Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ตอนที่ 1236-3 ภพนี้ได้เจอเจ้า โชคดีสามภพ

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ตอนที่ 1236-3 ภพนี้ได้เจอเจ้า โชคดีสามภพ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 1236-3 ภพนี้ได้เจอเจ้า โชคดีสามภพ

โจวเซียงได้ยินเช่นนั้น หัวเราะเสียงดังขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ หลังจากหัวเราะเสร็จจึงพยักหน้า เอ่ย “ข้าจะตายอย่างไรเจิ้งอ๋องไม่ต้องกังวล หากท่านอ๋องมีเวลา…เป็นห่วงตนเองเถิด”

เซียวเชียนเหว่ยหันไปมององครักษ์ในห้องทรงอักษรที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นหันไปมองกองกำลังทหารที่ปักหลักอยู่ไกลออกไป ใบหน้าไม่มีสีเลือดแม้เพียงนิด

แม้ทหารกบฏและจอมยุทธ์ต่างก็มีไม่น้อย แต่ฮ่องเต้ไท่ชูและเว่ยจวินมั่วใช่ว่าจะไม่มีการเตรียมตัว รอกระทั่งทหารองครักษ์และยอดฝีมือปรากฏตัวเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ทหารกบฏค่อยๆ ล้มตาย บนหลังคา ฮ่องเต้ไท่ชูเงยหน้ามองฟ้าแล้วออกคำสั่งเสียงเข้ม เอ่ย “จวินเอ๋อร์ รีบจัดการให้จบ เวลามีไม่มากแล้ว” งานเลี้ยงตอนเย็นจำเป็นต้องเริ่มตรงเวลา เวลาของพวกเขามีไม่มากแล้วจริงๆ

เว่ยจวินมั่วพยักหน้าโดยไร้เสียง “ซิงเวย”

ซิงเวยที่อยู่ไกลๆ จัดการคู่ต่อสู้ด้วยกระบี่เดียว ก่อนจะลอยตัวมาลงตรงหน้าเว่ยจวินมั่ว “ฝ่าบาท ท่านอ๋อง”

เว่ยจวินมั่วเอ่ย “คุ้มกันเสด็จพ่อ”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ซิงเวยตอบรับก่อนจะเก็บกระบี่มายืนอยู่ด้านข้างฮ่องเต้ไท่ชู กระบี่อ่อนในมือเว่ยจวินมั่วตวัดสะท้อนแสงสีเงินออกไป ลอยลงไปอยู่ท่ามกลางผู้คนในตำหนัก เห็นเพียงเว่ยจวินมั่วท่ามกลางกลุ่มคน กระบี่ล่องลอยไปมา เรียกได้ว่าก้าวหนึ่งก้าวสังหารคนหนึ่งคน ตำแหน่งใดที่มีแสงสีเงินเกิดขึ้นแน่นอนว่าจะต้องมีศีรษะของคนร่วงสู่พื้น ไม่มีใครรอดพ้นไปได้ ศัตรูรอบข้างมองเห็นต่างรู้สึกหวาดหวั่น ยามนี้ฉู่อ๋องผู้นี้ไหนเลยจะเหมือนองค์ชายผู้สูงส่ง เห็นชัดว่าเป็นเทพสังหารชัดๆ จุดที่เว่ยจวินมั่วไปถึง ศัตรูต่างต้องล่าถอย เมื่อศัตรูหวาดกลัว คนของตนพลันรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา แม้แต่มือของลิ่นฉังเฟิงยังรู้สึกมีพลังขึ้นมาหลายส่วน

“แย่แล้ว…แย่แล้ว…”

คนที่หลบอยู่ด้านข้างสีหน้าขาวซีดตัวสั่นงันงก ไม่ได้สนใจเหล่าทหารที่ยืนจ้องเขม็งอยู่ไกลๆ หมุนตัวคิดหนี แต่ไม่เห็นว่าชีวิตของพวกเขาจะดีไปกว่าคนที่อยู่นัก วิ่งออกไปเพียงสิบกว่าก้าวก็ถูกลูกธนูปักเข้าที่หัวใจล้มลงกับพื้น เซวียเจินมองคนที่ถูกบีบให้ถอยกลับไป แสยะยิ้มเย็นออกมา ในเมื่อเลือกเส้นทางนี้แล้วก็อย่าหวังจะหันหลังกลับไป

“ใต้เท้าโจว ใต้เท้าโจว ทำเยี่ยงไรดี” มีคนจับชายเสื้อของโจวเซียงเอาไว้พร้อมเอ่ยถามอย่างร้อนใจ โจวเซียงปัดมือของคนที่จับมือตนเบาๆ เอ่ยเสียงเรียบ “กลัวอันใด ทุกคนต่างมาเพื่อจัดการกับโจรกบฏ ต่อให้ต้องลงไปสู่ปรโลก ได้เห็นฝ่าบาทและองค์รัชทายาทก็นับว่ามีคุณความดีน่ายกย่องแล้ว”

คุณความดีบ้าอันใด คุณความชอบอันใดกันเล่า พวกเราต้องการเพียงความรุ่งเรืองมั่งคั่ง ใครต้องการรางวัลจากคนตายเล่า

โจวเซียงมองไปยังเว่ยจวินมั่วที่อยู่ยงคงกระพัน ขมวดคิ้วพลางเอ่ย “เพียงแต่เช่นนี้ก็ไม่ดีนัก…” ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่โจวเซียงจึงเลิกคิ้วเอ่ย “ฉู่อ๋อง หากยังต้องการชีวิตของพระชายาฉู่อ๋องและลูกทั้งสองของเจ้าก็รีบหยุดมือเสีย”

เว่ยจวินมั่วไม่หยุด ทว่าลิ่นฉังเฟิงกลับหัวเราะขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ท่านโจว จะบอกว่าท่านส่งคนไปจับพระชายาฉู่อ๋องและเด็กทั้งสองอย่างนั้นหรือ ท่านคงมั่นใจว่าพวกเขาจะกลับมาได้” จับหนานกงมั่วก็ช่างเถิด เพียงแต่ต้องใช้การสู้ที่หมุนเวียนอันใดเยี่ยงนั้น ขอเพียงโจวเซียงยอมลงทุนก็มีความหวังที่จะสำเร็จ แต่จะไปจับเด็กสองคนอย่างนั้นหรือ นึกถึงสามคนที่เฝ้าเด็กๆ เอาไว้ คุณชายฉังเฟิงรู้สึกสงสารคนที่ได้รับคำสั่งให้ไปจัดการเรื่องนี้จนน้ำตาแทบไหล

“ทำไมหรือ คุณชายฉังเฟิงคิดว่าพระชายาฉู่อ๋องจับตัวยากมากเลยหรือ” เสียงกลั้วหัวเราะของจูชูอวี้ดังแทรกความวุ่นวายด้านในขึ้นมา

ลิ่นฉังเฟิงถีบคนตรงหน้าออกไป ก่อนจะมองเห็นจูชูอวี้นำตัวคนเข้ามา ที่เห็นได้เด่นชัดสุดก็คือหนานกงมั่วในชุดสีแดงแปลกตาและฮองเฮาที่อยู่ในชุดพิธีการ

ฮ่องเต้ไท่ชูยืนมองอยู่ไกลๆ สีหน้าทะมึนขึ้นมา เอ่ย “หยุดเดี๋ยวนี้”

เสียงของฮ่องเต้ไท่ชูดังออกมาจากสนามรบ แม้วรยุทธ์ไม่อาจเรียกได้ว่าขั้นสอง ทว่าน้ำเสียงทรงพลังอำนาจ ได้ยินเสียงของเขา ทั้งสองฝ่ายต่างแยกออกจากกัน มีเพียงเว่ยจวินมั่วที่ถูกทิ้งให้ยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว เว่ยจวินมั่วหันกลับไปมอง ดวงตาสีม่วงราวกับน้ำแข็ง จูชูอวี้รู้สึกสั่นสะท้านรีบหลบสายตาของเขา

ลิ่นฉังเฟิงยืนพิงเสาด้านนอกห้องทรงอักษร เลิกคิ้วมองพิจารณาหนานกงมั่ว เอ่ย “โอ้ แม่นางมั่ว วันนี้การปรากฏตัวของเจ้าไม่ได้ดูสง่าเท่าใดนัก”

หนานกงมั่วยักไหล่อย่างเอือมระอา “เรื่องนี้หรือ คนก็ต้องมีพลาด ม้าก็ต้องมีล้มบ้าง”

“ผู้ใดช่างมีความกล้าจับตัวเจ้า คุณชายข้านึกว่ายอดฝีมือทั้งหมดถูกส่งมาที่นี่หมดแล้ว ฉู่อ๋อง เจ้าโดนดูถูกแล้วล่ะ” ลิ่นฉังเฟิงเอ่ยติดตลก เวลาเช่นนี้ยังแบ่งยอดฝีมือไปจัดการหนานกงมั่วได้ เห็นได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้ถึงฝีมือของเว่ยจวินมั่วชัดเจนนัก

หนานกงชวี่เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่น่า เกรงว่าคงรู้ว่าสู้ฉู่อ๋องไม่ได้จึงต้องแบ่งออกไปกระมัง” อย่างไรการต่อสู้กับเว่ยจวินมั่วมากมายเพียงใดก็ราวกับส่งคนไปตาย หากสามารถจับตัวหนานกงมั่วและเด็กทั้งสองได้ค่อยมาข่มขู่เว่ยจวินมั่ว คงจะดีกว่ามาก

ลิ่นฉังเฟิงลูบจมูก เอ่ยอย่างจริงใจ “แม่ทัพหนานกง คิดมากเกินไปก็ไม่ดี” สายตาของคนที่ทำสงครามไม่ได้ด้อยไปกว่าขุนนางฝ่ายบุ๋นเท่าใดนัก

ใบหน้าของจูชูอวี้ไม่น่ามอง เอ่ยเสียงเย็น “ไม่ว่าสถานการณ์ใดคุณชายฉังเฟิงก็ดูไม่ใส่ใจอันใด”

ลิ่นฉังเฟิงยักไหล่ ท่าทางสบายอารมณ์ เอ่ย “เรื่องนี้หรือ…คนที่เจ้าจับไม่ใช่ภรรยาข้า ข้าจะร้อนใจไปทำไมเล่า”

จูชูอวี้เองไม่โกรธ ยิ้มหวานพลางเอ่ย “เจ้ารู้ได้เยี่ยงไรว่าข้าไม่ได้จับภรรยาเจ้า” เมื่อนางโบกมือ กลุ่มคนด้านหลังจึงถูกพาเข้ามา องค์หญิงฉังผิง องค์หญิงหลิงอี๋ เซี่ยเพ่ยหวน ฉินซีก็เป็นหนึ่งในนั้น หนานกงมั่วแยกมือออกจากกันอย่างเบื่อหน่าย เอ่ย “ตอนนี้เจ้ารู้หรือยังว่าไยข้าจึงถูกจับ”

คุณชายฉังเฟิงพยักหน้าอย่างระอาใจ มีภาระมากเกินไป ต่อให้พระชายาฉู่อ๋องจะเป็นผู้มีพรสวรรค์ลงมาจากสวรรค์ชั้นฟ้าก็เอาไม่อยู่

มีตัวประกันอยู่ในมือ แน่นอนว่าไม่อาจต่อสู้ได้ในเวลาเพียงชั่วครู่แล้ว ฮ่องเต้ไท่ชูลงมาจากหลังคา สายตาเย็นชามองไปยังเซียวเชียนเหว่ย เซียวเชียนเหว่ยใบหน้าเคร่งขรึมก้มหน้าลง จูชูอวี้เดินเข้าไปอยู่ข้างเซียวเชียนเหว่ย เอ่ยเสียงเบา “ท่านอ๋อง ไม่ต้องกังวล หม่อมฉันจะช่วยพระองค์อย่างแน่นอน” มุมปากของเซียวเชียนเหว่ยกระตุกไม่เอ่ยสิ่งใด

เซียวเชียนชื่อและเซียวเชียนจย่งก็อยู่ด้านข้างฮ่องเต้ไท่ชู ร่างกายของทั้งสองเองก็มีเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ไม่น้อย แม้จะมีคนคอยคุ้มกันแต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงจากการต่อสู้ด้วยตนเองได้ แม้แต่ใบหน้าของเซียวเชียนชื่อที่ดูสง่างามมาตลอดยังเต็มไปด้วยไอสังหาร เซียวเชียนชื่อขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเข้ม “น้องสาม อย่าได้ทำเรื่องเหลวไหล รีบปล่อยเสด็จแม่และพี่สะใภ้ มานี่”

เซียวเชียนจย่งกลับไม่มีความเกรงใจเพียงนั้น ตะโกนด่าทอ “เจ้าสาม สมองเจ้ามีปัญหาไปแล้วอย่างไร ถึงได้จับตัวเสด็จแม่ จิตใจของเจ้าถูกสุนัขกินไปแล้วหรืออย่างไร”

เซียวเชียนเหว่ยหน้าแดงก่ำเอ่ยออกมาไม่ได้ เซียวเชียนชื่อใช้ศอกกระทุ้งน้องชาย เวลาเช่นนี้ยังจะเสียดสีเขา ไม่ใช่จะปล่อยให้เขาเดินสู่ความมืดตัวคนเดียวหรอกหรือ

“น้องสาม มีเรื่องอันใดพวกเราค่อยว่ากัน เจ้ารีบให้จูซื่อปล่อยเสด็จแม่และพี่สะใภ้ก่อนเถิด เจ้าไม่ได้ลงมือ ยามนี้กลับตัวยังทัน”

เซียวเชียนเหว่ยเงยหน้ามองไปตรงหน้า ใบหน้ามีรอยยิ้มไม่น่ามอง “กลับตัวหรือ ยังจะกลับตัวอันใดได้อีก” เซียวเชียนเหว่ยรู้สึกยุ่งยากอยู่ในใจ เขามองเซียวเชียนชื่อเป็นศัตรูมาตั้งแต่เด็ก เป็นเวลายาวนานกว่าเว่ยจวินมั่วอย่างแน่นอน เมื่อครั้งยังเด็กเขามีความสัมพันธ์ไม่เลวต่อเซียวเชียนจย่ง เพียงไม่รู้ว่าเริ่มออกห่างตั้งแต่เมื่อใด เอ่ยได้ว่า เพราะน้องชายอย่างเขา ชีวิตในวัยเด็กหรือวัยหนุ่มของเซียวเชียนชื่อต่างก็ไม่ดีนัก ไม่คิดว่ามาถึงตอนนี้คนที่มีจิตใจที่ดีต่อตนกลับเป็นพี่ชายที่ตนเองดูถูกมาโดยตลอด ต่อให้เป็นเพียงการแสดงก็ตามที

จูชูอวี้ยื่นมือออกมากุมมือเซียวเชียนเหว่ยเอาไว้ เอ่ยเสียงเบา “ท่านอ๋อง พวกเราไม่อาจถอยกลับได้อีกแล้ว”

“สตรีแพศยา” เซียวเชียนจย่งโมโห ชี้หน้าด่าทอจูชูอวี้ นับตั้งแต่สตรีผู้แต่งแต่งกับเซียวเชียนเหว่ย เซียวเชียนเหว่ยก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมแล้ว

จูชูอวี้กลับไม่โกรธ ทว่ากลับเม้มริมฝีปาก ยิ้มบางก่อนจะเอ่ย “น้องสี่ นี่เป็นกิริยาที่เจ้ามีต่อพี่สะใภ้หรอกหรือ”

โจวเซียงมองภาพตรงหน้าอย่างพึงพอใจ ก้าวขึ้นมาด้านหน้าสองก้าวพร้อมลูบเครา “ฝ่าบาท ฉู่อ๋อง มีเวลาไม่มากแล้ว พวกเรารีบจัดการเรื่องเหล่านี้เถิด อย่างไรกระทบต่องานเลี้ยงคงไม่ดีนัก ทั้งสองท่านว่าใช่หรือไม่”

ลิ่นฉังเฟิงมองไปยังโจวเซียง เอ่ยถาม “เจ้าคิดจะทำอันใดอีก”

โจวเซียงหรี่ตามองเว่ยจวินมั่ว เอ่ย “ก็ต้องดูว่า ในใจของฉู่อ๋อง บิดาสำคัญกว่าหรือพระชายาสำคัญกว่ากันแล้ว” ลิ่นฉังเฟิงเกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา เป็นเช่นนั้นเมื่อได้ยินเสียงโจวเซียงเอ่ยขึ้น “ข้ารู้…การเผชิญหน้าคืนนี้พวกเราจะพ่ายแพ้ แต่ว่าฉู่อ๋องเองก็รู้ ข้ามายืนอยู่ตรงนี้แน่นอนว่าไม่กลัวตาย อายุอย่างข้า ตายอย่างไรก็ไม่นับว่าอายุสั้นแล้ว เพียงน่าเสียดาย พระชายายังอยู่ในวัยที่กำลังโชติช่วง ดังนั้น…หากท่านอ๋องต้องการชีวิตของพระชายาก็สังหารเซียวโยวด้วยพระองค์เองเถิด”

“ว่าไงนะ” ทุกคนตกใจ ทุกคนใช้สายตาราวกับมองคนบ้ามองไปยังชายชราผมขาว เทียบกับคนที่หน้าซีดขาวอยู่ข้างๆ ใบหน้าแก่ชราของโจวเซียงกลับมีสีแดงกว่า มีชีวิตชีวาอย่างน่าประหลาดใจ

โจวเซียงไม่ได้รู้สึกว่าตนเองเอ่ยเรื่องน่าตกใจ เอ่ยต่อด้วยรอยยิ้ม “แน่นอน เพื่อความยุติธรรมสักนิด ขอเพียงเซียวโยวตายแล้ว ฉู่อ๋องก็สามารถเอาชีวิตของข้าไปได้ทันที ข้าจะไม่ขัดขืนแม้เพียงนิด”

ตาแก่นี่บ้าไปแล้วจริงๆ ลิ่นฉังเฟิงจนวาจา มองไปยังเว่ยจวินมั่วที่ยืนไม่เอ่ยวาจาอยู่อีกฝั่ง การมีเรื่องกับคนบ้าช่างเป็นเรื่องวุ่นวายเสียจริง

โจวเซียงมองไปยังเว่ยจวินมั่วด้วยใบหน้ามีเมตตา เอ่ยถาม “ฉู่อ๋อง เจ้าเลือกอย่างไร”

จูชูอวี้ยิ้มพลางเอ่ย “แน่นอนว่าฉู่อ๋องก็ต้องเลือกพระชายาฉู่อ๋องอยู่แล้ว บิดาที่เพิ่งยอมรับกลับมามีความรักลึกซึ้งเท่าภรรยาที่เคียงคู่กันมาได้เยี่ยงไร ยังเป็นภรรยาที่ให้กำเนิดลูกแก่ตนถึงสองคนอีกด้วย”

“ทำตัวโอ้อวดฉลาด” หนานกงชวี่ปรายตามองจูชูอวี้ เอ่ยเสียงเย็น

จูชูอวี้ชะงัก เลิกคิ้วมองไปยังหนานกงชวี่ เอ่ยถาม “อ้อ หรือแม่ทัพหนานกงคิดว่า น้องสาวของตนไม่ได้ทำให้ฉู่อ๋องหลงใหลจนไม่สนสิ่งใดอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นพระชายาฉู่อ๋องคงเสียใจแล้ว”

หนานกงชวี่เอ่ยเสียงเย็น “หากฉู่อ๋องทำร้ายฝ่าบาทจริงๆ เจ้าคิดว่า…พวกเจ้ายังจะมีชีวิตรอดอย่างนั้นหรือ” คนทั่วไปสังหารบิดาแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือฆ่าคนปิดปาก คนที่อยู่ในสถานการณ์ นอกจากคนของเว่ยจวินมั่ว ใครก็อย่าได้คิดจะมีชีวิตรอด ไม่รู้จริงๆ ว่าสตรีผู้นี้กำลังภาคภูมิใจสิ่งใด หรือนางคิดว่าเมื่อเว่ยจวินมั่วสังหารฮ่องเต้ไท่ชูแล้วยอมรับความผิดเป็นลูกเนรคุณ เซียวเชียนเหว่ยก็จะมีโอกาสแล้วอย่างนั้นหรือ

รอยยิ้มบนใบหน้าของจูชูอวี้ชะงัก มองไปยังเซวียเจินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เอ่ย “หรือแม่ทัพเซวียจะยืนอยู่ข้างคนที่สังหารบิดาหรือ”

สีหน้าของเซวียเจินไม่ดีนัก เอ่ยเสียงหยัน “ข้าภักดีต่อฝ่าบาท พระชายาเจิ้งอ๋องคงคิดมากเกินไปแล้ว” เจิ้งอ๋องแต่งกับสตรีนางนี้นับว่าเป็นความโชคร้ายแปดชาติ เวลาเช่นนี้ยังคิดสร้างความร้าวฉาน “ฉู่อ๋องขึ้นชื่อว่ากตัญญู เกรงว่าคงไม่เหมือนคนทะเยอทะยานบางคนที่คิดร้ายต่อฮ่องเต้”

โจวเซียงไม่มีความสนใจต่อการฆ่าปิดปาก เพียงมองไปยังเว่ยจวินมั่ว เอ่ยถาม “ฉู่อ๋อง เจ้ามีความคิดเยี่ยงไร”

เว่ยจวินมั่วลูบด้ามกระบี่ในมือ เอ่ยเสียงเรียบ “ไม่อย่างไร ไยข้าต้องเลือก”

โจวเซียงหันไปเอ่ยกับหนานกงมั่วด้วยรอยยิ้ม “พระชายาฉู่อ๋อง ดูเหมือนเจ้าต้องผิดหวังแล้ว ฉู่อ๋องไม่สนใจความเป็นตายของเจ้าแม้เพียงนิด” หนานกงมั่วเอ่ยเสียงเรียบ “อืม ข้าผิดหวังแล้ว ข้าต้องร้องไห้ให้ท่านดูหรือไม่” ดวงตาของโจวเซียงหดเล็กลงพลางมองหนานกงมั่วอย่างระมัดระวัง พลันแสยะยิ้มเย็นออกมา เอ่ยเสียงหยัน “ในเมื่อไม่กลัวตาย เช่นนั้นก็สังหารพระชายาฉู่อ๋องก่อน”

ชายที่อยู่ตรงหน้าหนานกงมั่วรับคำ รีบชักดาบประจำกายขึ้นมาฟันไปยังหนานกงมั่ว

เสียงฉับดังขึ้น พลังดาบไร้รูปร่างแหวกอากาศเข้ามา ข้อมือของคนผู้นั้นพลันมีเลือดแดงฉาน เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นกระบี่ร่วงลงสู่พื้น คนผู้นั้นกุมข้อมือร้องด้วยความเจ็บปวด หนานกงมั่วกะพริบตา ยกเท้าถีบคนที่อยู่ด้านข้างออก

“อู๋สยา มานี่” เว่ยจวินมั่วเอ่ยเสียงเรียบ

หนานกงมั่วขมวดคิ้ว คนที่จับตัวหนานกงมั่วเอาไว้รีบหลบไปอยู่ด้านหลังหนานกงมั่ว เพื่อหลีกเลี่ยงหากเว่ยจวินมั่วลงมือ จะได้ไม่มีจุดจบอย่างสหายผู้นั้น จูชูอวี้ยิ้มหยัน เอ่ยเสียงเย็น “ฉู่อ๋อง ท่านวางใจข้าไม่มีทางประมาทพระชายาฉู่อ๋อง ดังนั้น ไม่เพียงวางยานาง ยังมัดมือนางเอาไว้ด้วย ยกเท้าถีบคนได้ นับว่าเป็นความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนางในตอนนี้แล้ว” แม้หนานกงมั่วจะไม่กลัวพิษส่วนใหญ่ แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่คุณชายเสียนเกอที่ทนต่อทุกพิษ อย่างน้อยยามนี้สลายกำลังภายในของนางก็ไม่นับว่าเป็นปัญหา แน่นอนว่าพวกเขาไม่กล้าใช้พิษที่รุนแรงต่อนาง เพื่อไม่ให้เว่ยจวินมั่วโกรธเกรี้ยวและสังหารคนโดยไม่สนใจสิ่งใด

“อู๋สยา มานี่” เว่ยจวินมั่วขมวดคิ้ว เอ่ยอย่างไม่พอใจ

หนานกงมั่วถอนหายใจอย่างจนปัญญา ดูเหมือนใครบางคนจะโกรธจริงๆ แล้ว ด้านหลังคนที่ควบคุมตัวหนานกงมั่วเอาไว้พลันรู้สึกเจ็บข้อมือขึ้นมา รอยเลือดไหลออกมาจากข้อมือของพวกเขา ระหว่างนั้นหนานกงมั่วใช้ความเคลื่อนไหวในระดับที่ทำให้คนตาพร่าปลดเชือกที่มัดตนเองเอาไว้ ขณะเดียวกันก็สะบัดศีรษะ ผมที่ม้วนเอาไว้พลันคลายออกตวัดกวาดไปยังผู้คนด้านหลัง แสงสีฟ้าที่ซุกซ่อนอยู่ในเส้นผมพุ่งตัวออกไปยังผู้คนด้านหลัง ขณะเดียวกัน หนานกงมั่วก็ยื่นมือออกไปคว้าตัวฮองเฮาที่ถูกจับกุมตัวเอาไว้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้คล้ายเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ จูชูอวี้เบิกตากว้างเอ่ยเสียงดัง “จับตัวฮองเฮาเอาไว้”

หนานกงมั่วเคลื่อนไหวผู้คนรอบข้างจึงต้องระมัดระวังตัว เห็นนางยื่นมือไปคว้าฮองเฮา แสงหลายแสงพลันปรากฏขึ้นมาด้านหลัง ขณะเดียวกันยอดฝีมือคนหนึ่งก็ตรงดิ่งมาทางด้านหลังหนานกงมั่ว เว่ยจวินมั่วตวัดกระบี่ออกไปซ้ำๆ ซิงเวยที่ยืนอยู่ข้างฮ่องเต้ไท่ชูตวัดแส้ยาวออกไปม้วนเอวหนานกงมั่วลากนางกลับมา หนานกงมั่วไม่อาจคว้าฮองเฮาเอาไว้ได้ รู้สึกผิดอยู่ในใจทว่าได้แต่ปล่อยให้ซิงเวยออกแรงดึงตนกลับมาฝั่งนี้ ขณะที่หมุนตัวก็หยิบปิ่นปักผมมีค่าหลายอันและส่งออกไปยังฝั่งตรงข้าม

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 1236-3 ภพนี้ได้เจอเจ้า โชคดีสามภพ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

20228319-member-193×278
ทะลุมิติทั้งครอบครัว
29/07/2023
628cab27NBAwBMwN
สามีข้าคือขุนนางใหญ่
18/12/2024
61dbab1aVw5UqpWl
เหนียงจื่อของคุณชายขี้โรค
14/09/2024
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.