Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 681 เจ้ารู้ว่าข้าไม่ได้แค่เอ็นดูเจ้า / ตอนที่ 682 เหตุใดเจ้าถึงได้สวยเพียงนี้

  1. Home
  2. ทะลุมิติทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 681 เจ้ารู้ว่าข้าไม่ได้แค่เอ็นดูเจ้า / ตอนที่ 682 เหตุใดเจ้าถึงได้สวยเพียงนี้
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 681 เจ้ารู้ว่าข้าไม่ได้แค่เอ็นดูเจ้า / ตอนที่ 682 เหตุใดเจ้าถึงได้สวยเพียงนี้
ตอนที่ 681 เจ้ารู้ว่าข้าไม่ได้แค่เอ็นดูเจ้า

ตอนที่มือใหญ่ของลู่พั่นวางลงบนศีรษะของซ่งฝูหลิง ซ่งฝูหลิงก็หดคอตามสัญชาตญาณ เอาสองมือปิดหู

อย่าถามนางว่าทำไมต้องปิดหู เวลาแบบนี้แล้ว นางไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น

สมองตื้อไปหมด

ลู่พั่นขยี้ผมฝูหลิง

ขยี้เสร็จเขาก็นั่งลงตรงหน้านาง เอาสองมือใหญ่วางทาบลงบนมือของนางที่ปิดหูอยู่

มือใหญ่กับมือเล็กปิดหูอยู่ด้วยกัน

ใบหน้าลู่พั่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “กลัวพ่อตัวเองขนาดนี้เลยหรือ”

ซ่งฝูหลิงชักมือออก ออกแรงผลักคนตรงหน้าแล้วรีบวิ่งหนีไป

ลู่พั่นยอมให้ตัวเองถูกฝูหลิงผลักล้ม

ถ้าเขาไม่อยากล้ม ฝูหลิงไม่มีทางแตะตัวเขาได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังจะถูกผลักล้มลงไปบนพื้นด้วย

ลู่พั่นนั่งอยู่บนพื้น มือยันอยู่ด้านหลัง หันหน้าเล็กน้อย ฟังเสียงสาวน้อยที่สวมรองเท้าแตะวิ่งกลับห้อง

หึ

หึหึหึ

จากนั้นเขาก็ค่อยๆ กำมือวางไว้ที่ริมฝีปาก หัวเราะเบาๆ จนไหล่สั่น

ซ่งฝูหลิงที่กลับเข้าห้อง ยืนตัวแนบกับประตู เอามือลูบอก ถอนหายใจโล่ง

ลูบอกอยู่สักพักฝูหลิงก็กะพริบตาปริบๆ รีบหันกลับไปเอาหูแนบประตูฟังเสียงด้านนอก ฟังอยู่นานสองสามนาทีก็ยังไม่ได้ยินอะไร อยู่ไกลเกินไป จากนั้นนางถึงผละออกจากประตู

เวลาซ่งฝูหลิงคิดไม่ออกก็มักจะเอามือเกาหัว แต่ครั้งนี้เพิ่งเกาได้สองทีก็ชะงัก

นางมองมือตัวเอง เอามือซ้ายวางบนหัว ไม่สิ เขาใช้มือขวา

ฝูหลิงจึงเปลี่ยนเป็นเอามือขวาวางบนหัวตัวเองแล้วค่อยๆ ขยี้

ขยี้ได้สองทีนางก็ชะงักอีกครั้ง นี่นางกำลังทำอะไรอยู่

ขยี้หัวจนยุ่งเหยิง จากนั้นฝูหลิงก็รีบกระโดดเข้าผ้าห่มด้วยสภาพที่เหมือนผีบ้า

สักพักก็เห็นเด็กสาวที่อยู่ในผ้าห่มพลิกตัว

ผ่านไปสักพักก็พลิกตัวอีก

สุดท้ายนางก็นอนหงาย สองตาเหม่อมองเพดาน แอบพึมพำในใจ

ก็แค่ดื่มน้ำ ปรากฏว่านางกับเขาต้องเล่นละครมากขนาดนั้น

ไม่มีผู้กำกับตะโกนแอคชัน แถมไม่ได้มีคนดูเสียหน่อย

“แล้วนี่จะนอนอย่างไร พรุ่งนี้เขายังต้องค้างอีกหนึ่งวัน คืนเดียวยังพอว่า พรุ่งนี้ทั้งวันจะอยู่อย่างไรถ้าเจอหน้ากัน อ๊าๆๆ”

ซ่งฝูหลิงพูดพึมพำ

“ไม่สิ พรุ่งนี้เจอหน้ากันแล้วอย่างไรล่ะ พวกเราไม่ได้พูดอะไรกันเลยนะ ข้าจะรู้สึกกระอักกระอ่วนทำไม พวกเราไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย”

ในเวลาเดียวกัน

ภายในห้องครัว

ลู่พั่นยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ กำลังมองมือตัวเอง

มองสองมือเสร็จเขาก็กำมือ คล้ายกับว่ายังสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากศีรษะของฝูหลิง เขายิ้ม จากนั้นถึงได้หยิบโถบ๊วยตามที่ซ่งฝูเซิงบอก

ลู่พั่นเปิดโถกระเบื้องที่คล้ายไหขนาดเล็กมาดมก่อน เมื่อแน่ใจว่าบ๊วยไม่มีกลิ่นแปลก แน่ใจว่าดองมาแล้ว เขาถึงก้มตัวเปิดลิ้นชักของตู้เพื่อหาช้อนกระเบื้องกับน้ำตาลทรายแดง

เขาใช้ช้อนเล็กบี้บ๊วยดองแล้วเอาใส่ถ้วยพร้อมน้ำตาลทรายแดง เทน้ำคนให้เข้ากัน พอละลายเขาก็เอาลิ้นแตะชิม

อืม รสชาติใช้ได้

หันมองรอบตัว หาถาด เอาถ้วยวางไว้บนถาด

ลู่พั่นที่อยู่ในชุดนอนสีฟ้า ปรากฏตัวที่หน้าห้องฝูหลิง เคาะประตูเบาๆ สองที

ซ่งฝูหลิงที่อยู่ในห้องทำตัวเหมือนโจร กลั้นหายใจ ขยับตัวเงียบๆ เปิดผ้าห่มลุกขึ้นมานั่ง

ฝูหลิงเพิ่งลุกขึ้นมานั่งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินออกไป

สองนาทีต่อมานางก็เปิดประตู ภาพที่เห็นมีแค่ถาดที่ถูกวางไว้ ในถาดมีถ้วยน้ำ

ตอนที่ 682 เหตุใดเจ้าถึงได้สวยเพียงนี้

“เอ้กอี้เอ้กเอ้ก” ไก่ขันแล้ว

“กุ๊กๆๆ!” ขันเสร็จก็ร้องต่อ

เป็ดในบ้านเก้าสกุลนำทีมวิ่งออกนอกบ้าน

ท่านลุงซ่งถือไม้กระบองอันเล็กไล่พวกมันออกไปเดินเล่น

ห้ามขี้ในลานบ้าน วันนี้ในบ้านมีแขกคนสำคัญอยู่

ตรงลานบ้านมีหลายคนตื่นนอนแล้ว

ลูกชายสองคนของซ่งฝูกุ้ยกับหวังจงอวี้ที่เพิ่งเกิดร้องอุแว้ๆ ต่อเนื่องกัน

ลุงใหญ่กำลังกลั้วคอประสานเสียงเด็กทารกที่ร้องอยู่ข้างบ้าน

ขณะที่กำลังเงยหน้าเพื่อเตรียมบ้วนทิ้ง เก่อเอ้อร์นิวที่เดินผ่านเขาได้ตบหลังหนึ่งที “อย่ามัวแต่ลีลา รีบหน่อย ขนกระดานนวดแป้งกับหม้อใหญ่ออกมา” เช้านี้นางกับน้องสะใภ้งานยุ่งเสียจนเหงื่อท่วมแล้ว

“แค่กๆ” ลุงใหญ่เอามือตบอก เขากลืนน้ำที่จะบ้วนทิ้งลงท้องไปหมด

แต่เขาก็ยังคงใจเย็น เอาผ้าที่พาดอยู่ตรงบ่ามาเช็ดปาก นั่งลงข้างเตียงชื่นชมกระบอกยาสูบหยกก่อน จากนั้นก็วางด้วยความระมัดระวังแล้วถึงไปทำงาน

ม่านหน้าต่างห้องซ่งฝูหลิงถูกดึงปิดมิดชิด

ในขณะที่ทุกคนทยอยตื่นนอน นางกลับนอนนิ่งไม่ขยับ

บนโต๊ะเขียนหนังสือมีถาดชาวางอยู่ บนถาดมีแก้วเปล่าหนึ่งใบ

…

ตรงริมเขา จุดที่อยู่ไกลจากบ้านมาก

ลู่พั่นมองม้าสามตัวที่กำลังวิ่งฮึกเหิมอยู่รอบๆ เขาอยู่ในชุดขี่ม้า ถือแส้ สองมือเท้าเอวพูดเตือน “ระวังแรงที่ต้นขาตอนบังคับม้า โน้มตัวไปข้างหน้า”

สายตามองที่หมี่โซ่วตลอดเวลา

ในขณะที่หมี่โซ่วกำลังจะถูกเสี่ยวหงที่ถูกเร่งความเร็วสะบัดตก ลู่พั่นที่สวมร้องเท้าบู๊ทสีดำก็วิ่งเข้าไปกระโดดราวกับเหาะขึ้นไปอยู่บนหลังเสี่ยวหง จับหมี่โซ่วที่ตัวโคลงเคลงไว้

“ไป” เพียงชั่วพริบตากลายเป็นเขาควบม้า

“ตกใจหรือเปล่า”

หมี่โซ่วรู้สึกได้ถึงรูปร่างสูงใหญ่ที่อยู่ด้านหลัง เงยหน้าตะโกนเสียงดัง “ไม่กลัว!”

มือข้างหนึ่งของลู่พั่นหวดแส้ มืออีกข้างลูบศีรษะน้อยๆ ที่อยู่ข้างหน้า พูดด้วยเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ “บอกให้โน้มตัวไปข้างหน้ามิใช่รึ”

“ก่อนหน้านี้พี่ชายยังบอกให้ข้านั่งหลังตรงอยู่เลย”

“นั่นเป็นเพราะเดินธรรมดาต้องนั่งหลังตรง เวลาวิ่งนั่งแบบนั้นไม่ได้ อย่ามัวแต่จำหนึ่งไม่จำสอง”

หมี่โซ่วยิ้มพลางพยักหน้า ตะโกนขานรับ “ข้าจำได้แล้ว”

ลู่พั่นกลับกำชับอีกครั้งอย่างไม่วางใจ “เอาสายบังเหียนคล้องไว้ที่มือยิ่งไม่ได้ ระวังนิ้วโป้งจะบาดเจ็บ”

“พี่สาวข้าเอาคล้องไว้ที่มือ แต่นางขี่เป็นนะ”

นั่นเป็นวิธีขี่แบบคนเถื่อน หากเกิดอะไรขึ้นจะทำกระดูกที่นิ้วเคลื่อนได้ “วิธีของนางผิด ไว้เจ้าอย่าลืมบอกนาง”

“อืมๆ วางใจได้ ข้าจะบอกวิธีที่ถูกกับนาง”

ลู่พั่นลงจากม้า ให้หมี่โซ่วขี่เสี่ยวหงตามลำพังอีกครั้ง “หนีบให้แน่น หนีบให้แน่นอีกหน่อย”

เช้าวันนี้ในที่สุดเขาก็มีโอกาสสอนหมี่โซ่วขี่ม้ายิงธนูด้วยตัวเอง

ตรงจุดที่ไกลออกไป

ซุ่นจื่อกำลังคุมเอ้อร์หลังกับซ่งจินเป่าขี่ม้า เขาหันไปมองคุณชาย จากนั้นก็หันกลับมาเบ้ปาก คุณชายลำเอียงกระเท่เร่เลย

“อ้อๆ พวกเจ้าก็อยากขี่เหรอ รอเดี๋ยวนะ รอพี่เอ้อร์หลังของพวกเจ้าขี่รอบนี้เสร็จเจ้าค่อยขึ้น จากนั้นค่อยตาเจ้า” ซุ่นจื่อปลอบพวกเด็กๆ ของเก้าสกุลที่กำลังต่อแถวรอ

ขี่ม้าเสร็จ ลู่พั่นยืนอยู่ด้านหลังหมี่โซ่วที่กำลังนั่งย่อท่าขี่ม้า “เจ้าคิดว่าตัวเองนั่งได้มั่นคงหรือไม่”

บนหน้าผากหมี่โซ่วมีเม็ดเหงื่อผุด เขากัดฟัน ตะโกนตอบเสียงดัง “มั่นคงที่สุด”

ลู่พั่นเอาปลายรองเท้าบู๊ทสะกิดข้อพับเข่าของหมี่โซ่ว หมี่โซ่วโน้มตัวไปข้างหน้าทันที เซขึ้นหน้าหลายก้าว สุดท้ายยืนไม่ไหว ล้มหน้าคะมำ

หมี่โซ่วกำลังอยากร้องไห้คร่ำครวญว่าแบบนี้คือผู้ใหญ่แกล้งเด็กไม่ใช่เหรอ

แต่ก็พบว่าพี่จินเป่าก็ถูกพี่แม่ทัพเล็กสะกิดล้มเหมือนกัน เขาจึงไม่บ่น เปลี่ยนเป็นนอนบนพื้น “ฮี่ๆ ฮ่าๆๆ” หัวเราะคิกคิกดีดดิ้นชอบใจ

“พี่ชาย!”

ตรงกลางเนินเขา กลางหัวของหมี่โซ่วมีดอกไม้ป่าสีชมพูปักอยู่ เขายืนอยู่ในพงหญ้า

“ดูสิ ข้าดูดีหรือเปล่า”

ลู่พั่นกับซุ่นจื่อที่ปากคาบหญ้าป่ายืนอยู่ด้านล่างเนินเขา หัวเราะพร้อมกัน ด้านหลังพวกเขามีม้าที่เดินเอื่อยเฉื่อยตามมา

ซุ่นจื่อพูด “คุณชาย เขาก็ดูดีไม่เบาเลยนะ”

นั่นเรียกดูดีที่ไหน นั่นเรียกพอดูได้

“คุณชาย ข้าไปเด็ดให้คุณชายบ้างดีไหม”

ลู่พั่นไม่ต้องการ แต่ก่อนกลับบ้านเขาจงใจเดินรั้งท้าย ให้ซุ่นจื่อเดินนำพวกเด็กๆ เดินไปทางบ้านพร้อมเป็ดที่ว่ายอยู่ในแม่น้ำ ส่วนตัวเขารีบวิ่งกลับไปยังจุดที่หมี่โซ่วเก็บดอกไม้อีกครั้ง

เมื่อลู่พั่นปรากฏตัวอีกครั้ง มือซ้ายของเขาอยู่ด้านหลังตลอด หากมองจากด้านหลัง ในมือมีดอกไม้ป่าที่เก็บมาด้วยความตั้งใจ

อีกทั้งซุ่นจื่อเข้าทางประตูใหญ่จะดึงดูดความสนใจของทุกคน ลู่พั่นจึงกลับเข้าทางประตูหลังของบ้าน

เฉียนเพ่ยอิงมีผ้ากันเปื้อนผูกอยู่ที่ตัว กำลังจะเคาะประตูห้องลูกสาว “เอ๊ะ ใครเก็บดอกไม้เอามาวางหน้าประตู”

ก้มเก็บดอกไม้ขึ้นมา สวยงามไม่เบา

เฉียนเพ่ยอิงนึกสงสัยในใจ มือถือดอกไม้ ขณะเดียวกันก็ถอดรองเท้าแตะเปิดประตูเข้าห้องลูกสาว

“ฝูหลิง ตื่นได้แล้ว ฟังแม่ รีบลุกได้แล้ว

ดูซิข้างนอกทุกคนจะกินข้าวกันอยู่แล้ว ลู่พั่นพาหมี่โซ่วไปขี่ม้า ยิงธนู แถมยังหิ้วกระต่ายป่ากลับมาฝูงนึงด้วย”

วันนี้จะตามใจลูกสาวไม่ได้ มีแขกอยู่ในบ้าน

เมื่อครู่ท่านย่าหม่าที่ยุ่งอยู่ยังแอบวิ่งมาถามโดยเฉพาะว่าพั่งยาตื่นหรือยัง

เฉียนเพ่ยอิงบอกยัง

ท่านย่าหม่าจึงกำชับนาง “เช่นนั้นรีบไปปลุกพั่งยาตื่น เดี๋ยวตอนเที่ยงอยากนอนค่อยไปนอนต่อ จะกินข้าวแล้ว ข้ากลัวคนในครอบครัวที่ไม่ดูตาม้าตาเรือถามขึ้นมาว่า พั่งยายังไม่ตื่นอีกเหรอ”

ฟังจากคำถามนี้ก็แสดงว่ามักจะนอนตื่นสายอยู่ตลอด

คนในครอบครัวอยู่กันมานาน ถามแบบนี้ ใครยังจะไม่รู้อีกว่าอะไรเป็นอะไร

แต่ถ้าลู่พั่นได้ยินคงได้รู้ว่าพั่งยาของเราขี้เกียจ แบบนั้นไม่โป๊ะแตกเหรอ

ซ่งฝูหลิงยื่นสองมือออกมาจากในผ้าห่มแล้วหาว “เพิ่งจะกี่โมงเอง” นางเพิ่งนอนไปได้พักเดียวเองนะ

เฉียนเพ่ยอิงค้นตู้หาแจกัน “เร็วเข้า ดูซิขนาดหมี่โซ่วยังเก็บดอกไม้กลับมาให้ลูกเลยนะ เราเป็นพี่สาวยังจะนอนขี้เกียจในวันเทศกาลฉงหยางอีก”

หมี่โซ่วเก็บดอกไม้มาให้นางเหรอ

“ไม่ใช่หมี่โซ่วแล้วจะเป็นใครได้ วางไว้หน้าประตู”

วางหน้าประตูเหรอ

ซ่งฝูหลิงชะงักในท่าบิดขี้เกียจ หัวใจเต้นตึกตัก

“อ่อ คุณแม่ อาจเป็นพวกพี่สาวก็ได้”

เพิ่มบุคคลน่าสงสัยให้มากหน่อย วันหน้าแม่จะได้จับได้ยาก

ไล่แม่ออกไปเสร็จซ่งฝูหลิงก็ยืนอยู่ในห้อง มองดอกไม้ป่าช่อนั้นด้วยสายตาสงสัย

จากนั้นนางก็ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ นั่งบนเก้าอี้ สองมือเท้าคางมองดอกไม้ในแจกัน พูดพึมพำ “คิดจะทำอะไรแต่เช้าตรู่ ข้ายังไม่ตื่นดีก็ถูกกลิ่นอายความรักที่แสนแสบทรวงทำให้ตื่นจนได้”

ต่อมานางก็เอานิ้วเขี่ยดอกไม้เล่นอยู่สักพักแล้วยืนขึ้น

ซ่งฝูหลิงที่ผมสยาย เท้าเปล่าปีนขึ้นเตียง

เปิดตู้บนเตียง สองมือเท้าเอวพูดด้วยความสดชื่น “มา ขอข้าดูหน่อยซิว่าวันนี้ควรใส่ชุดไหน”

ภายในลานบ้าน ลู่พั่นกับพวกซ่งฝูเซิงนั่งตรงหน้าโต๊ะยาวรอกินข้าว

ชั่วขณะที่ฝูหลิงปรากฏตัว เนื่องจากลู่พั่นนั่งหันหลังให้ จึงไม่เห็นตั้งแต่วินาทีแรก

ลู่พั่นเห็นเพราะอยู่ๆ หมี่โซ่วก็ดูตื่นเต้น

หมี่โซ่วนั่งอยู่หน้าโต๊ะกินข้าว สองขากวัดแกว่ง กลางศีรษะมีดอกไม้ดอกใหญ่สีชมพู หันข้างไปทำมือรูปหัวใจให้พี่สาวที่กำลังเดินเข้าไปหาเขา

หมี่โซ่วใช้สองมือประกบเป็นรูปหัวใจ ขยับจากตรงหน้าอกค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปทางพี่สาว

ซ่งฝูเซิงไม่ต้องหันไปก็รู้ ดูจากท่าทางของหมี่โซ่วก็รู้ว่า ลูกสาวเขามาแล้ว

สองพี่น้องสนิทกันขนาดนี้ มักจะเล่นอะไรแบบนี้

คนหนึ่งควักหัวใจออกมา อีกคนสองมือรับหัวใจ

ถ้าเป็นตอนที่ลูกสาวของเขาอารมณ์ไม่ดีไม่อยากเล่นกับหมี่โซ่ว นางก็จะเอานิ้วชี้ทำท่าจิ้มหัวใจที่น้องชายโยนมาให้แตก

แต่ลู่พั่นไม่เคยเห็น ออกจะงงกับสถานการณ์ตรงหน้า มองหมี่โซ่วที่อยู่ๆ ก็ตื่นเต้นก่อน จากนั้นถึงหันไปมองตาม

ชั่วขณะที่ได้เห็นเขาก็เลิกคิ้วเล็กน้อย กวาดตามองการแต่งตัวของฝูหลิงตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาหยุดที่ใบหน้าของนาง ทำไมเจ้าถึงได้งดงามเช่นนี้

แม้แต่ซุ่นจื่อยังรู้สึกว่า แม่นางซ่งที่อยู่ในชุดลายดอกไม้เล็กๆ ช่างน่ามองยิ่งนัก

เมื่อก่อนรู้สึกว่าตอนแม่นางซ่งลี้ภัยก็แบบหนึ่ง ใส่ชุดลายดอกก็อีกแบบหนึ่ง

ช่างเถอะ อย่าไปพูดถึงเมื่อก่อนเลย ทางที่ดีลืมเมื่อก่อนไปเสีย

มีลางสังหรณ์ว่า ถ้าเขาเอาแต่จำภาพเมื่อก่อน ช้าเร็วเดี๋ยวได้ลำบาก

แต่ดูตอนนี้ ดูเหมือนว่านับตั้งแต่ครอบครัวซ่งย้ายเข้าบ้านใหม่มีชีวิตที่ดีขึ้น ในบ้านสะอาดสะอ้านก็มีอารมณ์แต่งตัวมากขึ้น แม่นางซ่งก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว

ในขณะเดียวกัน ซุ่นจื่อแอบรู้สึกโชคดี

ดูสิ ดีนะที่เขาเตรียมชุดมาให้คุณชายเยอะ

จะเอาสีไหนก็มีหมด

อีกเดี๋ยวคุณชายกินข้าวเสร็จไปเปลี่ยนชุดขี่ม้าออก เขาจะให้คุณชายใส่ชุดที่เข้ากับแม่นางซ่ง

อีกเดี๋ยวไปเที่ยวเล่น แค่ดูก็รู้สึกว่าเป็นคู่กัน

วันนี้ซ่งฝูหลิงใส่ชุดที่ดูคล้ายชุดขี่ม้า กระโปรงสีแดงพุทรา สายคาดเอวแถบใหญ่สีดำ สวมรองเท้าบู๊ทสีดำ มัดผมหางม้ายกสูง

นางเห็นลู่พั่นหันมามองนางแล้ว

ควรจะบรรยายสีหน้าของเขายังไงดีล่ะ

ตอนที่เขาเพิ่งเห็นนาง มุมปากยกขึ้น เลิกคิ้ว ไม่ว่าจะมองยังไงก็เหมือนเขาส่งกระแสไฟให้นางแต่เช้าตรู่

ซ่งฝูหลิงเตรียมใจ

ทำอะไรน่ะเหรอ ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย ใช่ไหมล่ะ

ดังนั้นทำใจสบายๆ ยิ้มกว้างเข้าไว้

เมื่อคืนนางวิ่งลนลานหนีไป ก็แค่ถูกถามระยะประชิด เอามือปิดหูไม่ใช่เหรอ นางแค่จนมุม

วันนี้นางไม่เชื่อหรอกว่า นางจะวางตัวข่มลู่พั่นไม่ได้

“อรุณสวัสดิ์พี่สาว”

“อรุณสวัสดิ์พี่พั่งยา” พวกยายาทักทายซ่งฝูหลิงอย่างร่าเริง

“อรุณสวัสดิ์ทุกคน”

ซ่งฝูหลิงทักทายซ่งฝูเซิง “ท่านพ่อ”

ซ่งฝูเซิงยิ้มพลางพยักหน้าเล็กน้อย หันไปถามลู่พั่น “เมื่อคืนหลับสบายไหม”

ลู่พั่นตอบ “อืม หลับสบาย น้ำบ๊วยช่วยดับกระหายได้ดี”

ซ่งฝูหลิงไม่คิดจะนั่งแล้ว รีบหันตัวไปช่วยย่ายกถาด

ท่านย่าหม่าโพกผ้าสีชมพูไว้บนหัว กำลังใช้ตะเกียบยาวทอดขนมวงอยู่หน้ากระทะเหล็ก

ขนมวงที่ว่าคือการเอาไข่ไก่ น้ำมัน น้ำตาล แป้ง มานวดให้เข้ากัน จากนั้นใช้ไม้นวดแป้งรีดให้เป็นแผ่นใหญ่แล้วตัดเป็นชิ้นเล็กๆ นำแป้งชิ้นเล็กมาตัดเป็นสามเส้นแบบไม่ให้ขาดแล้วจับม้วนเป็นวงเอาลงไปทอด

บนโต๊ะมีขนมฉงหยางกับขนมดอกไม้วางไว้เรียบร้อยแล้ว

ขนมฉงหยางทำมาจากการเอาแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว ถั่วแดง และน้ำตาลทรายขาวมาผสมแล้วนำไปนึ่ง

ส่วนขนมดอกไม้ จะเป็นการนึ่งขนมสามชั้นให้สุกพร้อมกัน แต่ละชั้นจะแทรกด้วยพุทราดำ แอปเปิ้ลแห้ง หรือผลแอปปริคอตแห้ง เนื้อลูกท้อ หรือเนื้อตากแห้ง

นอกจากนี้ พวกผู้หญิงกลัวว่าแม่ทัพเล็กจะไม่ชิน จึงตื่นแต่เช้ามานึ่งซาลาเปาทั้งไส้ผักไส้เนื้อสัตว์ไว้หลายชั้น ต้มโจ๊กเห็ด เคี่ยวนม ทำเต้าหู้นม ทำน้ำเต้าหู้

พวกเขามีวิธีตอบแทนน้ำใจได้ไม่มาก ทำได้แค่เอาใจใส่อาหารการกิน หวังว่าแม่ทัพเล็กจะได้กินดีทุกมื้อตอนอยู่ที่นี่

ซุ่นจื่อกับซ่งฝูกุ้ยหิ้วถังไม้ที่ใส่เต้าหู้นม พูดหยอกล้อว่า “รู้สึกเหมือนกำลังเปิดร้านข้างทางในเมือง จริงๆ นะ ถ้าพวกเจ้าเข้าเมืองไปทำการค้า เปิดเป็นถนนเส้นของกินได้เลยล่ะ”

ลู่พั่นไม่แตะนมเคี่ยวแม้แต่น้อย เขาลุกขึ้นตักเต้าหู้นมทัพพีใหญ่หลายทัพพี

ซ่งฝูเซิงถามเขาว่าจะกินอะไร

ลู่พั่นตอบ “ข้าจะกินแบบนาง”

ทุกคนหันไปมองฝูหลิง รวมถึงซ่งฝูเซิงกับเฉียนเพ่ยอิง

ฝูหลิง “…”

ของกินในมือ นางเป็นคนคิดค้นเอง ต้นหอมหั่นฝอย ผักชีฝอย ซีอิ๊ว จิ๊กโฉ่ น้ำตาลทรายนิดหน่อย น้ำมันพริกหนึ่งช้อน

ฝูหลิงกลั้นใจ ยกชามในมือ “งั้นข้ายกให้แล้วกัน”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 681 เจ้ารู้ว่าข้าไม่ได้แค่เอ็นดูเจ้า / ตอนที่ 682 เหตุใดเจ้าถึงได้สวยเพียงนี้"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

98522
ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
18/04/2026
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
04/07/2026
628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
06/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.