เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1861 นายรู้ไหมว่าโม่เฉิงตายแล้ว
บทที่ 1861 นายรู้ไหมว่าโม่เฉิงตายแล้ว
ค่ายกลรอบอิ๋งเซียงสลายไป
ทุกคนกลับมายังนอกอิ๋งเซียง ในชั่วพริบตาก็เหลือเพียงฉู่ลั่วที่ยังคงอยู่ที่เดิม
ท้องฟ้ามืดครึ้มในทันที ฝนเริ่มตกกระหน่ำ
“ไปเร็ว ไปเร็ว! ฝนตกหนักแล้ว!”
“ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ช่วงนี้สภาพอากาศผิดปกติมาก ฝนฟ้าร้องไม่หยุดเลย”
นักวิจัยหลายคนที่กอดสมุดบันทึกและสวมชุดวิจัยของตระกูลฮั่ววิ่งผ่านไป
ฉู่ลั่วเข้าใจแล้ว
นี่เป็นภาพลวงตาอีกครั้ง
เพียงแต่คราวนี้ เธอไม่สามารถหลอมรวมเข้ากับภาพลวงตาได้เหมือนก่อนหน้านี้ แต่ทำได้เพียงเป็นผู้สังเกตการณ์เท่านั้น
เธอยืนรอท่ามกลางสายฝนสักพัก ก่อนจะเห็นค่ายกลเกิดการเคลื่อนไหว ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม มีร่างผอมบางร่างหนึ่งฝ่าสายฝนเข้ามา
อีกฝ่ายคงเพิ่งเรียนรู้การใช้วิชาอาคม แม้จะมีพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งพอ แต่ก็ยังไม่ชำนาญนัก ทั้งยังมีท่าทางค่อนข้างมุทะลุ
ฉู่ลั่วเดินตามหลังเขา มองอีกฝ่ายเดินมาถึงใต้ต้นไม้เซียนหลางกาน
ตอนนี้ ต้นไม้เซียนมีกิ่งก้านแผ่ขยายหนาแน่น หลางกานนั่งอยู่ท่ามกลางกิ่งก้านใบไม้ที่หนาทึบ มองนักท่องเที่ยวและนักวิจัยที่วิ่งไปมาด้านนอกอย่างมีความสุข
“นายเป็นนักพรตเหรอ?” หลางกานมองเด็กชายด้านล่างอย่างสงสัย “นายทำลายค่ายกลของฉันได้นี่!”
ฉู่ลั่วเดินมาหยุดตรงหน้าเด็กชาย เขาเป็นเด็กชายที่มีหน้าตาธรรมดา ใบหน้าและรูปร่างผอมบาง มีเพียงดวงตาคู่โตที่เต็มไปด้วยอารมณ์ซับซ้อน
“นายรู้ไหมว่าโม่เฉิงตายแล้ว?”
คำพูดแรกของเขาทำให้หลางกานที่กำลังแกว่งเท้าหยุดชะงัก “นายพูดว่าอะไรนะ?”
ใบไม้หยุดไหว อากาศรอบข้างแทบจะแข็งค้าง
เด็กชายขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังคงยืนหยัดด้วยพลังวิญญาณอันไร้ที่สิ้นสุด “โม่เฉิงตายแล้ว ตายด้วยน้ำมือของฉู่ลั่ว”
“เหลวไหล! ฉู่ลั่วไม่ได้ฆ่านายท่านของฉัน ฉู่ลั่วจะฆ่านายท่านของฉันทำไม”
เด็กชายเล่าเรื่องราวระหว่างโม่เฉิงและฉู่ลั่วคร่าว ๆ
ฉู่ลั่วฟังอย่างเงียบงัน แต่หลางกานยิ่งฟังสีหน้าก็ยิ่งแย่ลง เขาตะโกนว่า “นายอย่าพูดเหลวไหล นายโกหก!”
“ถ้าโม่เฉิงยังมีชีวิตอยู่ ทำไมเขาไม่มาหานายตลอดหลายปีที่ผ่านมาล่ะ?”
หลางกาน “…”
“ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมา แต่เขามาไม่ได้”
“เป็นเพราะฉู่ลั่วฆ่าเขา”
“ฉู่ลั่วปิดบังนาย เธอใช้ประโยชน์จากนาย”
“ทำให้นายกลายเป็นทาสของเธอ นายกลับไม่รู้อะไรเลย”
เด็กชายพูดด้วยถ้อยคำรุนแรง
หลางกานกลับสับสน “นายท่านตายแล้ว? นายท่านตายแล้ว? นายท่านถูกฉู่ลั่วฆ่าตายแล้ว?”
เด็กชาย “…”
ในวินาทีถัดมา กิ่งไม้เรียวยาวหลายกิ่งยื่นออกมา พันธนาการเด็กชายแล้วยกขึ้นกลางอากาศ กิ่งไม้แหลมคมอีกสิบกว่ากิ่งชี้ตรงมาที่เขา “ถ้านายกล้าโกหกฉัน พวกมันจะแทงทะลุร่างของนาย”
เด็กชาย “ฉันไม่ได้โกหก ไม่มีความจำเป็นต้องโกหกนายด้วย ฉันแค่ไม่อยากให้นายถูกฉู่ลั่วหลอก หรือถูกเธอใช้ประโยชน์”
“หลางกาน นายเป็นต้นไม้เซียน นายไม่ควรถูกมนุษย์หลอกใช้ นายควรเป็นผู้ปกครองมนุษย์ นายควรเป็นผู้ควบคุมความเป็นตายของมนุษย์”
หลางกาน “….”
เด็กชายพยายามควบคุมหัวใจที่เต้นรัวและสีหน้าหวาดกลัว “หลางกาน มนุษย์ก็เหมือนกับฉู่ลั่ว มีแต่เผ่าเทพเท่านั้นที่เป็นพวกเดียวกับนาย ประตูแดนเทพเปิดแล้ว พลังวิญญาณจะไหลลงมา หากเหล่าเทพจุติ นายก็ไม่ต้องถูกมนุษย์ควบคุมอีกต่อไป”
“ฉันอยากเจอฉู่ลั่ว”
หลางกานพูดขึ้นกะทันหัน กิ่งไม้เข้าใกล้เด็กชาย เกือบจะแทงเข้าไปในลูกตาของเขา
“ฉันอยากเจอฉู่ลั่ว ฉันอยากเจอฮั่วเซียวหมิง!”
“ให้พวกเขามาหาฉัน!”
“ให้พวกเขามา!”
กิ่งก้านและใบไม้เต้นระบำอย่างบ้าคลั่ง เด็กชายหวาดกลัวจนหน้าซีดขาว
“พวกเขามาไม่ได้แล้ว พวกเขาไม่กล้ามาพบนาย!” เด็กชายพยายามควบคุมสติ “แต่ฉันสัญญาได้ว่าถ้านายร่วมมือกับฉัน ฉันจะทำให้นายได้พบฉู่ลั่ว”
“ถึงเวลานั้น นายก็จะรู้ว่าฉันพูดจริงหรือเปล่า”
ตุ้บ!
ร่างเด็กชายล้มลงบนพื้น
หลางกานหายไป ทิ้งไว้เพียงประโยคเดียว
“ฉันอยากเจอฉู่ลั่ว”
ภาพลวงตารอบกายค่อย ๆ จางหายไป
ฉู่ลั่วเงยหน้ามองต้นหลางกาน แล้วหมุนตัวกลับ
เมื่อเธอกำลังจะจากไป หลางกานก็ปรากฏตัวออกมาจากต้นไม้เซียน แอบมองฉู่ลั่วอยู่หลังกิ่งไม้ใหญ่
“ฉันไม่มีวันให้อภัยเธอหรอก”
“เธอฆ่านายท่านของฉัน ฉันไม่มีวันให้อภัยเธอเด็ดขาด”