คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 22 ทารกน้อยแซ่ฟู่ถือกำเนิด ที่มาของชื่อ
บทเสริมตอนที่ 22 ทารกน้อยแซ่ฟู่ถือกำเนิด ที่มาของชื่อ
แผ่นหลังของเจียงอี้หดเกร็งในทันที “เหอเย่ว์?”
“ฉันพูดจริง” อวิ๋นเหอเย่ว์จับมือของเขา ยิ้มอีกครั้ง “นายดูพวกเราสิ คบกันต้องหลบๆ ซ่อนๆ แถมยังต้องคอยระวังพวกสื่อทุกวัน เหนื่อยเนอะ”
“ฉันเปิดตัวได้” ลมหายใจของเจียงอี้เริ่มไม่เป็นจังหวะ “เธอก็รู้ ฉันบอกเธอมาตลอดว่าเราเปิดตัวคบกันได้”
“ฉันรู้ นายบอกกับฉันตั้งแต่คบกันแล้ว” ดวงตาของอวิ๋นเหอเย่ว์สุกใส “แต่พวกเราอยู่ในขาขึ้นทั้งคู่ ยังไปไม่ถึงระดับโลก เปิดตัวตอนนี้มีแต่จะทำลายอาชีพของนาย และก็ทำลายความฝันของฉันด้วย”
คำพูดนี้คือความจริง
แต่กลับเหมือนคมมีดที่กรีดลงไปในหัวใจของเจียงอี้
เลือดไหลอาบในชั่วขณะ
อวิ๋นเหอเย่ว์ก้มหน้า “อีกอย่างฉันก็เหนื่อยแล้วจริงๆ”
เวลาที่คนเราไม่แคร์อะไร อาวุธแหลมคมก็ทำอันตรายไม่ได้ สารพัดพิษมิอาจกัดกร่อน
แต่เมื่อใดที่เริ่มแคร์ขึ้นมา แค่ลมพัดใบไม้สั่นไหวก็สร้างความตื่นตกใจได้
เธอย่อมรู้ว่าเธอกับเจียงอี้มีแฟนคลับคู่จิ้นกลุ่มใหญ่
แต่แฟนคลับคู่จิ้นของเธอกับเขาแข็งแกร่งมากตั้งแต่ตอนเธอปลอมตัวเป็นผู้ชายแล้ว
พอเธอกลับมาเป็นผู้หญิง แฟนคลับคู่จิ้นส่วนหนึ่งก็กลายมาเป็นแอนตี้แฟน
แฟนคลับคู่จิ้นในเวลาต่อมาก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น
ก่อนเธอกับเจียงอี้คบกัน แฟนคลับคู่จิ้นส่วนที่เพิ่มในภายหลังก็มีหลายแสนคนแล้ว
แต่ละวันมีความสุขกับการขุดคุ้ยหาเบาะแสเอาไปจิ้นกัน
เวลาว่างๆ อวิ๋นเหอเย่ว์ก็ชอบแอบดูตามกลุ่มแฟนคลับในเวยปั๋ว
ตอนแรกสุดเธอรู้สึกว่าแฟนคลับกลุ่มนี้ดูสนุกดี
ทั้งๆ ที่เรื่องราวไม่มีอะไร แต่พวกเขาก็เอาไปจินตนาการให้มี
เธอยังได้อ่านสิ่งที่แฟนคลับเจียงอี้กับแอนตี้แฟนเขียนว่าเธอไม่คู่ควรกับเจียงอี้ ตอนนั้นเธอไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด
จนกระทั่งเจียงอี้จีบเธอ
วันนั้นเป็นงานฉลองปีใหม่
พวกเขาตอบรับคำเชิญร่วมรายการของชูกวงมีเดีย ขึ้นเวทีเต้นคู่
ห่างกันไปแปดเดือน หัวหน้าวงกับรองหัวหน้าวงมาร่วมงานกันได้กลายเป็นจุดสนใจอีกครั้ง
เขาดักรอเธอที่หลังเวที
เขายังไม่ได้ล้างเครื่องสำอางที่หน้า ชุดเต้นก็ยังไม่ได้เปลี่ยนออก
เจียงอี้หน้าตาดีมาก ไม่อย่างนั้นไม่มีทางกลายเป็นดารายอดนิยม
เขามีเสน่ห์เฉพาะตัว
ขณะพูดเขาก็ทำทีเล่นทีจริง ‘หัวหน้า ไม่สนใจมีแฟนเหรอ’
ตอนนั้นเธอตกใจมาก วิ่งหนีทันที
ต่อมาเธอก็เริ่มเจอกับความบังเอิญสารพัด มักเจอกับอดีตสมาชิกวงคนนี้โดยไม่ตั้งใจ
อวิ๋นเหอเย่ว์ไม่เคยคลุกคลีกับใครมากไปกว่าอวี้เสวี่ยเซิงกับอิ๋งจื่อจิน
เจียงอี้ใช้ความมุ่งมั่นแน่วแน่ของตัวเองบุกเข้ามาในพื้นที่เล็กๆ ของเธอ
เธอกับเขาคบกันอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนปีนี้
หลังจากที่เจียงอี้จีบเธอติดก็อยากเปิดตัว แต่เธอไม่เห็นด้วย
เข้าวงการบันเทิงมานานขนาดนี้ เธอเองก็เข้าใจหลายเหตุผล
ถ้าดาราในกระแสสองคนเปิดตัวคบกัน มีแต่จะเสียหายหนักทั้งคู่
โดยเฉพาะฝ่ายชาย
เธอไม่อยากให้หน้าที่การงานของเขาถูกทำลาย
“ไม่มีโอกาสแล้วเหรอ” เจียงอี้จ้องเธอเขม็ง พูดด้วยเสียงแหบแห้ง “ฉันเปิดตัวตอนนี้ได้เลยจริงๆ นะ ฉันไม่แคร์เรื่องพวกนั้น ทำไมเธอต้องเอาแต่ห้ามฉันด้วย”
“นายอย่าทำด้วยอารมณ์สิ” อวิ๋นเหอเย่ว์ถอนหายใจ “แฟนคลับของนายไม่สำคัญแล้วเหรอ พวกเขาอยู่กับนายมาตั้งแต่เดบิวต์จนโด่งดังเป็นดารายอดนิยม นายทอดทิ้งความฝัน ทอดทิ้งพวกเขา ฉันจะยิ่งดูถูกนาย”
เจียงอี้ถาม “เธอก็เลยอยากให้ฉันทำผิดต่อเธอ”
“ไม่ใช่การทำผิด” อวิ๋นเหอเย่ว์ส่ายหน้า “ก็แค่พวกเราคบกันตอนนี้มันไม่เหมาะสม”
…
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
มีรถยนต์คันหนึ่งจอดที่หน้าบ้าน
เจียงอี้เดินลงบันได สีหน้าอิดโรย
“ถูกไล่ออกมาเหรอ” ผู้จัดการส่วนตัวตกใจ “นายก็มีวันนี้ด้วยเหรอ”
เรื่องที่เจียงอี้กับอวิ๋นเหอเย่ว์คบกันไม่ใช่ความลับอะไรในสตูดิโอของทั้งสองฝ่าย
“ไม่ใช่” เจียงอี้ตอบ น้ำเสียงแหบแห้ง “พวกเราเลิกกันแล้ว”
ผู้จัดการส่วนตัวตกใจ บุหรี่จี้โดนมือ “ว่าไงนะ”
เขารู้ว่าเจียงอี้รุกจีบอวิ๋นเหอเย่ว์หนักขนาดไหน
“บทจะเลิกก็เลิกกันเลยเหรอ”
เจียงอี้เงียบไปสักพัก เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้ฟังทั้งหมด
ผู้จัดการส่วนตัวก็เงียบไป “เธอพูดถูก”
เจียงอี้เงยหน้า “ทำไมถึงถูก”
“นายลองคิดดูนะ นายให้อะไรเธอได้บ้าง” ผู้จัดการส่วนตัวสูบบุหรี่ พูดเสียงขรึม “ฉลากที่แปะอยู่บนตัวนายมีแต่ดารายอดนิยม ดารายอดนิยม ต้องพึ่งพาแฟนคลับ เว้นเสียแต่นายจะออกจากวงการ”
เจียงอี้ไม่แคร์ “ก็ใช่ว่าจะไม่ได้”
“ล้อเล่นจริงๆ สินะ” ผู้จัดการส่วนตัวโมโหจนหัวเราะ “ตอนแรกนายเข้าวงการนี้เพื่ออะไร เพื่อไล่ตามความฝัน อีกทั้งนายในตอนนี้ก็ยังไปไม่ถึงตำแหน่งเดียวกับราชาภาพยนตร์ซัง”
“ตราบใดที่นายยังไม่ยืนอยู่บนจุดสูงสุด นายก็หยุดคำวิจารณ์ที่มารบกวนเธอไม่ได้หรอก”
“เอาเป็นว่านายยังไม่มีความสามารถมากพอ ไว้รอนายมีความสามารถนั้นก่อนค่อยคุยเรื่องอื่น”
เจียงอี้กำมือแน่นอีกครั้ง “งั้นผมควรทำยังไง”
“วันที่ห้าเดือนหน้าจะมีการสัมภาษณ์ครั้งแรกภาพยนตร์ของผู้กำกับปั๋ว” ผู้จัดการส่วนตัวพูด “ฉันต้องการให้นายเอาบทพระเอกมาให้ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”
บทพระเอกในภาพยนตร์เรื่องใหม่ของผู้กำกับปั๋วมีสิบแปดตัวตน ถือเป็นการท้าทายทักษะการแสดงอย่างมาก
แต่ถ้าทำสำเร็จก็มีลุ้นรางวัลแน่นอน
“จากนั้นล่ะ” เจียงอี้ดวงตาแดงก่ำ
“สามปี” ผู้จัดการส่วนตัวตอบ “นายใช้เวลาสามปีเพื่อบอกทุกคนว่านายไม่ได้พึ่งกลยุทธ์ทางการตลาด ไม่ได้พึ่งกระแส พึ่งแค่ความสามารถของตัวเอง”
“สามปี นายคว้ารางวัลราชาภาพยนตร์ระดับนานาชาติ นายยืนรับรางวัลบนเวที หันหน้าบอกคนทั้งโลกในสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจได้”
“แบบนั้นนายก็จะไม่รู้สึกผิดต่อแฟนคลับ และก็ไม่รู้สึกผิดต่อตัวเอง”
“สามปีก็เพียงพอให้คุณอวิ๋นมุ่งหน้าสู่รางวัลแกรมมี่ได้แล้ว” ผู้จัดการส่วนตัวพูดต่อ “พอพวกนายสองคนได้รับรางวัลระดับนานาชาติทั้งคู่ ความสามารถเป็นที่การันตี พอถึงตอนนั้นใครยังจะขวางพวกนายได้อีก”
เจียงอี้ตัวเกร็ง ดวงตาเบิกโพลง “พี่…”
“ทั้งๆ ที่คุณอวิ๋นเด็กกว่านาย แต่กลับมองได้ทะลุปรุโปร่งกว่า” ผู้จัดการส่วนตัวโมโห “ทำไมฉันถึงปลุกปั้นเด็กโง่อย่างนายนะ”
พอได้ยินแบบนี้เจียงอี้ก็เหลือบมองเขา
ผู้จัดการส่วนตัวรีบยกมือขึ้น “ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”
เจียงอี้หลุบตาลง สายตาเคร่งขรึม
เขาเริ่มตั้งใจคิดอย่างจริงจัง
เขากับอวิ๋นเหอเย่ว์คบกันมาสี่เดือนแล้ว ใช่ว่าจะไม่เคยถูกถ่ายภาพได้
บางครั้งในเน็ตก็จะมีข่าวซุบซิบออกไปว่า ‘เรื่องรักๆ ของดาราแฟนคลับสามสิบล้าน’ แต่ก็ถูกกลบข่าวไปอย่างรวดเร็ว
ไม่มีอะไรมาการันตีได้ว่าจะไม่ปรากฏข่าวแบบนี้อีก
ปล่อยเป็นแบบนี้ต่อไปย่อมไม่ใช่วิธี
เลิกกันใช่ว่าจะเป็นเรื่องเลวร้าย
เจียงอี้กำมือแน่น พิมพ์ข้อความอย่างยากลำบาก
[รอฉันนะ รอฉันสามปี]
…
เช้าวันต่อมา
อวิ๋นเหอเย่ว์ตื่นแปดโมงเช้าไปหาอิ๋งจื่อจิน
อิ๋งจื่อจินว่างทุกวัน กิจกรรมบันเทิงมีแค่อ่านหนังสือ
ท้องเจ็ดเดือน แต่รูปร่างของเธอยังคงสะโอดสะอง
อวิ๋นเหอเย่ว์วางของบำรุง เดินเข้าไปค่อยๆ กอดอิ๋งจื่อจิน “พี่คะ”
“เป็นอะไรไป” อิ๋งจื่อจินลูบหัวอวิ๋นเหอเย่ว์ “ท่าทางเสียใจขนาดนี้”
อวิ๋นเหอเย่ว์พูดเสียงอึมครึม “ฉันเลิกกับเขาแล้ว”
อิ๋งจื่อจินขมวดคิ้ว “เพราะกระแสในเน็ตเหรอ”
“ไม่ใช่ค่ะ” อวิ๋นเหอเย่ว์ส่ายหน้าเบาๆ “เพราะมันไม่ใช่เวลาเหมาะสม”
“พวกเรายังไม่เติบโต เลิกกันตอนนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแย่” เธอยิ้ม “เขามีความฝันของเขา ฉันก็มีของฉัน ถ้าแม้แต่ความฝันยังทำไม่สำเร็จ จะเป็นที่พักพิงของอีกฝ่ายได้ยังไง”
อิ๋งจื่อจินเงียบไปชั่วขณะ ถอนหายใจเบาๆ “เหอเย่ว์โตแล้ว”
“อีกอย่าง ฉันยังอยากได้รางวัลแกรมมี่นะคะ” อวิ๋นเหอเย่ว์ล้อเล่น แต่ดวงตากลับเริ่มแดง “ผู้ชายมีแต่จะทำให้ฉันก้าวหน้าช้าลง”
ถึงแม้จะพูดแบบนั้น แต่หัวใจของเธอก็เจ็บปวดเหมือนมีเข็มทิ่มแทง
เลือกที่จะเลิกกัน มีเหรอจะไม่ใช่การตัดสินใจอันยากลำบากสำหรับเธอ
อวิ๋นเหอเย่ว์นั่งเป็นเพื่อนอิ๋งจื่อจินสักพักถึงออกไป
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เห็นข้อความของเจียงอี้
ดวงตาวูบไหวเล็กน้อย ตอบข้อความ
[ได้]
ในสามปีนี้เธอกับเขาจะแยกย้ายไปทำตามความฝัน
เจอกันตอนตกต่ำ พบอีกครั้งเมื่อถึงจุดสูงสุด
…
เพียงชั่วพริบตาเวลาผ่านไปอีกสองเดือนกว่า
สำหรับซีนาย ช่วงหลายเดือนมานี้จะว่าเร็วก็ไม่เร็ว จะว่าช้าก็ไม่ได้ช้า
แต่ละวันชีวิตเธอก็มีอยู่แค่สองสถานที่
แต่บทสนทนาของเธอกับเขาหยุดอยู่ที่เดือนมีนาคม
นอร์ตันหายไปแล้วแปดเดือนเต็มๆ
ซีนายรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนที่จะกระตือรือร้นก่อน โดยเฉพาะหลังจากที่ตระหนักได้ว่าตัวเองมีใจให้นอร์ตัน
ทุกครั้งที่กดเปิดหน้าต่างสนทนาของเขา หัวใจของเธอก็จะว้าวุ่น
แอบรักมักเป็นอาการกระวนกระวายของคนคนหนึ่ง
แต่เมื่อตั้งสติได้ ซีนายก็กำลังคิดเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง
เขาอยู่โลกเล่นแร่แปรธาตุจะเกิดปัญหาอะไรหรือเปล่า
ก่อนหน้านี้เธอเคยแอบตะล่อมถามอิ๋งจื่อจิน แต่คำตอบที่ได้ก็คือไม่มี
หรืออาจเป็นไปได้ว่าเขาก็แค่ลืมเธอไปแล้ว
แบบนั้นก็ดี เวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง
หรือผ่านไปอีกระยะหนึ่ง ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาก็อาจค่อยๆ หมดไปก็เป็นได้
“ฉันลาหยุดแล้ว” ซีนายยืนขึ้น “คนในครอบครัวฉันน่าจะคลอดในช่วงไม่กี่วันนี้ ฉันต้องกลับไปดูหน่อย”
“หา?” ชาร์ล็อตเงยหน้า “คนในครอบครัวเหรอคะ ใครเหรอคะอาจารย์ซีนาย”
“หลานสาวของฉัน” ซีนายไม่ได้พูดชื่ออิ๋งจื่อจิน ยิ้มพลางพูด “ท้องแฝดชายหญิงด้วยนะ”
“ว้าว งั้นก็ยินดีด้วยค่ะ” ชาร์ล็อตก็ดีใจมาก “ท้องแฝดชายหญิงความหมายดีมากเลยนะคะ แต่ว่าอาจารย์ซีนาย หลานสาวของอาจารย์มีลูกแล้ว อาจารย์ยังโสดอยู่ มันไม่ค่อยดีหรือเปล่าคะ”
ซีนายสีหน้าชะงัก “เรื่องแบบนี้แล้วแต่โชคชะตา”
“คนในศูนย์วิจัยที่มาจีบอาจารย์ซีนายก็มีอยู่ไม่น้อยนะคะ” ชาร์ล็อตพูด “ถึงเวลาคิดเรื่องใหญ่ในชีวิตให้ดีๆ แล้วนะคะ”
ซีนายยิ้ม “ฉันจะลองคิดดูนะ”
เธอลากสัมภาระไปขึ้นเครื่องบิน
พอมาถึงตี้ตูเธอก็ได้รับข้อความจากเซ่าอิ่ง
[น้าเล็กครับ พี่ผมเพิ่งเข้าโรงพยาบาล]
ซีนายจึงตรงไปที่โรงพยาบาล
มีคนอออยู่หน้าห้องผ่าตัดจำนวนไม่น้อย
“ซีนายผอมลงไปนะ” ซู่เวิ่นกอดซีนาย แอบปวดใจ “อย่าหักโหมให้มากนักสิ มันไม่ดีต่อสุขภาพ”
“พอไหวค่ะ” ซีนายตอบ “ฉันตั้งใจกินข้าวด้วยนะคะ”
ก็แอปฯ นั่นเล่นเตือนเธออยู่ตลอด
ขณะที่ซีนายพูดก็ทำเหมือนมองไปรอบๆ แต่ไม่เจอคนที่เธออยากหา
เธอแปลกใจ
เรื่องอะไรกันที่ทำให้นอร์ตันพลาดแม้แต่เรื่องสำคัญของอิ๋งจื่อจิน
“สวรรค์คุ้มครอง ขอให้ปลอดภัยด้วย” ซู่เวิ่นประนมมือ “ช่วยคุ้มครองเยาเยาของพวกเราด้วย”
ลูเอลนั่งไม่ติด เขามองฟู่อวิ๋นเซินที่อยู่ข้างๆ เห็นเหงื่อบนหน้าผากจึงพูดขึ้น “ไม่ต้องกังวลไปหรอก”
หมอทำคลอดถูกเชิญมาจากเมืองแห่งโลกโดยเฉพาะ อุปกรณ์ต่างๆ ก็ตั้งใจเคลื่อนย้ายมาที่นี่ด้วย
ครึ่งชั่วโมงต่อมาประตูห้องผ่าตัดก็เปิดออก
“ยินดีด้วยครับ” หมอยิ้ม “คุณแม่และเด็กทั้งสองปลอดภัยดีครับ”
ร่างกายของฟู่อวิ๋นเซินถึงได้ผ่อนคลายลง
เขาเดินผ่านหมอเข้าไปในห้องผู้ป่วยทันที
หมอเรียกเขาให้ดูทารกน้อยทั้งสองที่เพิ่งคลอดไม่ทัน
สุดท้ายก็เป็นซู่เวิ่นกับลูเอลที่รับมา
ซู่เวิ่นอุ้มพี่ชาย ลูเอลอุ้มน้องสาว
ทารกน้อยทั้งสองเป็นฝาแฝดชายหญิง หน้าตาละม้ายคล้ายกันมาก
ลูเอลก้มมอง ขมวดคิ้ว “ทำไมถึงหน้ายับยู่ยี่เหมือนลิงล่ะ”
“เด็กเพิ่งเกิดก็แบบนี้ เดี๋ยวก็คลายออก” ซู่เวิ่นตำหนิเขาทางสายตา “จื่อจินก็เป็น คุณก็ไม่ชอบด้วยหรือไง”
ลูเอล “…”
เขาไม่กล้าพูดอะไรแล้ว
ลูเอลเล่นกับเด็กทารกในอ้อมกอด “นี่ตาเองนะ”
ทารกน้อยเปลี่ยนสีหน้า ทันใดนั้นก็ “อุแว้” แผดเสียงร้องไห้
ลูเอลตกใจลนลานขึ้นมาทันที “ไม่ร้องนะไม่ร้อง นี่ตาเอง ไม่ใช่สัตว์ประหลาด”
“ดูคุณสิ ไม่รู้จักระวังเลย” ซู่เวิ่นก็พูดกับหลานชายในอ้อมกอด “คุณตาแย่ขนาดนี้ วันหน้าหนูไม่ต้องสนใจเนอะ”
แฝดพี่นิ่งมาก พอเกิดมาก็ไม่ร้องไม่งอแง
ภายในห้องผู้ป่วย
พอฟู่อวิ๋นเซินเข้าไปก็เห็นอิ๋งจื่อจินสวมรองเท้าแตะยืนขึ้น
เขาสีหน้าเปลี่ยน “เยาเยา”
“ฉันไม่เป็นไรจริงๆ” อิ๋งจื่อจินเหลือบมองเขา “นายทำแบบนี้เหมือนสงสัยในความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี”
เธอขยับข้อมือ เลิกคิ้วพูด “มา งั้นเรามาสู้กัน เรี่ยวแรงของฉันเต็มเปี่ยม”
“เหลวไหล” ฟู่อวิ๋นเซินจับข้อมือเธอ สายตาอ่อนลง
เขากอดเธอ พูดด้วยเสียงแหบแห้ง “ขอบคุณนะ”
ขอบคุณที่ให้ครอบครัวกับฉัน
…
เมื่อทารกน้อยสองคนเกิดมาก็กลายเป็นคนโปรดของทั้งครอบครัวอย่างรวดเร็ว
เดิมทีพอเกิดมาก็แจ้งชื่อลงในทะเบียนบ้านได้ทันที แต่กลับตั้งชื่อไม่ได้สักที
“พ่อกับแม่ทะเลาะกันอีกแล้ว” อิ๋งจื่อจินฟุบบนราวกั้น “เมื่อก่อนพวกเขาไม่ทะเลาะกัน”
พอมีผู้ใหญ่เยอะ ตั้งชื่อเลยกลายเป็นปัญหา
ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผล ไม่มีใครยอมใคร
น่าสงสารเด็กทารกทั้งสองคนที่ครึ่งเดือนมาแล้วก็ยังไม่มีชื่อ
ฟู่อวิ๋นเซินยิ้ม “เยาเยา ใช้แซ่เธอดีไหม”
“ยังไงก็ได้” อิ๋งจื่อจินไม่แคร์เรื่องแบบนี้ เธอเท้าศีรษะ “แซ่อะไรก็ได้ ใครบอกกันว่าคนคนนึงต้องมีแค่แซ่เดียว”
สำหรับเธอ ชื่อเป็นเพียงแค่คำแทนตัว
“อืม” ฟู่อวิ๋นเซินลูบศีรษะเธอ “งั้นเธอตั้งเองไหม”
“ฉันตั้งไม่เก่ง ขี้เกียจด้วย”
“…”
ฟู่อวิ๋นเซินลงไปชั้นล่าง เดินเข้าห้องรับแขก
บนพื้นเต็มไปด้วยกระดาษ
ฟู่อวิ๋นเซินเลิกคิ้ว “ยังตั้งชื่อไม่ได้เหรอครับพ่อ”
ลูเอลทำเสียงหึ “ก็แม่ไม่เอาสักชื่อ”
เขาเปิดพจนานุกรมอักษรในมือจนเปื่อยหมดแล้ว
“อวิ๋นเซิน มานี่เร็ว” ซู่เวิ่นกวักมือเรียก “พวกเรากำลังปรึกษาเรื่องชื่อกันอยู่”
ฟู่อวิ๋นเซินเดินเข้าไปนั่งลง
มือข้างหนึ่งของเขาอุ้มลูกสาว อีกข้างอุ้มลูกชาย
“คิดดูนะ ฟู่อันหรานไม่ดีตรงไหน” ลูเอลฟ้อง “เพราะจะตาย”
ซู่เวิ่นพูด “ก่อนหน้านี้มีการสำรวจประชากร ชื่ออันหรานอยู่ร้อยอันดับแรก”
ลูเอล “…”
เขาหันไปทำหน้าบึ้ง “นายเป็นพ่อให้ความเห็นหน่อยสิ”
“อ๋า ผมเหรอ” ฟู่อวิ๋นเซินยิ้ม “ผมคิดไว้นานแล้วครับ”
เขารับปากกามาเขียนสองชื่อบนกระดาษ
เฉียนอวี่
ฉางเล่อ
เฉียนอวี่มอบความอบอุ่น ฉางเล่อสุขนิรันดร์
ใช้วิธีที่เรียบง่ายแสดงออกถึงความรักของฉัน ขอให้เธอมีความสุขตลอดชีวิตโดยไม่มีหยุดนิ่ง
…
ชื่อของเด็กทารกทั้งสองจึงเอาตามนั้น
ก็แค่ตอนเอาเข้าผังตระกูลฟู่กับตระกูลเรนเกลจะเขียนต่างกัน
ทางตระกูลฟู่ใช้แซ่ฟู่ ทางตระกูลเรนเกลย่อมใช้นามสกุลเรนเกล
สุดท้ายลูเอลก็ไม่พูดอะไร
เพราะเขาพบว่าสองชื่อที่ฟู่อวิ๋นเซินตั้งโดนใจเขามาก
“เฉียนอวี่นิ่งมาก” ซู่เวิ่นเล่นกับหลาน “ไม่เหมือนฉางเล่อ วันๆ ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน”
เด็กทารกน้อยสองคนอยู่ในเปลของตัวเอง
ฟู่เฉียนอวี่มองรอบตัวอย่างเงียบๆ สีหน้าสงสัย
ส่วนอีกด้าน ฟู่ฉางเล่อยื่นมือน้อยๆ ออกมาตลอด สองขาก็เอาแต่ถีบอากาศ ส่งเสียง “อี๊อ๊า” ดูตื่นเต้นมาก
“นิสัยของเฉียนอวี่น่าจะคล้ายจื่อจิน” ลูเอลพยักหน้า “ฉางเล่อร่าเริงก็ดี ดีทั้งคู่”
“ต้องจัดงานฉลองครบเดือนให้เด็กทั้งสองคนแล้วหรือเปล่า” ซู่เวิ่นนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ “เร็วเข้าๆ ไปเตรียมตัว”
ลูเอลได้ฟังก็ร้อนใจ “ใช่ๆๆ เรื่องพวกนี้ขาดไม่ได้”
“แม่จะไปแจ้งคุณเวิน” ซู่เวิ่นเดินออกไป “เชิญพวกเพื่อนๆ ของเยาเยากับฟู่อวิ๋นเซินมาให้หมดด้วย”
…
บนเวยปั๋ว
นับตั้งแต่อิ๋งจื่อจินกับฟู่อวิ๋นเซินประกาศอย่างเป็นทางการ กลุ่มแฟนคลับคู่จิ้นยาวิเศษก็เหมือนฉลองตรุษจีนกันทุกวัน
[มีความสุขจัง จะมีอะไรดีไปกว่าคู่จิ้นของตัวเองแจกลูกอมมงคลให้กินทุกวัน]
แฟนคลับคู่จิ้นอื่น : [พยายามขุดหาเรื่องมาจิ้น พวกเรา : คู่จิ้นมาเสิร์ฟเองเลยจ้า]
[อย่าลืมนะว่าประธานฟู่เข้ากลุ่มก่อนพวกเราอีก]
ก่อนหน้านี้ใครจะไปคิดว่าคู่จิ้นที่ตัวเองเชียร์จะแฝงตัวอยู่ในกลุ่มแฟนคลับด้วย
เวลานี้มีข้อความปักหมุดปรากฏขึ้น
[รายงานนน!]
[พวกเรามีองค์หญิงน้อยกับรัชทายาทน้อยแล้วจ้า!]