คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 23 ฟู่ฉางเล่อถูกรุมรัก นอร์ตันกับซีนายใช้ชีวิตร่วมกัน
- Home
- คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ
- บทเสริมตอนที่ 23 ฟู่ฉางเล่อถูกรุมรัก นอร์ตันกับซีนายใช้ชีวิตร่วมกัน
บทเสริมตอนที่ 23 ฟู่ฉางเล่อถูกรุมรัก นอร์ตันกับซีนายใช้ชีวิตร่วมกัน
[วีนัสกรุ๊ปมีกิจกรรมฉลองเด็กอายุครบหนึ่งเดือนมาอีกแล้ว!]
เนื่องจากฟู่อวิ๋นเซินเป็นห่วงสุขภาพของอิ๋งจื่อจินจึงยกเลิกพิธีแต่งงานรอบโลกที่เหลือ
ชาวเน็ตของหลายที่พากันเสียดายที่ไม่ได้ร่วมงาน
งานฉลองเด็กทารกอายุครบหนึ่งเดือนในครั้งนี้ทางวีนัสกรุ๊ปจึงเชิญทุกคนในโลกอีกครั้ง
กิจการใหญ่โต ล้างผลาญสักครั้งไม่เป็นไร
แฟนคลับในกลุ่มพากันฮือฮา
[อะไรนะๆ]
[มีลูกแล้วเหรอ!]
[โอ้โห เพิ่งไม่เจอกันนานเท่าไร มีองค์หญิงน้อยกับรัชทายาทน้อยแล้วเหรอ น้ำยาดีอะไรขนาดนี้!]
[ดูท่าพวกฟิกกับเคล็ดลับต่างๆ ที่ฉันรวบรวมส่งให้วีนัสกรุ๊ปจะทำประโยชน์ได้มาก]
[ประธานฟู่สุดยอดเลย]
[เทพอิ๋งก็สมกับเป็นเทพอิ๋ง เก่งทุกเรื่อง ไม่คุยละ ทุกคน ฉันไปลงชื่อก่อนนะ!]
[มีใครรู้บ้างว่าของประธานฟู่กี่นิ้ว]
[…]
หัวข้อสนทนาเริ่มเบี่ยงประเด็น
มีคนมาลงชื่อในเว็บไซต์เข้าร่วมงานฉลองครบรอบเด็กทารกอายุครบหนึ่งเดือนร่วมสิบล้านคน อีกทั้งยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
เนื่องจากเด็กทั้งสองคนยังไม่บรรลุนิติภาวะ ฟู่อวิ๋นเซินกับอิ๋งจื่อจินจึงไม่มีทางเปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับพวกเขา
ด้วยเหตุนี้บรรดาแขกเหรื่อที่ลงทะเบียนสำเร็จต่างถูกวีนัสกรุ๊ปจัดให้เข้าร่วมงานตามโรงแรมต่างๆ
ซิวอวี่กับพวกเจียงหรานย่อมไปที่บ้านตระกูลจี้
“พ่ออิ๋ง” ซิวอวี่วางของขวัญลง เข้าไปกอดอิ๋งจื่อจิน “ไม่เจอกันนานเลย”
หนึ่งปีที่ผ่านมานี้พวกเขาแยกย้ายไปทำตามหน้าที่ของตัวเอง
กิจการของตระกูลซิวที่อยู่ในความดูแลของซิวอวี่เจริญรุ่งเรืองขึ้นทุกวัน ทีมแข่งรถก็ก้าวกระโดดขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของโลก
“ใช่ ไม่เจอกันนานเลย” อิ๋งจื่อจินเงียบไปเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ฉันขอโทษเรื่องคุณพ่อของเธอนะ”
ซิวอวี่อึ้ง จากนั้นก็ส่ายหน้า “เธอเคยขอโทษฉันแล้ว อีกอย่างมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย พวกคนชั่วทำทั้งนั้น เธอไม่ต้องโทษตัวเองเรื่องนี้”
ซิวเซ่าหนิงหายตัวไปนานขนาดนั้น ไม่มีข่าวคราวแม้แต่น้อย
เดิมทีเธอก็คิดว่าพ่อคงตายไปแล้ว
แต่ตอนนั้นพอได้ยินกับหู ซิวอวี่ก็ยังคงเสียใจ
ก็แค่คาดไม่ถึงว่าพ่อเธอจะเป็นผู้วิเศษกลับชาติมาเกิด
ซิวอวี่ยิ้ม “ฉันภูมิใจในตัวพ่อของฉัน”
เคยมีคนคนหนึ่งที่รักเธอเท่าชีวิต และยังคอยปกป้องโลกใบนี้ที่เธออยู่อย่างเงียบๆ
เจียงหรานมองซิวอวี่ที่กอดอิ๋งจื่อจิน เขาเรียก “พ่ออิ๋ง ฉัน…”
“อย่าแม้แต่จะคิด”
“…”
“เฮ้อ น่าสงสารจริงๆ” ซีซาร์เหลือบมองเจียงหรานที่สะเทือนใจอย่างหนัก “พวกเราเหมือนกันอยู่อย่าง”
เจียงหรานไม่เข้าใจ “ตรงไหนที่เหมือนกัน”
“บอสเห็นผู้หญิงดีกว่า นายอย่าแม้แต่จะกอดขาเธอ”
เจียงหราน “…”
โว้ย
ซิวก็มาด้วย
เขาก็ยังคงติดค้างในใจเรื่องที่ฟู่อวิ๋นเซินแย่งอิ๋งจื่อจินไปจากเขา
ถึงขั้นที่แม้แต่คำว่าพี่ชายก็ขโมยไปด้วย
เขาแค้น
“แย่แล้ว จื่อจินยังมีพี่ชายอีกคน” ผู้เฒ่าจงสะใจ “เดิมทีแกก็ไม่มีที่ยืนอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งกระเด็นไปไกลกว่าเดิม”
อิ๋งเทียนลี่ว์ “…”
ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ ทันใดนั้นผู้เฒ่าจงก็พูดด้วยความโมโห “แฟนแกล่ะ ทำไมแกถึงห่วยแตกแบบนี้ จะสามสิบแล้วไม่ใช่เหรอ สามสิบแล้วแม้แต่แฟนก็ยังไม่มี ไปๆๆ ฉันไม่มีหลานชายแบบแก”
อิ๋งเทียนลี่ว์หัวจะปวด “คุณตา เรื่องแบบนี้มันต้องแล้วแต่พรหมลิขิต ผม…”
“พรหมลิขิตบ้าบออะไร” ผู้เฒ่าจงตัดสายทิ้งอย่างไม่ใยดี “แกมันห่วย ไม่ต้องพูดแล้ว”
อิ๋งเทียนลี่ว์อีกครั้ง “…”
ที่นั่งในงานจัดไว้เรียบร้อยแล้ว ทุกคนพากันไปนั่งที่
“มาค่ะ ทุกท่านกินไข่สีแดงก่อนนะคะ” ซู่เวิ่นยกมือ ยิ้มพลางพูด “ฉันทำตามสูตรอาหารของจีน ไม่รู้ว่ารสชาติใช้ได้หรือเปล่า”
ไข่สีแดงหรือเรียกอีกอย่างว่า ‘ไข่ครบเดือน’ เป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ในงานเลี้ยงฉลองเด็กทารกอายุครบหนึ่งเดือน มีความหมายที่เป็นสิริมงคล
“อร่อยมาก” หลิงเหมียนซียกนิ้วโป้งให้ “คุณป้าทำอาหารอร่อยมากค่ะ”
“อร่อยก็ดีแล้วจ้ะ” ซู่เวิ่นรู้สึกประสบความสำเร็จ “กินเยอะๆ เลยนะ ทำไว้เยอะมาก”
อาหารมื้อนี้กินกันอย่างอิ่มหนำสำราญ
ฉินหลิงเยี่ยนลูบท้อง เงยหน้าพูด “เหล่าฟู่ล่ะ ทำไมไม่เห็นเขา เรื่องสำคัญขนาดนี้เขาไม่มาเหรอ บอสไม่ต้องพูดแล้ว รีบเขี่ยเขาทิ้งเลย”
“เลี้ยงลูกอยู่ด้านหลัง”
ฉินหลิงเยี่ยนพ่นน้ำโค้ก
นี่กลายเป็น…พ่อบ้านเต็มตัวแล้วเหรอ
“ฉินหลิงเยี่ยน” มีเสียงเนือยพูดขึ้น “อย่าคิดว่าฉันไม่ได้ยินว่านายพูดอะไร”
“แค่กๆๆ!” ฉินหลิงเยี่ยนทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันที “เหล่าฟู่ ฉันไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น จริงๆ นะ ฉันเป็นแฟนคลับคู่จิ้นยาวิเศษตัวยง!”
ฟู่อวิ๋นเซินอุ้มเด็กทารกสองคน หันมองฉินหลิงเยี่ยนอย่างใจเย็น ไม่พูดอะไรอีก
หลิงเหมียนซีลองถาม “เอ่อคือ ขอฉันลองอุ้มได้ไหม”
“เอาสิ” อิ๋งจื่อจินพยักหน้า “ด้านซ้ายเฉียนอวี่ ด้านขวาฉางเล่อ”
“พ่ออิ๋ง จะไม่เป็นไรใช่ไหม” ซิวอวี่กังวล “ฉันได้ยินมาว่าเด็กหนึ่งเดือนไม่ควรสัมผัสกับคนเยอะๆ เดี๋ยวเชื้อโรคจะติดตัว”
“วางใจได้ พวกเขาแข็งแรงมาก มีกำลังภายในติดตัวด้วย” อิ๋งจื่อจินหาวหวอด “แข็งแรงกว่าพวกเธออีก เป็นห่วงตัวเองดีกว่า”
ทุกคน “…”
ก็จริง
อย่างไรเสียก็ลูกของผู้วิเศษเดอะเวิลด์กับผู้วิเศษเดวิล มีเหรอจะเป็นคนธรรมดา
พิสดารกันทั้งบ้าน
ครั้นแล้วฟู่เฉียนอวี่กับฟู่ฉางเล่อก็ถูกแบ่งให้คนสองกลุ่มอุ้ม
ฟู่เฉียนอวี่ถูกส่งไปให้ทางฝั่งแขกผู้ชาย ส่วนฟู่ฉางเล่อถูกแขกผู้หญิงอุ้ม
หลิงเหมียนซีมือไวตาไว แย่งอุ้มฟู่ฉางเล่อได้คนแรก
ฟู่ฉางเล่อซนกว่าเมื่อเทียบกับฟู่เฉียนอวี่
และก็เหมือนรู้สึกได้ว่าคนอุ้มเปลี่ยนไป จึงยื่นมือน้อยๆ ออกมา
“อยากจับมือเหรอ” หลิงเหมียนซีก็ยื่นมือให้ “ได้สิๆ”
ฟู่ฉางเล่อใช้มืออวบๆ ทำเป็นรูปหัวใจ
หลิงเหมียนซีถูกลูกศรรักปักอก สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ
ผ่านไปสักพักเธอถึงได้สติกลับมา พูดตะกุกตะกัก “อาอิ๋ง ลูกสาวเธอเพิ่งเกิดมาก็จีบคนเป็นแล้วเหรอ”
อิ๋งจื่อจินกำลังอ่านหนังสือพิมพ์ “ความสามารถพื้นฐานหรือเปล่า”
“หึ เก่งกว่าเนี่ยอี้เยอะเลย” หลิงเหมียนซีพึมพำ “ฉันไม่อยากได้แฟนแล้ว”
เนี่ยอี้ที่ได้ยินอย่างชัดเจน “…”
“อุ้มตั้งแปดนาทีแล้ว” ซิวอวี่ยื่นมือออกไป “ขอบ้าง ฉันก็อยากอุ้ม”
“ไม่ให้ ฉันไม่ให้” หลิงเหมียนซีกอดฟู่ฉางเล่อไว้แน่น “แปดนาทีแล้วไง ฉันอุ้มทั้งวันก็ยังไหว”
ซิวอวี่ “…”
โหย
ผู้หญิงคนนี้ไม่เล่นตามกติกา
ไหนว่าให้ทุกคนผลัดกันอุ้มไง
ซิวอวี่เซ็ง
ส่วนทางด้านฟู่เฉียนอวี่ ต่อให้เป็นอวี้เสวี่ยเซิงที่ปกติไม่แก่งแย่งชิงดีก็ยังเข้าร่วมศึกแย่งอุ้มครั้งนี้ด้วย
เจียงหรานเป็นจอมยุทธ์ แต่ก็ดูธรรมดาไปในทันทีเมื่ออยู่ท่ามกลางผู้วิเศษเหล่านี้
อย่าว่าแต่เรื่องอุ้ม แม้แต่ลูบคลำก็ยังไม่ได้สัมผัส
เจียงหรานหันไปอย่างเกร็งๆ พูดแนะนำซิวอวี่ “เอาแบบนี้สิ ถ้าเธอชอบก็มีเองสักคน แค่นั้นก็ได้อุ้มแล้ว ฉันช่วยหาแฟนให้เอาไหม แต่เธอดุแบบนี้ก็หาแฟนยากหน่อยนะ”
“นายยุ่งอะไรด้วย” ซิวอวี่แสยะยิ้ม “ฉันคนเดียวก็มีเองได้”
เจียงหราน “?”
เขาไม่เข้าใจจริงๆ “เธอเคยเรียนชีวะหรือเปล่า เธอไม่มีสเปิร์มจะตั้งท้องได้ยังไง”
“ไม่เคยได้ยินโครงการคุ้มครองอารยธรรมมนุษย์หรือไง” ซิวอวี่ชูโทรศัพท์มือถือ “ฉันไปเลือกสเปิร์มเจ๋งๆ จากคลังพันธุกรรมก็ท้องเองได้แล้ว”
“ยังไงซะวิทยาการทางการแพทย์ที่พ่ออิ๋งก็เจริญก้าวหน้า ระหว่างท้องไม่มีทางแพ้หนักหรือทิ้งอาการไม่ดีอะไรไว้ ฉันแค่อยากได้ลูก ไม่เอาหรอกผู้ชาย ไปให้ไกลๆ เลย”
เจียงหรานช็อกอย่างรุนแรง
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าทำแบบนี้ได้ด้วย
หลิงเหมียนซีไม่คิดจะปล่อยฟู่ฉางเล่อให้ใครอุ้ม
แต่กลับถูกตี้อู่เย่ว์แย่งไปตอนเผลอ
หลิงเหมียนซีกัดฟันพูด “ตี้ อู่ เย่ว์!”
ตี้อู่เย่ว์พยากรณ์ได้ว่าหลิงเหมียนซีเหม่อ ถึงได้ลงมือ
ในที่สุดก็ได้อุ้มฟู่ฉางเล่อ ตี้อู่เย่ว์ดวงตาเปล่งประกาย “ว้าว น่ารักจังเลย!”
เธอเอานิ้วจิ้มแก้มฟู่ฉางเล่อด้วยความระมัดระวัง ความรักของแม่ท่วมท้นขึ้นมาทันที “น่ารักมากเลย จะน่ารักเกินไปแล้ว”
สองมือของฟู่ฉางเล่อจับนิ้วชี้ตี้อู่เย่ว์ ยิ้มตาหยี พ่นน้ำลายอย่างมีความสุข
หัวใจของตี้อู่เย่ว์ละลาย อยากเอามือประคองใบหน้าน้อยๆ “ทำไมถึงได้มีเด็กน้อยที่น่ารักขนาดนี้นะ”
เธอเองก็เคยเห็นเด็กทารกมาไม่น้อย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นเด็กทารกอย่างฟู่ฉางเล่อ
ตามคาด เด็กทารกน้อยทั้งสองต่างได้พันธุกรรมชั้นยอดมาจากอิ๋งจื่อจินกับฟู่อวิ๋นเซิน
อีกด้านหนึ่ง ซีซาร์ที่ได้อุ้มฟู่เฉียนอวี่เหมือนกันก็เริ่มหยอกล้อ “ไหน ยิ้มหน่อยซิ”
ฟู่เฉียนอวี่มองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแวบหนึ่ง ไม่สนใจ
เขาหลับตา หันตัวหนี เอาก้นให้ซีซาร์
“…”
ซีซาร์ช็อก “หลานไม่ชอบฉันหรือเปล่า”
เขาเป็นคนที่เด็กเกลียดเหรอ
แบบนั้นเขายังจะได้พึ่งบารมีลูกไหม
“ไม่ใช่” ฟู่อวิ๋นเซินเหลือบตาขึ้น พูดอย่างใจเย็น “เขาก็ไม่สนใจฉันเหมือนกัน”
“…”
ซีซาร์เหมือนได้รับการปลอบโยนอยู่บ้าง
“ฉันอุ้มเอง” อิ๋งจื่อจินรับฟู่เฉียนอวี่มาจากมือซีซาร์ “เฉียนอวี่เลือกหน้าตา”
ราวกับเป็นการยืนยันคำพูดของเธอ ฟู่เฉียนอวี่ที่อยู่ในอ้อมกอดลืมตาแป๋ว ซุกอกอิ๋งจื่อจิน
ดวงตาของเขาเป็นสีน้ำเงินแตกต่างจากฟู่ฉางเล่อ
ฟู่อวิ๋นเซินนั่งลงข้างอิ๋งจื่อจิน “ฉันแอบกังวล”
อิ๋งจื่อจินกล่อมฟู่เฉียนอวี่พลางถาม “กังวลอะไร”
“กังวลว่าถ้าเขาดูแต่หน้าตา อีกหน่อยจะหาแฟนไม่ได้” ฟู่อวิ๋นเซินพูด “ยังไงซะก็เอาแม่เป็นมาตรฐาน”
อิ๋งจื่อจินครุ่นคิด “มีเหตุผล”
คนอื่นๆ “…”
ครอบครัวนี้เหมือนไม่อยากให้พวกเขามีชีวิตอยู่ต่อแล้ว
หลังจากกล่อมฟู่เฉียนอวี่จนหลับเสร็จอิ๋งจื่อจินก็ส่งให้ฟู่อวิ๋นเซินแล้วลุกขึ้น “อาคะ เซ่าอิ่ง และก็พี่เสี่ยวหลี ฉันจะตามไปที่ประเทศจีด้วย ฉันพักมาพอแล้ว จะไปช่วยทำโปรเจ็กต์”
“ไม่รีบ” ซีนายจิ้มแก้มฟู่ฉางเล่อ “อาอิ๋ง อยู่กับลูกให้มากๆ ไปก่อน”
“โปรเจ็กต์ที่ฉันเสนอจะปล่อยให้ทุกคนทำกันอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกค่ะ” อิ๋งจื่อจินส่ายหน้าเบาๆ “วันหยุดเสาร์อาทิตย์ฉันค่อยกลับตี้ตู”
การคมนาคมระหว่างประเทศจีกับตี้ตูสะดวกมาก
เธอเองก็มีมอเตอร์ไซค์เวหาอยู่หลายคัน พร้อมใช้งานตลอดเวลา
ฟู่อวิ๋นเซินถอนหายใจ “ดูพวกเราพ่อลูกสิ น่าสงสารจริงๆ คืนนี้แม่จะบินไปไกลแล้ว”
อิ๋งจื่อจินหยุดเดิน กอดอกเหลือบมองเขา “เดี๋ยวสุดสัปดาห์ฉันก็กลับ”
“อืม งั้นฉันจะไปหาวันธรรมดา”
“…”
อิ๋งจื่อจินก้มตัวอุ้มฟู่เฉียนอวี่กับฟู่ฉางเล่ออีกรอบ “ไว้เราสองคนโตเมื่อไรแม่คงพาออกไปท่องจักรวาลได้พอดี”
ไปดูว่าจักรวาลที่แท้จริงยิ่งใหญ่โชติช่วงขนาดไหน
…
ไม่กี่วันต่อมา
ประเทศจี
ศูนย์วิจัยยานอวกาศข้ามจักรวาล
คณบดีนอร์แมนเพิ่งทราบว่าอิ๋งจื่อจินมาแล้ว แถมยังหลังจากที่ผ่านงานฉลองครบรอบหนึ่งเดือนของฟู่เฉียนอวี่กับฟู่ฉางเล่อ
เขาเสียใจมาก “ลูกศิษย์ ทำไมไม่บอกอาจารย์ล่ะ อาจารย์ไม่ได้ไปเลย!”
“หนูเรียกแล้วนะคะ” ซีนายตอบ “แต่อาจารย์ไม่ได้ยิน เอาแต่ทำการทดลอง”
คณบดีนอร์แมน “…”
เขาน้อยใจ
“ลูกศิษย์ เธอมีอยู่เรื่องที่ทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไร” คณบดีนอร์แมนทอดถอนใจ “ศิษย์น้องของเธอมีลูกแล้ว แถมยังตั้งสองคน ทำไมเธอยังโสดจนถึงตอนนี้ล่ะ”
มือของซีนายชะงัก
นึกถึงหน้าต่างสนทนานั้นที่ไม่มีความเคลื่อนไหวมาแปดเดือนแล้ว
เธอหลุบตาลง ไม่พูดอะไร
“อาจารย์ได้ยินมาว่าอัลฟอนโซที่อยู่กลุ่มเอตามจีบเธอไม่ใช่เหรอ” คณบดีนอร์แมนพูดต่อ “เขาก็ตามจีบมากว่าครึ่งปีแล้วหรือเปล่า อาจารย์ว่าเขาก็ดูใช้ได้นะ ลองคบกันดูสิ”
“อายุตั้งยี่สิบเจ็ดแล้ว ควรมีแฟนได้แล้ว ไม่ได้กะให้ถึงขั้นแต่งงานทันที”
ซีนาย “ไม่ฟังๆ ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น”
คณบดีนอร์แมน “…”
พอซีนายออกจากห้องทำงานของคณบดีนอร์แมนก็รับสาย
“สวัสดีค่ะคุณนายชาร์ลี”
เมื่อเดือนที่แล้วเธอแก้ปัญหาสำคัญของยานอวกาศข้ามจักรวาลได้สำเร็จ ทางศูนย์วิจัยจึงให้บ้านเธอหนึ่งหลังเป็นรางวัล
แต่ปกติเธอพักอยู่ในศูนย์วิจัย มีแค่วันสุดสัปดาห์ถึงจะไปพักที่นั่นบ้าง บ้านหลังนี้จึงถูกทิ้งว่าง
ซีนายตัดสินใจปล่อยเช่า จะได้มีรายได้จากการเก็บค่าเช่าขึ้นมาหน่อย
ครั้นแล้วเธอจึงฝากคุณนายชาร์ลีที่เป็นเพื่อนบ้านและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ให้ช่วยหาคนเช่า
ไว้ถึงเวลาจะเอาเงินไปช่วยค่านมผงของฟู่เฉียนอวี่กับฟู่ฉางเล่อ
เธอเองก็ชอบเด็ก แต่ไม่ได้คิดจะมีเอง
“คุณซีนายคะ คือแบบนี้ค่ะ เมื่อหลายวันก่อนคุณซีนายอยากหาคนมาเช่าบ้านใช่ไหมคะ” คุณนายชาร์ลีพูด “พอฉันปล่อยข่าวออกไปก็มีคนนัดขอมาดูบ้านแล้วค่ะ เป็นวันพรุ่งนี้เช้า”
“คุณซีนายสะดวกเวลานี้ไหมคะ”
“ได้ค่ะ” ซีนายลองดูเวลา “รบกวนด้วยนะคะคุณนายชาร์ลี”
“ยินดีค่ะ” คุณนายชาร์ลียิ้ม “คุณซีนายคะ มีพวกคนหนุ่มย้ายมากันอีกแล้ว ถ้ามีเวลาว่างก็ออกไปเดินข้างนอกบ่อยๆ นะคะ ประเทศจีโรแมนติกขนาดนี้ ถ้าไม่มีแฟนคงเสียดายแย่”
พอสิ้นสุดการสนทนาซีนายก็ถอนหายใจ
เธอล่ะยอมใจ
เจอใครก็เอาแต่เร่งให้เธอมีแฟน
คุณนายชาร์ลียิ่งแล้วใหญ่ พยายามจัดแจงให้เธอไปพบปะคนนั้นคนนี้ในละแวกเพื่อนบ้าน
แต่เธอก็ปฏิเสธหมด
ซีนายเริ่มคิดอย่างจริงจัง หรือเธอควรลองมีแฟนจริงๆ
เธอกลับไปที่ห้องใต้ดินชั้นสาม เริ่มทำโปรเจ็กต์ต่อ
ชาร์ล็อตเบ้ปากใส่เธอ กระซิบบอก “อาจารย์ซีนายคะ อาจารย์อัลฟอนโซมาอีกแล้วค่ะ”
“หืม?” ซีนายเงยหน้าก็เห็นผู้ชายร่างสูงใหญ่ยืนอยู่หน้าประตูกระจกแล้วเคาะเบาๆ
พอเห็นเธอมองมาเขาก็ยิ้มให้
อัลฟอนโซมีรูปลักษณ์ที่ดีมาก กอปรกับเขาเป็นถึงศาสตราจารย์ เป็นชายในฝันของสาวๆ ในศูนย์วิจัยหลายคน
ซีนายนึกถึงคำพูดของคณบดีนอร์แมนกับคุณนายชาร์ลี เธอครุ่นคิดเล็กน้อย สุดท้ายก็เดินออกไป
“อาจารย์ซีนาย” อัลฟอนโซก็ตกใจที่เธอเป็นฝ่ายเดินออกมาก่อน แต่เขาก็ตั้งสติได้เร็ว “พรุ่งนี้เย็นมีงานคอนเสิร์ต สนใจไปไหมครับ”
ขณะพูดเขาก็ยื่นตั๋วให้สองใบ “ผมอยากชวนคุณกินข้าวด้วย”
เหนือความคาดหมายของอัลฟอนโซอีกครั้ง ครั้งนี้ซีนายไม่ปฏิเสธ เธอรับมา “ค่ะ ไว้เจอกันตรงทางเข้านะคะ”
เธอดูเวลา ดูคอนเสิร์ตเสร็จก็แค่สามทุ่ม
ไม่ถือว่าเย็นเกินไป
ไม่ว่าอย่างไรเป็นผู้หญิงอยู่ข้างนอกก็อันตราย
ถึงแม้เธอจะมีอาวุธติดตัวอยู่ไม่น้อย แต่ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน
ชาร์ล็อตมองซีนายที่เดินกลับมา เธอตื่นเต้นมาก “อาจารย์ซีนายยอมเปิดใจแล้วเหรอคะ”
เธอว่าแล้ว คนสวยขนาดนี้จะปล่อยให้อุทิศตนเพื่องานวิจัยไปจนตายได้ยังไง
“เปิดใจแล้ว” ซีนายพูดเสียงเบา “ลองดูหน่อยแล้วกัน”
ชีวิตนี้เธออาจไม่ได้เจอใครบางคนอีกแล้วก็ได้
เธอเองก็ต้องรู้จักปล่อยวางจากอดีตบ้าง
เวลาจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง
ซีนายคิด
เธอชอบคนคนหนึ่งเป็นครั้งแรก แต่ก็จบด้วยความล้มเหลว
น่าสงสารจัง
…
วันต่อมา
ซีนายไปหมู่บ้านที่อยู่ข้างศูนย์วิจัยแต่เช้าตรู่
บ้านหลังใหญ่มาก อยู่หลายสิบคนก็ยังสบาย
ซีนายปล่อยหุ่นยนต์ดูดฝุ่นลงพื้นหลายตัว
นี่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เธอทำเล่นยามว่าง
หุ่นยนต์ส่งเสียงกุกกักเริ่มกวาดพื้นไปทั่วทุกทิศทาง
สิบนาทีต่อมาก็มีเสียงกริ่งประตูดังขึ้น
“มาแล้วค่ะ” ซีนายสวมเสื้อคลุม “รอเดี๋ยวนะคะ”
เธอติดกระดุมครบทุกเม็ดเสร็จถึงเดินไปเปิดประตู
“เข้ามาได้เลยค่ะ ฉันไม่ได้มีของอะไรทิ้งไว้ และก็…” ทันใดนั้นซีนายหยุดชะงัก
เธอยืนอึ้งอยู่ที่เดิม คำพูดที่เหลือค้างเติ่งทั้งหมด
“นี่คือคุณฟรานซิส เพิ่งกลับมาจากเมืองนอก ยังไม่มีที่พัก เลยอยากเช่าบ้านของคุณซีนายค่ะ” คุณนายชาร์ลียิ้ม “พวกคุณอายุเท่ากัน รู้จักกันไว้สิคะ”
ผู้ชายที่อยู่ล่างบันไดเงยหน้าขึ้น