คุณหนูไฮโซยอดอัจฉริยะ - บทเสริมตอนที่ 25 โอบเธอ ทารกน้อยที่แสนน่ารัก
บทเสริมตอนที่ 25 โอบเธอ ทารกน้อยที่แสนน่ารัก
ราวกับว่าแม้แต่อากาศก็หยุดไหลเวียน
“…”
สถานที่จัดคอนเสิร์ตมีทางออกทั้งหมดสามประตูคือ เอ บี ซี ซีนายกับอัลฟอนโซออกประตูซี
การแสดงในวันนี้เป็นของวงดนตรีชื่อดังฝั่งยุโรป มีผู้ชมอยู่ไม่น้อย ตรงทางออกก็ย่อมมีคนเยอะ
เป็นอีกครั้งที่ซีนายกับนอร์ตันดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ
ถึงแม้อัลฟอนโซก็หน้าตาดี อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จ
แต่เมื่ออยู่รวมกันเขาก็ถูกกลบรัศมีลงไปบ้างอย่างเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะตำแหน่งการยืนของทั้งสามคน
เหมือนภาพวาดในการ์ตูนชื่อดัง ตำแหน่งการยืนแบบรักสามเศร้า
ศึกชิงนาง
ซีนายรู้สึกเหมือนตัวเองตายจากสังคมอีกครั้ง
ก็แค่ครั้งนี้แอบดูหมดทางคืนชีพ
อย่างไรเสียที่เมื่อวานเธอถูกจับให้นั่งบนรถเข็นก็ยังพอจะอธิบายได้ว่าที่นั่งออกแบบมาค่อนข้างใหญ่ เธอตัวผอม พอจะนั่งได้อยู่
แต่วันนี้ล่ะ
พอได้ยินแบบนั้นนอร์ตันก็ค่อยๆ เหลือบตาขึ้น สายตากับน้ำเสียงไร้ความอบอุ่น
เขาพูดซ้ำ “พ่อเหรอ”
อัลฟอนโซกลับรู้สึกโล่งอก เขาพูดขึ้น “นี่คือคุณพ่อของคุณซีนายเหรอครับ”
เขามองซีนายแล้วมองนอร์ตัน
สีผมของทั้งสองคนคล้ายกันมาก
ถึงแม้หน้าตาจะไม่เหมือนกัน แต่หน้าตาดีทั้งคู่ บอกว่าเป็นพ่อกับลูกสาวก็ยังพอเชื่อได้
แต่ปีนี้ซีนายก็อายุยี่สิบเจ็ดแล้ว ‘พ่อ’ คนนี้ออกจะดูหนุ่มเกินไปหน่อยหรือเปล่า
ต่อให้ดูแลตัวเองดีแค่ไหนก็ไม่น่าถึงกับไม่มีรอยตีนกาเลยสักนิด
ดูหนุ่มกว่าเขาเสียอีก
อัลฟอนโซบรรยายความรู้สึกในใจไม่ถูก
นอร์ตันไม่ชายตาแลคนอื่นแม้แต่น้อย
สายตาของเขาอยู่ที่ตัวซีนาย สีหน้าเย็นชา
อารมณ์ประมาณว่า ‘ถ้าวันนี้เธอให้เหตุผลที่เหมาะสมไม่ได้ก็อย่าหวังจะได้ไปไหน’
ซีนายชะงัก เธอพูดต่อ “พ่อให้พี่มารับฉันกลับบ้านใช่ไหม”
พอคำพูดนี้ออกมา คนแถวนั้นก็อดผิดหวังไม่ได้
ที่แท้คนในครอบครัวเป็นห่วงเลยให้มารับ พวกเขาก็คิดว่าจะมีละครฉากใหญ่ให้ดูเสียอีก
อัลฟอนโซมองซ้ายมองขวา งงหนักกว่าเดิม
เป็นพี่ชายมายุ่งเรื่องน้องสาวด้วยเหรอ
นี่มันอะไรกัน
นอร์ตันหรี่ตา
เขาโยนบุหรี่ในมือลงถังขยะที่อยู่ห่างออกไปห้าเมตรอย่างสบายๆ
จากนั้นก็เหลือบตาขึ้น พูดกึ่งยิ้ม เดาอารมณ์ไม่ถูก “ใช่ น้องสาว”
นอร์ตันเดินเข้าไปยกมือจับบ่าเธอ “พ่อให้พวกเรารีบกลับบ้าน”
พอเขาเข้ามาใกล้แบบนี้ก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเขา
คล้ายกลิ่นดอกไม้ที่บานหลังฝนตก เจือไปด้วยความเย็น
ปะปนไปด้วยกลิ่นของซิการ์
เหมือนตัวตนของเขา ลึกลับ เย็นชา ชวนให้เดาทางไม่ถูก
ชั่วขณะนั้นทำให้ซีนายเกิดความรู้สึกลวงตาอีกครั้ง
“ขอตัวก่อนนะ” ในที่สุดนอร์ตันก็มองอัลฟอนโซ “เธอต้องกลับบ้านก่อนสองทุ่ม”
“ขอโทษด้วยครับ” อัลฟอนโซรีบขอโทษ “ผมไม่คิดให้รอบคอบ ครั้งหน้าจะไม่มีแบบนี้อีกครับ”
นอร์ตันไม่ตอบอะไร
ซีนายก็ไม่พูด
เขาโอบเธอหันตัวเดินออก
หลังออกจากถนนย่านการค้าเขาถึงปล่อยมือ
ตรงทางเดินแคบๆ มีต้นไม้ปกคลุมผู้คนไม่มาก สายลมยามเย็นพัดผ่าน หอบเอาอุณหภูมิในร่างกายของซีนายไป
ถึงแม้จะกระอักกระอ่วนขั้นสุด แต่สีหน้าของซีนายก็ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
แต่ไหนแต่ไรมาเธอเป็นคนหน้าตาย
ต่อให้รู้สึกอายจริงๆ หน้าก็ไม่มีทางแดง
ไม่กี่วินาทีถัดมาซีนายก็หาเสียงของตัวเองเจอ “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันจะออกประตูซี”
“ก็รับคำสั่งพ่อให้มารับเธอใช่ไหมล่ะ” นอร์ตันหันมายิ้มพูด “ถ้าไม่รู้แม้แต่ว่าน้องสาวจะออกประตูไหน กลับไปไม่ถูกพ่อด่าตายเหรอ”
“…”
มุกนี้ทำเอาไปต่อไม่เป็น
ซีนายสีหน้าเรียบเฉย “ฉันจะกลับศูนย์วิจัยแล้ว”
พอเธอหันตัวก็ถูกจับข้อมือไว้
ฝ่ามือของเขาอบอุ่น แต่ปลายนิ้วกลับเย็นเฉียบ
ร่างกายของซีนายหยุดชะงัก ค่อยๆ หันหน้าไป “ทำอะไร”
“จะรีบไปไหน” นอร์ตันเชิดคางขึ้น “ดึกแล้ว ไปกินมื้อดึกกัน”
“ฉันไม่หิว ปกติฉันไม่กินอะไรดึกๆ ด้วย”
“ฉันหิวแล้ว”
ขณะที่ซีนายกำลังจะพูดว่า ‘หิวก็ไปหาอะไรกินเองสิ’ เขาก็พูดต่อว่า “รอเธอจนหิว”
“…”
สามสิบนาทีต่อมาทั้งสองคนก็นั่งอยู่หน้าแผงขายของปิ้งย่าง
พอได้กลิ่นเนื้อย่าง ซีนายก็พบว่าท้องของตัวเองก็ร้องเหมือนกัน
เธอครุ่นคิด สุดท้ายก็ตัดสินใจกินสองไม้
นี่ก็เป็นร้านปิ้งย่างที่คนจีนมาเปิด
หากว่าด้วยเรื่องของกิน ไม่มีใครขยันสรรหาของกินเท่าคนจีนอีกแล้ว
นับตั้งแต่ได้กินของอร่อยในตี้ตูกับฮู่เฉิงหลายครั้ง กระเพาะของซีนายก็เริ่มเลือกกินบ้างแล้ว
แต่โชคดีที่มีวีนัสกรุ๊ปอยู่ เพื่อเอาใจรสปากของอิ๋งจื่อจิน แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของร้านอาหารที่นี่คือร้านอาหารจีน
นอร์ตันนั่งพิงเก้าอี้ “จะไม่อธิบายหน่อยเหรอน้องสาว”
“อ่อ” ซีนายดึงสติกลับมา “ฉันบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันมีนัด”
“ฉันก็บอกเธอแล้วเหมือนกันว่าให้รีบกลับ”
“สามทุ่มก็เร็วมากแล้วนะ”
“ฉันได้ยินมาว่าการรักษาความปลอดภัยของที่นี่ไม่ค่อยดี มีฆาตกรต่อเนื่องด้วย น่าสยดสยอง” นอร์ตันพูดอย่างใจเย็น “เลือกลงมือกับสาวสวยโดยเฉพาะ จากนั้นก็จับถลกหนัง ทำเป็นตุ๊กตา”
ซีนาย “…”
ต่อให้เธอไม่ใช่ผู้วิเศษ ไม่ใช่จอมยุทธ์ แต่วิชาต่อสู้ขั้นพื้นฐานก็มีอยู่นะ
วิชาต่อสู้ของเมืองแห่งโลกก็ล้ำหน้ามาก
ยิ่งไปกว่านั้นอาวุธเทคโนโลยีขั้นสูงที่ติดตัวเธอก็มีอยู่ไม่น้อย
ไม่ต้องพูดเรื่องอื่น เอาแค่ระเบิดใต้ดินชั้นสามของศูนย์วิจัยก็ยังได้
“ขอบคุณที่ชม” ซีนายเอามือเท้าคาง “แต่สิ่งที่คุณพูดมามันคือฉากในหนัง”
“ฉันดูหนังมาหลายเรื่อง” นอร์ตันพูดเสียงเนือย “ถ่ายทำใช้ได้ ถ้าเธอว่างเลี้ยงหนังพี่ชายสักเรื่องสิ”
พอได้ยินแบบนี้ซีนายก็ปฏิเสธทันที “ฉันไม่ดูหนังกับคุณ”
เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเว้นระยะห่างกับเขา มองเขาเป็นแค่ผู้อาวุโสเท่านั้น
โรงภาพยนตร์เป็นหนึ่งในสถานที่นัดเดตยอดฮิต
เธอคงเสียสติไปแล้วถึงจะไปดูหนังกับเขา
“เด็กน้อย” เห็นได้ชัดว่านอร์ตันคาดไม่ถึงกับคำตอบ ดวงตาสีเขียวเข้มของเขาหรี่ลง “ฉันดูแลเธอมาตั้งนาน เธอฟังตัวเองพูดสิ ใจร้ายเกินไปหรือเปล่า แค่ไปดูหนังด้วยกันก็ไม่ได้เหรอ”
“ฉันไม่ใช่เด็ก ฉันไม่ใช่คนใจดี”
“…”
นอร์ตันพูดไม่ออกแบบที่เห็นได้ยาก
ผ่านไปสักพักเขาก็ลูบศีรษะเธอเหมือนเมื่อก่อน “เพิ่งจะยี่สิบกว่า ถ้าเธอไม่ใช่เด็กแล้วเป็นอะไร”
สีหน้าของซีนายชะงัก
ต่อมาเธอก็ได้รู้เกี่ยวกับบรรดาผู้วิเศษ
อย่าว่าแต่เอาทั้งช่วงชีวิตผู้วิเศษของเขามาเทียบ ลำพังแค่ครั้งนี้ที่เขาเปลี่ยนภพก็เพียงพอที่จะเป็นปู่ของปู่เธอได้แล้ว
เขามักพูดคุยเหมือนเธอเป็นเด็ก
แต่บางครั้งท่าทางกลับเหมือนล้ำเส้นระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก
ซีนายชักโมโห ปัดมือเขาออก “อย่ามาลูบหัวฉัน”
นอร์ตันรู้สึกได้ถึงอารมณ์รุนแรงของเธอ ร่างกายหดเกร็งเล็กน้อย
“โทษที” เขาเงียบไปชั่วขณะ พูดเสียงทุ้มต่ำ “แต่คำนึงถึงความปลอดภัยของเธอจริงๆ”
ซีนายไม่ตอบ
เธอไม่อยากสนใจเขา
พอเนื้อย่างมาเสิร์ฟ พนักงานก็หยิบเครื่องดื่มมาให้อีกสองขวด
นมเต้าหู้หนึ่งขวด เบียร์ผลไม้หนึ่งขวด
ซีนายยื่นมือออกไปหยิบเบียร์ผลไม้ แต่กลับถูกขวางอีกครั้ง
นอร์ตันเอานมเต้าหู้วางหน้าเธอ “ห้ามดื่มเบียร์”
“นี่มันเบียร์ผลไม้ อันที่จริงมันคือน้ำอัดลม”
“แต่มันมีคำว่าเบียร์”
“…”
เธอจนปัญญาจะสื่อสารกับคนหัวโบราณคนนี้จริงๆ
ซีนายยังคงหยิบเบียร์ผลไม้มา
เขาไม่ใช่ผู้ปกครองของเธอจริงๆ สักหน่อย ทำไมเธอต้องเชื่อฟังเขาด้วย
“วันนี้เธอดูอารมณ์รุนแรงนะ” นอร์ตันมองซีนาย “เดตไม่สนุกเหรอ”
“เดิมทีฉันก็นิสัยแย่อยู่แล้ว” ซีนายสีหน้าเรียบเฉย “คุณอย่าเข้าใจผิด”
เนื้อย่างมื้อนี้กินกันอย่างเงียบสงบ
หลังจากนอร์ตันกินเสร็จก็ชี้ทิชชู่เปียกบนโต๊ะ “เช็ดมือ”
ซีนายนึกถึงว่าวันนี้ปั้นปึ่งใส่เขาไปหลายครั้ง จึงพูดชมสักหน่อย “อีกหน่อยคุณต้องเป็นพ่อที่ดีแน่นอน”
“อืม อันที่จริงฉันไม่ถือสาถ้าเธอจะ…” นอร์ตันกอดอก “เรียกฉันว่าพ่ออีก”
“…”
เธอไม่ควรพูดดีกับเขาเลยจริงๆ
“กินมื้อดึกเสร็จแล้ว” ซีนายลุกขึ้น “ฉันไปล่ะ คุณกลับเองนะ”
“ดึกมากแล้ว ฉันไม่รู้จักทางไปศูนย์วิจัย” นอร์ตันน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย แต่คำพูดแน่วแน่ “ดึกดื่นไม่ปลอดภัย กลับบ้านพัก พรุ่งนี้เช้าค่อยไป”
ซีนายเหลือบมองเขา “ฉันคิดว่าตัวเองปลอดภัยดี”
“อืม งั้นเจ้าของบ้านต้องดูแลความปลอดภัยของผู้เช่าหรือเปล่า”
“…”
สุดท้ายซีนายก็กลับบ้านพักในหมู่บ้าน
เธอไม่พูดอะไรกับนอร์ตันอีก ขึ้นห้องตัวเองที่อยู่ชั้นบน
อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็นอนคว่ำบนเตียง เอาหน้าซุกหมอน
วันนี้เป็นวันที่ซวยสุดยอดเลยจริงๆ
…
เช้าวันต่อมา ซีนายตื่นหกโมงตรง
หลังจากลุกขึ้นมานั่งเธอก็มึนงงเล็กน้อย
ซีนายทึ้งหัว มองห้องนอนอย่างงงๆ
เธอมีห้องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร
จนกระทั่งมีเสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น
“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของผู้ชาย “ล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงมาสิ”
ซีนายตกใจหน้าตื่นทันที
เธอเพิ่งนึกออกว่าเมื่อคืนเธอกลับมานอนที่บ้านในหมู่บ้าน
บ้าจริง
อาหารเช้าอลังการมาก มีซาลาเปา โจ๊ก และของกินเล่นอีกหลายจาน
ชีวิตเหมือนย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว
ซีนายกัดซาลาเปาไส้เนื้อหนึ่งคำ แอบลูบท้องน้อยของตัวเองเงียบๆ ลอบถอนหายใจ
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองถูกเลี้ยงเป็นหมู
“กินเยอะๆ หน่อย” นอร์ตันเปิดหนังสือพิมพ์ “ในห้องครัวยังมีอีก”
“ฉันกินอิ่มแล้ว” ซีนายวางตะเกียบ
เป็นอีกครั้งที่เธอออกจากบ้านด้วยความเร็วสูงสุด
…
ศูนย์วิจัยยานอวกาศข้ามจักรวาล
ห้องทำงานของอิ๋งจื่อจินอยู่ชั้นเจ็ด
เธอกำลังวาดภาพโครงสร้างของยานอวกาศข้ามจักรวาล
สาเหตุที่ยานอวกาศข้ามจักรวาลสร้างขึ้นมาได้ยากเป็นเพราะแต่ละขั้นตอนต้องใช้การคำนวณอย่างมหาศาล
ตอนนี้มีจุดที่ยากมากอยู่จุดหนึ่ง
ก็คือหาวัสดุที่ใช้สร้างยานอวกาศข้ามจักรวาลได้ยากมาก
ถ้าใช้แค่แร่ทั่วไปเกรงว่าก็ยากที่จะป้องกันความปั่นป่วนอย่างรุนแรง หลุมดำ และอันตรายอื่นๆ ในจักรวาล
อิ๋งจื่อจินก็กำลังพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะใช้วัสดุอะไรในการต้านทานอันตรายที่ไม่อาจรู้ได้ในจักรวาลได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เนื่องจากเคยไปที่โลกบำเพ็ญเพียรมาแล้ว เธอเข้าใจดีว่า ต่อให้เป็นผู้แข็งแกร่งชั้นยอดของอีกจักรวาลหนึ่งก็ไม่สามารถสำรวจทุกซอกทุกมุมของจักรวาลได้
ประตูถูกเคาะในเวลานี้ มีเสียงเย็นชาดังขึ้น “บอส”
“กลับมาแล้วเหรอ” อิ๋งจื่อจินไม่เงยหน้า ยังคงวาดภาพต่อ “ประตูไม่ได้ล็อก เข้ามาสิ”
นอร์ตันถึงเปิดประตูเดินเข้ามา
เขาสำรวจโดยรอบ พอเห็นว่ามีครบทุกอย่างทั้งห้องครัว ห้องนอน ห้องทำงาน เป็นต้น เขาก็เลิกคิ้วพูด “บอสก็คิดจะอยู่ที่ศูนย์วิจัยระยะยาวเหรอ”
“ชั่วคราว” อิ๋งจื่อจินวางดินสอลง บิดขี้เกียจ “ไม่พูดเรื่องเชื้อเพลิงกับเครื่องยนต์ ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำโครงด้านนอกออกมาให้ได้ก่อน”
“อืม” นอร์ตันไม่เข้าใจเทคโนโลยีพวกนี้ “ได้ยินว่ามีลูกแล้วเหรอ”
“มีแล้ว” อิ๋งจื่อจินเหลือบตาขึ้น “แปดเดือน ถ้าอีกสองสามเดือนยังไม่มีข่าวคราวจากนายอีก ฉันว่าจะไปงมหานายที่โลกเล่นแร่แปรธาตุ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอก” นอร์ตันพูด “เจอเรื่องยุ่งยากนิดหน่อย จัดการเรียบร้อยแล้ว”
ผู้วิเศษไม่ได้เก่งทุกอย่าง
มีคนอื่นที่เป็นภัยคุกคามผู้วิเศษได้อีกนอกเหนือจากภัยพิบัติ
อย่างจอมยุทธ์ระดับเฟิงซิว หรือนักเล่นแร่แปรธาตุอันดับหนึ่งในโลกเล่นแร่แปรธาตุ
อิ๋งจื่อจินพยักหน้า “อาจารย์นายเหรอ”
“อืม” นอร์ตันตอบ “ฆ่าเดมอนแล้ว จากนั้นก็ไปจุดที่ลึกของโลกเล่นแร่แปรธาตุ หาพวกส่วนประกอบหายาก น่าจะเอาไปใช้ในโปรเจ็กต์ของบอสได้”
เขาไม่พูดเรื่องนี้ต่อ เปลี่ยนเรื่อง “ผมอยากเห็นเด็กทั้งสองคน”
อิ๋งจื่อจินดูเวลา “พวกเขาน่าจะเพิ่งตื่นนอน ฉันโทรถามก่อน”
เธอกดเบอร์ของซู่เวิ่น วิดีโอคอลถูกกดรับอย่างรวดเร็ว
เด็กทารกปกติอายุแปดเดือนถึงจะเริ่มคลาน
แต่ฟู่ฉางเล่อเพิ่งเดือนกว่าก็คลานบนพื้นได้แล้ว
ซู่เวิ่นกลัวหลานสาวบาดเจ็บจึงปูแผ่นโฟมบนพื้น
บนหน้าจอ ฟู่ฉางเล่อใช้ทั้งมือและเท้าเคลื่อนไปพร้อมกัน ค่อยๆ คลานเข้าไปหาพี่ชายตัวเอง
ส่งเสียงอี๊อ๊าอย่างมีความสุข เอามืออวบๆ ตีหน้าฟู่เฉียนอวี่
ฟู่เฉียนอวี่หลับอยู่ ถูกตีก็ตื่น
เขาเงยหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย เห็นใบหน้าของน้องสาวในระยะเผาขน
ฟู่ฉางเล่อทำตาโตไร้เดียงสา มือข้างหนึ่งเท้าแก้มยุ้ย มืออีกข้างพยายามไกวเปล
ดันอยู่นานเปลก็ไม่ขยับ เริ่มใช้เท้าถีบ
แต่ถีบแล้วก็ไม่ขยับเหมือนกัน
ฟู่ฉางเล่อกลุ้มใจ
ครั้นแล้วจึงโถมทั้งตัว
แรงกระแทกนี้เกือบทำฟู่เฉียนอวี่กระเด็นตกเปล
ฟู่เฉียนอวี่ที่ถูกกวนซ้ายขวา “…”
เขาหลับตา ราวกับยอมรับชะตากรรม
“ฉางเล่อ ไม่กวนพี่ชายสิจ๊ะ” ซู่เวิ่นกวักมือ “คุณแม่โทรมาแล้ว ทักทายหน่อยเร็ว”
ฟู่ฉางเล่อดวงตาเป็นประกาย รีบคลานเข้ามาหาโทรศัพท์
เด็กน้อยชี้ที่พุงนุ่มๆ ของตัวเองเพื่อบอกว่าตั้งใจกินเป็นอย่างดี
“เรียบร้อยน่ารัก” นอร์ตันติชมแบบที่เห็นได้ยาก “ส่วนคนพี่เหมือนบอส ขี้เกียจขยับตัว”
“…”
อิ๋งจื่อจินชี้ประตู “นายออกไปได้ละ”
“ไว้อาทิตย์หน้าผมจะไปหาพวกเขาที่ตี้ตู” นอร์ตันหลุบตาลง “ช่วงนี้ไม่มีอะไรทำพอดี”
“นายชอบเด็กเหรอ”
“ห้ามเกินหกขวบ โตกว่านี้ไม่สนุกแล้ว” นอร์ตันหยุดคิดเล็กน้อยแล้วพูดเสริม “อีกทั้งต้องหน้าตาดีด้วย ห้ามขาดสารอาหาร”
แบบนั้นถึงจะเล่นเกมเปลี่ยนชุดสนุก
“นี่ก็คือสาเหตุที่นายซื้อเสื้อผ้าให้อาของฉันเหรอ” อิ๋งจื่อจินเลิกคิ้ว “เคยลองพิจารณาจากอธิการบดีของมหาวิทยาลัยมาเป็นผู้อำนวยการสถานสงเคราะห์เด็กไหม”
“ไม่ล่ะ” นอร์ตันพูด “คนสองคนยังพอไหว มากกว่านี้กลัวตัวเองทนไม่ไหว ไล่ตีพวกเขา”
เขาลุกเดินออก ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา
ในอัลบั้มรูปยังเก็บรูปซีนายตอนเป็นเด็กเอาไว้อยู่
นอร์ตันลูบคาง ทำเสียงจึ๊
ถ้าเขามีลูกสาวแบบนี้คงเหนื่อยตาย
แต่ก็น่ารักจริงๆ
…
อีกด้านหนึ่ง
ใต้ดินชั้นสาม
ซีนายพบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ต่อให้ทำงานก็ยังเอาเธอไม่อยู่
“อาจารย์ซีนาย” ชาร์ล็อตทักทาย เดินเข้ามาอย่างอารมณ์ดี “อรุณสวัสดิ์ค่ะ ไม่สบายหรือเปล่าคะ”
“เปล่า ฉันขอถามเรื่องหนึ่งนะ”
“ได้เลยค่ะ!”
“ถ้า ฉันหมายถึงสมมตินะ…” ซีนายพูด “เธอเรียกคนที่ดูเหมือนอายุเท่าเธอว่าพ่อ เขาจะคิดยังไง”
“ดูเหมือนอายุเท่าฉันเหรอคะ” ชาร์ล็อตเกาหัว “แล้วอายุจริงของเขาคือเท่าไรคะ”
ซีนายคิด “ถ้านับแบบต่ำๆ ก็น่าจะสามร้อยกว่าปีแล้ว”
“งั้นไม่ควรเรียกพ่อแล้วค่ะ ต้องเรียกปู่ทวด”
“…”
ชาร์ล็อตพูดต่อ “อาจารย์ซีนายคิดดูนะคะ คนที่อายุสามร้อยกว่าปี อาจารย์ไปเรียกเขาว่าพ่อ เขาต้องคิดว่าอาจารย์เอาเปรียบเขาแน่นอนค่ะ”
ซีนายเงียบไป
เธอรู้สึกว่าคนที่เสียเปรียบคือเธอต่างหาก
ชาร์ล็อตสงสัย
จะว่าไป ใครกันแก่ขนาดนี้
ปกติอายุร้อยกว่าปีก็เข้าโลงหมดแล้ว นี่สามร้อยกว่าปีต้องหนังเหนียวเบอร์ไหน
ซีนายนั่งเงียบ
“อาจารย์ซีนายคะ” ไม่นานก็มีเสียงนุ่มนวลดังขึ้น “ได้ยินว่าเมื่อวานอาจารย์ซีนายไม่ได้กลับศูนย์วิจัย ค้างข้างนอกเหรอคะ”
เสียงฝีเท้าดังขึ้น มีผู้หญิงสวมชุดกาวน์เดินเข้ามา
“เธอมาทำอะไรที่นี่” ชาร์ล็อตเริ่มระแวง “แอนนี่ เธอไม่ได้ตัวติดกับเซลี่ย์หรอกเหรอ”
เธอรู้มาตลอดว่าแอนนี่ชอบนินทาซีนายลับหลัง
ก็แค่ยังไม่เคยจับได้ซึ่งหน้า
ชาร์ล็อตไม่มีความรู้สึกดีให้แอนนี่เลยสักนิด
ซีนายก็เงยหน้าขึ้น สีหน้าเรียบเฉย
“ฉันอยากให้อาจารย์ซีนายสอนพวกเราหน่อยค่ะว่าทำยังไงถึงจะยั่วยวนผู้ชายได้ถึงสองคน” แอนนี่ไม่สนใจชาร์ล็อต เธอมองซีนาย ยิ้มพลางพูด “ผลทดลองคราวก่อนอาจารย์ซีนายทำเองจริงเหรอคะ”
เธอยิ้มมุมปากกว้างกว่าเดิม “คงไม่ได้ใช้เรือนร่างแลกมาใช่ไหมคะ”