เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 2000 ภายในจิตธรรมญาณ
บทที่ 2000 ภายในจิตธรรมญาณ
“ไม่ได้ พวกเราต้องคิดหาวิธีกำจัดมารในใจให้ได้”
จี้ไจ่พูดหนักแน่น “ไม่ว่าจะเป็นเพราะแผนการหรือไม่ มารในใจที่อยู่ในจิตธรรมญาณของเจ้านิกาย สำหรับเจ้านิกายแล้วก็เหมือนระเบิดเวลาลูกหนึ่ง”
ไจ๋โหรว “ต้องมีวิธีกำจัดมารในใจแน่นอน”
หยวนเส้าหยินเดินไปมาอยู่กับที่ ตั้งแต่เขาสละพลังวิญญาณทั้งหมดไป เขาก็กลายเป็นคนธรรมดาไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทุกคนได้รับการแต่งตั้งเทพ การบำเพ็ญของเขาก็เร็วกว่าคนธรรมดามาก
“ฉันสามารถเข้าไปดูในจิตธรรมญาณของตัวเองได้นะ”
ทุกคนหันไปมองฉู่ลั่ว
สีหน้าของฉู่ลั่วไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก “ตอนนี้การหานักพรตที่สามารถเข้าสู่จิตธรรมญาณของฉันได้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว แม้ว่าจะหาเจอก็ไม่แน่ว่าจะสามารถออกจากจิตธรรมญาณของฉันได้อย่างราบรื่นด้วย”
“แต่ถ้าเป็นตัวฉันเองมันก็ต่างออกไป”
“ฉันสามารถเข้าจิตธรรมญาณของตัวเองได้ และสามารถออกมาได้ด้วย”
จี้ไจ่พอได้ยินก็รีบส่ายหัวทันที “ไม่ได้ครับ ไม่ได้! เรื่องนี้ทำไม่ได้เด็ดขาด”
“แม้ว่าจะสามารถเข้าออกจิตธรรมญาณของตัวเองได้อย่างอิสระ แต่หลังจากเข้าไปในจิตธรรมญาณแล้ว จะไม่สามารถรับรู้เรื่องภายนอกได้ ถ้าหากถูกโจมตีในตอนนั้นแล้วจะไม่…”
ไจ๋โหรว “นี่อาจเป็นแผนการของแดนเทพนะคะ พวกเขาต้องการฉวยโอกาสตอนที่เจ้านิกายเข้าไปในจิตธรรมญาณของตัวเอง…”
ฉู่ลั่ว “แค่หาคนมาคุ้มกันฉันก็พอแล้วค่ะ”
ซู่เซี่ยงหยางพูดขึ้นว่า “ถ้าเป็นพวกเราคงทำไม่ได้แน่ครับ”
“ไปตามเทพเอกเก้าญาณกับหมิงคุนมา…”
ซู่เซี่ยงหยางคิดสักครู่แล้วพูดต่อ “เรียกเซียนพู่กันกับคนอื่น ๆ มาด้วย”
เขาจัดการทุกอย่างอย่างละเอียดแล้วถามฉู่ลั่วว่า “มีอะไรที่ต้องเตรียมการอีกไหมครับ คุณบอกมาได้เลย”
“จะทำที่องค์กรหรือที่…”
“ที่คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันค่ะ” ฉู่ลั่วพูดเสียงหนักแน่น “ที่องค์กรผู้คนวุ่นวาย คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวันมีค่ายกลและคนไม่มาก นอกจากพวกคุณก็ไม่มีใครมาหรอก”
ซู่เซี่ยงหยางพยักหน้า
เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว ฉู่ลั่วก็นั่งขัดสมาธิอยู่ใจกลางค่ายกลที่ตัวเองวาดไว้
บนเชิงเขาของคฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน มีบอดี้การ์ดที่ตระกูลฮั่วจัดมาคอยเฝ้าอย่างเข้มงวด
นอกจากค่ายกลบนคฤหาสน์ ยังมีเจ้าหน้าที่จากองค์กรคอยเตรียมพร้อมอยู่ภายในวงใน เซียนพู่กันนำต้าอีและคนอื่น ๆ ออกตรวจตรา
ส่วนภายนอกวิชาค่ายกล มีเทพเอกเก้าญาณ หมิงคุนและหูเสี่ยวหลีนั่งอยู่
ตรงขอบของค่ายกลคือจิ่วฉาน
จิ่วฉานเอ่ยว่า “พวกเขาคงไม่ลงมือเองหรอกนะครับ!”
แต่เมื่อเห็นการจัดการที่รัดกุมเช่นนี้ จิ่วฉานก็รู้สึกไม่แน่ใจอีกครั้ง
“คุณแน่ใจหรือครับว่าจะไปจัดการมารในใจด้วยตัวเอง?”
ฉู่ลั่วตอบว่า “ถ้าฉันไม่ไป แล้วใครจะไปล่ะ?”
“ถ้าไม่กำจัดมารในใจ แผนการก็จะไม่สำเร็จ บางที…” เธอยิ้มเล็กน้อย “ถ้าไม่กำจัดมารในใจ บางทีคนที่จะทำลายแผนการอาจจะเป็นฉันก็ได้”
ระเบิดเวลาลูกนี้ไม่ใช่แค่สำหรับเธอเท่านั้น
แต่เพื่อแผนการนี้ด้วย
เธอจำเป็นต้องไป
จิ่วฉาน “ผมจะคุ้มครองคุณเอง”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
ซู่เซี่ยงหยางตรวจสอบทั้งด้านในและด้านนอกอย่างละเอียด แล้วอธิบายทุกขั้นตอนให้ฉู่ลั่วฟังอีกครั้ง “มีอะไรตกหล่นไหมครับ?”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “คุณจัดการได้ดีมากค่ะ ฉันเองก็คิดไม่ถึงว่าจะมีการจัดการที่ละเอียดขนาดนี้”
เธอมองทุกคนที่อยู่ที่นี่ “งั้นฉันจะเริ่มนะคะ”
ซู่เซี่ยงหยางสูดหายใจลึกแล้วพยักหน้า
ฉู่ลั่วเริ่มใช้วิชา แสงสีทองสายหนึ่งลอยขึ้นมาจากค่ายกล ห่อหุ้มร่างของเธอทั้งหมดเอาไว้
จากนั้นฉู่ลั่วก็เริ่มใช้พลังวิญญาณ วิญญาณของเธอออกมาจากร่าง
เธอยืนอยู่ในวิชาค่ายกล มองจิ่วฉานซึ่งอยู่ใกล้วิชาค่ายกลที่สุด
เขาพยักหน้าให้เธอ
ฉู่ลั่ววางมือบนกลางศีรษะของเธอ ไม่นานร่างวิญญาณก็เข้าไปในจิตธรรมญาณของตัวเองทันที
ภายในจิตธรรมญาณเป็นสีขาวโพลน
ฉู่ลั่วคุ้นเคยกับจิตธรรมญาณของตัวเองพอสมควร แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้ามาในจิตธรรมญาณของตัวเอง
ภายในจิตธรรมญาณเป็นสีขาว มองอะไรไม่เห็นเลย