เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1608 เขาจงใจทำ
บทที่ 1608 เขาจงใจทำ
กลุ่มที่เคยล้อมรอบฮั่วเซียวหมิงต่างกรูกันเข้ามาแล้ว
แม้แต่จิ่งเจียเหยียนที่พูดจอแจไม่หยุด ก็ยังเม้มปากยืนอยู่ข้างกายเฉิงยวน
เธอถลึงตาใส่สวีจิ้น ก่อนจะทำเสียงไม่พอใจออกมาเบา ๆ
“ยังจะตามหาอีกไหม?”
ฉู่ลั่วถามจี้ไจ่
จี้ไจ่เงยหน้าซีดขาวขึ้น “ตามหาครับ ไม่ว่า…ไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับพ่อของผมจะเป็นยังไง เธอก็ยังเป็นแม่ของผม ผมต้องการแน่ใจว่าเธอยังอยู่หรือตายไปแล้ว”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “ถ้าต้องการตามหาแม่ของคุณ ก็จำเป็นต้องบอกพ่อของคุณก่อน พ่อของคุณมีบุพเพผูกพันกับเธอ ความผูกพันนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าความสัมพันธ์แม่ลูกของพวกคุณ”
“แต่ว่า…”
จี้ไจ่สีหน้าเปลี่ยนไป “แต่พ่อของผมเก็บตัวมานานหลายปี ไม่เคยสนใจเรื่องราวในโลกภายนอกเลย อีกอย่าง ผู้อาวุโสตระกูลจี้ไม่มีทางยอมให้ผมไปหาพ่อแน่นอนครับ”
ไจ๋โหรวจิ้มตัวเขาอย่างหมดคำจะพูด “นายโง่หรือเปล่า! เวลาแบบนี้แล้ว นายยังทำตามกฎตระกูลจี้อยู่อีกเหรอ คนตระกูลจี้พวกนั้นนายจะไปสนใจทำไม! ตอนนี้นายกำลังทำในสิ่งที่พวกเขาไม่อนุญาต หรือนายคิดว่าค่อยทำทีหลัง หลังจากได้รับความยินยอมจากพวกเขาแล้วอย่างนั้นเหรอ?”
จี้ไจ่ “…”
ไจ๋โหรวจิ้มเขาแรง ๆ อีกครั้ง “นายไม่ได้ทำเรื่องไม่ดีสักหน่อย ทำก่อนแล้วค่อยบอกก็ได้!”
เห็นจี้ไจ่ไม่พูดไม่จา ไจ๋โหรวก็ยิ่งพูดอย่างเข้มงวดว่า “นายเชื่อไหม ถ้าหากนายบอกคนตระกูลจี้ไป พวกเขาก็จะเริ่มขัดขวางนาย!”
“อย่า…”
ไจ๋โหรวเตรียมจะสั่งสอนจี้ไจ่ต่อ แต่ได้ยินจี้ไจ่พูดขึ้นมาว่า “ฉันกำลังนึกถึงแบบแปลนของบ้านเก่า พ่อของฉันอยู่ห้องด้านในสุด ไม่เคยมีคนผ่านไปมา ขนาดตัวฉันเองก็เคยผ่านไปแค่สองครั้ง”
ไจ๋โหรว “…”
ยังดีที่เขาไม่ได้โง่จนคิดจะบอกตระกูลจี้
จี้ไจ่มองฉู่ลั่ว “สถานที่ที่พ่อของผมพักอยู่ เป็นสถานที่ที่มีค่ายกลแข็งแกร่งที่สุดในบ้านตระกูลจี้ นอกจากพ่อของผม ใครก็ตามที่คิดจะเข้าออก มันจะทำให้คนตระกูลจี้รู้ตัวทันที”
“เจ้านิกายมีสถานะพิเศษ ถ้าเข้าไปในบ้านตระกูลจี้แล้วถูกพบเข้า…ต้องส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของเจ้านิกายแน่ครับ”
“ผมจะกลับไปก่อน…”
“ฉันจะไปกับนายด้วย” ไจ๋โหรวทำสีหน้าพูดไม่ออก “ถ้าให้นายกลับไปคนเดียว ไม่แน่ว่านายอาจจะเอาเรื่องทั้งหมดไปบอกคนตระกูลจี้ก็ได้”
จี้ไจ่ “…”
ทำไมในใจของไจ๋โหรว เขาถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้?
ฉู่ลั่วส่งยันต์ให้พวกเขาเก็บไว้สองแผ่น “มีอะไรให้ติดต่อมาหาฉันนะคะ”
“ขอบคุณเจ้านิกาย”
โอกาสหาได้ยากจึงต้องรีบลงมือให้เร็วที่สุด ไจ๋โหรวรีบลากตัวจี้ไจ่ออกไป
ซู่เซี่ยงหยางเห็นบรรยากาศค่อนข้างไม่สู้ดี จึงหันหลังเดินจากไปเช่นกัน
ฮั่วเซียวหมิงเดินมาหยุดอยู่ข้างกายฉู่ลั่ว แล้วพูดเสียงเบา “ผมให้ทางโรงแรมเอาอาหารเช้าขึ้นมาให้ พวกคุณไม่ต้องไปที่ห้องอาหารแล้ว”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ฮั่วเซียวหมิงเดินตรงเข้าไปในห้องนอนของฉู่ลั่ว ผ่านไปสักพักถึงเดินออกมาอีกครั้งเพื่อเข้าไปยังห้องนอนฝั่งตรงข้าม เขาหยิบเสื้อผ้าออกมาจากในนั้นหนึ่งชุด และเดินเข้าไปในห้องนอนฉู่ลั่วอีกหน
เฉิงยวนที่ตอนแรกยังจมดิ่งอยู่กับความเจ็บปวด “เขาจงใจใช่ไหม?”
จิ่งเจียเหยียนยกมือกอดอก พลางทำเสียงเย็นชา สายตาจับจ้องห้องนอนที่ปิดสนิท “เขาจงใจทำ เห็นชัด ๆ ว่าอาบน้ำในห้องนอนของตัวเองก็ได้ แต่หลังจากเข้าไปหยิบเสื้อผ้า ก็ยังกลับเข้าไปในห้องนอนของลั่วลั่วอีก”
“ฮึ! เจ้าแผนการนักนะ!”
เฉิงยวนมีสีหน้าเปลี่ยนไป เธอกอดไหล่ฉู่ลั่วเอาไว้ พลางพูดอย่างคลุมเครือว่า “บอกมา ฝ่าภัยพิบัติสำเร็จแล้ว…ถ้า…กับมนุษย์ มันจะไม่ดีกับมนุษย์หรือเปล่า!”
“ข้าดูแล้วฮั่วเซียวหมิงเหมือนจะได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อยเลยนะ!”
เธอเดินวนรอบตัวฉู่ลั่ว “ให้ข้าซึมซับด้วยสิ! ในตำนานคนผู้หนึ่งบรรลุเซียนและพาไก่กับสุนัขขึ้นสวรรค์ไปด้วย ไก่และสุนัขอย่างพวกเราขอตามขึ้นสวรรค์ไปด้วยได้หรือไม่!”
ฉู่ลั่ว “…”
เธอผลักศีรษะของเฉิงยวนออกไป ก่อนจะกวาดตามองพวกจิ่งเจียเหยียน “จะให้พวกเธอออกไป หรือจะให้พวกเธออยู่ที่นี่!”
เฉิงยวน “…”
หูเสี่ยวหลีเกี่ยวคอจิ่งเจียเหยียน ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ดึงแขนของซุนหย่าจิ้ง “พวกเราไปเถอะ! ไปกันทั้งหมดนี่แหละ!”