หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1151 หน้าที่ของภรรยาเอก
ตอนที่ 1151 หน้าที่ของภรรยาเอก
“หากอยากให้เรือนหลังสงบสุข ก็ไม่ควรรับอนุเข้ามา สถานที่ที่มีคนมาก ย่อมมีปัญหามากตามไปด้วย ชีวิตของสตรีในเรือนหลังเหมือนถูกขังอยู่ในสถานที่เล็ก ๆ เพื่อแย่งชิงความสนใจและข้าวของ พวกนางจึงต้องพยายามอย่างสุดชีวิต เพื่อให้ตนเองบรรลุเป้าหมาย พวกนางไม่สนว่าต้องใช้วิธีการใด หรือว่ามันจะเกี่ยวพันกับชีวิตของผู้อื่นหรือไม่”
พอเอ่ยมาถึงตรงนี้ ซูเฉิงซีก็หยุดเอ่ยไปชั่วครู่
จากนั้นก็เอ่ยต่อว่า “ดังนั้นข้าไม่คิดจะรับอนุ ข้ากับหลินซิ่วรักกันด้วยใจจริง แค่มีกันและกันไปชั่วชีวิตก็เพียงพอแล้ว”
ใบหน้าของหลินซิ่วขึ้นสีแดงระเรื่อ นางรีบก้มหน้าหลบทันใด ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา ทว่าภายในใจกลับรู้สึกดียิ่งกว่าอะไร
ผู้ใดไม่อยากให้สามีรักเดียวใจเดียวบ้างเล่า ? โดยเฉพาะหลังจากที่นางเห็นพี่สาวกับพี่เขยรักใคร่กลมเกลียวกันถึงเพียงนั้น นางก็อยากจะมีความรักที่ซื่อสัตย์และภักดีแบบนั้นบ้าง
เพียงแต่เรื่องแบบนี้มันเกินพอดีไปหน่อย ก่อนหน้านี้นางไม่กล้าคิดฝันด้วยซ้ำ
ตอนนี้ซูเฉิงซีเอ่ยออกมาด้วยตนเอง แล้วนางจะไม่มีความสุขได้อย่างไร
หลินหร่วนพึงพอใจกับคำตอบของเขาเป็นอย่างมาก แต่นางก็ยังถามต่ออีกว่า “หากในอนาคตหลินซิ่วมีลูกไม่ได้เล่า เจ้าจะทำอย่างไร ? ”
เรื่องสมมุติไม่มีทางเป็นความจริงได้ เพราะนางมีพลังวิเศษ ถึงหลินซิ่วจะไม่สามารถมีลูกได้จริง ๆ ทว่านางสามารถช่วยได้
เรื่องบางเรื่องก็ควรถามให้กระจ่างเสียตั้งแต่ตอนนี้ !
นางไม่รู้ว่าซูเฉิงซีจะทำตามที่เอ่ยได้หรือไม่ แต่ทัศนคติของเขาในตอนนี้ก็สำคัญมากเช่นกัน
ซูเฉิงซีคาดไม่ถึงว่าหลินหร่วนจะเอ่ยถามเช่นนี้ เขาจึงตกตะลึงขึ้นมาทันใด
ถ้าหากหลินซิ่วมีลูกไม่ได้ เขาจะทำอย่างไร ?
เซียวจิ่งเฉินมองหลินหร่วนด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย ไม่ใช่ว่านางจงใจสร้างความลำบากให้เขาหรอกหรือ ? แล้วจะให้เจ้าเด็กนี่ตอบอย่างไรเล่า ?
คิดว่าทุกคนบนโลกเป็นเหมือนเขาหรืออย่างไร ?
การสืบทอดตระกูลถูกปลูกฝังเอาไว้ในสายเลือด ไม่เพียงแค่บุรุษเท่านั้น สตรีก็ได้รับการปลูกฝังเช่นกัน
ทว่าภรรยาของเขากลับหาเรื่องอย่างไม่มีเหตุผล ช่างเป็นคนไม่รู้จักแยกแยะเลยจริง ๆ เหตุใดอยู่ ๆ ถึงถามแบบนี้ออกมาเล่า ?
ทันใดนั้นก็มีเสียงรบกวนดังขึ้นมาจากนอกห้อง ดึงดูดความสนใจของเขา
หลินซิ่วไม่ได้ยินเสียงรบกวนนั่น นางคิดในใจว่าคำถามของพี่สาวดูสับปลับเกินไป ในขณะที่กำลังจะเปลี่ยนหัวข้อ อยู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านนอกประตู “ถ้าหากแม่นางหลินซิ่วมีลูกไม่ได้ เช่นนั้นนางก็ควรให้ท่านพี่รับอนุ เพื่อให้อนุช่วยสืบทอดสายเลือดตระกูลซูแทน”
ทุกคนหันหน้าไปมอง เห็นไป๋หยู่โหลวกับสาวใช้ยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าใดนัก
“ท่านพี่ แม่นางหลิน ช่างบังเอิญจริง ๆ คาดไม่ถึงว่าพวกท่านจะอยู่ที่นี่ด้วย”
ซูเฉิงซีเอ่ยถามออกมาว่า “เจ้าก็มากินข้าวที่นี่ด้วยหรือ ? ”
ไป๋หยู่โหลวพยักหน้ารับ “ท่านพี่ แม่นางหลิน ข้าต้องขอโทษด้วย เมื่อครู่ข้าไม่ได้ตั้งใจแอบฟังพวกท่านสนทนากันนะ เพียงแค่เดินผ่านห้องอาหารนี้พอดี ข้าคิดว่าคำถามนี้เกินไปหน่อย ดังนั้นข้าเลยทนไม่ไหว ท่านพี่กับแม่นางหลินอย่าได้ถือสาข้าเลย”
ซูเฉิงซีไม่ได้คิดมากอันใด เพียงเอ่ยว่า “เจ้าออกมาข้างนอกคนเดียว ระวังตัวด้วยล่ะ”
คำเอ่ยของเขาค่อนข้างชัดเจน คือไม่ได้ชวนนางมาร่วมทานอาหารด้วย
ไป๋หยู่โหลวเอ่ยอันใดไม่ออก
ทว่าหลินหร่วนกลับเอ่ยออกมาว่า “เมื่อวานข้าพบแม่นางท่านนี้ที่โรงหมอ นับว่ามีวาสนาที่ได้มาพบกันอีกครา เจ้ามาคนเดียวหรือ ? ”
ไป๋หยู่โหลวรีบพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ”
หลินหร่วนเอ่ยชวนอย่างใจกว้าง “เช่นนั้นก็มากินด้วยกันสิ ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งคึกคัก ข้าอยากฟังความเห็นของแม่นางอยู่พอดี”
ไป๋หยู่โหลวแสร้งทำเป็นลังเลชั่วครู่ ก่อนจะหันหน้าไปมองซูเฉิงซี “ท่านพี่ ข้าอยู่กินด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ ? ”
ซูเฉิงซีเห็นว่าหลินหร่วนเป็นคนเอ่ยปากชวน จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะพยักหน้ารับ
ไป๋หยู่โหลวยกมือขึ้นคารวะพวกเขา แล้วเอ่ยออกมาว่า “หยู่โหลวต้องขอรบกวนด้วยเจ้าค่ะ”
ภายในห้องส่วนตัวมีเก้าอี้และชุดถ้วยชามอย่างละแปดชุด ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเรียกพนักงานขึ้นมาอีกรอบ
หลังจากไป๋หยู่โหลวนั่งลงแล้ว หลินหร่วนจึงเอ่ยถามออกมาว่า “เมื่อครู่แม่นางไป๋เอ่ยว่า…หากแม่นางหลินมีลูกไม่ได้ ก็ควรให้คุณชายซูรับอนุอย่างนั้นหรือ ? ”
“เจ้าค่ะ” ไป๋หยู่โหลวมองไปทางซูเฉิงซีแวบหนึ่ง “นี่เป็นเรื่องที่ภรรยาเอกควรทำอยู่แล้ว”
“แน่นอนว่าการครองคู่กันไปชั่วชีวิตเป็นสิ่งที่หญิงสาวต่างก็ใฝ่ฝัน แต่หยู่โหลวคิดว่า…คนเราไม่ควรเห็นแก่ตัวจนเกินไป สามีรักและให้ความเคารพภรรยาเอก ถ้าเช่นนั้นภรรยาเอกก็ควรจะคิดแทนสามีและบ้านของสามีบ้าง จะเห็นแก่ตัว ไม่สนใจปัญหาเรื่องสืบทอดตระกูลไม่ได้เจ้าค่ะ”
“ตั้งแต่โบราณมีคำกล่าวที่ว่า…ความอกตัญญูนั้นมีอยู่สามประการ ที่หนักหนาสาหัสที่สุดก็คือการไม่มีทายาท ในใต้หล้านี้ไม่ว่าจะเกิดมาชนชั้นใด ก็ไม่อาจมองข้ามเรื่องนี้ได้ แม้แต่ผู้สูงศักดิ์อย่างฮองเฮา ก็ยังต้องหาพระสนมให้กับสามีของตนเอง เพื่อให้สายเลือดของสามีสืบทอดต่อไป นี่ต่างหากถึงจะเป็นสิ่งที่ภรรยาเอกควรทำ”
หลังจากเอ่ยจบ ไป๋หยู่โหลวก็หันไปมองซูเฉิงซีด้วยสายตาอบอุ่น โดยไม่สนเลยว่าคนรอบข้างจะมองนางอย่างไร
หลินซิ่วรู้สึกขยะแขยงคำเอ่ยของไป๋หยู่โหลวมากยิ่งนัก แท้จริงแล้วคำเอ่ยของไป๋หยู่โหลวก็ไม่ถือว่าผิด เพราะสตรีในใต้หล้าล้วนปฏิบัติเช่นนี้
แต่เมื่อคำเอ่ยเหล่านี้ออกมาจากปากของไป๋หยู่โหลว มันกลับฟังดูน่าสะอิดสะเอียน โดยเฉพาะหลังจากที่นางเอ่ยจบแล้ว นางยังหันไปมองซูเฉิงซีด้วยสายตาเช่นนั้นอีกด้วย นี่สามารถบ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่านางมีใจให้ซูเฉิงซี
ในที่สุดหลินซิ่วก็ได้รู้แล้วว่า…เหตุใดตนเองถึงไม่ชอบไป๋หยู่โหลว !
ก่อนหน้านี้นางรู้สึกไม่ชอบสตรีผู้นี้ แต่กลับบอกสาเหตุไม่ได้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเป็นเพราะเหตุใด
ที่แท้ไป๋หยู่โหลวก็พุ่งเป้าไปที่ซูเฉิงซีนี่เอง !
ส่วนซูเฉิงซี เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นสายตาของไป๋หยู่โหลว ทว่าเขาเก็บคำเอ่ยของไป๋หยู่โหลวไปคิดอย่างจริงจัง ในความคิดของเขา เขาคิดว่ามันไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
เมื่อครู่นางคิดว่าคำถามของท่านพี่ดูเกินไปหน่อย ค่อนข้างทำให้ผู้อื่นลำบากใจ ทว่าตอนนี้นางกลับรู้สึกดีมากยิ่งนัก รู้สึกดีที่ท่านพี่ถามเช่นนั้น
หลินซิ่วรู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าใดนัก ดังนั้นนางจึงลุกขึ้นยืนพร้อมกับเอ่ยว่า “ข้าเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าที่โรงหมอยังมีงานต้องจัดการ ข้าคงไม่อาจอยู่กินหม้อไฟด้วยได้แล้ว ข้าขอตัวกลับไปจัดการงานก่อน เชิญพวกท่านทานตามสบายเถิด”
หลังจากเอ่ยจบ หลินซิ่วก็เดินออกไปทันที
ซูเฉิงซีค่อนข้างเชื่องช้า เขาลุกขึ้นยืนคิดจะเดินตามหลินซิ่วออกไป
แต่หลินหร่วนกลับเอ่ยขัดขึ้นมาว่า “คุณชายซูไม่ต้องรีบร้อน อีกประเดี๋ยวหลังจากกินหม้อไฟเสร็จแล้ว พวกเราจะไปหาหลินซิ่วเป็นเพื่อนเจ้าเอง”
ไป๋หยู่โหลวรีบเอ่ยเสริมว่า “ใช่ท่านพี่ แม่นางหลินติดธุระที่โรงหมอ ท่านไปก็ช่วยอันใดไม่ได้ สู้นั่งกินหม้อไฟที่นี่ดีกว่า หลังจากท่านกินอิ่มแล้ว ค่อยไปหานางก็ยังไม่สาย ข้าได้ยินมาว่าช่วงนี้ร้านฉวิ๋นเว่ยจี้เพิ่งเปิดตัวอาหารใหม่ พวกเรามาลองชิมกันเถิด”
ไหนเลยซูเฉิงซีจะยังมีอารมณ์ทานอาหารต่อ เขารีบหันกลับมาคลี่ยิ้มขอโทษคนอื่น ๆ แล้วปฏิเสธอย่างสุภาพว่า “ข้าเป็นห่วงหลินซิ่ว ฮูหยินเสิ่น ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”
หลังจากเอ่ยจบ ซูเฉิงซีก็เดินออกไปทันใด
ไป๋หยู่โหลวรีบตะโกนเรียก “ท่านพี่ ท่านพี่ ! ”
จากนั้นนางก็ลุกขึ้นยืน คิดจะเดินตามออกไปด้วย
หลินหร่วนส่งสายตา จิ่นหลวนรีบปิดประตูห้องอาหารทันใด “แม่นางไป๋ใช่หรือไม่ ? เจ้าอย่าเพิ่งตามไปเลย สามีภรรยาทะเลาะกันเป็นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก หากเจ้ายังตามไปอีกจะหมดสนุกเอานะ เมื่อครู่เจ้าเอ่ยว่าอยากชิมอาหารใหม่ของร้านฉวิ๋นเว่ยจี้ไม่ใช่หรือ ? ข้าเพิ่งสั่งไป มา…มากินด้วยกันเถิด”