Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1198 หว่าหลากลับมาสวามิภักดิ์

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1198 หว่าหลากลับมาสวามิภักดิ์
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1198 หว่าหลากลับมาสวามิภักดิ์

ในวังหลวง

ฮ่องเต้ไท่ชูนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรขณะที่มองกลุ่มคนที่เดินตามเว่ยจวินมั่วและหนานกงมั่วเข้ามา เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ได้เอ่ยอันใด

เมิ่งมูเท่อรู้มารยาทเป็นอย่างดี ก้าวเข้าไปข้างหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้น “เมิ่งมู่เท่อแห่งหว่าหลา เผ่าวั่วตั๋วหลี่ และตงจูน้องสาวถวายบังคมฝ่าบาท” คณะทูตและองค์หญิงตงจูที่อยู่ด้านหลังเขาคารวะโดยพร้อมเพรียง คนที่ได้รับเลือกมาเป็นคณะทูตต่างก็สามารถเอ่ยภาษาจงหยวนได้ แต่จะดีมากดีน้อยแตกต่างกันไปเท่านั้น ฮ่องเต้ไท่ชูพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ คณะทูตที่ยืนอยู่ด้านหลังเม่อมู่เท่อก้าวขึ้นมาข้างหน้าพร้อมกล่องของขวัญ จากนั้นเมิ่งมูเท่อพลันเอ่ย “บารมีของฝ่าบาทยิ่งใหญ่ไพศาล เมิ่งมู่เท่อชื่นชมเลื่อมใสอย่างสุดซึ้งจึงได้กลับมาพร้อมกันทั้งเผ่า วันนี้ขอถวายของล้ำค่าของเผ่าเรา ขอฝ่าบาททรงพระเกษมสำราญและทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

คณะทูตเปิดกล่องออก ภายในมีวัตถุดิบยาล้ำค่าทุกชนิด ของล้ำค่า ขนสัตว์ และรายการของขวัญ เครื่องบรรณาการของเมิ่งมู่เท่อย่อมไม่ได้มีแค่นี้ ฮ่องเต้ไท่ชูไม่ได้ดูรายการของขวัญ เพียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจแล้วจึงเอ่ย “เมิ่งมู่เท่อมีใจเช่นนี้ ข้าก็ยินดีมาก ต้าเซี่ยย่อมยินดีต้อนรับผู้ที่ยอมกลับมาสวามิภักดิ์กับเรา ต่อไปเราก็เป็นคนกันเองแล้ว ไม่จำเป็นมากพิธีเช่นนี้ ถ่ายทอดราชโองการ”

เจ้าหน้าที่ของกรมพิธีการที่ยืนอยู่ด้านข้างฮ่องเต้ถือราชโองการสีเหลืองสว่างไว้ในมือหัตถ์ ก่อนจะคลี่มันออก “ฮ่องเต้รับบัญชาจากสวรรค์ มีราชโองการ เมิ่งมู่เท่อแห่งเผ่าวั่วตั๋วหลี่กลับมาด้วยความจริงใจ มีความจงรักภักดีอันน่ายกย่อง วันนี้ขอแต่งตั้งให้เมิ่งมูเท่อเป็นข่านของหว่าหลา เป็นผู้นำสูงสุดของหว่าหลาเผ่าต่างๆ มีบรรดาศักดิ์เป็นจวิ้นอ๋อง ชื่อว่าหมิงเต๋อจวิ้นอ๋อง จบราชโองการ”

“กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงเมตตา” เมิ่งมู่เท่อกล่าวด้วยความเคารพ

ฮ่องเต้ไท่ชูยิ้ม “ลุกขึ้นเถิดเมิ่งมู่เท่อ”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท” บรรดาทูตแห่งหว่าหลาจึงทยอยลุกขึ้น ฮ่องเต้ไท่ชูกำลังอารมณ์ดีมาก ไม่ว่าทั้งสองฝ่ายจะแอบวางแผนอันใดเล็กๆ น้อยๆ ไว้ก็ตาม แต่อย่างน้อยสิ่งที่เห็นภายนอกก็คือ ขณะที่ฮ่องเต้เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ก็มีคนต่างเผ่ากลับเข้ามาสวามิภักดิ์ ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องที่คู่ควรแก่การฉลอง เมื่อหลายพันปีที่แล้ว ตอนที่ราชสำนักจงหยวนอยู่ในยุครุ่งเรืองก็มีชาวต่างชาติจากทั่วสารทิศมาสวามิภักดิ์มากมาย ต่อมาราชสำนักก็เสื่อมลงและต่างชาติเข้ามารุกราน หลังจากผ่านไปหนึ่งร้อยปี ราชสำนักจงหยวนกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง จะไม่ทำให้เขาปลาบปลื้มยินดีได้อย่างไร

“นั่นคือองค์หญิงตงจูหรือ” ฮ่องเต้ไท่ชูมององค์หญิงตงจูด้วยรอยยิ้ม

องค์หญิงตงจูเองก็ก้าวไปข้างหน้าเช่นกัน “หม่อมฉันตงจู ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”

ฮ่องเต้ไท่ชูพยักหน้า “ดีมาก พระชายาฉู่อ๋อง เจ้าพาองค์หญิงตงจูไปเข้าเฝ้าฮองเฮาเถิด วันนี้องค์หญิงหลิงเซียงแห่งหนานเย่ว์ก็อยู่ในวังหลวงด้วยพอดี”

หนานกงมั่วพยักหน้า “เพคะ ฝ่าบาท”

นางพาองค์หญิงตงจูออกจากท้องพระโรงและมุ่งหน้าไปยังฝ่ายใน องค์หญิงตงจูเพิ่งจะเคยมาจงหยวนเป็นครั้งแรกจึงตื่นตาตื่นใจกับเมืองใหญ่หลายเมืองที่ได้พบเห็นระหว่างทางมาแล้ว แต่หลังจากมาถึงจินหลิง นางก็ต้องรู้สึกประหลาดใจมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่กลับเทียบไม่ได้เลยกับความตกใจเมื่อนางได้มาเห็นวังหลวงของต้าเซี่ย พระราชวังอันยิ่งใหญ่นี้เกือบจะกว้างใหญ่กว่าพื้นที่ทั้งหมดที่เผ่าของพวกนางตั้งถิ่นฐานอยู่เสียอีก แล้วก็มีแค่ฮ่องเต้และฮองเฮาที่อยู่ที่นี่เท่านั้นหรือ นางยังได้ยินมาว่าแม้แต่บรรดาองค์ชายที่โตแล้วก็ต้องอยู่นอกวังหลวง มีบ้านมากมายหลายหลังเพียงนี้…

หนานกงมั่วเดินไปก็อธิบายเรื่องตำหนักและการจัดสรรภายในวังให้องค์หญิงตงจูฟังไปด้วย ส่วนเรื่องที่องค์หญิงตงจูจะฟังเข้าใจหรือไม่นั้นย่อมไม่ได้อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของนาง หลังจากนำองค์หญิงตงจูที่อุทานด้วยความประหลาดใจมาตลอดทางมาถึงฝ่ายในแล้ว ก็ต้องรอให้คนที่เข้าไปรายงานข้างในออกมาประกาศให้คนทั้งสองเข้าไปได้ก่อน จากนั้นจึงได้เดินนำองค์หญิงตงจูเดินเข้าไป

บรรยากาศภายในตำหนักของฮองเฮาค่อนข้างมีชีวิตชีวา วังหลังของฮ่องเต้ไท่ชูมีนางสนมเพียงไม่กี่คน และมีองค์หญิงเพียงสองคนคือองค์หญิงหย่งเฉิงและองค์หญิงหมิงอวี้ที่กำลังจะถึงวัยปักปิ่นเท่านั้น ในเวลานี้องค์หญิงทั้งสองต่างก็อยู่ที่นั่นด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีจูชูอวี้ที่พาพระชายารองสองคนเข้ามาถวายพระพรในวังหลวง เช่นเดียวกับซุนเหยียนเอ๋อร์และซื่อจื่อน้อยคังเอ๋อร์ องค์หญิงหลิงเซียงเองก็อยู่ที่นั้น ตอนที่ทั้งสองเข้าไป ไม่รู้ว่าพวกนางกำลังคุยอันใดกันอยู่ แต่เสียงหัวเราะนั้นครึกครื้นมากทีเดียว

“อู๋สยามาแล้ว รีบมานั่งเถิด” ฮองเฮากวักมือเรียกหนานกงมั่ว

หนานกงมั่วแสดงความเคารพก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หม่อมฉันพาองค์หญิงตงจูมาถวายพระพรเสด็จแม่ตามที่เสด็จพ่อรับสั่งเพคะ”

องค์หญิงตงจูแสดงความเคารพตามธรรมเนียมของต้าเซี่ยแล้ว จากนั้นฮองเฮาจึงยิ้มตอบ “ผู้มาเยือนเป็นแขก องค์หญิงตงจูไม่จำเป็นต้องมากพิธี รีบลุกขึ้นเถิด”

องค์หญิงตงจูขอบพระทัยก่อนจะลุกขึ้น จากนั้นฮองเฮาก็แนะนำให้นางรู้จักทุกคนที่อยู่ ณ ที่แห่งนั้น นางทำความเคารพอีกครั้งก่อนจะนั่งลง องค์หญิงหลิงเซียงและองค์หญิงตงจูต่างก็เป็นแขกที่มาร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันพระบรมราชสมภพด้วยกันทั้งคู่ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ทั้งสองจะมองประเมินอีกฝ่าย องค์หญิงหลิงเซียงมององค์หญิงตงจูสักพักก็เลิกมอง เห็นได้ชัดว่านางไม่สนใจองค์หญิงที่ไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาหรือวรยุทธ์ดีเท่าตนเองผู้นี้เลย แต่องค์หญิงตงจูกลับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับความงามขององค์หญิงหลิงเซียง แม้ว่ารูปโฉมของทุกคนที่อยู่ในที่นี้จะโดดเด่นด้วยกันทั้งนั้น แต่ความงามขององค์หญิงหลิงเซียงก็นับว่าอยู่ระดับแนวหน้าในหมู่สตรีเหล่านี้ จะมีก็แต่…หนานกงมั่วที่นั่งถัดจากฮองเฮาเท่านั้นที่พอจะข่มความงามขององค์หญิงหลิงเซียงลงได้บ้าง

ฮองเฮาเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “หาโอกาสที่พวกเจ้าจะเข้าวังหลวงมาเยี่ยมข้าพร้อมๆ กันอย่างวันนี้ได้ยากจริงๆ ทั้งยังมีแขกใหม่มาด้วย ในที่สุดวังหลวงก็ครึกครื้นมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างแล้ว”

จูชูอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “หากเสด็จแม่ไม่รังเกียจ พวกหม่อมฉันก็ยินดีจะเข้าวังมาถวายพระพรทุกวันนะเพคะ”

ฮองเฮายิ้มน้อยๆ “ปากหวานนัก” ฮองเฮาถามไถ่องค์หญิงตงจูเรื่องสุขภาพร่างกายของนางว่าเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากการเดินทางมาจินหลิงนั้นยากลำบาก และมีสิ่งที่นางไม่คุ้นเคย เป็นต้น องค์หญิงตงจูก็ตอบไปทีละคำถาม เจ้าบ้านและแขกสมัครสมานสามัคคีกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบ

หลังจากสนทนากันไปสักพัก ฮองเฮาก็ยิ้มพลางเอ่ย “องค์หญิงตงจูเพิ่งจะมาถึง วันนี้ฝ่าบาทจะจัดงานเลี้ยงในวังหลวงเพื่อต้อนรับทุกคน หากองค์หญิงรู้สึกเหน็ดเหนื่อย จะไปพักที่ตำหนักด้านข้างก่อนก็ได้ พวกเจ้าอยู่กับคนแก่อย่างข้าคงน่าเบื่อแย่ ออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกกันเถิด” ในวังหลวงยามนี้นอกจากองค์ชายห้าซึ่งยังเป็นทารกที่นางเอามาเลี้ยงดูแทนคนอื่นแล้วก็ไม่มีองค์ชายคนใดอีก จึงไม่ต้องกังวลว่าจะไปพบเจอกับใครเข้า

หลังจากที่ทุกคนขอบพระทัยฮองเฮาแล้ว พระองค์ก็ลุกขึ้นเพื่อกลับไปพักผ่อน และก่อนจะไปนั้นเอง ก็ได้เรียกให้จูชูอวี้ติดตามไปด้วยกันเพียงลำพังเท่านั้น นับตั้งแต่ที่ฮองเฮาส่งมามาข้างกายตนเองไปให้พระชายาเจิ้งอ๋อง พระองค์ก็ไม่ได้อยู่ตามลำพังกับจูชูอวี้เลย แม้จะเป็นการเข้ามาถวายพระพร จูชูอวี้ก็เพียงแต่เข้ามาโขกศีรษะแล้วก็จากไป หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าของบุตรชาย ฮองเฮาก็อาจจะปล่อยให้นางคุกเข่าอยู่ด้านนอกหรือไม่ก็สั่งห้ามนางเข้ามาถวายพระพรไปเสียเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ฮองเฮาอนุญาตให้จูชูอวี้อยู่พูดคุยกับตนตามลำพัง ดวงตาของจูชูอวี้มีแววประหลาดใจวาบขึ้นเล็กน้อย จากนั้นจึงรับคำอย่างรวดเร็ว

องค์หญิงตงจูรู้สึกกระฉับกระเฉงและไม่ได้เหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ทั้งยังสงสัยใคร่รู้เกี่ยวกับวังหลวงของต้าเซี่ยอย่างมาก จึงออกไปเดินเล่นกับทุกคน

แม้ว่าอุทยานในวังหลวงช่วงเดือนหนึ่งจะไม่เหี่ยวเฉาเหมือนที่อื่น แต่ก็ไม่ได้งดงามเท่าในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ฮองเฮาเป็นคนมัธยัสถ์ ยิ่งไม่ชอบของตกแต่งที่ทำมาจากผ้าไหมผ้าต่วนพวกนั้น อุทยานจึงยิ่งดูอ้างว้างและเย็นชา โชคดีที่ยังมีต้นหล้าจูและดอกซิ่งตรงมุมสวนที่กำลังบานพอดี ทุกคนจึงได้หารือกันว่าจะไปชมดอกไม้ที่ศาลาชมจันทร์ทางด้านนั้น

เมื่อเกาะอยู่ตรงหน้าต่างของศาลาชมจันทร์ก็แทบจะมองเห็นครึ่งหนึ่งของวังหลวงได้แล้ว ยิ่งมองเห็นอุทยานได้โดยไร้สิ่งกีดขวาง องค์หญิงตงจูรู้สึกอิจฉามาก “จงหยวนดีจริงๆ งดงามไม่น้อยเลย”

ซุนเหยียนเอ๋อร์เอ่ย “แม้ว่าทางเหนือจะหนาว แต่ก็น่าจะสนุกไปอีกแบบกระมัง”

องค์หญิงตงจูส่ายหน้าพลางเอ่ยตอบ “ที่ไหนกัน ที่นั่นหนาวกว่าที่โยวโจวเสียอีก พอถึงหน้าหนาว หากหิมะไม่ตกหนัก ลมก็พัดแรง จะออกจากบ้านยังยาก นับประสาอันใดกับการชมดอกไม้”

ซุนเหยียนเอ๋อร์พยักหน้า แอบคิดในใจ มิน่าคนนอกกำแพงอย่างพวกเจ้าจึงได้อยากมาจงหยวน น่าเสียดายที่ดินแดนอันน่าอยู่ของเราไม่อาจให้พวกเจ้ามาครอบครองได้

องค์หญิงหลิงเซียงกลับไม่สนใจเรื่องนี้ เอ่ยว่า “นี่ไม่เห็นน่าสนใจเลย หนานเย่ว์ของเราต่างหากที่มีสี่ฤดู ดอกไม้บานสะพรั่ง”

องค์หญิงตงจูคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย “พวกเจ้าหนานเย่ว์จะต้องไม่มีหิมะแน่เลย” แม้ว่าการมีดอกไม้บานสะพรั่งจะดีมาก แต่หิมะก็สวยงามมากเช่นกัน แม้ว่าบางครั้งจะน่ารำคาญไปบ้างยามที่หิมะตกตลอดเวลา แต่หากไม่มีหิมะเลยนางก็คงจะไม่ชินกับมันอย่างแน่นอน องค์หญิงหลิงเซียงนิ่งงันไปทันที แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา หนานเย่ว์ของนางไม่เคยมีหิมะตกจริงๆ

“พวกเจ้าโชคดีมากจริงๆ” องค์หญิงตงจูหันมายิ้มให้ซุนเหยียนเอ๋อร์

ซุนเหยียนเอ๋อร์อุ้มคังเอ๋อร์ยิ้มๆ ไม่ได้เอ่ยอันใด

“สองคนนั่นใครหรือ” ทันใดนั้นองค์หญิงหลิงเซียงก็ชี้ไปที่พระชายารองทั้งสองซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะไม่ไกล เมื่อครู่นี้ฮองเฮาไม่ได้แนะนำคนทั้งสองให้พวกนางรู้จัก แม้ว่าองค์หญิงหลิงเซียงจะพอคาดเดาได้ ทว่านางก็ยังอยากถามอยู่ดี

ซุนเหยียนเอ๋อร์หันกลับไปมอง พวกนางไม่ได้ถูกชะตากับพระชายารองทั้งสองมากนัก คนหนึ่งก็ประจบประแจงองค์หญิงทั้งสองอย่างมาก แต่องค์หญิงหย่งเฉิงอายุมากกว่าพวกนางเสียอีก มีหรือจะไม่เข้าใจว่าพวกนางต้องการสิ่งใด ส่วนองค์หญิงหมิงอวี้ก็ไม่ได้สนใจคนอื่นนัก นางชอบอยู่กับองค์หญิงหย่งเฉิงและหนานกงมั่วมากกว่า

“นั่นคือชายารองหลี่ว์และชายารองซูจวนเจิ้งอ๋อง” ซุนเหยียนเอ๋อร์กล่าว

องค์หญิงหลิงเซียงเลิกคิ้ว “ข้าได้ยินว่าเจิ้งอ๋องแต่งชายารองสี่คน แต่ฉู่อ๋องกลับไม่มีเลยสักคนหรือ อืม ดูเหมือนว่าจวนเหลียงอ๋องก็ไม่มีเหมือนกัน เซียงอ๋องก็ไม่มีแม้แต่ชายาเอก ไยองค์ชายของต้าเซี่ยถึงได้แปลกเพียงนี้”

ซุนเหยียนเอ๋อร์ตกตะลึง “ตามกฎแล้ว ชินอ๋องสามารถมีชายารองได้สี่คน ไม่ได้เป็นการผิดธรรมเนียมแต่อย่างใด เพียงแต่เสด็จพ่อเพิ่งจะขึ้นครองราชย์ได้ไม่นาน หลายเรื่องซับซ้อนก็เลย…”

องค์หญิงตงจูโบกมืออย่างไม่เห็นด้วย “ก็เห็นจะไม่เป็นไรไม่ใช่หรือ พี่ชายของข้ามีภรรยาตั้งหกคน แต่ไม่มีใครใหญ่ใครรอง ทุกคนใหญ่เท่ากันหมด”

องค์หญิงหลิงเซียงเบ้ปากเล็กน้อย “จะเหมือนกันได้เช่นไร”

องค์หญิงตงจูอารมณ์เสียเล็กน้อย ไม่ว่านางจะใจกว้างแค่ไหน แต่นางก็ยังมองเห็นท่าทีขององค์หญิงหลิงเซียงที่ทำตัวสูงส่งกว่าเมื่อเผชิญหน้ากับนาง อันที่จริงไม่เพียงแต่องค์หญิงตงจูเท่านั้น แม้แต่องค์หญิงหย่งเฉิงและองค์หญิงหมิงอวี้ องค์หญิงหลิงเซียงก็ไม่ได้เห็นพวกนางอยู่ในสายตานัก หากจะให้เอ่ยกันจริงๆ คนที่สามารถทำให้นางสุภาพได้บ้างก็คงจะมีแต่หนานกงมั่วคนเดียวเท่านั้น แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อาจเป็นเพราะนางได้เห็นวรยุทธ์ของหนานกงมั่วในคืนเทศกาลโคมไฟก็เป็นได้

หนานกงมั่วไม่ได้มีความประทับใจที่ดีต่อองค์หญิงหลิงเซียง แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นแขก จึงไม่สามารถที่จะปฏิบัติไม่ดีต่อนางได้ หนานกงมั่วได้แต่ต้องคอยนั่งข้างๆ ถามคำตอบคำไปตามเรื่อง กลับเป็นองค์หญิงหลิงเซียงเองที่รู้สึกเบื่อหน่าย และหาข้ออ้างลงไปข้างล่างเพื่อชมดอกไม้และเดินหายไป องค์หญิงตงจูมีบุคลิกร่าเริงมาก ไม่นานนางก็ไปเล่นด้วยกันกับองค์หญิงหย่งเฉิงและองค์หญิงหมิงอวี้ องค์หญิงทั้งสองก็เติบโตขึ้นมาทางเหนือเช่นกัน นิสัยใจคอของพวกนางก็เหมือนกับหญิงสาวทางเหนือที่ชัดเจนตรงไปตรงมา และเข้าใจคำพูดขององค์หญิงตงจูได้ไม่ยาก

หนานกงมั่วรู้สึกผ่อนคลายและโบกมือให้คังเอ๋อร์ที่ซุนเหยียนเอ๋อร์อุ้มอยู่ด้วยรอยยิ้ม “คังเอ๋อร์ยังจำป้าได้หรือไม่”

คังเอ๋อร์กะพริบตาแล้วจึงเอ่ยว่า “ท่านป้าใหญ่”

“เด็กดี มาให้ป้าใหญ่กอดหน่อยได้ไหม”

คังเอ๋อร์ยื่นมือเล็กๆ ออกมาทันที หนานกงมั่วเอื้อมมือไปจับและบีบใบหน้าเล็กๆ ของเขา “เด็กดีอะไรเช่นนี้” เทียบกับปีศาจและใต้เท้าน้อยที่บ้านแล้ว คังเอ๋อร์จึงเป็นซาลาเปาน้อยที่น่ารักจริงๆ ท่าทางว่าง่ายน่าเอ็นดูนี้น่ารักเกินไปแล้ว

“ท่านป้าใหญ่ พี่เยาเยา!” คังเอ๋อร์เงยหน้าและเอ่ยขึ้นด้วยดวงตาที่มีน้ำตาคลอเบ้า

หนานกงมั่วลูบศีรษะเล็กๆ ของเขาพลางเอ่ย “พี่เยาเยาอยู่ที่บ้าน เดี๋ยวนางก็มา ถึงตอนนั้นค่อยมาเล่นกับคังเอ๋อร์ดีหรือไม่”

ดวงตาของคังเอ๋อร์เป็นประกายขึ้นมาทันทีก่อนจะพยักหน้าซ้ำๆ เขาเป็นซื่อจื่อของจวนเหลียงอ๋อง และเป็นบุตรเพียงคนเดียวในจวนเหลียงอ๋อง ความเป็นจริงก็คือราชวงศ์รุ่นที่สามมีเด็กทั้งหมดแค่สี่คนเท่านั้น เป็นชายสองหญิงสอง มีเด็กหญิงในจวนของเซียวเชียนชื่อที่แทบจะถูกลืมไปแล้ว มีแฝดชายหญิงของจวนฉู่อ๋อง แล้วก็คังเอ๋อร์ การมีลูกจำนวนน้อยนั้นทำให้พวกเขามีค่ามาก แต่ก็เหงามากเช่นกัน เยาเยาและอานอานยังเป็นเพื่อนเล่นกันได้ แต่เด็กสองคนนั้น คนหนึ่งซุกซน ส่วนอีกคนก็ดึงดันที่จะเรียนรวมกับผู้ใหญ่ให้ได้ จึงเหลือเพียงคังเอ๋อร์โดดเดี่ยวคนเดียว แม้ว่าเขาจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม แต่ก็ย่อมเหงาอยู่ดี

ซุนเหยียนเอ๋อร์มองบุตรชายของนางด้วยความรัก หนานกงมั่วหันไปมองนางแล้วจึงเอ่ย “ข้าคิดว่าตอนนี้คังเอ๋อร์ก็แข็งแรงมากแล้ว เจ้าก็อย่าเอาแต่ขังเขาไว้ในจวนเลย เด็กผู้ชายอย่างนี้ ปล่อยให้เขาออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้างจะดีกว่า”

ซุนเหยียนเอ๋อร์พยักหน้า “หม่อมฉันเข้าใจ ก่อนหน้านี้ก็เกรงว่าเขาจะปรับตัวเข้ากับอากาศของจินหลิงไม่ได้ รอให้อากาศอุ่นขึ้นหน่อยในฤดูใบไม้ผลิ ก็คงไม่มีอันใดน่าเป็นห่วงแล้ว เพียงแต่บ้านเรามีเด็กน้อย คังเอ๋อร์จึงเหงาอย่างช่วยไม่ได้ อยู่บ้านเขาก็เอ่ยถึงพี่เยาเยาทุกวันเพคะ” อันที่จริงคังเอ๋อร์และเยาเยาก็เคยพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง แต่เยาเยาเป็นพี่สาวเพียงคนเดียวที่ยอมเล่นกับเขา ดังนั้นเขาจึงจำนางได้

หนานกงมั่วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ควรจะไปเยี่ยมบ้านของเราบ่อยๆ หรือไม่ก็ที่บ้านของท่านป้าห้า เยาเยาไปอยู่ที่นั่นบ่อย”

ซุนเหยียนเอ๋อร์พยักหน้าตอบตกลง

พระชายารองทั้งสองที่อยู่อีกฟากหนึ่งพูดคุยกันไปพลางก็มองมาทางด้านนี้เป็นระยะ หนานกงมั่วเองก็ใช้โอกาสนี้ประเมินพระชายารองของเซียวเชียนเหว่ย นางเคยพบชายารองเหวินมาก่อน แต่วันนี้ไม่รู้ว่าทำไมจูชูอวี้จึงไม่พานางเข้าวังหลวงมาด้วย แต่กลับนำชายารองหลี่ว์และชายารองซูมาแทน ต้องบอกว่ารูปร่างหน้าตาของชายารองทั้งสามคนนี้พอใช้ได้ทีเดียว ชายารองที่เหลืออีกคนก็คงไม่ต่างกัน ส่วนนิสัยใจคอจะเป็นเช่นไรนั้นก็ปล่อยให้เป็นเรื่องที่จูชูอวี้ต้องกังวลไปแล้วกัน

เมื่อซุนเหยียนเอ๋อร์เห็นหนานกงมั่วมองไปทางนั้นจึงลดเสียงลงเอ่ยว่า “ข้าได้ยินว่าช่วงนี้จวนเจิ้งอ๋องคึกคักมาก”

“โอ๋?” หนานกงมั่วประหลาดใจ จวนเหลียงอ๋องและจวนเจิ้งอ๋องสนิทสนมกัน ดังนั้นพวกเขาน่าจะรู้ข่าวมากกว่านาง

ซุนเหยียนเอ๋อร์เอ่ย “ปีที่แล้ว ไม่รู้ว่าเหตุใดบรรดาครอบครัวของชายารองทั้งหลายถึงได้พยายามส่งยาบำรุงต่างๆ นานาไปที่จวนเจิ้งอ๋อง เรื่องแบบนี้มีหรือจะปิดบังผู้คนได้ แต่ดูเหมือนว่าเพิ่งจะหยุดไปเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง แต่…ดูเหมือนข้างนอกจะมีข่าวลือ…” จู่ๆ ซุนเหยียนเอ๋อร์ก็หยุดพูด ซึ่งเห็นได้ชัดว่านางเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าในฐานะน้องสะใภ้ไม่ควรวิพากษ์วิจารณ์พี่สามี ใบหน้างามๆ จึงแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

หนานกงมั่วเข้าใจจึงไม่ได้ทำให้นางลำบากใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เป็นเพียงข่าวลือ มีใครบ้างที่ไม่ถูกคนนินทา และมีใครบ้างที่ไม่นินทาคนอื่นลับหลัง”

ซุนเหยียนเอ๋อร์พยักหน้า แต่ก็ยังแอบยิ้มร่าในใจไม่ได้ ข่าวลือออกไปอย่างนั้น ไม่ว่าอย่างไรพี่สามก็ต้องเสียหน้า ไม่น่าแปลกใจที่เห็นใบหน้าของเขาอึมครึมนักตอนที่เข้าวังหลวงมาเมื่อเช้า

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว แม้ว่าสามีของนางจะไม่ได้ทุ่มเทให้ภรรยาเท่ากับฉู่อ๋อง และดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีความก้าวหน้าอันใดมากนัก แต่ซุนเหยียนเอ๋อร์ก็รู้สึกว่าตนเองไม่มีอันใดที่ไม่พอใจแล้ว เซียวเชียวจย่งและนางเป็นถึงองค์ชายและพระชายากันแล้ว ยังจะอยากก้าวหน้าไปไหนอีก ตำแหน่งนั้นไม่ใช่ว่าใครๆ ก็จะคิดฝันได้

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1198 หว่าหลากลับมาสวามิภักดิ์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

624bc07dTeTL2Kdj
สตรีมเมอร์สาว กินพิชิตอวกาศ [她靠吃播征服星际
06/08/2023
M0l3ZdE
ทะลุมิติสู่ยุค 70 ไปแต่งงานกับผู้ชายคลั่งรัก
29/01/2025
novelpdf0054
ทะลุมิติไปเป็นสาวนาผู้ร่ำรวย
20/11/2025
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
15/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.