เกิดใหม่ทั้งทีขอลิขิตรักเอง - ตอนที่ 547 พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก
ตอนที่ 547 พระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก
ใครต่างก็บอกว่าโชคดีไม่มาคู่ โชคร้ายไม่มาเดี่ยว คำพูดนี้มาถึงตัวสองสามีภรรยากู้เข้าแล้วจริง ๆ
หลังจากฝั่งจางฉุ้ยเหลียนโดนไล่ออก ชีวิตกู้จื้อเฉิงก็เริ่มย่ำแย่ขึ้น หน่วยงานทางภาครัฐจำนวนมากไม่ยอมมาทำธุรกิจกับเขาแล้ว โรงงานผลิตยาแห่งที่สองก็โดนตัดออก
ธุรกิจ LTL ( การขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มคัน Less Truck Load ) ได้รับผลกระทบที่สุด และเป็นสิ่งที่กู้จื้อเฉิงสังเกตเห็นความผิดปกติได้ชัดเจน เนื่องจากเขาครองธุรกิจในเส้นทางนี้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว ดังนั้นเมื่อรายได้ลดลง เขาจึงสัมผัสได้ทันที
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าธุรกิจของน้องเขยถานจูกำลังรุ่งเรือง อีกฝ่ายเป็นลูกผู้รากมากดีที่ติดต่อกับเถ้าแก่ใหญ่ในเมืองจำนวนมาก แม้จะเพิ่งเข้าวงการ แต่อาศัยแค่ผู้สนับสนุนเบื้องหลังก็ทำให้ผู้คนเชื่อถือแล้ว
ไม่ได้มีคนพูดติดตลกไว้หรือ ถ้าคุณมีเงิน แต่เป็นเงินที่กู้จากธนาคารมา 100 ล้านหยวนก็ไม่มีใครนับถือคุณ แต่ถ้าคุณเป็นลูกคนรวย อีกฝ่ายจะมองที่พ่อคุณและให้ยืมเงิน 100 ล้านโดยไม่ต้องมีหลักค้ำประกันใดๆ ด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าคำพูดนี้เป็นเรื่องล้อเล่น ความนัยคือ ‘ชื่อเสียงด้านเครดิต’ สุดท้ายกู้จื้อเฉิงก็ยังเป็นคนมีเครดิตน้อย และตอนนี้คลื่นลมในเมือง Q ก็มีเยอะสุดๆ
คนเบื้องบนอยู่ตรงส้วมแต่ไม่ถ่ายอุจจาระลงไป เอาแต่ยักยอกคดโกง ส่วนคนเบื้องล่างทำงานไร้ใจ ทำให้ผ่านไปวัน ๆ ตอนกู้จื้อเฉิงเพิ่งเปลี่ยนสายงานมาทำในกระทรวงก็เป็นตัวอย่างได้แล้ว เขาให้ลูกน้องส่งรายงานของเดือนที่แล้ว อีกฝ่ายก็ใช้เวลาถึง 1 สัปดาห์จึงจะส่งมอบให้ได้ กู้จื้อเฉิงรอไม่ไหวจึงทำเอง เพียงบ่ายเดียวเขาก็ทำออกมาได้แล้ว แต่ผลลัพธ์ล่ะ ? เพราะมีความสามารถเกินไปและไม่ชอบอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก เขาจึงโดนผลักออกมา
หลังจากทำงานอย่างลำบากลำบนที่หมู่บ้านหยางจวงก็พอจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง แต่แล้วก็โดน ‘พลร่ม’ ลูกนักการเมืองคนหนึ่งใช้ประโยชน์จากตำแหน่งของเขา
พูดถึงฟู่ซินอีกคนหนึ่ง หลังติดตามบอสใหญ่อย่างมู่จิ้นหนาน ความทะเยอทะยานก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และสร้างความสัมพันธ์ไว้หลากหลายรูปแบบ ตอนนี้ถือเป็นคนมีชื่อเสียงคนหนึ่งของเมือง Q ไปแล้ว อีกทั้งยังมีฉายาตามท้องถนนด้วย
เพียงแต่ยิ่งเป็นสถานที่… กลุ่มอิทธิพลมืดก็เริ่มออกอาละวาดขึ้นเรื่อย ๆ กู้จื้อเฉิงต้องไปผูกมิตรกับคนพวกนี้เหมือนกัน เขาจึงไม่มีหน้าไปต่อว่าใครอีก อีกาทั่วฟ้าล้วนเป็นสีดำ การมอบของขวัญผูกความสัมพันธ์ในตอนนั้นเป็นเรื่องง่ายเพียงนิดเดียว ทว่าตอนนี้โดนทำตัวหยิ่งยโสใส่เสียอย่างนั้น เขาจึงไม่อาจโทษคนอื่นและได้แต่โทษตนเอง
ไม่ว่าจะพูดอย่างไรสองฝ่ายก็ต้องยอมรับซึ่งกันและกันถึงจะเดินร่วมทางกันได้ กู้จื้อเฉิงและภรรยามีนิสัยคล้ายกัน เวลาเจอปัญหาก็จะไม่เลือกบ่นออกมา แต่เลือกคิดหาวิธีแก้ปัญหาก่อน
เรื่องพวกนี้หากไปตกอยู่กับตัวคนอื่นก็คงนั่งไม่ติดและเอาแต่แหกปากด่า หรือวิ่งไปถกเถียงกับเบื้องบน สองสามีภรรยาคู่นี้รู้ดีว่าอาชีพนี้ถือว่าตกเทรนด์ในเมือง Q แล้ว มีบางคนจับจ้องเนื้อก้อนนี้และหากยังยื้อต่อไป สรรพากรได้มาตรวจสอบจนตายแน่
ส่วนจิ้นเหวิน ยันต์คุ้มครองกายของกู้จื้อเฉิงได้ออกไปจากที่นี่นานแล้ว เพื่อนเก่าของกู้เต๋อไห่ก็ใช้การไม่ได้ ดังนั้นการเดินมาถึงจุดนี้ก็ถือเป็นเรื่องดีมากแล้ว
“ตอนนั้นมู่จิ้นหนานก็บอกแล้วว่าโครงสร้างเมือง Q มันเล็กเกินไป ผมกลับไม่เชื่อเจ้าบ้านั่น หลงคิดว่าจะทำให้พ่อแม่ญาติพี่น้องร่ำรวยขึ้นมาได้ แต่ตอนนี้พอลองนึกดูแล้วผมไม่มีสมองจริง ๆ ไร้เดียงสาสิ้นดี ! ” กู้จื้อเฉิงขับรถมาที่ริมทะเลสาบ เพราะทั้งสองคนไม่ได้อยู่กันตามลำพังและออกมาเดินเล่นระบายความในใจแบบนี้นานมากแล้ว
“อย่าว่าตัวเองแบบนี้สิคะ ! ” จางฉุ้ยเหลียนจับมือกู้จื้อเฉิง ปลายนิ้วลูบไล้ฝ่ามืออันหยาบกร้านของเขา “ทุกคนมีความฝันและมีความเชื่อเป็นของตนทั้งนั้น เดิมทีมันก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าขายหน้าอยู่แล้ว ที่คุณพูดมา ฉันเชื่อหมดนั่นแหละค่ะ”
ต่อจากนั้นเธอก็ชี้ไปยังกระแสน้ำ “คุณดูนั่นสิคะ เพราะน้ำท่วมเมื่อปีนั้นจึงจำเป็นต้องปกป้องเมืองและทิ้งชนบท การอพยพประชาชนล่วงหน้าทำให้หลายคนต้องสูญเสียบ้าน แต่หลังเกิดภัยพิบัติขึ้นแล้ว ทุกคนก็ได้กลับไปมีชีวิตดังเดิม นี่ก็เป็นความเชื่ออย่างหนึ่ง หากเขาไม่เชื่อกองทัพ ไม่เชื่อสังคมนี้แล้ว จะมีใครทิ้งบ้านบ้าง เมื่อวานเห็นบ้านยังคงสภาพดี แต่ผ่านไปแค่พริบตาเดียวก็เหลือเพียงแค่ซากปรักหักพัง นาข้าวไม่เป็นนา บ้านไม่เป็นบ้าน จะอยู่อย่างไร จะหาเลี้ยงครอบครัวอย่างไร ทว่าห้าปีต่อไปได้พูดถึงเรื่องนี้อีกครั้ง คุณก็จะเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่หมอกที่ลอยผ่านมาเท่านั้น”
กู้จื้อเฉิงฟังจางฉุ้ยเหลียนพูดเงียบ ๆ คล้ายด้านในไม่มีอะไรสลักสำคัญเลยสักนิด ทว่าคำพูดแต่ละคำแทงใจเขาเต็ม ๆ “คุณอยากทำก็ทำเลย ไม่ต้องเป็นห่วงพวกเราค่ะ คุณนึกถึงเงินกู้ 3 ล้านเมื่อตอนนั้นสิคะ หลังจ่ายคืนแล้วก็ยังมีเงินเหลืออีกนิดหน่อย คุณคิดว่ามันน่าพอใจหรือยัง ? การมีธุรกิจเล็ก ๆ สองสามอย่างและใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบไปทั้งแบบนี้”
ทันใดนั้นเองจางฉุ้ยเหลียนก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “แต่ฉันไม่พอใจค่ะ ฉันคิดว่ายังอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้”
กู้จื้อเฉิงตกตะลึงพร้อมหันมามองจางฉุ้ยเหลียน แต่งงานมานานขนาดนี้ จางฉุ้ยเหลียนไม่เคยแสดงท่าทีทะเยอทะยานก่อน ไม่ว่าชีวิตจะอยู่จุดไหนก็ไม่กังวลและไม่มีทางทะเลาะกับเขา ไม่รังเกียจที่ตัวเขาหาเงินได้เพียงน้อยนิด
“โลกใบนี้กว้างใหญ่จะตาย พ่อแม่ของพวกเราควรได้ออกไปดูให้ทั่วแล้วก็ยังมีลูก ๆ ด้วย ในอนาคตหากพวกเขาคิดไปเรียนต่อต่างประเทศ เราก็สามารถหยิบเงินก้อนนั้นออกมาได้อย่างสบายใจ พวกเราสองคนก็เหมือนกันค่ะ รอให้ถึงอายุห้าสิบกว่าปีแล้วค่อยเกษียณ พวกเราจะได้ปล่อยวางจริง ๆ เสียที ออกไปเดินเที่ยวที่โน้นที่นี่และไม่เอาแต่กังวลถึงปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ของครอบครัวอีก”
เรื่องพวกนี้ต้องใช้เงินและพลังทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทั้งนั้น
“บอกตามตรงว่าตอนพ่อเราพาคังคังออกไปเที่ยว แม่เรารู้สึกปวดใจกับเงินก้อนนั้นอยู่ตั้งครึ่งปีเชียวค่ะ คราวนั้นใช้เงินไปกว่า 20,000 หยวน แค่ค่าเครื่องบินก็จ่ายไปถึง 10,000 หยวนแล้ว โรงแรมที่อยู่ก็ไม่ใช่โรงแรมห้าดาวแต่เป็นโรงแรมราคาประหยัดที่รู้จักกันน้อยแค่นั้น ถ้าไม่ได้พาหลานไปด้วย พวกท่านคงไม่นั่งรถแท็กซี่ตอนออกไปข้างนอก ฐานะแบบพวกเรายังไม่สามารถปล่อยให้พ่อแม่ใช้เงินได้ตามใจชอบ ถ้าพวกเราขยันขึ้นหน่อย ในอนาคตก็อาจพาพ่อแม่ไปเที่ยวยุโรปได้ แบบนั้นจะไม่ดีกว่าหรือคะ ? ”
เที่ยวยุโรปถ้าไปกับบริษัททัวร์ 10 วันต้องใช้เงินอย่างน้อย 20,000 หยวน ทั้งบ้านมีผู้ใหญ่ 4 รวมกับเด็ก 2 คนที่ตกอยู่ครึ่งราคา เงิน 100,000 หยวนปลิวหายไปอย่างง่ายดายและนี่ยังไม่ใช่การจับจ่ายตามท้องถนนทั่วไป
ถ้าเปลี่ยนเป็นไปเที่ยวเอง ค่าใช้จ่ายคงเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวและหากยึดตามฐานะทางการเงินของพวกเขาในปัจจุบันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับการเที่ยวยุโรปอย่างมีความสุข
“แล้วคุณต้องการอะไร ? ” กู้จื้อเฉิงมองจางฉุ้ยเหลียนอย่างอ่อนโยน “ตลอดสิบปีที่ผ่านมา คุณไม่เคยว่างแม้แต่วันเดียวและไม่เคยพูดมาก่อนว่าคุณต้องการอะไร”
จางฉุ้ยเหลียนเอียงศีรษะ สุดท้ายเธอก็รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร “ฉันไม่อยากอยู่ในบ้านหลังเล็กแบบนี้ไปตลอดชีวิตค่ะ ฉันหวังว่าจะมีห้องครัวที่ใหญ่กว่านี้ ห้องครัวสไตล์จีนด้านในมีโต๊ะที่ใช้นวดแป้งโดยเฉพาะ แล้วก็ห้องครัวสไตล์ตะวันตกอีกหนึ่งห้องที่ด้านในมีเตาอบ เตาย่างชนิดต่าง ๆ ฉันยังอยากมีสวนดอกไม้ใหญ่ ๆ ที่ในวันหยุดทุกคนสามารถทำบาร์บีคิวด้วยกัน นอกจากนี้ฉันยังสามารถชวนเพื่อนมาจิบชายามบ่ายได้ ฉันอยากทำห้องออกกำลังกายใหญ่ ๆ ด้านในมีลู่วิ่งและพื้นที่ฝึกโยคะ”
“ห้องลูกสาวเล็กเกินไป ฉันหวังจะทำห้องแบบเจ้าหญิงให้หล่อน ด้านในมีเตียงกลมขนาดใหญ่สีชมพูที่จุได้ถึง 4 คนแล้วก็ห้องเสื้อผ้าอีก 1 ห้อง นอกจากนี้ยังแขวนเปลไว้ที่ระเบียงอีก 1 อันเพื่อให้เธอสามารถอ่านหนังสือและนอนดูดาวข้างนอกได้”
วิลล่าหลังใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล ฐานะทางการเงินของพวกเขาซื้อไม่ไหวจริง ๆ
“ถ้าอย่างนั้นก็แย่หน่อย ต่อไปผมต้องทำงานยุ่งมากเลยล่ะ หรืออาจไม่ได้กลับบ้านบ่อย ๆ คุณจะวางใจได้หรือ ? ” กู้จื้อเฉิงโอบกอดจางฉุ้ยเหลียน ในใจเต็มไปด้วยความห่วงหา พอถามว่าเธอต้องการอะไร สุดท้ายเธอก็ยังอยากให้คนในครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม
“วางใจค่ะ สำหรับคุณแล้ว ฉันวางใจยิ่งกว่าอะไร” จางฉุ้ยเหลียนยื่นมือไปลูบใบหน้าเขา “คุณเป็นประเภทถึงแม้ตีให้ตายก็ไม่มีทางหักหลังภรรยา ฉันรู้ค่ะ ฉันเข้าใจ”
กู้จื้อเฉิงกอดเธออย่างแรงและแรงที่มหาศาลยังเกือบทำให้เอวเธอหักเลยทีเดียว “ผมอยากไปดูที่มณฑลเพราะเมือง Q เล็กเกินไป ถึงจะไม่มีเรื่องพวกนี้เข้ามา ผมก็อยากย้ายบริษัทไปที่มณฑลอยู่ดี แต่ผมก็กลัวอีกว่าพวกเราจะต้องใช้ชีวิตแยกจากกันอีกแล้ว”
จางฉุ้ยเหลียนยกมุมปากขึ้น “กลัวอะไรคะ ในบ้านปลอดภัยจะตาย และคุณก็ไปเปิดทางก่อน ส่วนฉันอยู่เก็บกวาดเรื่องหยุมหยิมที่บ้าน แม้จะต้องตามคุณไปด้วยก็ไม่ใช่ตอนนี้ เพราะโรงพิมพ์กำลังทำเงิน ร้านเครื่องเขียนกับกราฟิกก็กำลังเจริญรุ่งเรือง ถ้าปล่อยเงินจากการค้าขายก้อนนี้แล้ววิ่งไปต่อสู้อยู่ที่มณฑลกับคุณ ฉันคงบ้าไปแล้วล่ะ”
ในบ้านยังมีคนแก่และเด็กด้วย พักนี้กู้จื้อเฉิงชอบนอนพลิกตัวไปมา เขานอนไม่ค่อยหลับ ในฐานะคนข้างหมอนจะไม่รู้ได้อย่างไร แค่มองบัญชีบริษัทก็รู้แล้ว เพียงแต่เธอไม่ถามเขาก็ไม่พูดเท่านั้น
ทว่าเมือง Q ปลอดภัยจริงหรือ ? คำตอบจะถูกเติมเต็มเร็วๆ นี้ แม้เมืองอุตสาหกรรมเก่าแก่แห่งนี้จะมีจุดบกพร่องมากมาย แต่ฮวยจุ้ยดีสุด ๆ เนื่องจากภัยพิบัติใหญ่ไม่เคยมาถึงที่นี่เลย
แต่แล้วในปี 2003 ไวรัส SARS ที่น่ากลัวที่สุดก็แพร่กระจายไปทั่ว มหาวิทยาลัยในหลายพื้นที่ของประเทศได้ดำเนินการเรียนการสอนแบบปิด การสอบเข้ามัธยมปลายของโรงเรียนหลายแห่งก็ถูกตัดทิ้งเพราะไม่อยากให้ผู้คนมารวมตัวกันจนหนาแน่นเกินไป
เมื่อใดก็ตามที่มีกรณีเสี่ยงสูงหรืออยู่ในเที่ยวบินเดียวกันกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันตัวแล้ว คนผู้นั้นก็จะโดนกักตัวเดี่ยวทันที เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปผู้คนก็ตื่นตระหนก ตงลี่หวาและเซี่ยจวินก็ไม่ยอมให้คังคังไปโรงเรียน
ผู้คนสวมใส่หน้ากากอนามัยเต็มท้องถนน แม้แต่โรงเรียนประถมหรือมัธยมก็หยุดเรียน พวกเด็ก ๆ ไม่รู้ว่าสถานการณ์ร้ายแรงถึงเพียงไหน แต่ในฐานะผู้ปกครองหลังจากเห็นข่าวในโทรทัศน์แล้วก็นั่งไม่ติดทันที
โชคดีที่เมือง Q ไม่มีผู้ป่วยต้องสงสัยสักราย เพราะไม่มีจึงทำให้ความกลัวลดลง แต่เมือง Q ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ล็อกดาวน์ ร้านอาหารเล็ก ๆ บริเวณใกล้เคียงก็พลอยปิดตามคำสั่ง โรงเรียนมัธยมปลาย มัธยมต้นหรือประถมก็หยุดเรียนกันอย่างต่อเนื่อง
ร้านหนังสือของอันหลงก็ปิดด้วย ร้านขายเครื่องเขียนของจางฉุ้ยเหลียนปิดต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน ธุรกิจร้านกราฟิกยิ่งย่ำแย่เข้าไปใหญ่ แม้แต่โรงพิมพ์เองก็ต้องหยุดงาน
แต่สิ่งที่เธอกังวลที่สุดคือกู้จื้อเฉิง เพื่อขยายธุรกิจตอนนี้ตัวเขาอยู่ที่กวางโจวและนั่นเป็นแหล่งที่มีไวรัสแพร่ระบาดหนักมาก เพราะไวรัส SARS เริ่มแพร่กระจายจากที่นี่เอง เขายังออกจากกวางโจวไม่ได้ ในแต่ละวันใช้ชีวิตอยู่ในโรงแรมและไม่รู้จะกลับบ้านได้เมื่อใด
จางฉุ้ยเหลียนรู้สึกหัวเสีย ทำไมเธอถึงลืมเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดในปี 2003 ไปได้ ? ถ้าเธอจำได้ก็ไม่มีทางปล่อยให้กู้จื้อเฉิงออกจากบ้านแน่นอน
และในเวลานี้ก็ยังมีอีกหนึ่งข่าวร้ายคือ…ฟู่ซินโดนจับ !