Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

หมอหญิงยอดมือสังหาร - ต้นเถาเยาเยา 14

  1. Home
  2. หมอหญิงยอดมือสังหาร
  3. ต้นเถาเยาเยา 14
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ต้นเถาเยาเยา 14

ฮ่องเต้ไท่ชูเป็นคนที่ทำสิ่งต่างๆ อย่างมุ่งมั่น ในเมื่อเขาบอกว่าจะเลือกสามีให้กับหลานสาว เช่นนั้นก็ไม่ใช่การเอ่ยไปเพียงเท่านั้นอย่างแน่นอน วันต่อมาขุนนางระดับสองขึ้นไปและตระกูลชนชั้นสูงทั่วทั้งจินหลิงต่างก็ได้รับข่าวการเลือกจวิ้นหม่าแก่หย่งเล่อจวิ้นจู่

ทุกคนต่างรู้ว่าหย่งเล่อจวิ้นจู่คือบุตรีคนโตขององค์รัชทายาท เช่นนี้แล้วหากในอนาคตองค์รัชทายาทขึ้นครองบัลลังก์แน่นอนกว่าเก้าส่วน ถึงตอนนั้นหย่งเล่อจวิ้นจู่ก็จะกลายเป็นองค์หญิงหย่งเล่อแล้ว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง จวิ้นจู่ยังเป็นน้องสาวฝาแฝดของหวงจั่งซุนอีกด้วย ในอนาคตหากหวงจั่งซุน…อนาคตไร้ขอบเขตเลยทีเดียว เช่นนี้เหล่าลูกหลานขุนนางในเมืองจินหลิงจึงอดจะหิวกระหายขึ้นมาอย่างออกนอกหน้าออกตาไม่ได้ นอกเหนือจากคนที่สนิทสนมกับเยาเยาไม่กี่คนเพียงเท่านั้น

ในเมื่อคนที่มีตาต่างก็ดูออก อนาคตเยาเยาจะต้องงดงามไม่แพ้มารดาอย่างแน่นอน แต่คนที่คุ้นเคยกับนางนั้นยิ่งยากที่จะเกิดความรู้สึกรัก ไม่ใช่พวกเขาตาบอด เป็นเพราะจวิ้นจู่น้อยน่ากลัวเกินไป วรยุทธ์สูงส่งเหล่านั้นคงไม่ต้องเอ่ยถึงแล้ว ยังเลี้ยงหนอนสองตัวนั้น ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงจวิ้นจู่น้อยผู้นี้เล่นสนุกกับพวกเขามาจนโต ต่อสู้ชกต่อยไม่มีสิ่งใดเกินความสามารถ ทำให้คนรับไม่ไหวจริงๆ หญิงงามเยี่ยงนี้เป็นเพื่อนไม่เป็นปัญหา เป็นน้องสาวก็ดี แต่จะให้แต่งมาเป็นฮูหยิน ความกล้าพวกเขายังไม่แข็งแกร่งพอนี่นา

จวิ้นจู่น้อยผู้นี้ยังมีผู้หนุนหลังที่ยิ่งใหญ่ วันเวลาเยี่ยงนี้ไม่ได้ผ่านไปได้ง่ายๆ แล้ว

เยาเยาเดินเหม่อลอยอยู่บนถนน นับตั้งแต่เสด็จปู่มีราชโองการเลือกจวิ้นหม่าจวนรัชทายาทก็ยุ่งขึ้นมา ท่านแม่ยุ่งกับการเก็บภาพวาดและข้อมูลของลูกหลานขุนนาง แม้แต่ท่านพ่อเองก็พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ในราชสำนักอยู่เรื่อยๆ ตระกูลเหล่านี้ยังมีคุณชายที่มีอายุที่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในตระกูลที่เสด็จปู่หมายตาเอาไว้

เยาเยาเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย ดวงตาคู่นั้นยังเต็มไปด้วยความสับสน นางจะต้องเป็นอย่างที่เสด็จปู่ว่าเอาไว้ เลือกสามีที่เก่งรอบด้านทั้งบู๊และบุ๋นแต่งงาน จากนั้นอยู่เป็นสตรีสูงส่งในจินหลิงไปตลอดจริงๆ หรือ หากเป็นเช่นนี้เยาเยาคิดว่าตอนนี้ตนเองสามารถจินตนาการได้ถึงอนาคตในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้าแล้ว ลูกหลานขุนนางในเมืองหลวงเหล่านี้ ยอดเยี่ยมทั้งบู๊และบุ๋นนั้นไม่เลว แต่น่าเบื่อเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่คนร่ำรวยไม่ทะเยอทะยานเที่ยวเล่นไปวันๆ ก็เป็นคนมีใจทะเยอทะยานทำงานหนักช่วงชิงชัยชนะเกินไป

“เฮ้อ” เยาเยาถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้ อยากหนีออกจากบ้านจังเลย

“โอ้ย” เหม่อลอยคิดมากจนเกินไป จนชนเข้าเต็มอกของใครบางคน เยาเยายกมือขึ้นมานวดจมูกเล็กที่ชนเข้า รู้สึกเจ็บเลยเงยหน้ามองอีกฝ่าย น้ำตาไหลลงมาตามสัญชาตญาณ

“พี่อาเจี้ยวหรือ” มองเห็นคนที่มา เยาเยาจึงเอ่ยอย่างตกใจ

“เจ้ากำลังคิดอันใดอยู่ เรียกตั้งสองครั้งแล้วยังไม่ตอบ” ซังเจี้ยวเอ่ยอย่างจนใจ เขามาจากฝั่งตรงข้าม มองเห็นเยาเยาเดินโซเซอยู่บนถนน เรียกหนึ่งครั้งแล้วนางยังไม่ตอบโต้ เมื่อเดินเข้ามาใกล้พลันเห็นว่าเด็กคนนี้เดินด้วยดวงตาที่เหม่อลอย ไม่รู้ว่าสติลอยไปอยู่ที่ใด เรียกอีกสองครั้ง เยาเยายังไม่ได้สติกลับชนเข้ากับแผ่นอกของเขา

เยาเยานวดจมูก รับผ้าเช็ดหน้าที่ซังเจี้ยวส่งมาให้เช็ดน้ำตาก่อนจะเอ่ย “ไม่มีอันใดเจ้าค่ะ ข้าเพียงคิดบางสิ่งเล็กน้อย”

“คิดอันใดหรือ” ซังเจี้ยวเอ่ยถาม

“หนีออกจากบ้านอย่างไรเล่า” เยาเยาเอ่ยตอบออกไปโดยไม่ทันคิด เพิ่งเอ่ยจบ ร่างกายพลันรู้สึกขนลุกขึ้นมา เยาเยารีบยกมือขึ้นมาปิดริมฝีปากเล็ก นางกะพริบตาปริบมองซังเจี้ยวอย่างไร้เดียงสา ซังเจี้ยวมองสำรวจนางอยู่นาน ก่อนจะถอนหายใจออกมา เอ่ย “อย่าหนีไปคนเดียว พ่อแม่ของเจ้าอีกทั้งฝ่าบาทจะเป็นห่วง”

เยาเยารีบพยักหน้า รีบเปลี่ยนเรื่อง “พี่อาเจี้ยว ไยท่านจึงมาอยู่ที่นี่หรือ”

ซังเจี้ยวเอ่ย “ออกนอกเมืองไปทำธุระ”

“ข้า…”

“เจ้าไปไม่ได้” ซังเจี้ยวเอ่ยขัดวาจาของนาง “ข้าไปทำธุระสำคัญ พาเจ้าไปด้วยไม่ได้”

“อ้อ” เยาเยาพยักหน้าอย่างเหงาหงอย ทว่าไม่ได้ดื้อดึงจะไปกับเขา นับตั้งแต่ซังเจี้ยวเข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ในราชสำนัก แม้ปกติเยาเยายังไปเกาะติดเล่นกับเขา แต่เพียงซังเจี้ยวบอกมีธุระสำคัญ เยาเยาก็จะไม่ดื้อดึงอีก นางเห็นความพยายามของซังเจี้ยวตลอดหลายปีมานี้ด้วยตาของตนเอง แน่นอนว่าไม่ต้องการให้ความห่วงเล่นของตนไปทำให้เขาต้องเสียงาน

เยาเยาโบกมือ เอ่ยว่า “พี่อาเจี้ยวท่านรีบไปเถิด ไม่ต้องสนใจข้าแล้ว ข้าจะไปเล่นกับฉินเสี่ยวยาที่จวนตระกูลฉิน”

ซังเจี้ยวมองพิจารณานาง เงียบไปนานก่อนจะเอ่ย “ช่างเถิด เรื่องวันนี้ก็ไม่นับว่ายุ่งยาก พาเจ้าออกไปด้วยก็ได้”

เยาเยาดีใจ “พี่อาเจี้ยวดีที่สุดเลย”

ซังเจี้ยวถอนหายใจอย่างจนปัญญา จูงมือเยาเยาเดินออกนอกเมืองไป

เรื่องสำคัญที่อาเจี้ยวบอกไม่ใช่การหลอกลวงเยาเยา แต่เป็นธุระสำคัญจริงๆ อีกทั้งเรื่องนี้บอกว่าใหญ่ก็ไม่ใหญ่ จะบอกว่าเล็กก็ไม่เล็ก

ในองครักษ์สิบเจ็ดหน่วยที่รับผิดชอบคุ้มกันความปลอดภัยในจินหลิง มีผู้บัญชาการหนึ่งคนถูกรายงานเงียบๆ ว่าได้ติดต่อลอบส่งข่าวกับคนในหว่าหลา หลังเกิดเรื่องมีคนจากสำนักตรวจการปล่อยข่าวรั่วไหลออกไปเขาจึงพาคนสนิทหนีออกไปก่อน ยามนี้ถูกทหารในจินหลิงล้อมเอาไว้ในเขาลูกหนึ่งใกล้ๆ จินหลิง แต่ในมือของคนผู้นี้ยังมีสายลับคนสำคัญอีกมากมาย ไม่อาจปล่อยให้เขาตายได้ หากยกให้เป็นหน้าที่ของขุนพลในกองทัพจัดการ สุดท้ายนำกลับมาคงเป็นศพแปดเก้าส่วน เพราะเหตุนี้เว่ยจวินมั่วจึงสั่งให้ซังเจี้ยวนำกำลังออกนอกเมืองไป ต้องจับเป็นกลับมาให้ได้

ซังเจี้ยวเอ่ยเล่าง่ายๆ เยาเยาเองก็เข้าใจถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ไม่เอ่ยสิ่งใดมากก็ติดตามซังเจี้ยวออกนอกเมืองไป มุ่งหน้าตรงไปยังสถานที่ที่ผู้บัญชาการผู้นั้นถูกล้อมเอาไว้

ในเวลาเดียวกัน เด็กหนุ่มผู้เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางกำลังพลิกตัวลงจากหลังม้าอยู่หน้าประตูเมือง เงยหน้ามองประตูเมืองยิ่งใหญ่น่าเกรงขามตรงหน้า นึกถึงคำของคุณชายเสียนเกอขึ้นมา เสี่ยวเยา…อยู่ที่นี่หรือ

…

เมื่อกลับมาจากนอกเมืองพร้อมกับซังเจี้ยวก็เป็นเวลาค่ำแล้ว โชคดีที่พวกเขาทำหน้าที่ของทางการ บนตัวของซังเจี้ยวมีป้ายพิเศษของเว่ยจวินมั่ว มิเช่นนั้นพวกเขาคงต้องพักอยู่นอกเมืองหนึ่งคืนค่อยกลับเข้ามาในวันต่อมา

ในจวนรัชทายาท ซังเจี้ยวโยนคนร้ายที่ถูกมัดราวกับบ๊ะจ่างลงไปบนพื้น ประสานมือเอ่ย “รายงานองค์รัชทายาท จับคนกลับมาได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เว่ยจวินมั่วก้มลงไปดูเล็กน้อย ผู้บัญชาการองครักษ์ทั้งสิบเจ็ดหน่วยเขารู้จักทั้งหมด แน่นอนสามารถแยกได้ว่าคนตรงหน้าเป็นจริงหรือปลอม พยักหน้าอย่างพึงพอใจ เอ่ย “ดีมาก ลำบากเจ้าแล้ว” แม้ซังเจี้ยวอายุยังน้อย ทว่านิสัยของเขากลับสุขุม เพียงมอบงานให้เขาไม่มีเรื่องใดที่จะทำออกมาได้ไม่ดี

ซังเจี้ยวยิ้ม ไม่ได้เก้ๆ กังๆ หรือเรียบร้อยดังเช่นต้องเผชิญหน้ากับคนอื่น

“เป็นหน้าที่ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”

เว่ยจวินมั่วพยักหน้า เรียกองครักษ์หน้าประตูเข้ามานำคนไปไต่สวน

หนานกงมั่วลูบหลังเยาเยาที่นั่งออดอ้อนตน มองไปยังซังเจี้ยวเอ่ย “ลำบากอาเจี้ยวแล้ว คงยังไม่ทานข้าวกระมัง ข้าให้คนจัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว กินข้าวก่อนเถิด คืนนี้ก็พักอยู่ในจวนไปก่อน ดึกเพียงนี้แล้ว ไม่ต้องกลับไปกลับมาให้ลำบาก”

ซังเจี้ยวลังเลอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายจึงพยักหน้าตอบรับ

พระชายารัชทายาทเป็นอาจารย์ของเขา นี่เป็นเรื่องที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ซังเจี้ยวต้องการอาศัยความสามารถของตนเพื่อชื่อเสียงและความยิ่งใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาต้องปฏิเสธความสัมพันธ์นี้

เยาเยาพิงอยู่บนไหล่ของหนานกงมั่ว เอ่ย “ท่านแม่เป็นห่วงแต่พี่อาเจี้ยว ไม่ห่วงเยาเยาแล้ว”

หนานกงมั่วคล้ายจะยิ้มทว่าไม่ยิ้มมองบุตรสาว เอ่ย “อย่ามาบอกว่าแม่ไม่ห่วงเจ้า พรุ่งนี้เข้าวังเจ้าก็รู้แล้วว่าห่วงหรือไม่”

“หา!” เยาเยาตื่นตระหนกขึ้นมา “เสด็จปู่รู้ว่าข้าออกนอกเมืองอีกแล้วหรือเจ้าคะ”

หนานกงมั่วยิ้มเอ่ย “หย่งเล่อจวิ้นจู่ควบม้าอยู่หน้าประตูเมือง ใครบ้างไม่รู้เล่า”

เยาเยาส่งเสียงเศร้าสร้อย ซุกเข้าไปในอ้อมอกของหนานกงมั่ว หนานกงมั่วลูบศีรษะเล็กของนาง เอ่ย “เอาล่ะ ใครบ้างไม่รู้ว่าเสด็จปู่ของเจ้าเป็นห่วงเจ้า ไม่ทำอันใดเจ้าอย่างแน่นอน” อย่างมากก็กักตัวเอาไว้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น เยาเยามองเว่ยจวินมั่วที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยสายตาน่าสงสาร “ท่านพ่อ พรุ่งนี้ข้าไม่เข้าวังได้หรือไม่”

มุมปากของเว่ยจวินมั่วมีรอยยิ้มเผยออกมา เอ่ย “เสด็จปู่ของเจ้าส่งคนมาแจ้งข่าวเมื่อบ่าย หากพรุ่งนี้เข้าวังไม่เจอเจ้า ปีหน้าก็อย่าหวังจะได้ออกนอกเมืองอีก”

“…” ไม่ใช่ต้องเป็นปีหน้าไม่ต้องเข้าวังหรอกหรือ

หนานกงมั่วลุกขึ้นเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เอาล่ะ ไปทานข้าวก่อน ไม่ต้องเอ่ยมากแล้ว”

อาหารถูกจัดเตรียมในห้องรับรองอีกฝั่งเรียบร้อยแล้ว ล้วนเป็นอาหารที่เยาเยาและซังเจี้ยวโปรดปราน เยาเยาส่งเสียงตื่นเต้นดีใจและจูงมือซังเจี้ยวเข้าไป วันนี้ไปจับคนกับซังเจี้ยว ใช้เวลาไปมาก แม้แต่อาหารเที่ยงก็ยังไม่ทันได้ทานยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงอาหารเย็น เว่ยจวินมั่วจูงมือหนานกงมั่วหมุนตัวเดินกลับห้อง เพียงก่อนไปหนานกงมั่วได้เอ่ยไว้หนึ่งประโยค “อาเจี้ยวพรุ่งนี้อย่าเพิ่งรีบกลับ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า” ซังเจี้ยวเองก็เคยพักอยู่ในจวนรัชทายาทหลายครั้ง คนกันเองไม่จำเป็นต้องให้พวกนางคอยรับรองแล้ว ต่อให้จำเป็น ก็ยังมีเยาเยามิใช่หรือ

ซังเจี้ยวพยักหน้า “ขอรับ ท่านอาจารย์”

“จริงสิ” หนานกงมั่วนวดหว่างคิ้วตนเองนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ เอ่ย “วันนี้มีเด็กหนุ่มมาหาเยาเยาที่จวน เขาบอกว่าเขาแซ่จวิน”

“อะไรนะเจ้าคะ” เยาเยาที่กำลังกินอยู่ชะงักไป หันกลับมาเอ่ยเสียงดังด้วยความตกใจ “เอ่อ…เขามีลักษณะอย่างไร อายุประมาณเท่าไรหรือเจ้าคะ” หรือจะเป็นจวินหนานเยี่ยน เขาทั้งป่วยทั้งบาดเจ็บ ต่อให้วิชาการแพทย์ของอาจารย์ตาและท่านลุงเสียนเกอจะราวกับเทพเซียน ก็คงไม่ถึงเมืองหลวงเร็วเพียงนี้กระมัง ไม่ถูกสิ เขาจะมาเมืองหลวงทำไมกัน

หนานกงมั่วเลิกคิ้ว เอ่ยกลั้วหัวเราะ “ดูเหมือนจะเป็นเด็กหนุ่มอายุราวๆ สิบสามสิบสี่ ลูกรัก มีสิ่งใดไม่ถูกหรือ ครั้งนี้เจ้าออกไปได้รู้จักสหายใหม่ด้วยหรือ” ครั้งนี้เยาเยาออกเดินทางไปเจอกับผู้ใด เกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง หนานกงมั่วรู้ชัดแจ้งเป็นที่สุดแล้ว เพียงแต่เห็นท่าทางตกใจและรู้สึกผิดของเยาเยา หนานกงมั่วรู้สึกถูกกระตุ้นความสนใจขึ้นมา

เยาเยากะพริบตาปริบ ทันใดนั้นจึงกลับมาท่าทางไร้เดียงสาเช่นเดิม “เปล่าเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้ารู้จักคนแซ่จวินที่นอกเขตกำแพงผู้หนึ่ง จึงรู้สึกตกใจเพียงเท่านั้น”

หนานกงมั่วพยักหน้า “เขาทิ้งที่อยู่เอาไว้ ในเมื่อเป็นคนรู้จัก เดี๋ยวกลับไปเยี่ยมเข้าเถิด ที่อยู่ไปถามเอากับหัวหน้าผู้ดูแล”

“เจ้าค่ะ” เยาเยาก้มหน้าก้มตาทานข้าวอย่างรวดเร็ว หนานกงมั่วมองนางคล้ายกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ดูเหมือนสิ่งที่ศิษย์พี่เขียนในจดหมายจะไม่ละเอียดนัก โชคดีเขาใกล้กลับมาแล้ว ถึงตอนนั้นนางต้องถามให้ชัดเจน เพียงแต่เด็กคนนั้นได้ยินว่าเป็นลูกศิษย์ของกงอวี้เฉิน ไม่คิดว่าเยาเยาจะมีวาสนากับลูกศิษย์ของกงอวี้เฉิน

เว่ยจวินมั่วลูบแผ่นหลังของนาง บอกใบ้ให้นางไม่ต้องกังวล

หนานกงมั่วยิ้มหวาน เอ่ย “ไม่เป็นไร เราไปกันเถิด” เยาเยานั้นฉลาดมาแต่ไหนแต่ไร เรื่องที่ทำให้พวกเขาเป็นห่วงจริงๆ นั้นมีไม่มาก

เว่ยจวินมั่วพยักหน้าเบาๆ ทั้งสองจึงจูงมือเดินออกไป

ในห้องรับรองเหลือเพียงสองคนแล้ว เยาเยายังคงกินข้าวต่อ ซังเจี้ยวกลับวางตะเกียบและถ้วยลงแล้ว จ้องมองเด็กสาวตรงหน้าราวกับกำลังคิดบางอย่าง ในที่สุดเยาเยาก็ทำตัวไม่ถูกกับการจับจ้องของเขา เงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถาม “พี่อาเจี้ยว ท่านมองอันใดหรือ”

ซังเจี้ยวเอ่ยถาม “เด็กหนุ่มแซ่จวินผู้นั้น สำคัญมากหรือ”

เยาเยาสับสน “ไม่เลวกระมัง เขาเป็นสหายที่ข้ารู้จักเมื่อครั้งอยู่นอกเขตกำแพง เขาบาดเจ็บหนักเพราะช่วยข้า ข้ากลับไม่รอให้เขาหายดีทว่าหนีกลับมาก่อน รู้สึกผิดต่อเขาเล็กน้อย เขามาที่เมืองหลวงได้อย่างไรกันนะ”

ซังเจี้ยวเงียบไปนาน ยื่นมือไปลูบศีรษะของนางเอ่ย “ไม่ต้องคิดมาก พรุ่งนี้ไปดูก็รู้แล้ว”

เยาเยาพยักหน้า “อืม ในเมื่อเขามาเมืองหลวง ก็คง…ไม่เป็นไรแล้วกระมัง”

ซังเจี้ยวเอ่ย “หรือว่าเจ้าไม่เชื่อวิชาการแพทย์ของท่านผู้เฒ่าและคุณชายเสียนเกอ”

เยาเยาแลบลิ้น ทำท่าทางหวาดกลัว “ข้าไม่ได้เอ่ยเยี่ยงนั้น ท่านลุงเสียนเกอได้ตีข้าตายแน่”

“เช่นนั้นยังมีเรื่องใดไม่วางใจ” ซังเจี้ยวส่ายศีรษะเอ่ยด้วยรอยยิ้มอย่างจนใจ

เยาเยาเอ่ยอย่างรู้สึกผิด “ข้าไม่ได้กังวลเรื่องบาดแผลของจวินหนานเยี่ยน แต่เพราะ…แอบหนีมาดูจะไม่เหมาะสมนัก แต่ว่าจวินหนานเยี่ยนเป็นลูกศิษย์ของกงอวี้เฉินนะ ปวดหัว”

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ต้นเถาเยาเยา 14"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
10/10/2024
xfs
ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
03/07/2023
624a6657xxcqS7hT
ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี [炼气练了三千年]
11/01/2024
c84a700
เด็กหญิงผู้เป็นที่รักของเหล่าวายร้าย
12/06/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.