ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 787-1 ข้าจะกางปีกปกป้องเจ้า
ตอนที่ 787-1 ข้าจะกางปีกปกป้องเจ้า
ตอนที่ชาวซ่งเก้าสกุลออกเดินทางจากเมืองเฟิ่งเทียน เป็นช่วงเดียวกับที่ร้านขนมของย่าหม่าเปิดกิจการ
ร้านขนมแห่งความสุขเปิดขึ้นบนถนนเส้นที่คึกคักที่สุด ถนนตงต้าทัน
บนถนนเส้นนี้มีการค้าขายสารพัด
ภัตตาคารที่ดีที่สุด โรงรับจำนำ โรงเตี๊ยมที่ใหญ่สุดในอำเภอ โรงน้ำชา ร้านผ้าทอ ร้านเครื่องประทินโฉม ร้านขายข้าวสาร เป็นต้น
วันเปิดร้าน เห็นเพียงหน้าร้านขนมที่เป็นบ้านขนาดใหญ่ หน้าหลังรวมกันเกือบสามร้อยกว่าตารางเมตร มีกระโจมตั้งยื่นออกไปอีก
ในกระโจมวางโต๊ะหกตัว พอเงยหน้ามองด้านบนก็เห็นโคมสีแดงแขวนอยู่นับสิบอัน
คิดดูก็รู้ว่าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอย่างเข้าฤดูใบไม้ร่วงฟ้าก็มืดเร็ว พอเย็นหน่อย ฟ้าเริ่มสลัว ถ้าจุดโคมหมดทุกดวง บริเวณหน้าร้านขนมก็จะกลายเป็นทิวทัศน์หนึ่งของฮุ่ยหนิง
อยู่ไกลๆ มองไป สีแดงอร่าม ส่องสว่างถนนเส้นนี้
แต่ท่านย่าหม่ากลับกลุ้มใจ
นางไม่ได้ให้ซื้อโคมไฟพวกนี้มา แต่พวกเจ้าหน้าที่ที่เป็นลูกน้องของลูกชายคนสามให้มาต่างหาก
น่าหงุดหงิดใจ ไม่เอามาแขวนก็เสียเปล่า วางตรงไหนก็ฝุ่นจับกินพื้นที่
เช่นนั้นก็เอามาแขวน เป็นอย่างไรล่ะ ตกเย็นยังต้องสั่งให้คนมาจุดโคมโดยเฉพาะ น้ำมันตะเกียงใครออก มีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น
แต่สุดท้ายท่านย่าหม่าก็ตัดสินใจแขวนขึ้นไป อย่างน้อยตอนเปิดกิจการก็ดูครึกครื้นดี
วันเปิดร้าน ขณะที่กำลังจะแขวนป้าย ทันใดนั้นก็มีขบวนเชิดสิงโตมาที่หน้าร้าน
ตามมาด้วยคนเหยียบไม้สูง และยังมีการแสดงอีกหลายอย่าง
มีคนเป่าปี่ คนตีฆ้อง
สักพักก็มีเสียงกลองตึงตังดังขึ้น สิงโตเริ่มออกลวดลาย
พัดเจ็ดสีกับผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในมือคนเหยียบไม้สูงก็สะบัดพลิ้ว
การแสดงกายกรรมสารพัดอย่างได้เริ่มต้นขึ้น มีทั้งหมุนชามบนหัว ลิงกระโดดลอดห่วงไฟ กลืนดาบ ใช้หน้าอกทุบหิน พ่นไฟ
การแสดงที่ขายความสามารถเหล่านี้ราวกับกำลังตะโกนเรียก
หมู่บ้านน้อยใหญ่มาๆๆ พวกเรามาสนุกด้วยกัน
หนุ่มสาวผู้เฒ่าผู้แก่เด็กๆ มาๆๆ วันนี้ชาวบ้านอย่างเรามาร้องเล่นเต้นไปด้วยกัน
อาศัยวันเปิดกิจการของร้านขนมเค้กแห่งความสุขของย่าหม่า พวกเรามาร่วมขอพรให้ปีนี้เป็นปีที่อุดมสมบูรณ์
เล่นเอาพวกจินเป่า หมี่โซ่ว ซ่วนเหมียวจื่อ ได้สนุกสนานกันใหญ่
นี่ก็คือมหรสพดีๆ นี่เอง
พอเห็นการแสดงพ่นไฟ พวกเด็กผู้ชายก็อ้าปากถอยหลังด้วยความตะลึง หลบเสร็จก็มองหน้ากันแล้วปรบมือด้วยความตื่นเต้น กระโดดโลดเต้น “เยี่ยม เอาอีก!”
เถาฮวาหน้าแดงจับมือฝูหลิงพลางพูด “เจ้าดูลิงตัวนั้นสิ ทำไมมันฉลาดขนาดนั้น เก่งมากเลย เอ้อร์ยาต้องเสียดายแน่ นางบ่นมาตลอดว่าอยากไปเที่ยวเทศกาลโคมไฟในเมือง นึกไม่ถึงว่าบ้านเราเปิดกิจการจะมีเหมือนอย่างงานเทศกาลโคมไฟด้วย”
ซ่งฝูหลิงเอามือปิดหูหลบเสียงกลองที่ดังสนั่น ยิ้มตาหยี ตะโกนคุยกับพี่สาว “นางพลาดแล้วล่ะ”
เล่นเอาชาวบ้านที่อยู่บ้านว่างๆ เกือบมาดูกันทั้งอำเภอ
ยืนดูอยู่รอบนอกหลายชั้น ถนนการค้าเส้นนี้ราวกับมีงานฉลองปีใหม่
พวกเด็กๆ ทั้งหมดที่มามุงดูต่างหัวเราะคิกคักสนุกสนาน แสงจากโคมไฟสะท้อนใบหน้ามีความสุขของพวกเขา ขบวนเชิดสิงโตกระโดดชูคำโคลงคู่
ยิ้มรับความอุดมสมบูรณ์
ลูกค้ามาจากทั่วทุกสารทิศ
พ่อค้าทั่วทั้งฮุ่ยหนิงต่างมาอวยพร
ซ่งฝูเซิงอยู่ในชุดลำลอง ขมวดคิ้วเล็กน้อยอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน
เห็นแม่ของเขาสวมเสื้อผ้างานปักเมืองหลวงที่เขาซื้อให้กำลังยิ้มหน้าบาน คิดดูก็รู้ว่าน่าจะดีใจมาก ได้ทำตัวหน้าใหญ่สักครั้ง ยิ้มตาหยีตวัดมือที่สวมแหวนทองท่ามกลางเศษประทัดปลิว “ตกรางวัล!”
…
นี่ก็ผ่านวันเปิดร้านวันแรกมาตั้งกี่วันแล้ว
พวกเด็กๆ ลูกชาวบ้าน พอพูดถึงความสนุกสนานในวันนั้นก็ลืมไม่ลง
ยอดสั่งขนมของร้านท่านย่าหม่าก็รับจนเมื่อยมือ จองไปถึงเดือนหน้าแล้ว ถ้ารับอีกต้องจัดส่งเดือนให้หน้าแล้ว
ท่านย่าหม่ารู้ดีแก่ใจ พวกคนมีหน้ามีตาทั้งอำเภอมาสั่งทั้งนั้น แบบนี้คือต้องการมารายงานตัวต่อคนมีอำนาจ
นางเป็นใครล่ะ แม่ของใต้เท้านายอำเภอฮุ่ยหนิง
กิจการของนางต้องกลัวไม่มีลูกค้าด้วยเหรอ จะอร่อยหรือไม่อร่อย อย่างไรก็มีคนมาอุดหนุน เว้นเสียแต่พวกที่ไม่อยากอยู่ดีมีสุขแล้ว
ถ้าถามว่าท่านย่าหม่ารู้สึกเศร้าใจไหม ทำไมอยากบุกเบิกตลาด ยังต้องพึ่งพาบารมีลูกชายด้วย
คำตอบคือ ท่านย่าหม่ากับยายหวังหัวเราะพร้อมกัน ฮ่าๆๆ ไม่เลย ไม่เศร้าเลยสักนิด
ไม่สนหรอกว่าจะแมวดำแมวขาว จับหนูได้ก็คือแมวดี
อาศัยบารมีลูกชายแล้วอย่างไรล่ะ ทำเงินได้ก็คืองานที่ดี
แต่เรื่องที่ท่านย่าหม่าไม่รู้ก็คือ นางดูถูกอาชีพตัวเองไปหน่อย
บางคนมาสั่งจองขนมครั้งที่สอง ครั้งที่สาม ไม่ได้มาเพราะชื่อนายอำเภอซ่งฝูเซิงแล้ว
เด็กน้อยชอบกินของหวาน ไม่ชอบกินขนมโบราณ
ยังมีคนอื่นอีก เช่น หลิ่วฮูหยินของแม่ทัพหลิ่ว
หลิ่วฮูหยินรู้สึกว่าขนมแบบนี้แปลกดี ไม่เคยกินมาก่อน จะให้ดีอยากลองชิมทุกแบบ ในจวนอยู่กันเยอะก็ย่อมต้องสั่งเยอะเป็นธรรมดา
พอฮูหยินจวนแม่ทัพสั่งขนาดนี้ ก็ไม่ใช่แค่คนในฮุ่ยหนิงที่ให้เกียรตินายอำเภอแล้ว ครอบครัวเจ้าหน้าที่ของเขตหวงหลงกับอำเภอใกล้ๆ ก็เริ่มทยอยส่งพ่อบ้านมาสั่งขนมที่ฮุ่ยหนิงโดยเฉพาะ
หลังร้านขนม ภายในห้องที่ทุบรวมเป็นห้องใหญ่ เต็มไปด้วยเตาอบขนมที่สร้างใหม่
พวกสาวใช้ที่ชื่อเป็นฤดู กำลังอบขนมโดยมีเถาฮวากับเป่าจูคุมอยู่
ส่วนน้องชายของพวกนางกำลังหอบฟืน หาบน้ำ กวาดลาน ล้างถังนม และยังมีเด็กผู้ชายอีกหลายคนที่ไปช่วยด้านหน้า
ภายในร้านขนมที่อยู่ด้านหน้า พวกฮูหยินของบ้านพ่อค้าบ้านเศรษฐีใหญ่ในฮุ่ยหนิงกำลังพาลูกๆ มาเลือกซื้อขนม โดยมีสาวใช้ตามอยู่ด้านหลัง
ถ้าซื้อของร้านอื่น ฮูหยินไม่ถึงขั้นต้องมาซื้อด้วยตัวเอง
แต่มาซื้อขนมร้านนี้จำเป็นต้องมาด้วยเอง จุดประสงค์ก็เพื่อดึงดูดความสนใจของท่านย่าหม่าที่นั่งคิดเงิน
คิดเพียงว่า ต่อให้เหล่าฮูหยินไม่ยินดีจะสนใจพวกนาง แต่มาให้แม่ของนายอำเภอคุ้นหน้าบ้างก็ยังดี
เวลานี้ท่านย่าหม่าไม่ได้สนใจพวกนางเลย ไม่แม้แต่จะชายตามอง
นางกำลังวุ่นอยู่กับบัญชีพ่อค้าที่ส่งนมให้ร้านขนมทุกวัน
ปากก็พูดว่า “ถังของพวกเจ้าน่ะ ต้องล้างให้สะอาดนะ ถ้าข้าชิมแล้วรสชาติผิดแปลกไป หรือเห็นว่าถังสกปรก ฝาไม่สะอาด ข้าจะเปลี่ยนร้าน”
พ่อค้าส่งนมหน้าแดงรีบสาบาน “เหล่าฮูหยิน พวกข้าไม่กล้าทำแบบนั้นขอรับ”
ท่านย่าหม่าถลึงตาใส่ “บอกตั้งกี่ครั้งแล้ว อยู่ที่นี่ให้เรียกเถ้าแก่หม่า หรือเจ้านายหม่าก็ได้ ห้ามเรียกข้าว่าเหล่าฮูหยิน ร้านขนมร้านนี้ไม่เกี่ยวข้องกับนายอำเภอ”
จะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องก็ต้องให้ความสนใจ ประโยคนี้คิดไว้ในใจ ห้ามพูดออกมา ลูกสามของนางเป็นถึงขุนนางน้ำดี
ครั้งนี้ท่านย่าหม่าเปิดร้านขนมไม่ได้เลี้ยงวัวนมเอง ยุ่งยาก ไม่มีที่เลี้ยง ไหนจะต้องกินหญ้ากินอาหาร รีดนมเอง แถมยังต้องเตรียมถังไว้
หลานสาวคนเล็กก็แนะนำนาง “ท่านย่า ซื้อเอาไม่ต้องเหนื่อย อีกอย่าง ช่วยพ่อข้ากระตุ้นเศรษฐกิจหน่อย ให้พวกคนเลี้ยงวัวนมมีรายได้บ้าง”
เพราะแบบนี้ ท่านย่าหม่าก็เลยสั่งนมมา
พวกฮูหยินในร้านที่ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักมาซื้อขนม หลังจากซื้อเสร็จก็ออกจากร้านอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ เหล่าฮูหยินไม่สนใจพวกนาง ไว้ค่อยมาใหม่
และเรื่องที่ทำให้ฮูหยินพวกนี้ที่คิดว่าตัวเองอยู่สูงกว่าคนอื่นไม่พอใจยิ่งกว่าคือ ทุกครั้งที่เข้าออกร้านมักจะเห็นพวกชาวบ้านใช้แรงงาน