ทะลุมิติทั้งครอบครัว - ตอนที่ 894 พรุ่งนี้ก็จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
ตอนที่ 894 พรุ่งนี้ก็จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
ฝูหลิงเตรียมจะคารวะลู่พั่น แต่ลู่พั่นชิงพูดก่อน “ตามสบาย”
พวกพี่สาว “…”
“ท่านน้า ดูข้าสิ ข้าสวยไหม ข้าตกน้ำแข็งที่คอก้อนนี้ขึ้นมาเองเลยนะ ข้าทำเอง รีบมองข้าสิ”
ไปเล่นข้างๆ ไป ยังจะมาสวยไม่สวย น้าเจ้าไม่เห็นเจ้าในสายตาแล้ว
ลู่จือหว่านเข้าไปดึงแอนนาออกจากขาลู่พั่น น้าเจ้ากำลังมองน้าสะใภ้อยู่ เจ้ามันไม่รู้จักดูตาม้าตาเรือ
ปล่อยพวกเด็กๆ ออกไปวิ่งเล่น ส่วนซ่งฝูหลิงถูกพวกสาวใช้พาออกไปล้างมือที่ห้องติดกัน
พี่น้องตระกูลลู่ทยอยเข้าไปนั่งในห้อง
พี่สาวคนโตถามน้องชาย “กำหนดวันแล้วรึ”
“อืม เดือนเก้า”
“เร็วกว่านี้ไม่ได้หรือ”
“ไม่ได้”
ลู่พั่นคิดแล้วพูดต่อ “พี่ๆ อีกเดี๋ยวข้าอยากคุยกับนางเป็นการส่วนตัว”
“ใคร”
พี่สามรู้แล้วยังจะถาม ถูกพี่รองสะบัดผ้าเช็ดหน้าใส่ กลั้นหัวเราะ ทำท่าทางบอกน้องสาวว่าอย่าหาเรื่อง
แต่ลู่จือหว่านก็ยังอยากถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว
ไม่แกล้งน้องชายตอนนี้อีกหน่อยยังจะมีโอกาสอีกเหรอ
ลู่พั่นสีหน้าไม่เปลี่ยน “ก็ต้องเป็นน้องสะใภ้ของพวกพี่อยู่แล้ว”
เฮอะ เวลานี้ยังจะกล้าวางมาดใส่พี่ๆ พูดจาเสียงแข็ง ขอร้องพวกนางแต่ไม่มีท่าทางขอร้องเลยสักนิด
ลู่จือหว่านยิ้มพลางพูด “น้องชาย พี่สามไม่ได้แกล้งนะ มันไม่ถูกต้อง เดี๋ยวบ้านพ่อตาของเจ้ารู้เข้า มันเหมือนว่าพวกพี่ๆ รู้เห็นเป็นใจด้วย”
ถูกต้อง
พาคุณหนูซ่งออกมาไม่ได้เพื่อเปิดโอกาสให้น้องชายได้คุยเป็นการส่วนตัว
ลู่จือเหยาพี่สาวคนที่สี่กะพริบตาปริบๆ “มีอะไรก็พูดมาสิ พวกเราฟังด้วยไม่ได้หรืออย่างไร”
“ไม่ได้”
แม้แต่พี่สาวคนโตก็ชักไม่พอใจแล้ว “ท่าทีแบบนี้ของเจ้ามันเกินไปหน่อยหรือเปล่า”
ลู่พั่นยืนขึ้น ในขณะที่พวกพี่สาวคิดว่าทำน้องชายโกรธเข้าแล้ว
ทันใดนั้นลู่พั่นที่ร่างสูงใหญ่ก็โค้งตัว
เขาไม่ได้ดูแข็งทื่อแบบที่แสดงออก
ปากไม่พูด แต่ในใจรู้ดี
การโค้งตัวนี้เป็นการแสดงความขอบคุณที่พวกพี่สาวหอบลูกกระเตงออกเดินทางมาด้วย
ตอนนี้พวกพี่ๆ เป็นแม่คน เป็นภรรยา ต้องออกเดินทางจากบ้านแม่สามี มาครั้งนี้ก็เดือนกว่า แต่ละจวนมีธุระให้จัดการมากมาย การจะปลีกตัวออกมาไม่ใช่เรื่องง่าย
อีกทั้งพวกเด็กๆ ก็ยังเล็กมาก
อย่างพี่สี่ พอคลอดลูกชายคนเล็กเสร็จก็ป่วย เหมือนปวดหลังตลอดเวลาที่เดินทาง นั่งได้สักพักก็ต้องนอนลง ทรมานอยู่ไม่น้อย
พวกพี่สาวรีบลุกหลบทันที
เล่นเอาพวกนางทำตัวไม่ถูก
ทำอะไรน่ะ
ตกลงๆ ไม่แกล้งแล้ว พวกเราไปก็ได้
มองออกแล้ว เพื่อเมียทำได้ทุกอย่าง แม้แต่โค้งคำนับ
พี่สาวคนโตถึงกับตระหนักได้ว่าซ่งพั่งยาไม่ธรรมดา ตอนนั้นที่นางไม่ขัดขวางจนถึงที่สุดก็ถูกต้องแล้ว
พูดกันตามตรง แต่ก็เป็นความในใจที่พี่สาวคนโตไม่มีทางบอกซ่งพั่งยา มิน่าน้องชายของนางถึงหลงหัวปักหัวปำ เก่งจริงๆ เมื่อก่อนดูถูกเกินไปหน่อย
คนตระกูลลู่ชอบดูรายละเอียด
ดูอะไรที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน
ดูจากที่น้องสะใภ้ของพวกนางพาเด็กๆ เล่นก็รู้ได้ว่า น้องสะใภ้คนนี้เป็นคนฉลาดหลักแหลม
ดูจากที่สั่งสอนพวกเด็กๆ ไม่เหมือนพวกอาจารย์ในจวนที่ชอบวางมาดขรึม ตั้งใจอธิบาย
สั่งสอนในขณะที่พาเล่นด้วย
แถมยังสอนความรู้ที่แม้แต่ผู้ใหญ่อย่างพวกนางก็ยังไม่รู้
เอาล่ะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว
รุ่นถัดไปของตระกูลลู่ ลูกของน้องชายมีแม่ที่ฉลาดแบบนี้ วันหน้าอนาคตไม่มีทางแย่หรอก
ไม่มีอะไรจะติน้องสะใภ้คนนี้เลยจริงๆ
ไม่ได้ ขอพูดอีกหน่อย ยังงงอยู่เลยว่า ซ่งพั่งยาโตมาอย่างไร เมื่อก่อนครอบครัวมีฐานะแบบนั้น เป็นไปได้เหรอ
“ไปๆๆ” ลู่จือหว่านกวักมือเรียกพวกเด็กๆ
พี่รองกับพี่สี่แยกกันไปกระซิบบอกหมอมอคนสนิทให้ไล่พวกสาวใช้รอบๆ ออกไป
เปิดทางให้น้องชายน้องสะใภ้ของพวกนางคุยกัน
พี่สาวคนโตก็กระซิบบอกคนข้างกายให้คนหนึ่งไปจับตาดูที่เรือนใหญ่ไว้ว่าเมื่อไรจะกินข้าว ป้องกันคนมาเรียก
อีกคนหนึ่งให้รออยู่นอกเรือน พอน้องชายของนางออกไปก็ให้รีบมาบอก พวกนางจะเดินป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ จะได้กลับมาอยู่กับน้องสะใภ้ได้ทันเวลา
เดี๋ยวถึงเวลากินข้าวพวกนางก็ยังคงออกไปพร้อมกับน้องสะใภ้ได้เหมือนเดิม
…
หลังจากซ่งฝูหลิงล้างมือเสร็จกลับมาก็พบว่าสาวใช้เหลือแค่คนที่พานางมา แถมยังถูกไล่ไปเสียไกล
เล่นเอานางที่เป็นพระชายาแน่นอนแล้วยังต้องเปิดม่านด้วยตัวเอง “พวกพี่ๆ ล่ะ”
ลู่พั่นค่อยๆ เดินเข้าไปหาฝูหลิงพลางพูด “วันที่สิบเดือนเก้า พวกเราแต่งงานกัน”
“เดี๋ยวนะ เอ๊ะ ลู่หมินหรุ่ย หยุดนะ…อุ๊บ”
ลู่พั่นจูบจนหายใจหอบ
ไม่มีใครรู้ว่าชั่วขณะที่กำหนดวันได้ เขาตื่นเต้นดีใจขนาดไหน
นี่ก็หมายความว่านับวันรอได้แล้ว วางแผนชีวิตของสองคนได้อย่างสบายใจแล้ว
ลู่พั่นคิดว่าฝูหลิงก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกันกับเขา
ช่างเป็นบรรยากาศที่งดงาม หนุ่มสาวกอดกัน มองไกลๆ อยู่ในห้องชมดอกไม้ เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของหมู่มวลบุปผา ส่วนสูงตัดกัน แต่ว่าซ่งฝูหลิงเจ้าทำอะไรน่ะ
ลู่พั่นโอบฝูหลิง กลัวนางจะล้ม เงยหน้าหลบฝูหลิงที่ทำท่าเหมือนจะล้วงปากเขา
เขาไม่อยากคายออกมา
“อะไรเหรอ เจ้าถึงไม่อยากให้ข้ากิน ลูกอมรึ”
หมากฝรั่ง
ซ่งฝูหลิงมีเหรอจะคิดว่าพอเข้าห้องมาก็เป็นแบบนี้
เมื่อครู่สอนเด็กๆ เป่าฟองสบู่ นางไม่ชอบกลิ่นนั้น กำลังเคี้ยวหมากฝรั่งยังไม่ทันได้แอบคายทิ้งก็ถูกลู่พั่นมาตวัดไปแล้ว
เอาคืนมานะ
“ถ้าไม่คายออกมาข้าจะไม่พูดด้วย” ในความเป็นจริงคือกลัวลู่พั่นจะกลืนลงคอ
สุดท้ายซ่งฝูหลิงก็เอาหมากฝรั่งออกจากปากของลู่พั่นได้ ตวัดมือขยำเป็นก้อนแล้วโยนลงเตา
“อ้าปากขอข้าดูหน่อย”
ไม่อ้าใช่ไหม
ก่อนหน้านี้บอกอยู่ว่าต้องรักษามารยาท แต่ซ่งฝูหลิงกลับตะกุยคอลู่พั่นเหมือนแมว จูบเขาก่อน จะได้ใช้ลิ้นควานหาสะดวก
เสร็จแล้ว เล่นเอาลู่พั่นยังอารมณ์ค้าง จ้องริมฝีปากของนาง
ฝูหลิงบ่น “ทำอะไร อยากพูดอะไรก็พูดสิ ใช้กำลังอีกแล้ว เมื่อก่อนข้าสอนเจ้าไว้ยังไง พวกเราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ อยู่ต่อหน้าคนอื่นต้องสุขุม ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีก เดือนเก้าเหรอ”
หืม
ลู่พั่น “อืม วันที่สิบเดือนเก้า”
แสดงให้เห็นว่า คำพูดแสดงความไม่พอใจของฝูหลิงเมื่อครู่ได้ถูกลู่พั่นกรองเป็นคำพูดไร้สาระไปแล้ว
เขาเบื่อที่สุดเรื่องที่ต้องสุขุม กับเมียตัวเองยังจะต้องวางมาดอีกเหรอ ประสาท
เขาสุขุมมายี่สิบสามปีแล้ว
ฝูหลิงนึกสงสัยอยู่ในใจ ไม่ถูกสิ ก่อนออกจากบ้านพ่อกับแม่ไม่ได้พูดแบบนี้ บอกว่าเร็วสุดก็กลางเดือนสิบเอ็ด วันที่ถูกใจมากที่สุดคือเดือนห้าปีหน้า นี่เร็วขึ้นมาแล้ว
ปากก็พูดตำหนิต่อ “วันนี้ข้าแต่งตัวสวยต้องเสียเปล่าแล้ว อุตส่าห์ทาปากมา”
สุดท้ายก็ต้องรีบร้อน จูบ กอด ดุลู่พั่น ทุกอย่างต้องเร็ว
ระแวงอยู่ตลอด กลัวคนตระกูลลู่จะอยู่ๆ ก็เข้ามา
อีกทั้งพฤติกรรมนี้ของฝูหลิงยังลามไปถึงลู่พั่น ทั้งๆ ที่เขายังอารมณ์ค้าง แต่ก็ไม่กล้าทำอีกรอบ
ถึงได้บอกไงว่าต้องรีบแต่งงาน
อยู่ๆ ลู่พั่นก็ล้วงดินสอเขียนคิ้วออกมาจากถุงหอมข้างเอวแล้วยื่นให้ฝูหลิง
ไม่ใช่เรื่องของริมฝีปากแล้ว
ลู่พั่นขยับแหวนนิ้วโป้งเล่นเพื่อข่มไม่ให้หัวเราะ กลัวคู่หมั้นจะโกรธ “เอ่อคือ คิ้วของเจ้าก็หายไปครึ่งหนึ่ง”
…
ศาลาจือเฟิงในจวนลู่
แม้ชื่อจะเป็นศาลา แต่แท้จริงแล้วเป็นอาคารสามชั้น เมื่อก่อนเอาไว้กินเลี้ยงเทศกาล นั่งบนชั้นสองชั้นสามดูการแสดงที่ชั้นล่างได้
เวลานี้ไม่มีการแสดง แต่กลับครึกครื้นยิ่งกว่ามีการแสดง
สองครอบครัวสกุลลู่สกุลซ่งกินข้าวร่วมกันที่นี่ อาหารที่ถูกแกะสลักจัดวางอย่างประณีตได้ถูกนำขึ้นโต๊ะ
สาวใช้ที่สวมชุดแบบเดียวกันร่วมร้อยคนนำอาหารมาวาง
ซ่งฝูหลิงมีพวกพี่สาวนำมา เดินตามหลังลู่พั่นโดยเว้นระยะห่างหกคืบ
ลู่ฮูหยินกับเฉียนเพ่ยอิงยิ้มพลางมองฝูหลิง “มา มานั่งกับป้า จะได้คุยกับแม่เจ้าด้วย”
Letlovvv
หลังๆเจอบ่อยอยู่นะครอบครัวนางเอกลำบากนางเอกไม่น่าจะเก่ง จำได้ว่าท่านตาทิ้งร้านอาหารไว้ให้มีเงินกินเปล่าทุกเดือน พ่อก็เป็นถงเซิงป่ะลำบากจริงๆก็แค่2ปี ไม่ได้เป็นครอบครัวใหญ่กับ9สกุลตั้งแต่แรก ชีก็ชีวิตดีมาตลอดนะคนรวยเขาจะชอบสืบภูมิหลังไม่ใช่เหรออันนี้ดูคิดเองเออเองไปหน่อยทั้งๆที่คนรวยอื่นๆก็อพยพเหมือนกัน แล้วที่ปู่พระเอกจะเช็คข้อสอบฝูเซิงตอนสอบซิ่วไฉไม่ติดตอนนั้น ได้ความยังไงก็ไม่มีต่อ ไม่รู้ว่าจะกล่าวถึงบ้านหลังเก่าก่อนอพยพมั้ยเหมือนโดนลืมไปเลย ใครปล้นก็ยังไม่รู้