หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1170 ปมในใจของเสียนเกอ (1)
ตอนที่ 1170 ปมในใจของเสียนเกอ (1)
“ศิษย์พี่” หนานกงมั่วเจอคุณชายเสียนเกอแถวริมทะเลสาบที่มาแอบดูลิ่นฉังเฟิงและลิ่นฮั่นเมื่อครู่ คุณชายเสียนเกอนั่งอยู่บนพื้นริมทะเลสาบคนเดียว รอบข้างเงียบสงบ ไม่มีกลิ่นอายแปลกประหลาดเหมือนตอนต่อสู้กับเว่ยจวินมัวเมื่อครู่ คุณชายเสียนเกอหันกลับมามองนางไม่เอ่ยสิ่งใด หนานกงมั่วเดินไปนั่งลงด้านข้างคุณชายเสียนเกอ
“วันนี้ศิษย์พี่อารมณ์ไม่ดีหรือเจ้าคะ” หนานกงมั่วหันกลับไปมองเขาพร้อมเอ่ยถามเสียงเบา
คุณชายเสียนเกอหันกลับมามองนาง เลิกคิ้วพลางเอ่ย “เป็นห่วงสามีเจ้าหรือ”
หนานกงมั่วถอนหายใจอย่างจนใจ “ศิษย์พี่ พวกเราเป็นห่วงท่าน”
คุณชายเสียนเกอเงียบ หนานกงมั่วก็ไม่สนใจว่าเขาฟังอยู่หรือไม่ นั่งกอดเข่า วางปลายคางไว้ที่เข่า เอ่ย “ยังมีอาจารย์อาและอาจารย์ ทุกคนต่างก็เป็นห่วงท่าน ศิษย์พี่ ช่วงนี้ท่านไม่ปกติ” ความจริงไม่เพียงช่วงนี้ คุณชายเสียนเกอไม่มีความรู้สึกดีต่อจินหลิง เพียงแต่ก่อนหน้านี้มีเรื่องมากมายไม่มีใครสัมผัสได้ คุณชายเสียนเกอเองก็ไม่อยากอยู่จินหลิงนาน ยามนี้ทุกคนเริ่มว่างแล้ว อาจารย์และอาจารย์อายังกักตัวเขาเอาไว้ที่จินหลิงไม่ยอมปล่อย นี่ทำให้จิตใจของคุณชายเสียนเกอยิ่งย่ำแย่ลง
แม้อาจารย์อาจะบอกนางไม่ให้เอ่ยถึงเรื่องส่วนตัวของเสียนเกอ แต่หลังจากเหตุการณ์ในวันนี้ เห็นชัดว่าศิษย์พี่มีปมในใจหยั่งลึก หนานกงมั่วก็ไม่อยากรอจนถึงยามที่ศิษย์พี่ออกไปแล้วไม่อาจกลับมาได้ตลอดไป อย่างที่อาจารย์อาบอก รอศิษย์พี่แก่แล้วยังตัวคนเดียว ข้างกายแม้แต่คนดูแลยังไม่มี
“พูดไม่ได้เลยหรือ” หนานกงมั่วเอ่ยถามเขานิ่งๆ
คุณชายเสียนเกอเงียบลงไปทันใด หนานกงมั่วเองก็ไม่บีบบังคับเขา เพียงเอ่ย “ศิษย์พี่ท่านมีวิชาการแพทย์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ข้าก็ไม่อาจเอ่ยสิ่งใดให้มาก แต่ไม่ว่าเวลาใด ข้า อาจารย์ และอาจารย์อาก็ยังคงยืนอยู่เคียงข้างท่าน คนเหล่านั้น…คนเหล่านั้นที่ไม่ควรค่าให้ท่านสนใจ ไยต้องเอาพวกเขามาใส่ใจด้วยเล่า”
คุณชายเสียนเกอเลิกคิ้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “มั่วเอ๋อร์คิดว่าข้าไม่พอใจที่ถูกทอดทิ้ง ดังนั้นจึงโกรธแค้นอยู่ในใจหรือ”
หนานกงมั่วยิ้มเอ่ย “แน่นอนว่าศิษย์พี่ไม่มีทางคิดไม่ตก เช่นนั้นเป็นเพราะอันใดกันหรือ”
เสียนเกอครุ่นคิด เอ่ยถาม “มั่วเอ๋อร์ เจ้าจะสังหารลูกของตนเองเพื่อเว่ยจวินมั่วหรือไม่”
“แน่นอนว่าไม่” หนานกงมั่วเอ่ยตอบโดยไม่ต้องคิด “ลูกของข้าแน่นอนว่าเป็นลูกของจวินมั่วด้วย ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น พวกเราก็ไม่มีทางทำร้ายลูกเพื่อตนเองมิใช่หรือ” เสียนเกอเอ่ย “เช่นนั้น หากเป็นเพียงลูกของเจ้า ไม่ใช่ลูกของเว่ยจวินมั่วเล่า”
หนานกงมั่วกุมขมับ รู้สึกว่าคำถามของเสียนเกอแปลกประหลาด ทำได้เพียงลอบรู้สึกโชคดีอยู่ในใจที่เว่ยจวินมั่วไม่มาได้ยินคำถามน่าต่อยเช่นนี้ เพียงแต่มองใบหน้าจริงจังของเสียนเกอ หนานกงมั่วจึงครุ่นคิดอย่างจริงจัง ส่ายศีรษะพลางเอ่ย “ไม่”
“แน่ใจหรือ” เสียนเกอจ้องมองนาง เอ่ยถามเสียงเข้ม
หนานกงมั่วเอ่ย “ไม่อย่างแน่นอน ในเมื่อข้าเป็นคนให้กำเนิด นั่นคือลูกของข้า ข้าไม่มีทางทำร้ายลูกของข้าเพื่อใครทั้งสิ้น ต่อให้เป็นคนที่ข้ารัก หากข้าไม่ต้องการเด็กคนนี้ ข้ายอมที่จะไม่คลอดเขาออกมา”
ได้ยินเช่นนั้น คุณชายเสียนเกอเงียบไปนานยิ่งขึ้น นานจนกระทั่งหนานกงมั่วคิดว่าเขาหลับไป ก่อนจะได้ยินเสียงเนิบช้าของเขาเอ่ยขึ้น “ทำไม ไยโลกใบนี้จึงมีสตรีเช่นนี้อยู่เล่า”
“หืม” หนานกงมั่วชะงัก มีความคิดมากมายเกิดขึ้นในหัว มองใบหน้าทะมึนของคุณชายเสียนเกอที่หาได้ยากยิ่ง ลอบถอนหายใจอยู่ในใจ เพียงเอ่ยเสียงเบา “ศิษย์พี่ ท่านยังมีพวกเรา”
คุณชายเสียนเกอยิ้ม นั่งกอดเข่าเลียนแบบหนานกงมั่ว เพียงแต่หนานกงมั่วนั้นดูเหมือนเกียจคร้าน คุณชายเสียนเกอกลับดูอ้างว้างราวกับโลกใบนี้มีเขาอยู่เพียงผู้เดียว
“วันนี้เจ้าเป็นแม่งาน ไปดูแลงานเถิด ไม่ต้องมาอยู่ที่นี่กับข้าหรอก ข้าอยู่คนเดียวอีกสักพัก” คุณชายเสียนเกอกลับมาเป็นปกติ สีหน้าดีขึ้นพลางเอ่ยกับหนานกงมั่ว หนานกงมั่วยังไม่วางใจ เอ่ยด้วยความลังเล “ให้ข้าเรียกจวินมั่วมาอยู่กับท่านหรือไม่” คุณชายเสียนเกอกลอกตา “เจ้าเรียกเขามาอยู่กับข้าหรือมาทำให้ข้าโกรธกันเล่า”
หนานกงมั่วยิ้มออกมา ยื่นมือไปตบไหล่เขา เอ่ย “ศิษย์พี่ ไม่มีอันใดที่ผ่านมันไปไม่ได้ ท่านเอ่ยเอง ความฉลาดของพวกเราเอามากดคนทั้งโลก อย่าโง่เขลาให้คนอื่นมากดขี่เจ้าอย่างไรเล่า”
“ไสหัวไป ไม่อยากเห็นหน้าเจ้า”
หนานกงมั่วหัวเราะเสียงใส ลุกขึ้นพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “คุณชายเสียนเกอเอ่ยวาจาหยาบคายเช่นนี้ หากเหล่าคุณหนูที่ตกหลุมรักท่านได้ยิน คงจะตกใจจนหัวใจร่วงไปกองอยู่บนพื้นกระมัง”
อาวุธลับในมือคุณชายเสียนเกอถูกส่งออกมา หนานกงมั่วกระโดดหลบทันที ปลายเท้าเหยียบลงบนกิ่งเหมยก่อนจะเหาะเหินออกไป ก่อนไปหนานกงมั่วมองไปยังที่ที่หนึ่งของป่าเหมยอย่างคลุมเครือ ทว่าไม่ได้หยุด
“ออกมา” รอหนานกงมั่วไปแล้ว คุณชายเสียนเกอจึงหันหน้าไปยังป่าเหมยด้านหลัง สายตาเย็นชา
ผ่านไปชั่วครู่ ฉินซีที่อยู่ในชุดเรียบง่ายสง่างามเดินออกมาจากป่าเหมย มองเห็นนาง สีหน้าของคุณชายเสียนเกอยังคงนิ่ง ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด
ฉินซีทำสิ่งใดไม่ถูกอยู่ชั่วขณะ แต่อย่างไรก็เป็นบุตรสาวของตระกูลฉิน ไม่นานก็ตั้งสติได้ เดินเข้ามาข้างหน้า เอ่ยเสียงเบา “ขออภัยด้วย ข้า…ไม่ได้ตั้งใจ…”
“ไม่เกี่ยวอันใดกับข้า” คุณชายเสียนเกอเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่มีอันใดแล้วก็ไปเถิด”
เมื่อมีให้เปรียบเทียบแล้วจึงรู้ว่าคุณชายเสียนเกอผู้นี้อ่อนโยนต่อหนานกงมั่วผู้เป็นศิษย์น้องมากเพียงใด คุณชายเสียนเกอมีชื่อเสียงคับฟ้า แต่สตรีที่มีไมตรีกับเขาได้มีเพียงสตรีในหอนางโลม หนานกงมั่วศิษย์น้องผู้นี้ คงจะเป็นสตรีเพียงคนเดียวแล้วที่เขาปฏิบัติด้วยความอ่อนโยนและอดทนต่อนางได้
สีหน้าของฉินซีซีดขาวเล็กน้อย กัดริมฝีปาก เอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้คุณชายช่วยชีวิตของข้า ข้ายังไม่เคยขอบคุณคุณชาย…”
คุณชายเสียนเกอลุกขึ้นมา เอ่ย “ข้าเห็นแก่มั่วเอ๋อร์ถึงได้ช่วยชีวิตเจ้า อีกทั้ง…อาจารย์ลุงพยายามมากกว่า หากต้องขอบคุณก็ไปขอบคุณเขา อย่ามายุ่งกับข้า” เอ่ยจบพลันหันหลังเตรียมเดินหนีด้วยความหงุดหงิด คุณชายเสียนเกอที่ราวกับเทพสวรรค์ อ่อนโยนสง่างาม ความจริงแล้วกลับไร้ความเมตตาเมื่ออยู่ต่อหน้าสตรี ความสามารถและรูปโฉมของคุณชายเสียนเกอ หลายปีมานี้ไม่รู้ช่วยชีวิตสตรีไปมากเพียงใด เกรงว่าหนี้ดอกท้อ[1]คงไม่อาจชดใช้คืนได้หมด แต่ว่าในยุทธภพเคยได้ยินเพียงว่าคุณชายพักค้างอ้างแรมที่หอนางโลมใด อยู่กับคณิกาผู้ใด น้อยนักที่จะได้ยินว่าคุณชายเสียนเกอมีความสัมพันธ์กับแม่นางผู้ใด
ฉินซีเองก็ไม่คิดว่าคุณชายเสียนเกอจะพูดคุยส่วนตัวได้ยากเพียงนี้ หลายปีที่ผ่านมาคุณชายเสียนเกอรักษานางก็จะมีคนอยู่ด้วยเสมอ ต่อให้เย็นชาก็ไม่เคยเอ่ยวาจาทำร้ายจิตใจหรือมีท่าทางรำคาญอย่างไม่ปิดบังเช่นนี้ ต่อให้เตรียมตัวเตรียมใจมาแล้วฉินซีก็อดใจสั่นระริกไม่ได้
เมื่อฉินซีเห็นว่าเสียนเกอกำลังจะไปจึงรีบเอ่ย “คุณชายเสียนเกอ ช้าก่อน”
เสียนเกอหยุดเท้า ทว่าไม่ได้หันกลับมา ฉินซีตั้งสติ เอ่ย “ขออภัยด้วย เมื่อครู่ข้าไม่ได้ตั้งใจฟังเรื่องเหล่านั้น แต่ว่า…ข้าคิดว่าพระชายาฉู่อ๋องเอ่ยไม่ผิด ไยคุณชายต้องเก็บคนและเรื่องราวเหล่านั้นมาเป็นปมในใจ สตรีบนโลกใบนี้ ที่ละทิ้งหน้าที่ของตนแพราะเห็นแก่ตัวเรื่องความรัก สลัดความสัมพันธ์ของมนุษย์ด้านศีลธรรมนั้นคงมีน้อย ยิ่งไปกว่านั้น…เรื่องนี้ไม่ใช่ความยินยอมของคุณชาย ไยต้องทุกข์ทรมาน”
[1] หนี้ดอกท้อ คือการทำให้คนอื่นมาตกหลุมรักตนเอง ให้ความหวังคนอื่น