ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 736 รอข้าชนกำแพงแล้วกันถึงจะหันหลังกลับ
ตอนที่ 736 รอข้าชนกำแพงแล้วกันถึงจะหันหลังกลับ
หยางหมิงหย่วนที่มีลูกเกาลัดมาตกตรงหน้าใบหน้าแดงก่ำ เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
กำมือคารวะขอบคุณคนแถวนั้นที่ร่วมกันแสดงความยินดีกับเขา
ขณะที่ขอบคุณเขาก็ไม่ลืมมองไปทางซ่งฝูเซิงที่ยืนอยู่ไกลๆ ลำไยตกตรงนั้น
กลุ่มของพวกเขาทำเหมือนเข้าสนามพนัน เพื่อเพิ่มโอกาสให้มากขึ้นหน่อย พวกเขาเลยแยกยืนกันเป็นวงใหญ่
ในความคิดของหยางหมิงหย่วน ซ่งฝูเซิงควรได้จอหงวน จอหงวนต้องเป็นของซ่งฝูเซิงอยู่แล้ว
แสดงให้เห็นว่าเวลานี้เขาดีใจแทนซ่งฝูเซิงที่ยืนอยู่ไกลๆ ขนาดไหน
ทว่าเหมือนเขาจะเห็นอะไร
รอยยิ้มของหยางหมิงหย่วนชะงัก
“อะ ในเมื่อเจ้าดูชอบมันมาก เช่นนั้นเอาลำไยนี่ไป” ซ่งฝูเซิงก้มตัวเก็บลำไยแล้วยัดใส่มือชุยจวี่เหรินที่อยู่ข้างๆ
ชุยจวี่เหรินตกใจ “พี่ซ่ง ไม่ได้เด็ดขาด”
ประทับใจ สหายผู้นี้มีน้ำใจเหลือเกิน
ของดีแบบนี้เห็นเขาชอบก็เลยยกให้เขา
แต่ก็เป็นเพราะพี่ซ่งจริงใจ เขายิ่งรับไว้ไม่ได้ เพื่อนแท้ตลอดชีวิต
“พี่ซ่ง รีบไปบอกหลวงจีนรูปนั้นว่าพี่ได้นิมิตหมายอันดี ตามหลวงจีนเข้าไปขอบคุณท่านเทพขุยซิง นี่ต่างหากเรื่องด่วน รีบไปสิ”
ซ่งฝูเซิงถือลำไยเม็ดนั้น คิดในใจ แย่ละ เหล่าชุยก็ไม่เอา เผือกร้อนในมือชิ้นนี้ให้ใครก็ไม่ได้แล้ว
ทำไมเขาต้องเสียเงินเก้าตำลึงฟรีๆ ด้วย
นี่มันเหมือนอยู่ๆ ก็เจอสิบแปดมงกุฎเลยหรือเปล่า
โยนเงินลงน้ำยังได้ยินเสียง แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน
พูดตามตรงก็คือ ใจของซ่งฝูเซิงก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี
เขาคิดว่าระดับความเชื่อที่เขามีต่อทวยเทพ อย่างมากก็แค่เห็นคนมากราบไหว้เขาก็ไหว้ด้วย อย่ามาจัดกิจกรรมพิเศษ
ก็เหมือนกับเวลาอยู่ที่บ้าน ตอนนั้นที่ท่านลุงซ่งบอกให้ไหว้บรรพชนเขาก็ไหว้ ไม่มีทางห้ามศรัทธาของคนอื่น
กอปรกับจวี่เหรินพวกนี้พักอยู่ที่บ้านลู่พั่น ทุกคนบอกว่าอยากไหว้เทพ ในวัดมีจวี่เหรินที่มาจากทั่วทุกสารทิศ ถ้าเขาไม่ตามมาคุมก็ไม่สบายใจ และก็คิดเสียว่าพาลูกเมียมาเที่ยว
ส่วนมากกว่านี้ ให้เขาควักออกมาเงินสองเงินเพื่อทำบุญ เขาพอไหว แต่ถ้าให้มากกว่านี้ มากจนถึงเก้าตำลึง ขอโทษนะ เขาทำไม่ได้ ไม่ว่าจะคิดยังอย่างไรก็รู้สึกเหมือนถูกหลอก
แค่เวลาเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียวนี้ซ่งฝูเซิงคิดอะไรไปมากมาย
สามวันเสี่ยงทายครั้งหนึ่ง ทุกครั้งดีไม่ดีก็ได้จอหงวนหมด ทำอย่างกับว่าฮ่องเต้จะเลือกจอหงวนหลายคน
เสี่ยงทายได้ใครแบบนั้นก็สอบได้แล้วหรืออย่างไร
ถ้าแม่นขนาดนั้นจริงพวกคนรวยก็ไม่ต้องเรียนกันแล้ว แม้แต่เขาก็ไม่เรียนหรอก
รีบบอกสิ ให้นั่งอ่านหนังสือพวกนั้นทรมานจะตาย
รีบบอกมาสิว่าเก้าตำลึง ไม่สิ ต่อให้เก้าสิบตำลึง เก้าร้อยตำลึง ถ้าใครกล้ารับประกันว่าบริจาคเงินแล้วได้ผล เขาจะตะบี้ตะบันหาเงินเอามาบริจาคเทพขุยซิงเป็นกอง
ยังอย่างไรเสีย สำหรับเขาทำงานหาเงินยังง่ายกว่าอ่านหนังสือเยอะ
สรุปว่าเหลวไหลทั้งเพ
“ในกระเป๋าข้า…” ซ่งฝูเซิงเกือบพูดออกไปแล้วว่าเงินไม่พอ เมียคุมเงิน อยากใช้หนึ่งเหวินก็ต้องขอเมียหนึ่งเหวิน
แต่หยุดปากได้ทันเวลา
เขากลัวว่าชุยจวี่เหรินจะเอาเงินให้เขายืมทันที
ยืมเงินก็ต้องคืนใช่ไหมล่ะ
ซ่งฝูเซิงเลยคิดว่า ต้องอย่าเพิ่งให้หลวงจีนเจอตัวเขา “เอ๊ะ เอ๊ะ”
ตอนแรกสุดซ่งฝูเซิงกระโดดเขย่งเท้าเรียกมั่ว ทำเหมือนเจอคนรู้จัก อยากออกห่างจากตรงนี้หน่อย ทางที่ดีฉวยโอกาสตอนคนไม่เห็นเดินไปหาเพ่ยอิง
ปรากฏว่าพอตะโกนออกไปแบบนั้น เยื้องไปด้านหน้าก็มีคนตอบเขาจริงๆ
ซย่าเหวินอวี่ที่อัธยาศัยดี หลินโส่วหยางที่ทะนงตน กำลังโบกมือให้ซ่งฝูเซิง
ด้านหลังหลินโส่วหยางยังมีหลี่จิ้นที่เป็นญาติห่างๆ ยืนอยู่ หรือก็คือคุณชายลูกเศรษฐีคนบ้านเดียวกับหวังเจ๋อฟา หวังเจ๋อฟาเคยเป็นลูกน้องให้สองปี
จริงสิ พี่เจ๋อฟาสอบผ่านหรือเปล่า ทำไมไม่มีข่าว เขามาหรือเปล่า
จากนั้นชุยจวี่เหรินก็เห็นซ่งฝูเซิงเบียดกลุ่มคนออกไปเหมือนงูเลื้อย
นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือ เขาเห็นซ่งเสี้ยวเหลียนแกะลำไยเม็ดนั้นยัดใส่ปากกินไปแล้ว
และก็เป็นเวลาเดียวกัน หยางหมิงหย่วนฝ่ากลุ่มคนเดินมาพร้อมกับหลวงจีนอาวุโส
“อาซ่งล่ะ”
หลวงจีนอาวุโสก็ถาม “ไม่ทราบว่าเมื่อครู่ท่านไหนที่ได้ลำไย โปรดตามอาตมาเข้าไปด้านใน”
ชุยจวี่เหริน “ข้า เขา เอ่อ ไม่ใช่ข้า” รีบดึงหยางหมิงหย่วนมากระซิบ
…
ภายในวิหาร
หยางหมิงหย่วนยืนอยู่หน้ากระถางธูป ถามย้ำกับหลวงจีนอาวุโสอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ “กินเข้าไปจะยิ่งแม่นหรือไม่ สอบได้แน่นอน”
หลวงจีนอาวุโสฟังจบก็พูดไม่ออก
เป็นครั้งแรกที่เจอฆราวาสแบบนี้ ทำไมถึงได้ตะกละเช่นนี้ แกะลำไยมงคลยัดใส่ปาก ตะกละแม้กระทั่งของพระ
หลวงจีนอาวุโสจะพูดอะไรได้ เขาก็รับประกันไม่ได้ ทำได้เพียงเปล่งวาจา “อามิตตาพุทธ”
หยางหมิงหย่วนมองหลวงจีน ยิ้มพลางส่ายหน้า หันไปจับพู่กัน เขียนบริจาคเงินเก้าตำลึงในนามของซ่งฝูเซิง จากนั้นก็เขียนชื่อตัวเอง บริจาคอีกเก้าตำลึง
เขาวางพู่กันลงเพื่อหลีกทางให้คนที่ ‘มีโชคได้อันดับสาม’ ที่อยู่ด้านหลัง
หยางหมิงหย่วนคุกเข่าลงตรงหน้ารูปปั้นเทพ แค่ชั่วประเดี๋ยวเดียวเขาเสียเงินไปแล้วสิบแปดตำลึง
บางทีชุยจวี่เหรินอาจเดาไม่ได้ว่าที่ซ่งฝูเซิงเดินออกไปเพราะไม่เชื่ออย่างสิ้นเชิง ถึงได้ไม่อยากจ่ายเงิน
แต่หยางหมิงหย่วนกลับเดาได้
แต่เขาก็ยังคงเป็นฝ่ายออกเงินให้โดยไม่ได้ถามความยินยอมของซ่งฝูเซิง อีกทั้งไม่คิดจะบอกซ่งฝูเซิงด้วย
เพราะเขาเชื่อ
หยางหมิงหย่วนอยู่ตรงหน้าเทพขุยซิง จุดธูปไหว้
หลายปีมานี้เขาไม่เคยโชคดีแบบนี้มาก่อน นอกจากมีครอบครัวเคียงข้างกับได้รับความช่วยเหลือจากอาซ่ง เขาก็ไม่เคยเจอคนให้ความช่วยเหลือแม้แต่น้อย สักนิดก็ไม่มี
ใกล้ลงสนามสอบแล้ว หนังสือที่เขาหยางหมิงหย่วนพยายามค้นคว้าหาอ่านก็อ่านมาหมดแล้ว ส่วนที่เหลือ สิ่งที่ช่วยเขาได้ ก็คงมีเพียงสวรรค์แล้ว
หยางหมิงหย่วนถึงได้หวังว่าโชคดีจะมาสถิตอยู่กับเขาสักครั้ง
เงินที่จ่ายแทนอาซ่ง หยางหมิงหย่วนคิดว่า ไม่ว่าอาซ่งจะเชื่อหรือไม่ คนที่ให้ความอบอุ่นแก่เขามีไม่มาก หวังว่าทวยเทพจะปกป้องคุ้มครองครอบครัวอาซ่งไปตลอด
ต่อให้ ต่อให้เขากับแม่นางซ่งจะไร้วาสนาต่อกัน ต่อให้ไม่มีโอกาสได้เรียกอาซ่งว่าพ่อตา เขาก็ยังหวังให้โชคดีอยู่กับอาซ่งของเขาไปตลอด
หยางหมิงหย่วนคำนับอย่างตั้งใจสามครั้ง
ในขณะที่หยางหมิงหย่วนเข้าไปจุดธูปสักการะ ซ่งฝูเซิงที่กินลำไยเข้าไปแล้วก็กำลังยืนคุยกับซย่าเหวินอวี่และพวกหลินโส่วหยาง
ฟังจากที่คุยถึงได้พบความจริง
คราวนี้หลินโส่วหยางเข้าใจแล้ว ‘พี่ซ่ง’ คนนี้ไม่ได้รู้สึกจริงๆ ว่าการที่ได้เข้าไปพักในเรือนรับรองเป็นเพราะอาศัยใบบุญของลูกสาว
ฟังจากที่เรียกลูกสาว คิดจากใจจริงว่าลูกสาวตัวเองยังเด็ก
ก็จริง คนเป็นพ่อ ถ้าไม่คิดจากใจจริงว่าลูกสาวยังไม่โต มีเหรอจะไม่มอง ‘เพื่อนรุ่นเดียวกัน’ ที่อยู่ข้างกายกับลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองไปในทางชู้สาว
ส่วนความรู้สึกของซย่าเหวินอวี่ขณะที่คุยกับซ่งฝูเซิงคือ หมินหรุ่ยเอ๊ย เจ้าเอาแต่เรียกเขาว่าอามันไม่สำเร็จเลย ซ่งเสี้ยวเหลียนเห็นเจ้าเป็นสหาย ไม่ใช่รุ่นลูก
ส่วนซ่งฝูเซิงก็ได้ทราบจากการคุยครั้งนี้ว่า หวังเจ๋อฟาคนภูมิลำเนาเดียวกับเขาสอบจวี่เหรินไม่ผ่าน ความฝันที่จะอาศัยการรับราชการจนร่ำรวยก็เป็นอันต้องสลายไป
หลี่จิ้นบอกว่า เพียงชั่วข้ามคืนหวังเจ๋อฟาผมหงอกไปครึ่งหัว วันที่ได้ยินว่าสอบตกก็ล้มป่วย