ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 857-2 ขุนเขาสายธารดุจภาพวาด
ตอนที่ 857-2 ขุนเขาสายธารดุจภาพวาด
ลู่พั่นเพิ่งถอดเสื้อตัวนอกออกก็พบว่ากางเกงตัวในของเขาดูเหมือนจะไม่ค่อยเหมือนกับคนครอบครัวซ่ง
สองแขนของซ่งฝูเซิงกางออกวางอยู่ที่ขอบสระ เปลือยท่อนบน ข้างล่างสวมกางเกงสีขาว
หมี่โซ่วกับลุงอยู่ในท่าเดียวกัน เขากับจินเป่าใส่กางเกงสีแดง อายุน้อย ท่านย่าหม่ากำชับพวกเขามาว่าต้องใส่สีแดงเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย
ต้าหลังรู้สึกเขินนิดหน่อย เขากับเอ้อร์หลังน้องชายใส่ลายดอก แม่เย็บให้
แต่ก็เลียนแบบท่าของอาสาม กางแขนออกวางขอบสระ
ของหูจือเป็นสีคาราเมล
หูจือกับเอ้อร์หลังแอบเขิน แต่กลับคิดว่าเวลาแช่น้ำพุร้อนต้องทำท่านี้ ตามอาสามรับรองไม่ผิดแน่ จึงข่มความอายแล้วกางแขนออก
ภาพบรรยากาศในตอนนี้คือ ในสระน้ำพุร้อนมีไอสีขาวลอยขึ้น คนครอบครัวซ่งนั่งแช่อยู่ในท่าเสี่ย ทั้งยังเกาะขอบอยู่รอบสระ พากันหันมองลู่พั่น เหลือที่ไว้ให้ลู่พั่นไม่มาก
ลู่พั่นเลียริมฝีปากล่าง ข่มความอายแล้วลงสระ
พอลู่พั่นถออดชุด ซ่งฝูเซิงถึงพบว่าลูกเขยเขาขาวมาก
ถ้าเปรียบสระเป็นหม้อขนาดใหญ่ มีลู่หมินหรุ่ยกับหมี่โซ่วบ้านเขาที่ขาวขนาดนี้อยู่ ใส่ผักดองหน่อยก็เป็นอาหารอีสานแล้ว หมูสามชั้นต้มผักกาดดอง
ซ่งฝูเซิงหันไปมองซ่งจินเป่า ตัวคล้ำๆ นี่ก็คือไส้กรอกเลือด
ในขณะเดียวกัน หมี่โซ่วก็กำลังมองด้านล่างของพี่แม่ทัพเล็กแล้วมองของตัวเอง
ลู่พั่นมองตามสายตาของหมี่โซ่ว เหล่มองของหมี่โซ่ว
เขาทนไม่ไหวจริงๆ มีเขาที่เป็นคนนอกอยู่คนเดียว นอกจากพ่อตาที่ดูเหมือนจะไม่ได้มองเขา คนที่เหลือต่างมองสำรวจเขาหมด หาพวกดีกว่า “ซุ่นจื่อ ลงมา”
ซ่งฝูเซิงแสร้งทำเป็นพักสายตา ทันใดนั้นได้ลืมตาขึ้น “ซุ่นจื่อ ก่อนลงมาไปถามก่อนว่าไข่เสร็จหรือยัง ข้าชักหิวหน่อยๆ แล้ว”
ไม่นานซุ่นจื่อก็กลับมาพร้อมหมวกที่ใส่ไข่ของไก่ป่า เป็ดป่า และนก
เกิดเป็นภาพที่ว่า พวกผู้ชายไม่สนแล้วทิวทัศน์อันงดงาม แต่ละคนพากันเกาะขอบสระกินไข่
“อื้ม อร่อย” ซ่งฝูเซิงมองลู่พั่นพลางพูด เขาตะลึงในรสชาติอันมหัศจรรย์นี้
ลู่พั่นพูดว่า “จิ้มซีอิ๊วหน่อยยิ่งอร่อย”
ซุ่นจื่อวิ่งกลับไปขอซีอิ๊วจากท่านย่าหม่า
ท่านย่าหม่าย่างเป็ดพลางทำเสียงจึ๊ๆ ใส่ซุ่นจื่อ บ่นลูกสาม “สบายกันจังนะ ทางนั้นอร่อยแค่ไหนมีเหรอจะสู้รสชาติของเนื้อได้”
มาดูว่าที่พระชายาของพวกเรา เพิ่งอาบน้ำสะอาดมาก็มาเล่นโคลน นางกำลังนั่งพื้นเอาดินมาทำไก่อบ
กินอิ่มพักกันพอแล้วคนกลุ่มนี้ก็ออกเดินทางพร้อมกลิ่นหอมของสบู่
ขณะลงจากเขายังพูดชมกันเองด้วย เมื่อคืนพักที่วัดปากว้าก็ถูกต้องแล้ว วันนี้ถึงได้รู้สึกสดชื่น เหมือนมาเดินเล่น ไม่ต้องรีบมาก
ที่ล่างเขา รถม้าหลายคันถูกคุมมาที่อีกด้านของภูเขาอยู่ก่อนแล้ว คนกลุ่มนี้ขึ้นเขากับลงเขาคนละด้าน
พวกเด็กหนุ่มในหมู่บ้านก็กลับไปแล้ว นายอำเภอท้องถิ่นยังได้จัดรถม้าไว้ให้พวกเด็กหนุ่มในหมู่บ้านด้วย
ซุ่นจื่อเอาก้อนเงินสองก้อนให้ผู้ใหญ่บ้านที่รออยู่ล่างเขาต่อหน้านายอำเภอ
ครอบครัวผู้ใหญ่บ้านให้ที่กินที่พัก แถมยังต้องเอาเงินไปแบ่งพวกเด็กหนุ่มสิบสองคนที่ตามไปด้วยอีก
ก่อนแยกกันยังมีเหตุการณ์นิดหน่อย
นายอำเภอนำทุกคนคุกเข่าลงตรงหน้าลู่พั่น “ถวายบังคมท่านอ๋อง”
ผู้ใหญ่บ้านจากหมู่บ้านเล็กๆ กับพวกเด็กหนุ่มสิบสองคนต่างตะลึง หืม ไม่ใช่ว่าควรคารวะต้อนรับผู้ว่าฯ เหรอ
ตอนแรกยังคิดตามไม่ทัน
แต่ชั่วขณะที่เห็นลู่พั่นเดินออกมา ความคิดแรกก็คือ ไอ๊หยาแม่จ๋า
คนอื่นลุกขึ้นแล้ว แต่พวกเขายังคุกเข่าอยู่ สีหน้าอึ้งสนิท
เล่นเอาลู่พั่นต้องหันมาบอกพวกเขาเป็นการเฉพาะก่อนขึ้นรถม้า “ตามสบาย”
คราวนี้คนติดตามไม่ใช่พวกชาวบ้านธรรมดาแล้ว แต่กลายเป็นนายอำเภอ มือปราบ รองแม่ทัพกับพวกทหารที่แม่ทัพหลิ่วส่งมา
คนกลุ่มนี้เริ่มคุ้มกันตามแบบฉบับของทหารคุ้มกันแล้ว
เพราะจุดหมายต่อไปเป็นชายแดน
หน้าป้ายหินรำลึกมหาขุนพลลู่
ลู่พั่นมองซ่งฝูเซิง อยากพูดแต่ไม่พูด
ซ่งฝูเซิงไม่ปล่อยให้เขาพูดไร้สาระ ผู้ว่าฯ ซ่งไม่มานั่งคิดเล็กคิดน้อยในช่วงเวลาสำคัญ “ลูกพ่อ ไปสิ”
โอกาสแบบนี้มีน้อยมาก ต่อไปใครจะว่างมาดูได้บ่อยๆ
ลู่พั่นกับซ่งฝูหลิงยืนข้างกันหน้าป้ายหินรำลึก
ลู่พั่นไม่รู้จักพอ หันไปมองอีกรอบ
ซ่งฝูเซิงลอบถอนหายใจ “เพ่ยอิง”
ซ่งฝูเซิงกับเฉียนเพ่ยอิงก็เดินขึ้นหน้า
ท่านย่าหม่าแอบสังเกต ตอนหมินหรุ่ยยืนอยู่หน้าป้ายหิน ดวงตาเปล่งประกาย ดีใจออกมาจากใจจริง เป็นอีกครั้งที่นางรู้สึกคุ้มค่าที่ตามมาด้วย แม้จะเหนื่อยและลำบากมากก็ตาม ทั้งยังได้มาดูป้ายหินนี้ด้วย
เฮ้อ พั่นพั่นเหมือนกำลังบอกพ่อของเขาว่า นี่คือพ่อตาแม่ยายของลูก นี่คือว่าที่ภรรยาของลูก
ท่านย่าหม่าเดาถูก
แต่นางเดาน้อยไปหน่อย
การจากไปอย่างกะทันหันของพ่อลู่ ได้ทิ้งเงามืดไว้ในจิตใจของลู่พั่น พ่อไม่ได้อยู่กับแม่จนวาระสุดท้าย เขาถึงได้ขอให้ตัวเองอายุยืนตอนอยู่บนเขา พอได้เจอฝูหลิงถึงเสนอให้มาปีนเขาลูกนี้เพื่อเอาเคล็ดอายุยืน
แม้จะอยากอยู่กับฝูหลิงตามลำพัง แต่ก็ดีใจมากที่พ่อตาแม่ยาย ท่านย่า และพวกหมี่โซ่วมาร่วมทางด้วย
เขาหวังว่าตัวเองจะเคียงข้างฝูหลิงไปได้ตลอด อยู่กับนางไปจนแก่เฒ่า
และก็หวังว่าคนใกล้ชิดที่มีอยู่ไม่มากอย่างพ่อตาแม่ยายจะอยู่เคียงข้างเขากับฝูหลิงไปจนแก่ด้วยกัน อย่าเหมือนพ่อของเขา
เสียใจ สะเทือนใจแล้ว อย่ากระนั้นเลย ไม่ใช่วิสัยของพวกเรา ไป เที่ยวต่อเถอะ
ริมแม่น้ำใกล้ชายแดน
แม่น้ำสายเล็กที่ตื้นเขินได้ขวางกั้นกับชาวโครยอ ยืนตะโกนจากด้านนี้ “ป้า” ทางนั้นก็ได้ยิน
ยิ่งไปกว่านั้นชาวโครยอยังพายเรือข้ามมาขายเนื้อสุนัข ขายผลไม้ป่า อะไรก็ขนมาขายหมด หรือแลกเปลี่ยนสิ่งของกับชาวบ้านในหมู่บ้านละแวกใกล้ๆ
เมื่อก่อนยังมีแลกผู้หญิง ต่อมารัชสมัยนี้ห้ามเด็ดขาด ทางนั้นก็ห้ามเหมือนกัน ถ้าไม่มีผู้หญิงประชากรก็ต้องลดลงหรือเปล่า ส่วนผู้หญิงที่ซื้อจากทางเรากลับไปก็ชอบหนี ถึงได้ไม่กล้าขายผู้หญิงอีก
สำหรับคนโครยอแล้วนั้น ของดีที่สุดที่แลกได้ก็คือพวกเสบียงอาหารหลายจิน
พวกพืชพรรณที่พวกเขาปลูกได้ล้วนต้องส่งให้พระราชาแคว้นโครยอ
คนที่พายเรือข้ามมาได้มีแต่พวกคนเก่งๆ ของฝั่งโครยอทั้งนั้น
ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงที่เอาหม้อวางไว้บนหัวแล้วค่อยๆ เดินฝ่าน้ำตรงที่ตื้นๆ ขายพวกผักดองที่พวกนางทำเอง
“อันยองฮาชิมนีกา”
ฝูหลิงถามผู้หญิงที่มีหม้ออยู่บนหัว “อีเก มวอเยโย?” นี่คืออะไร
อีกฝ่ายดีใจมาก นึกไม่ถึงว่าจะมีคนพูดภาษาของนางได้
จึงพูดรัวออกมาด้วยความดีใจ
ฝูหลิงเกาหัวด้วยความสงสัย “มูซึน โซรียา?” ไม่เข้าใจ
ลู่พั่นกลับอึ้งมาก พระชายาของเขาทำไมเก่งทุกอย่าง
ซ่งฝูหลิงหัวเราะแล้วพูดกับลู่พั่น “ข้าก็แค่พูดเอาสนุกๆ พูดเป็นไม่กี่คำหรอก”
ซ่งฝูเซิงกลับหัวเราะพลางพูดอย่างภูมิใจ “ลูกสาวข้าพูดเป็นไม่กี่คำก็เก่งแล้ว คนอื่นพูดไม่เป็นเลยนะ เรียนมาจากข้าทั้งนั้น ข้าเรียนนั่นเรียนนี่มาเยอะแยะไปหมด”
เขาเคยต้อนรับคณะทูตจากโครยอ เคยเรียนมาจากหยางหมิงหย่วนอยู่บ้าง แต่จำได้ไม่กี่ประโยค อันยองฮาชิมนีกา ประโยคทักทายอะไรพวกนี้
สรุปว่าหยางหมิงหย่วนก็เก่งจริงๆ ก่อนออกเดินทางสามารถเรียนภาษาของทางนั้นเป็นในเวลาอันสั้น ต้องลำบากขนาดไหนกว่าจะทำได้
ขณะที่ซ่งฝูเซิงกำลังพาลูกสาวลูกเขยนั่งกินแกงเนื้อหมา ข้าวคลุก ไส้กรอกข้าว ยังได้คีบเนื้อหมาชิ้นใหญ่ให้ลู่พั่น บอกให้กินเยอะๆ น่าเห็นใจ เพิ่งไปดูป้ายหินรำลึกของพ่อมา
พูดถึงหยางหมิงหย่วน เขากำลังยืนอยู่หน้าป้ายประกาศพระราชทานงานอภิเษก มองชื่อลู่พั่นกับฝูหลิงที่อยู่ด้วยกัน
ในขณะเดียวกันฮ่องเต้ก็ได้จดหมายจากซ่งฝูเซิง
ตอนติงเจียนยื่นให้ ฮ่องเต้แอบแปลกใจ จดหมายส่วนตัวจากขุนนางซ่งอย่างนั้นรึ