่กุญแจเงินขึ้นมากัด กัดเสร็จก็พึมพำ “ฝูเซิงเลือกแบบอย่างดีเลยนะ”
ลู่พั่นมาที่บ้านท่านย่าหม่า พูดเยอะหน่อย
เขาเข้าไปเดินดูในบ้านของซ่งฝูไฉกับซ่งฝูสี่มาแล้ว
ทั้งยังถามซ่งฝูเซิง “ผ้าลายดอกแดงที่ซื้อมาครั้งนี้เพื่อเอามาปูในห้องของท่านย่าใช่หรือไม่” เขาไปซื้อเป็นเพื่อน
“ใช่ๆๆ” ซ่งฝูเซิงถึงนึกขึ้นมาได้ ถามท่านย่าหม่า “ท่านแม่พอเห็นของดีก็อย่าลืมของที่ข้าให้ ห่อที่ข้าซื้อมาให้เอาเข้ามาหรือยัง”
ท่านย่าหม่าที่อยู่ในลานบ้านตะโกนเสียงดัง “ยัง”
ยายคนนี้นี่ ซ่งฝูเซิงหัวเราะ ไม่ต้องถามก็รู้ว่า อีกหน่อยต้นใบเงินใบทองต้องเป็นของรักของหวงแน่นอน อย่างอื่นชิดซ้าย
ในขณะที่ลู่พั่นไปบ้านซื่อจ้วงกับหนิวจั่งกุ้ย เอามือจับเคาน์เตอร์บ้านซื่อจ้วง ซ่งฝูหลิงก็เหนื่อยจนหอบ กำลังงัดหีบไม้
เฉียนเพ่ยอิงเพิ่งส่งพวกบ่าวรับใช้ที่เรียกนางว่าคุณนายออกไป พอขึ้นมาห้องใต้หลังคาก็เห็นลูกสาวกำลังทำลับๆ ล่อๆ
“อย่าเพิ่งสงสัยเลย เดี๋ยวลู่พั่นก็มาแล้ว เขาเห็นเข้าจะดูไม่ดี”
“ไม่เป็นไร รีบงัดเร็ว ถ้าเขาขึ้นมาเดี๋ยวหมี่โซ่วจะบอก ลูกแค่เปิดดูก็พอ อยากรู้ว่าเขาให้อะไรบ้านเรา ทำไมมีหลายหีบแบบนี้”
ซ่งฝูหลิงงัดหีบใบใหญ่ขึ้น พอเปิดออกก็ตะลึง “ชามกินข้าวเหรอ”
ของขวัญขึ้นบ้านใหม่ที่ลู่พั่นมอบให้ ‘คนสำคัญ’ ก็คือ
ชามกินข้าว จาน ถ้วย ตะเกียบ เป็นต้น สรุปได้ว่าเป็นอุปกรณ์กินข้าวแบบครบชุด
นอกจากนี้ยังมีแจกันอีกหกใบ ใหญ่สี่เล็กสอง
ชุดกาน้ำชาพร้อมถาดรองที่ทำจากไม้จันทน์
สาเหตุที่ลู่พั่นเลือกให้ของพวกนี้ เป็นเพราะเขาพบว่าทุกครั้งที่มาเป็นแขกบ้านครอบครัวซ่ง ไม่ว่าจะกินข้าวหรือดื่มน้ำล้วนใช้ชามไม้เล็กๆ ดูไม่เหมาะนัก
ท่านอาซ่งมีใบชาอย่างดี ชาดีต้องคู่กับถ้วยอย่างดี
เขาเลยคิดว่าของพวกนี้ได้ใช้งานจริง ใช้ได้ทุกวัน จึงตัดสินใจให้ของขวัญชิ้นนี้
“คุณพระช่วย สวยมาก”
แย่แล้ว ถัดจากท่านย่าหม่าก็มีสตรีอีกนางหนึ่งที่ดื่มด่ำ
เฉียนเพ่ยอิงประคองหงส์น้อยขึ้นมา เป็นของที่เอาไว้วางช้อนตอนกินข้าว นางลูบงานฝีมือชิ้นนี้ด้วยความทะนุถนอม
ซ่งฝูหลิงยกกาน้ำชาขนาดใหญ่ ด้านบนมีดอกไม้ประดับ นี่เอาไว้ใส่น้ำแกงเหรอ แต่เอ๊ะ ทำไมมีอันเดียวล่ะ
ลู่พั่นสั่งทำมาให้เจ้าโดยเฉพาะไงล่ะ เอาไว้กินน้ำแกง
ซ่งฝูหลิงพูดเสียงเบา “ท่านแม่ นี่ถ้าเอากลับยุคปัจจุบัน แค่ชิ้นเดียวพวกเราก็รวยแล้ว ชีวิตสุขสบาย เอาไปใส่ไว้ในพื้นที่พิเศษสักสองชิ้นแล้วกัน ยังไงก็มีเยอะขนาดนี้ กันไว้ก่อน”
[email protected]
ซ่งฝูหลิง “ยายงก”