หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1111 ชีวิตที่ยากลำบากขององครักษ์เงา
ตอนที่ 1111 ชีวิตที่ยากลำบากขององครักษ์เงา
สองนายบ่าวหมดคำจะเอ่ยกับอาหารอันไหม้เกรียมนั่น
หยิ่งอีครุ่นคิดชั่วครู่ แล้วเสนอว่า “ฝ่าบาท ให้กระหม่อมไปซื้ออาหารกลับมาดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
หากฝ่าบาทเสวยของทะเลที่ไหม้เกรียมเหล่านั้น แล้วเป็นอันใดขึ้นมา เขาตาย 10 คราก็คงยังไม่พอชดใช้
ในขณะที่เยว่หลานกำลังจะพยักหน้ารับ เขากลับได้ยินเสียงของอาซินดังขึ้นมาก่อน ด้วยเหตุนี้เขาจึงรีบยัดปลาเผาที่ไหม้เกรียมตัวนั้นใส่ปากของหยิ่งอี ส่วนตนเองหาตัวที่ดูดีหน่อยมากัดกิน
อาซินเดินเข้ามาพร้อมกับตะกร้า ภาพที่นางเห็นคือบุรุษร่างใหญ่สองคนกำลังนั่งสิ้นหวังอยู่ที่ลานบ้าน โดยที่พวกเขากำลังแทะของดำ ๆ อยู่เต็มปาก
“พี่เยว่ พวกท่านกินของเหล่านี้ลงได้อย่างไร ? ! ”
เยว่หลานฉีกยิ้มกว้าง “อาซิน เจ้ามาได้อย่างไร ? ”
หากเขาไม่ยิ้มก็ไม่เป็นไรหรอก แต่พอยิ้มแล้ว คราบเขม่าสีดำที่เคลือบฟันขาวจนมีสีเหมือน ‘ถ่าน’ ก็เผยให้ผู้อื่นเห็นทันที ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็น่าขัน
อาซินระเบิดเสียงหัวออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่
หยิ่งอีจำเป็นต้องกัดลิ้นตนเองเอาไว้ เขาจะหัวเราะออกมาไม่ได้เด็ดขาด ฝ่าบาทเป็นคนอย่างไร เขาย่อมรู้ดีที่สุด ขอเพียงเขากล้าหัวเราะออกมา เขาคงไม่ได้เห็นแสงแห่งรุ่งอรุณของวันใหม่อีกเป็นแน่
ทันใดนั้นเยว่หลานก็โยนของ ‘สีดำ’ ในมือไปข้าง ๆ พร้อมกับคายของในปากออกมา “ข้ากับหยิ่งอีทำอาหารไม่เป็น ผนวกกับในบ้านยังไม่มีโรงครัว ดังนั้นพวกเราจึงนำเอาของทะเลมาย่างกินน่ะ แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าหยิ่งอีจะซุ่มซ่ามจนทำไหม้ทั้งหมดเช่นนี้”
หยิ่งอีตกเป็นแพะรับบาป เขารู้สึกกระอักกระอ่วนมากยิ่งนัก ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าของทะเล ‘สีดำ’ นั่นเจ้านายของเขาเป็นคนย่างด้วยตนเอง
แต่เขาจะเอ่ยอันใดได้เล่า ?
องครักษ์เงาผู้หนึ่ง ไม่เพียงแค่ต้องดูแลความปลอดภัยของเจ้านายเท่านั้น ทว่ายังต้องแบกรับความผิดแทนเจ้านายอีกด้วย !
อาซินพยายามกลั้นหัวเราะ แล้ววางตะกร้าลง “ข้าทราบอยู่แล้วว่าบ้านของพวกท่านไม่มีเครื่องครัว ดังนั้นข้าเลยนำอาหารเช้าจากบ้านมาส่งให้พวกท่าน พี่เยว่ พี่หยิ่ง พวกท่านรีบกินเถิด หลังจากกินเสร็จแล้ว ข้าจะพาพวกท่านไปซื้อของในเมือง ในบ้านไม่มีเครื่องเรือนเลยสักอย่าง พวกท่านคงใช้ชีวิตกันอย่างลำบากเป็นแน่”
เยว่หลานรับตะกร้ามาถือไว้ เมื่อเปิดผ้าคลุมออก ด้านในมีชามข้าวใบใหญ่อยู่สองชาม นอกจากนี้ยังมีอาหารอีกสองชาม และอาหารจานเนื้อที่เหลือจากเมื่อวานหนึ่งชาม
สองนายบ่าวพากันไปล้างหน้าล้างมือ แล้วกลับมาแบ่งอาหารกันกิน
วันนี้เยว่หลานปากหวานราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า ขณะทานอาหาร เขาก็ชมฝีมือการทำอาหารของอาซินไปด้วย “วันข้างหน้าไม่รู้ว่าผู้ใดจะโชคดีได้แต่งเจ้าเข้าบ้าน”
นั่นต้องเป็นตัวเขาอยู่แล้ว !
เมื่อหยิ่งอีได้ยินดังนั้น ก็อยากจะมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย เขาครวญครางภายในใจว่าตนเองช่างโชคร้ายยิ่งนัก เหตุใดเขาต้องถูกเลือกมาทำภารกิจนี้ด้วยนะ
เขาเห็นภาพฝ่าบาทเกี้ยวจักรพรรดินีเยอะเกินไปแล้ว เริ่มเป็นห่วงชีวิตของตนเองขึ้นแล้วสิ
อาซินถูกชมจนหน้าแดงก่ำ นางเขินอายจนทำอันใดไม่ถูก แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอันใดเช่นกัน นางถึงได้รู้สึกมีความสุข
หลังจากกินมื้อเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เยว่หลานกระตือรือร้นเก็บจานชาม ทั้งยังบอกว่าจะล้างด้วยตนเอง หยิ่งอีตื่นตกใจจนเกือบหัวใจวาย เขารีบเข้าไปห้ามทันที “คุณชาย ให้บ่าวทำเถิดขอรับ”
เยว่หลานส่ายหน้า แล้วเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าจริงจังว่า “หยิ่งอี เจ้าไม่ต้องปรนนิบัติรับใช้ข้าแล้ว ข้าไม่เหมือนกับแต่ก่อนแล้ว ตัวข้าในตอนนี้เป็นคนใหม่ ข้าจะใช้ชีวิตแบบใหม่ ทำทุกอย่างด้วยตนเอง จำต้องเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ต้น ไม่เช่นนั้นข้าก็คงไม่ต่างอันใดกับคนไร้ประโยชน์ แม้ว่าแต่ก่อนเจ้าจะเป็นผู้คุ้มกันของข้า ทว่าตอนที่ทุกคนจากข้าไป เจ้ากลับยินดีที่จะติดตามข้า น้ำใจเช่นนี้แน่นแฟ้นยิ่งกว่าพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ดังนั้นต่อไปนี้พวกเรามาเป็นพี่น้องกันเถิด ข้าไม่ใช่เจ้านายของเจ้าอีกต่อไป ทว่าเป็นพี่น้องกับเจ้า”
ขาทั้งสองข้างของหยิ่งอีอ่อนแรงลงทันใด เขาเกือบจะทรุดลงกับพื้นแล้วด้วยซ้ำ แต่เพราะอยู่ในสายตาของเยว่หลาน เขาจำต้องฝืนพยุงร่างของตนเองเอาไว้
ฝ่าบาท ท่านปล่อยข้าน้อยไปเถิด ข้าน้อยยังอยากมีชีวิตอยู่อีกสักสองปี เพื่อสืบทอดวงศ์ตระกูลต่อไป !
เยว่หลานพึงพอใจกับความร่วมมือของหยิ่งอีเป็นอย่างมาก ไม่เลว ! สมแล้วที่เขาเลือกเองกับมือ มีไหวพริบดีมาก ต่อไปต้องให้เขามาติดตามตนเองทุกวัน
อาซินมองภาพนั้นอยู่ด้านข้าง เมื่อเห็นเช่นนี้นางจึงชอบเยว่หลานมากขึ้นกว่าเดิม
พี่เยว่เป็นคนดีมากจริง ๆ ใต้หล้านี้ยังหลงเหลือคนดี ๆ เช่นนี้อยู่อีกหรือ !
เมื่อเยว่หลานเห็นดวงตาของอาซินเปล่งประกาย เขาจึงยืดอกขึ้นทันที เขารู้อยู่แล้วว่าอาซินจะต้องหลงกล !
เด็กคนนี้เกิดมามีนิสัยไร้เดียงสาและจิตใจดี นอกจากนี้นางมักจะคิดบวกกับทุกเรื่อง หากเขาแสดงออกอย่างเป็นมิตร นางไม่มีทางเกลียดชังเขาอย่างแน่นอน !
แต่แบบนี้ก็ไม่ค่อยดีสักเท่าใดนัก เพราะอาจจะถูกหลอกได้ง่าย
ต่อไปเขาต้องดูแลนางให้ดี จะต้องไม่ให้ผู้อื่นหลอกนางได้
เยว่หลานล้างจานชามจนเสร็จ ภายใต้สายตาสิ้นหวังของหยิ่งอี หลังจากวางจานชามกลับเข้าตะกร้าดังเดิมแล้ว เขาจึงหันไปฉีกยิ้มให้อาซิน “ไปกันเถิด พวกเราไปซื้อของในเมืองกัน”
อาซินพยักหน้า แล้วเอ่ยออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ถ้าเช่นนั้นข้าขอกลับไปเปลี่ยนเสื้อที่บ้านก่อนนะเจ้าคะ”
และนางจะได้กลับไปเอาเงินด้วย
พี่เยว่กับพี่หยิ่งตกอยู่ในสภาพนี้ พวกเขาจะต้องไม่มีเงินติดตัวแม้แต่อีแปะเดียวอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นก่อนหน้านี้จะเอาแต่นอนในถ้ำได้อย่างไร เงินหนึ่งอีแปะสร้างความลำบากให้วีรบุรุษ นางไม่อยากให้ผู้มีพระคุณของตนเองต้องรู้สึกอับอายเพราะยากจน ดังนั้นจึงตัดสินใจจะกลับไปเอาเงินมาช่วยซื้อของให้พวกเขา
หลังจากกลับมาถึงบ้าน อาซินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้อง จากนั้นก็เรียกยายอู๋ แล้วออกเดินทางไปในเมืองพร้อมกับเยว่หลานและหยิ่งอี
สถานที่ที่พวกเขาอยู่อาศัยคือเขตเล็ก ๆ ติดกับชายแดนแคว้นหนานเจา ที่นี่ยากจนและล้าหลังจนน่าสงสาร หากเดินจากฝั่งตะวันตกไปยังตะวันออกของเมือง ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ
ทว่ายากจนก็มีข้อดีเช่นกัน เพราะข้าวของที่นี่ราคาถูกเป็นอย่างมาก
อาซินกับยายอู๋พาสองนายบ่าวไปยังร้านขายของชำก่อน เพื่อซื้อพวกหม้อ กระทะ จาน ชาม ทัพพี ข้าว แป้ง ธัญพืชและน้ำมัน
เมื่อเห็นข้าวของเหล่านั้น เยว่หลานกลับไม่ค่อยถูกใจสักเท่าใดนัก ประการแรกเพราะเขากับหยิ่งอีทำอาหารไม่เป็น ประการที่สองหากซื้อของเหล่านี้แล้ว เขาจะไปขอข้าวกินบ้านภรรยาได้อย่างไร ?
ภรรยาทำอาหารอร่อยถึงเพียงนั้น หากเขาพลาดโอกาสนี้ไป ไม่ใช่ว่าเป็นการสูญเสียคราใหญ่หรอกหรือ
ไม่ได้ ๆ กลับไปต้องหาข้ออ้างสักอย่าง ทำให้ภรรยารู้สึกสงสาร แล้วยอมรับปากว่าจะทำอาหารให้เขากินทุกวัน !
เมื่อคิดได้ดังนั้น เยว่หลานจึงส่งสายตาให้หยิ่งอี
หยิ่งอีรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ภายในใจร้องครวญครางด้วยความสิ้นหวัง เขาอยากกลับแคว้นเป่ยตี๋ เขาคิดถึงบ้าน !
อาซินย่อมไม่เห็นว่าสองนายบ่าวกำลังยักคิ้วหลิ่วตาให้กันอยู่ หลังจากต่อรองราคากับเถ้าแก่เรียบร้อยแล้ว สุดท้ายก็ซื้อของมากองหนึ่งซึ่งได้ราคาค่อนข้างดี
ในขณะที่เยว่หลานกำลังจะควักเงินออกมาจ่าย อาซินก็ได้ยื่นเงินให้เถ้าแก่ก่อนแล้ว
“อาซิน ข้ามีเงิน”
อาซินไม่เชื่อ นางหลงคิดว่าเยว่หลานสิ้นเนื้อประดาตัวแล้ว “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าจ่ายให้ก่อน ประเดี๋ยวพอกลับไปแล้ว ท่านค่อยคืนให้ข้าก็ได้เจ้าค่ะ”
เยว่หลานทราบถึงความคิดของอาซินเป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงทั้งเหนื่อยและซาบซึ้งไปพร้อม ๆ กัน
เฮ้อ…ภรรยาคนดีของข้า ! เหตุใดเจ้าถึงได้ดีเพียงนี้กันนะ !
หลังจากซื้อเครื่องครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว สองนายบ่าวถูกพาไปยังร้านขายผ้า โดยซื้อผ้านวมและผ้าฝ้ายสองผืน นอกจากนี้อาซินยังซื้อผ้าสำหรับใช้ทำชุดอีกไม่น้อย นางจะนำไปทำเสื้อผ้าให้เยว่หลานกับบ่าวของเขาสักสองชุด
เพราะทั้งสองมีเพียงแค่ห่อผ้าเล็ก ๆ ด้านในมีชุดของเยว่หลานอยู่หนึ่งชุด เมื่อนางเห็นดังนั้น จึงรู้สึกปวดใจไม่น้อย
เยว่หลานรู้สึกซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหลอยู่แล้ว
ส่วนหยิ่งอีก็ยอมรับชะตากรรมแล้วเช่นกัน กลับไปต้องเตรียมทำความสะอาดคอเอาไว้ให้ดี ว่าที่จักรพรรดินีจะตัดชุดให้เขา แม้ว่าท่านจะตัดได้ประณีตเพียงใด สุดท้ายมันคงเป็นเพียงผ้าห่อศพของข้าเท่านั้น !