ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 846-1 ซ่งฝูเซิง ‘ข้าว่าเจ้าชักมีปัญหา’
ตอนที่ 846-1 ซ่งฝูเซิง ‘ข้าว่าเจ้าชักมีปัญหา’
หัวหน้าหลัวออกมาจากห้องทำงานของซ่งฝูเซิง
เมื่อครู่ใต้เท้าคุยกับเขาครึ่งชั่วยามกว่า กำชับเขาเป็นพิเศษว่าให้ดูเรื่องคดีเก่าๆ หน่อย
บางคดียังไม่ปิดมาจนถึงทุกวันนี้ ผู้ว่าฯ ซ่งให้เขารื้อคดีมาทำใหม่ ดูว่ายังพอจะหาเบาะแสได้หรือไม่
หวงหลงจะสนแต่เรื่องเก็บเงินเก็บส่วยไม่ได้
ครอบครัวที่ถูกทำร้ายยังรอความช่วยเหลืออยู่
ยังมีคดีเก่าๆ บางคดีอีก
ใต้เท้าบอกว่า ลองอ่านคดีดูแล้ว คิดว่าบางคดียังติดปัญหา แม้นักโทษจะถูกตัดสินโทษตายไปแล้ว หรือไม่ก็ตายอยู่ในคุก แต่ผู้เสียหายในตอนนั้นยังร้องขอความเป็นธรรมอยู่
นี่คือปัญหาที่ยังคั่งค้างในอดีต
เอาเป็นว่าให้เขาไปจัดการดูให้ดี ถ้ามีคดีที่ตัดสินผิดก็ต้องรื้อใหม่
ต่อให้คนพวกนั้นตายไปแล้วก็ต้องรื้อมาสอบสวนใหม่ คืนความยุติธรรมให้ชาวบ้าน
หัวหน้าหลัวเคยถูกซ่งฝูเซิงด่าอย่างไม่ไว้หน้า
หากว่ากันตามเหตุผล เขาควรคิดแค้น รู้สึกต่อต้านซ่งฝูเซิงยิ่งกว่าเจ้าหน้าที่คนอื่น
หัวหน้าหลัวเป็นขุนนางฝ่ายทำคดี มีหน้าที่ตรวจสอบ มีสิทธิ์ยื่นฎีการายงานความประพฤติมิชอบของผู้ว่าฯ ซ่งให้ฮ่องเต้ได้
แต่เขาไม่กล้ารายงาน ขุนนางในหวงหลงทุกคนที่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นได้ล้วนไม่มีใครกล้า
ผู้ว่าฯ ซ่งเป็นคนโปรดของฮ่องเต้ ใครจะไปรู้ว่าเกิดถวายฎีกาสุ่มสี่สุ่มห้าขึ้นไปจะพาตัวเองซวยไปด้วยหรือเปล่า
แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้คิดจะรายงานอะไร
เพราะเขายอมรับ
เดิมทีหัวหน้าหลัวคิดว่าหลังจากเหตุการณ์เรื่องเมียเขา ผู้ว่าฯ ซ่งด่าแรงขนาดนั้น ด่าเสร็จคงจะจงใจเล่นงานเขา เขาก็เลยตั้งใจทำงานอย่างกล้าๆ กลัวๆ คนอื่นเลิกงานตามเวลา แต่เขาก็มักจะอยู่ทำงานต่อในที่ว่าการ กลัวผู้ว่าฯ ซ่งจ้องจับผิด
ในความเป็นจริงไม่มีเลย
หลังจากผู้ว่าฯ ซ่งด่าเรื่องนั้นเสร็จก็จบไป ไม่เคยพูดถึงอีก ทั้งยังสั่งงานเขาตามปกติ ไม่มีมองข้าม ไม่ได้สั่งให้คนอื่นมาทำงานแทนเขา
อย่างวันนี้ หัวหน้าหลัวรู้สึกนับถือผู้ว่าฯ ซ่งอีกครั้ง
เพราะเมื่อก่อนเขาเคยบอกผู้ว่าฯ คนก่อนว่า อดีตหัวหน้าฝ่ายทำคดีเคยลงนามปิดคดีที่มีปัญหาไปหลายคดี แต่ผู้ว่าฯ คนก่อนกลับยิ้มแล้วตบบ่าเขา
เขาเข้าใจ
ผู้ว่าฯ คนก่อนขาดก็แค่พูดว่า เรื่องของคนก่อนก็ปล่อยให้เป็นของคนก่อน พวกเรามารับหน้าที่ใหม่ อย่าหางานให้ตัวเองดีกว่า
พอคดีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมคดีที่ตัดสินผิดพลาดถูกขุดคุ้ยก็พบว่ามีอยู่เยอะมาก ไม่ดีต่อใครทั้งนั้น
แต่หลังจากที่ผู้ว่าฯ ซ่งเสร็จจากการเก็บส่วยเสบียง เสร็จจากเรื่องจัดสรรที่ดิน เสร็จจากเรื่องตรวจสอบเงิน เป็นต้น เขากลับขุดคุ้ยพวกคดีเก่าๆ ไม่ว่าจะมีปัญหาตั้งแต่สมัยไหนก็เตรียมล้างมลทินให้หมด เขารู้สึกนับถือจากใจ
เมื่อวานพวกเขาเห็นท่านอ๋องกอดผู้ว่าฯ ซ่ง ผู้ตรวจการหลิวอยากพูดความรู้สึกเยอะมาก ต้องการไปกินข้าวที่บ้านเขาให้ได้
พวกเขาสองคนคุยกันส่วนตัว
ผู้ตรวจการหลิวบอกว่า ผู้ว่าฯ ซ่งดวงดีจริงๆ อยู่ในช่วงเจริญรุ่งเรือง นี่ยังมีท่านอ๋องมาอีกคน ชีวิตมั่นคงดุจเขาไท่ซานแล้ว มุ่งสู่ที่สูง
ยิ่งไปกว่านั้นราษฎรต่างชื่นชม
รอดูได้เลย เดี๋ยวพอถึงเวลามีขุนนางจากราชสำนักมาตรวจสอบก็ต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้ว่าฯ ซ่งดี ก็แค่ไม่มีคำว่าดีมาก ถ้ามีคงเป็นคำว่าดีมาก
คนเป็นขุนนาง ใครบ้างจะไม่อิจฉา
อิจฉาเรื่องถูกท่านอ๋องกอดไม่ได้ ยังจะอิจฉาเรื่องนี้ไม่ได้อีกเหรอ
เรื่องชื่อเสียงมันเปลี่ยนกันยาก
ต้องทราบก่อนว่ามักมีชาวบ้านที่จ้องจับผิด มีตั้งกี่คนที่ไม่กล้าด่าต่อหน้า แต่ด่าพวกเขาในใจว่าเป็นสุนัขรับใช้
ตอนนั้นหัวหน้าหลัวคิดในใจ เขากลับไม่คิดอิจฉา
คนอื่นอาจมองไม่เห็นว่าใต้เท้าซ่งครองใจชาวบ้านได้อย่างไร แต่เขากลับมองออก
ผู้ว่าฯ ซ่งมักแก้ปัญหาบ้านเมืองโดยมองจากมุมของชาวบ้าน
อย่างคดีที่ผิดพลาดพวกนี้ ใต้เท้าซ่งบอกว่า เจ้าทุกข์ตายแล้ว แต่ญาติยังอยู่
พวกเราก็แค่ยุ่งยากหน่อยตอนโดนตรวจสอบที่พบว่ามีคดีผิดพลาดเยอะขนาดนี้ แต่แล้วอย่างไรล่ะ
ให้ความยุติธรรมกับพวกเขา ไม่อย่างนั้นลูกหลานของพวกเขาหลายรุ่นคงเงยหน้าไม่ขึ้น
เสมียนฉินมองส่งหัวหน้าหลัวที่มีสีหน้าชื่นชมออกไป คิดในใจ
ใช่ไหมล่ะ ใครที่ได้คลุกคลีกับใต้เท้าของข้านานวันเข้าก็ต้องรู้สึกนับถือจากใจ
ขนาดข้ายังนับถือแบบขอคารวะทั้งตัว
เสมียนฉินรีบถือกาน้ำร้อนไปเคาะประตู เติมชาให้ซ่งฝูเซิง
“ใต้เท้า ฮูหยินกลับมาแล้วขอรับ”
ซ่งฝูเซิงไม่เงยหน้ามอง อ่านรายงานต่อ เพ่ยอิงกลับมาไม่เห็นแปลกอะไร
เขาไม่ว่างไปรับ แต่ก็จะให้ลูกน้องคอยดูว่าเพ่ยอิงกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยหรือเปล่า
“อืม”
“ใต้เท้าขอรับ ขบวนรถม้าของท่านอ๋องตามหลังฮูหยิน ตามฮูหยินกลับมายังเขตที่พักด้านหลังที่ว่าการพร้อมกันขอรับ”
คราวนี้ซ่งฝูเซิงเงยหน้าขึ้น ขมวดคิ้วเล็กน้อยมองเสมียนฉิน “ว่างนักรึ ท่านว่างจนถึงขั้นส่งคนสะกดรอยตามท่านอ๋องเลยเชียวรึ ใจกล้าเหลือเกินนะ”
ด้วยทักษะออกรบของพวกทหารใกล้ชิดของลู่พั่นคงจับได้นานแล้ว
“ไม่ใช่ขอรับใต้เท้า ไม่ได้สะกดรอยตาม ท่านอ๋องมาถึงหวงหลง เจ้าหน้าที่ทุกคนในที่ว่าการเขตหวงหลงต่างมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของท่านอ๋อง ข้าคิดว่าใต้เท้างานยุ่ง ไม่มีเวลาสนใจ เสียสมาธิไม่ได้…”
คำพูดประจบส่วนหลัง ซ่งฝูเซิงไม่แม้แต่จะฟัง
เขาแค่คิดในใจ
ปกป้องท่านอ๋องเหรอ ใครปกป้องใครกันแน่
ท่านอ๋องขี้เกียจจะสนใจพวกเจ้ามากกว่า
เกิดวันไหนโมโหขึ้นมา จัดการพวกมือปราบจนกองเป็นภูเขาในรวดเดียว ดูสิพวกเจ้ายังจะตามเขาอีกไหม
ทางด้านเสมียนฉินพูดจบ ยังอยากจะพูดต่อแต่ก็ไม่ได้พูด
ซ่งฝูเซิงยื่นพู่กันให้เสมียนฉินล้าง ลู่พั่นมาแล้ว เตรียมเลิกงาน
“อยากพูดอะไร พูดสิ”
“ใต้เท้า ข้าขอละลาบละล้วง แต่ข้าสงสัยจริงๆ ว่า…”
เมื่อวานท่านอ๋องกอดใต้เท้า วันนี้ยังมาส่งฮูหยินกลับบ้าน ท่านอ๋องกับใต้เท้ามันอย่างไรกันหรือ
ซ่งฝูเซิงยืนขึ้น ชะโงกหน้าตรงหน้าต่างออกไปดูเรือนหลัง พอได้ฟังเขาก็ตอบ “อย่าคิดส่งเดช เขาเป็นลูกเขยข้า”
ตุบ เสียงพู่กันตก
เสมียนฉินก็ไม่พูดขอโทษด้วย เขามองด้านหลังใต้เท้าของพวกเขาด้วยความตกใจ มองอยู่สักพักหัวใจถึงเบิกบาน “ฮี่ๆ ฮี่ๆๆ”
ซ่งฝูเซิงมองเสมียนฉินด้วยสายตาแปลกใจ
“ใต้เท้า เยี่ยมไปเลยขอรับ ใต้เท้า ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ…” เสมียนฉินกลั้นไม่อยู่เลยหัวเราะออกมาเสียงดัง
ซ่งฝูเซิงอึ้งที่อยู่ๆ เสมียนฉินก็หัวเราะ เขาทำสีหน้าไม่ถูก
ห้องทำงานดูครึกครื้นขึ้นมาทันตา
เสมียนฉินร้องเพลงนี้ตั้งแต่รู้จักเขาใช่ไหม
โชคดีมาแล้ว โชคดีมาเยือน ยิ้มรับโชคดี ขอจงมีแต่ความรุ่งเรือง
“ท่านอ๋องเป็นลูกเขยข้า ท่านหัวเราะขนาดนี้ทำไม เสียมารยาท”
เดินขึ้นหน้าสองสามก้าวแล้วพูดต่อ “คิดว่าข้าจะก้าวหน้าขึ้นอีกแล้วใช่ไหม ข้าบอกเลยนะ อย่าฝันหวานเกินไป ต่อให้ข้าได้ดีกว่านี้ก็ไม่เอาท่านไปด้วยหรอก”
เสมียนฉินมีความสุข น้อมส่งซ่งฝูเซิงออกไปพลางแสดงความภักดีต่อใต้เท้าของเขา
“ใต้เท้า ท่านจะพาหรือไม่พาข้าไปด้วย ข้าก็ขอแสดงความยินดีที่ท่านเจริญรุ่งเรืองเช่นนี้จากใจจริง ท่านอ๋องกับคุณหนูของใต้เท้าสมกันเหมือนกิ่งทองใบหยก บุรุษเก่งกับโฉมงาม คู่สร้างคู่สม สวรรค์ช่างสรรค์สร้าง…”
เกือบทำซ่งฝูเซิงขนลุกไปทั้งตัว
รองผู้ว่าฯ โจวบังเอิญเจอซ่งฝูเซิงที่หน้าประตู
วันนี้ใต้เท้าโจวดูนอบน้อมต่อซ่งฝูเซิงยิ่งกว่าปกติ
“ใต้เท้า”
ซ่งฝูเซิงยิ้มพลางพยักหน้า “อืม รีบเลิกงานกลับบ้านล่ะ”
“ใต้เท้า “ พวกมือปราบคารวะ
“อืม” ซ่งฝูเซิงก็พยักหน้าตอบอย่างอารมณ์ดี เดินกลับที่พัก
…
“เอ้อร์ยา ไปสิ” ต้ายาซ่งซูจื่อถึงได้รู้ว่าตัวเองเปลี่ยนชื่อแล้ว ดีใจมากที่อาสามตั้งชื่อที่เพราะขนาดนี้ให้ นางมาเรียกน้องสาวไปกินข้าวที่ด้านหน้า
เอ้อร์ยาซ่งซูมู่ตอบ “ข้าไม่ไป ตอนนี้ข้าเป็นคนที่ท่านอ๋องไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด ข้ากลัวท่านอ๋องเห็นหน้าข้าแล้วจะกลุ้มจนกินข้าวไม่ลง”
อาสามเอาเรื่องแต่งงานของนางไปอ้างจริงด้วย
อยากยืดเวลาให้น้องพั่งยาอยู่ต่อก็บอกไปตามตรงสิ ทำไมต้องเอานางที่ไม่มีคู่ครองไปอ้างด้วย
นางยังไม่ขวางน้องพั่งยาเลยนะ เมื่อคืนยังช่วยจับบันไดให้
เล่นเอาตั้งแต่หมี่โซ่วมาบอกทุกคนว่าท่านอ๋องอยากรู้ว่าพี่เอ้อร์ยาอยากได้ผู้ชายแบบไหน แม่ของนางก็หัวเราะเหมือนคนบ้า
ไม่มีเก็บอาการเลยสักนิด แม่เอาแต่พึมพำว่า มีท่านอ๋องช่วยเป็นสื่อกลางให้ก็วางใจแล้ว
แม่ของนางก็ไม่ลองคิดดูบ้างว่า ท่านอ๋องอยากแต่งกับพั่งยาจนหมดหนทางแล้วต่างหาก ต้องหาวิธี แทบอยากเตะนางที่เป็นตัวปัญหาไปให้พ้นๆ
“ไม่ไปจริงเหรอ พั่งยาก็ไป ถ้าท่านอ๋องเหม็นหน้าพวกเรา มองพั่งยาก็หายแล้ว”
เอ้อร์ยาส่ายมือ ตีให้ตายก็ไม่ไป
พูดตามตรง นางแอบกลัวลู่พั่น