ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 856-2 ใช้ชีวิตเป็น
ตอนที่ 856-2 ใช้ชีวิตเป็น
ก่อนลู่พั่นออกไป ฝูหลิงวิ่งเข้าไปหา ควักลูกอมหมดกระเป๋าให้ลู่พั่น ทั้งยังให้ขนมปังดำไว้กินแก้ขัด
เดี๋ยวนี้เวลาลู่พั่นเห็นขนมปังดำก็อยากอ้วก
หมี่โซ่ววิ่งเข้าไปหา “พี่ชาย ข้าไปด้วย” เรียกพี่ชายตามความเคยชินอีกแล้ว
หลังจากที่ลู่พั่นพาหมี่โซ่ว จินเป่า ต้าหลัง เอ้อร์หลัง และหูจือออกไปแล้ว ทันใดนั้นท่านย่าหม่าก็รู้สึกว่าวัดร้างแห่งนี้มีลมหนาวพัดเข้ามา ขนลุกขึ้นมาทันที
อย่างกับสายลมพัดความชั่วร้าย
ท่านอ๋องไม่อยู่แล้วจะพึ่งใคร
นางแอบจุดเทียนที่มุมแล้วพูดพึมพำอยู่คนเดียว “ข้าขอบอกพวกเจ้านะ พวกเราต่างคนต่างอยู่ พวกเราแค่ผ่านมาขออาศัยคืนเดียว ห้ามทำเด็กๆ ครอบครัวเราตกใจกลัวนะ”
พอท่านย่าหม่าทำเรื่องพวกนี้เสร็จ หันกลับไปมองอีกครั้ง นางก็ตกใจมาก “เจ้าสาม ขึ้นเขาทำไมแบกทรายมาด้วย”
นอกจากนี้บนพื้นยังมีขิงแก่ เศษผ้าเป็นกอง หญ้าอ้ายเฉ่าแห้ง เข็มกับด้าย เต้าหู้ยี้ กระปุกน้ำจิ้มงา พริกแกงก้อน ดอกกุยช่าย เป็นต้น
นี่ก็เป็นสาเหตุที่ซ่งฝูเซิงไล่ลู่พั่นกับพวกหูจือต้าหลังออกไป
เด็กพวกนี้ คนหนึ่งเมื่อครู่แบกเขาขึ้นหลัง อีกสองคนสะพายกระเป๋าของเขา แม้เดิมทีกระเป๋าของเขาจะหนักอยู่แล้ว แต่พอมีของพวกนี้ก็ยิ่งหนักกว่าเดิม
ไล่เด็กพวกนี้ออกไปก่อน พอกลับมากันก็จะคิดว่าเขา เพ่ยอิง ฝูหลิง ท่านย่าหม่า ช่วยกันแบกมา พอจะแถไปได้
เอาเป็นว่าเพื่อเรื่องกิน เพื่อการค้างแรมที่สบายหน่อย ก่อนออกเดินทางเฉียนเพ่ยอิงได้ให้คำจำกัดความว่า ช่างพยายาม
แน่ล่ะ ออกมาเที่ยว ไม่ได้ออกมาตกนรก ซ่งฝูเซิงพูดอย่างภูมิใจ ‘พ่อคือตู้เย็นเคลื่อนที่’
“ไม่อย่างนั้นพ่อจะล้มเหรอ”
เฉียนเพ่ยอิงใช้ผ้าหมาดเช็ดหน้าพลางมองบน เจ้ามันซื่อบื้อ ล้มเพราะของหนักที่ไหนกัน
แต่ท่านย่าหม่ากลับเชื่อ นั่นสิ แบกของมาตั้งเยอะขนาดนี้ เป็นใครก็ล้ม ทำไมไม่ขนมาทั้งบ้านเลยล่ะ ขนาดตะกร้าเข็มกับด้ายก็ยังเอามา
ซ่งฝูเซิงสั่งงาน “ท่านแม่ ข้ากับเพ่ยอิงจะก่อไฟนวดแป้ง ท่านแม่นั่งผิงไฟตรงนี้ก็เย็บเศษผ้าไปด้วย เดี๋ยวถึงเวลาได้หม้อมาก็หาทางคั่วทรายพวกนี้ จะได้มีหมอนอุ่นๆ ยังเอามาวางที่ท้องได้ด้วย กลางคืนจะได้ไม่หนาว”
ในเวลาเดียวกัน ในแม่น้ำที่ห่างจากวัดปากว้าไประยะหนึ่ง พวกลู่พั่นมีเชือกมัดอยู่ที่เอว กำลังงมก้อนหินท่ามกลางสายฝน
หินที่ถูกใจมีหลุมคล้ายหม้อใบเล็ก
แม้จะต้มได้ไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ต้มน้ำได้
จากนั้นก็งมแผ่นหินที่มีตะไคร่น้ำติดมาอีกหลายแผ่น
พวกหมี่โซ่วกอดรองเท้าของพวกพี่ชายไว้ คลุมเสื้อกันฝนนั่งขัดแผ่นหินอยู่ริมน้ำ
หูจือกับต้าหลังเดินไปตามสายน้ำที่เย็นเฉียบ หันกลับมาตะโกนบอกลู่พั่น “เจอหินที่มีหลุมอีกแล้ว รีบมา”
ไม่นานพวกซุ่นจื่อก็ตามมา พอเห็นลู่พั่นอยู่ในแม่น้ำก็สงสารจับใจ แต่กลับถูกลู่พั่นดุ บอกให้เฝ้าวัดปากว้าไว้ไม่ใช่หรือ
อย่าเอาแต่เชื่อคนในหมู่บ้านที่บอกว่าไม่มีสัตว์ป่าเข้าไป
ซุ่นจื่อน้อมรับคำตำหนิ
เขากับพวกทหารใกล้ชิดออกมาอย่างวางใจ เพราะที่นั่นมีท่านซ่งที่มากความสามารถและทำงานเก่ง แถมยังมีเด็กหนุ่มที่มาจากในหมู่บ้านอีกหลายคนเฝ้าอยู่
พอคนเหล่านี้กลับมา ซ่งฝูเซิงก็จัดแจงแบ่งงานในวัดปากว้าให้ตามความเหมาะสม
มีกองไฟสิบกว่ากองแล้ว เสื้อผ้าก็วางผึ่งอยู่บนราว ขาตั้งสำหรับวางหม้อทำอาหารก็เตรียมแล้ว
เขายังได้สั่งให้พวกเด็กหนุ่มในหมู่บ้านเตรียมพวกก้อนหินเอาไว้สำหรับตั้งหม้อด้วย
อีกทั้งกองไฟก็ถูกจัดวางอย่างเหมาะสม กลางคืนนอนหลับไม่มีทางร้อนถึงตัวพวกเขา แถมแต่ละจุดยังสว่างเพียงพอ ประหยัดเทียน
และที่เด็ดสุดคือ แม้แต่ผ้าม่านกั้นเขตของพวกผู้หญิงก็ล้อมเสร็จเรียบร้อย
เดี๋ยวพอถึงเวลาดึงม่านปิด แม่ เมีย ลูกสาว ก็จะนอนอยู่ในนั้น
บนพื้นมีผืนผ้าใบปูกันชื้น ด้านบนมีผ้าห่มปูอีกหนึ่งชั้น พวกนางห่มผ้าอีกหนึ่งชั้น ด้านบนสุดถึงจะเป็นผ้าคลุมกันฝน ป้องกันเผื่อใครถีบผ้าห่ม จากนั้นก็เอาถุงทรายร้อนๆ ยัดเข้าไปในผ้าห่ม นอนหมอนอุ่น กระเป๋าน้ำร้อนวางที่เท้า จบ
ที่นอนของเขา หมี่โซ่ว และลูกเขยก็เป็นแบบนี้
เรื่องนี้เหล่าซ่งจัดการเสร็จเรียบร้อย
ขาดก็แค่ทำอาหารแล้ว
เชฟซ่งอยู่ทั้งคน เรื่องทำอาหารเรื่องเล็ก มาๆๆ เอาแป้งที่พกมารวมกัน ท่านแม่ เอาแผ่นหินนี่ทำแป้งเป็นแผ่นๆ
ส่วนนั่น หมินหรุ่ย มาหัดทำ
ลู่พั่นได้กินอาหารกลางป่าที่ยากจะลืมอีกแล้ว
ถึงขั้นที่อีกหลายปีให้หลังเขาก็ยังคิดถึง เขาบอกฝูหลิงว่า กินข้าวในจวนยังไม่อร่อยเท่ากินบนเขา
ในหม้อเล็กที่ต้มน้ำได้ ใส่เครื่องปรุง ลูกชิ้นไก่เป็นไม้ๆ เนื้อสัตว์ แผ่นแป้ง เทลงไป
บนแผ่นหินมีลูกชิ้นไก่ปิ้งกับเนื้อสัตว์ย่าง
เอาน้ำร้อนลวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เฉียนเพ่ยอิงทำเองแล้วช้อนขึ้นมาวางบนแผ่นหิน ผักป่าที่ขุดได้ข้างนอกกับไส้กรอกที่พกมาก็จัดการหั่นเป็นแผ่น โยนเข้าไปผัดกับเส้น นี่ก็คือผัดบะหมี่
ซ่งฝูหลิงผสมน้ำจิ้มงา เต้าหู้ยี้ และดอกกุยช่ายลงในกระบอกไม้ไผ่ เป่าลูกชิ้นไก่ที่ร้อนอยู่ จิ้มน้ำจิ้มกิน จากนั้นก็ไปที่หม้อ กินแผ่นแป้งที่กำลังร้อนๆ
ลู่พั่นนั่งขัดสมาธิอยู่บนผ้าใบที่พวกฝูหลิงปูไว้ เขาเองก็ถือกระบอกไม้ไผ่นั่งกระซวกกินบะหมี่ ซดน้ำ เผ็ดแสบร้อน กินไปเหงื่อแตกไป
ตกกลางคืนลู่พั่นดื่มชาร้อน เอนตัวนอนอยู่ในผ้าห่ม เข่ากับเอวของเขาถูกท่านย่าหม่าเอาถุงทรายร้อนมามัดไว้
ผ้าเช็ดหน้าที่แม่ยายยื่นให้ก็อุ่นๆ
มีม่านกั้น ข้างๆ ก็คือพวกฝูหลิง
เหนื่อยมาทั้งวัน
เมื่อก่อนเวลาอยู่ข้างนอกเขามักจะแค่งีบเหลือสติไว้ระวังตัวอยู่บ้าง
แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้อยู่ในวัดร้างแห่งนี้ เขากลับนอนหลับได้อย่างสบายใจ เพียงชั่วพริบตาก็มีเสียงกรนดังขึ้นแล้ว
แต่เรื่องที่ลู่พั่นไม่รู้ก็คือ สามคนนั้นพอนอนลงก็เข้าไปในพื้นที่พิเศษ
ซ่งฝูเซิงแช่เท้า ให้เฉียนเพ่ยอิงช่วยนวดให้ พ่นยาระงับปวด สายตาจับจ้องเก้าอี้นวดด้วยความเสียดาย นี่ถ้ามีไฟฟ้าใช้คงดี
หยิบไอศกรีมมากิน
แสดงให้เห็นว่าเวลานี้เขารู้สึกร้อน ไม่เหมือนตอนอยู่ในวัดร้างที่หนาวจนน้ำมูกไหล
ซ่งฝูหลิงเอนตัวนอนอยู่ในห้องตัวเอง “ถ้าลูกเอาเบาะฟองน้ำไปที่วัดปากว้าได้คงดี จะได้ให้น้องชาย ท่านย่า หมินหรุ่ย ได้นอนด้วย”
เฉียนเพ่ยอิงแช่เท้าพลางมาร์คหน้า ไม่กล้าอ้าปากกว้าง “เอาไปได้อยู่หรอก แต่เราจะบอกอย่างไร”
หลังจากทั้งสามคนออกมาจากพื้นที่พิเศษ เฉียนเพ่ยอิงกับฝูหลิงก็ห่มผ้าให้ท่านย่าหม่า
ซ่งฝูเซิงเดินไปที่ประตูวัด กระซิบถามพวกเด็กหนุ่มในหมู่บ้าน “ทำไมยังไม่นอนกันอีก”
เด็กหนุ่มพวกนี้ดื่มชาไปเยอะมาก เป็นครั้งแรกที่ดื่มชา สุดยอดมาก “นอนไม่หลับขอรับ พวกข้าจะเฝ้าให้ ใต้เท้าไปนอนเถิดขอรับ”
ซ่งฝูเซิงหันไปเห็นซุ่นจื่อกลับมาพร้อมพวกทหารใกล้ชิด “ทำไมพวกเจ้าก็ยังไม่นอนอีก”
ซุ่นจื่อบอกว่า ไปลาดตระเวนก่อนนอนมา เขาจะไปนอนกอดจินเป่าเดี๋ยวนี้
ส่วนพวกทหารใกล้ชิดก็แบ่งเวรกันรอบละสองคน ผลัดกันรอบละหนึ่งชั่วยาม ให้ซ่งฝูเซิงพักผ่อนได้อย่างสบายใจ
ตอนเช้ามืดท้องฟ้าปลอดโปร่ง
ทหารใกล้ชิดสองคนที่ผิงไฟอยู่ตรงประตูมองหน้ากันแล้วหัวเราะ อีกหนึ่งชั่วยามค่อยไปปลุกคุณชายแล้วกัน
ตอนเช้าเอาก้อนพริกแกงมาต้มบะหมี่กินอย่างง่ายๆ คนเหล่านี้ซดหมดไม่มีเหลือ เสบียงอาหารยังเหลือข้าวสารอีกจำนวนหนึ่ง ต้องเก็บเอาไว้ตอนลงจากเขา
พวกซ่งฝูหลิงหาวหวอดเริ่มเก็บข้าวของ กัดฟันทนความเจ็บปวดในร่างกาย ปีนขึ้นเนินสูงช่วงสุดท้าย
ท่ามกลางเสียงตะโกนหนึ่งสองของฝูหลิง ในที่สุดคนกลุ่มนี้ก็เดินขึ้นถึงยอดเขาในสภาพหมดแรงสำเร็จแล้ว
ตอนยังไม่ถึงยอดเขา อันที่จริงลู่พั่นแอบสบประมาท เพราะเห็นข้างบนมีแต่หมอก กลัวขึ้นไปแล้วจะมองไม่เห็นอะไรเลย
นึกไม่ถึงว่าพอขึ้นมาถึงยอดเขาแล้ว หมอกทึบก็จางหายไปด้วยความเร็วที่มองด้วยตาเปล่าเห็น
ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะอะไร ต่างตัวแข็งทื่อในเวลานี้
สระสวรรค์ ในสามร้อยหกสิบห้าวันจะมีเพียงหนึ่งร้อยแปดสิบวันที่จะมีคนโชคดีได้เห็น พวกเขากลับมองเห็นภายใต้สภาพอากาศที่เลวร้ายแบบนี้ ใช้คำพูดที่ซ่งฝูเซิงดื่มด่ำก็คือ
ไม่เสียแรงที่ขึ้นมา
น้ำในสระแห่งนั้นสีเหมือนน้ำหมึก ยืนอยู่บนยอดเขา ดูสิ อาจเพราะฟ้าเพิ่งปลอดโปร่ง ท้องฟ้าสีขาวสีส้มสีแดงสอดรับกับภูเขาและแม่น้ำ
แม้แต่ซ่งจินเป่ายังอยากแต่งกลอน งดงามเหลือเกิน ช่างงดงามอะไรเยี่ยงนี้
ทันใดนั้นหมี่โซ่วก็ชี้ไปยังเทือกเขาอีกด้านหนึ่ง “นั่นอะไรน่ะ”
พวกเด็กหนุ่มในหมู่บ้านตะลึง จากนั้นก็พากันคุกเข่าลง
ท่านย่าหม่ารู้สึกตัวไวที่สุด คุกเข่า “อามิตตาพุทธ ช่วยคุ้มครองให้ครอบครัวของลูกอยู่เย็นเป็นสุขด้วย สุขภาพแข็งแรง ตระกูลลู่ก็ด้วย ขอให้หมินหรุ่ยกับพั่งยาหลานสาวคนเล็กของลูกอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า”
ขณะที่ท่านย่าหม่าพูดๆ อยู่ก็น้ำตาไหลด้วยความตื้นตันใจ
เฉียนเพ่ยอิงพูดตะกุกตะกักถามซ่งฝูเซิง “นั่นแสงพุทธะเหรอ”
ซ่งฝูเซิงก็ตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำ ตะลึงในแสงพุทธะ
เอาเป็นว่าเขาเห็นเป็นแสงพุทธะ ราวกับเห็นเงาของพระโพธิสัตว์ปรากฏอยู่ฝั่งเยื้องออกไปตรงข้ามกับภูเขา มีแสงเปล่งประกายอยู่รอบๆ
“รีบคุกเข่า พวกเจ้าคุกเข่า หมี่โซ่ว คุกเข่า คุกเข่าให้หมด”
ซ่งฝูเซิงดึงเมียให้คุกเข่า ต้องเชื่อ ครอบครัวเขามีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นเยอะ
ลู่พั่นจากที่ต้องตายก็ไม่ตาย
หมี่โซ่วพอมีความทรงจำของเมื่อก่อนอยู่บ้าง ช่วงสองปีมานี้เคยละเมอพูด แต่ก็จำได้แค่นิดหน่อย ไม่มีเรื่องใหญ่อะไร
พวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกยิ่งประหลาดเข้าไปใหญ่
ลู่พั่นกับซ่งฝูหลิงคุกเข่าอยู่ด้วยกัน
สองมือของลู่พั่นประกบเข้าหากัน หันไปมองฝูหลิง ท่านพระโพธิสัตว์ หมินหรุ่ยไม่ละโมบ แค่ต้องการอายุยืน ให้หมินหรุ่ยได้อยู่กับนางไปจนแก่เฒ่า
ซ่งฝูหลิงใฝ่สูงกว่านั้น นางมองไปข้างหน้า ขอให้ทุกคนที่ข้าเคยพบอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข สุขภาพแข็งแรง ครอบครัวอบอุ่น
แล้วดูซ่งฝูเซิงกับเฉียนหมี่โซ่วที่อยู่ข้างหน้า เวลานี้มองออกเลยว่ามีบุญวาสนาสมควรเป็นพ่อลูกกัน
ซ่งฝูเซิงพึมพำอยู่ในใจ ลูกจะไม่นอกใจ…ไม่กล้าหือกับฮ่องเต้…ทางที่ดีขอให้บ้านในพื้นที่พิเศษมีไฟฟ้าใช้ด้วยเถิด ขอให้เชื่อมต่อกับเถาเป่าได้
ส่วนเฉียนหมี่โซ่ว ไล่มาหมดตั้งแต่ท่านลุงท่านป้า พี่สาว ท่านย่า พี่แม่ทัพเล็ก ขอให้พี่จินเป่าสอบติดจอหงวน พี่ซื่อจ้วงมีลูก หนิวจั่งกุ้ย อาฝูกุ้ย เสี่ยวหง…ขาดก็แค่ขอให้หมูหมากาไก่ในบ้านอย่าหายไปสักตัว
ลุงหลานคู่นี้ขอพรจนแสงพุทธะหมด
Kkc520
ขอให้คุ้มเลยนะ ลุงหลาน