หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1168 การตัดสินใจของหลินซิ่ว
ตอนที่ 1168 การตัดสินใจของหลินซิ่ว
หลินซิ่วลองคาดเดา “เป็นฝีมือของคนรักที่เติบโตมาด้วยกันใช่หรือไม่ ? ”
จิ่งเสียนพยักหน้ารับ “ดูเหมือนว่าเจ้าก็ไม่ได้โง่นี่ ใช่แล้ว เป็นฝีมือของเขากับครอบครัว ข่าวลือเหล่านั้นแพร่งพรายออกไปไวมาก เดิมทีท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าคิดจะหาคู่ครองให้ใหม่ แต่เจ้าลองเดาดูสิว่าผลลัพธ์เป็นอย่างไร ? ทั่วทั้งเมืองชิงโจวไม่มีผู้ใดกล้าแต่งงานกับข้าเลยสักคน”
หลินซิ่วสูดหายใจเข้าลึก “เหตุใดเขาถึงได้เลวระยำเพียงนี้ ! เห็น ๆ กันอยู่ว่าเขาเป็นคนผิดสัญญา ! ”
จิ่งเสียนหัวเราะออกมาเบา ๆ “แล้วอย่างไรเล่า คนเราน่ะล้วนเห็นแก่ตัวกันทั้งสิ้น เพราะกลัวว่าผู้อื่นจะนินทาว่าร้ายตนเอง ดังนั้นเขาจึงชิงลงมือก่อน โยนหมวกมาใส่หัวข้าแทน เขาโยนความผิดทั้งหมดมาให้ข้า ทำให้ผู้อื่นคิดว่าเขาต้องจำใจต้องแต่งงานกับผู้อื่น ในช่วงสองปีนั้น หากผู้ใดเอ่ยถึงชื่อจิ่งเสียน พวกเขาก็จะมีปฏิกิริยาเดียวกันทั้งนั้น : อ่า…หญิงสาวที่มีลูกไม่ได้ และไม่ยอมให้สามีรับอนุน่ะหรือ”
หลินซิ่วกำหมัดแน่น “เกินไปแล้วจริง ๆ เหลวไหลสิ้นดี ! พวกเขาคิดจะทำให้ท่านอับจนหนทาง ! ”
“ใช่ พวกเขาคิดจะทำแบบนั้น แต่ข้าเป็นผู้ใดเล่า ? ยิ่งพวกเขาบีบบังคับข้าเท่าใด ข้าก็ยิ่งตายไม่ได้เท่านั้น ! ไม่มีผู้ใดกล้าสู่ขอข้าก็ช่างสิ ข้าไม่ได้อยากแต่งงานถึงเพียงนั้น ! ข้าต้องดูแลกิจการของตระกูลจิ่งแทนท่านพ่อกับท่านแม่ นำเอากิจการที่ตระกูลจิ่งยกให้เจ้าชั่วนั่นเพราะการเกี่ยวดองคืนมาทั้งหมด ! ”
เพราะนางกับเจ้าชั่วนั่นหมั้นหมายกันตั้งแต่ยังเยาว์ ดังนั้นกิจการของสองครอบครัวจึงเกี่ยวพันกันอย่างลึกซึ้ง หลังจากพวกเขามาสู่ขอ พ่อของนางก็เริ่มถ่ายโอนกิจการไปให้เจ้าชั่วนั่นมากขึ้นเรื่อย ๆ
สามารถเอ่ยได้ว่า…กิจการกว่าครึ่งของตระกูลจิ่งในเวลานั้น ถูกถ่ายโอนออกไปทั้งหมดแล้ว
จิ่งเสียนเล่าต่อด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ว่า “หลังจากข้ารับช่วงต่อกิจการของครอบครัว ถึงค่อย ๆ ทวงคืนกลับมาได้ แท้จริงแล้วเจ้าชั่วนั่นไม่ได้ชอบข้าแม้แต่น้อย เขามีหญิงสาวในดวงใจอยู่แล้ว ที่เขาสัญญากับข้ามากมายเพียงนั้น ก็เพียงหวังในกิจการของบ้านข้าเท่านั้น”
“ท่านพ่อของข้ามีข้าเป็นบุตรีเพียงแค่คนเดียว ในอนาคตทุกอย่างของตระกูลจิ่งย่อมตกเป็นของข้า ดังนั้นก่อนที่ข้าจะแต่งงาน พวกเขาจึงนำเอากิจการเหล่านั้นมาเป็นสินเดิม และตอนนั้นข้ายังไม่รู้ว่าต้องทำการค้าอย่างไร ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่กิจการเหล่านั้นจะตกไปอยู่ในมือของเจ้าชั่วนั่น”
หลินซิ่วผงะตกใจ “ถ้าเช่นนั้นเรื่องที่ท่านตกทะเลสาบ ก็เป็นแผนของเขาหรือเจ้าคะ ? ”
จิ่งเสียนส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอก แต่ก็เกี่ยวข้องกับเขาอยู่แล้ว ตอนนั้นมารดาของเขาอยากให้ข้าแต่งเข้าจวนโดยเร็ว เพราะบิดามารดาทั้งสองครอบครัวเป็นสหายที่ดีต่อกัน และข้ายังเป็นเด็กที่พวกเขาเห็นมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ดังนั้นเจ้าชั่วนั่นจึงไม่กล้าเผยความคิดออกมา เดิมทีเขาคิดจะแต่งงานกับข้าตามแผน จากนั้นค่อยคิดหาวิธีแต่งสตรีผู้นั้นเข้ามาในฐานะภรรยาเอกเทียบเท่ากับข้า ทว่านางชั้นต่ำนั่นไม่อยากใช้สามีร่วมกับผู้อื่น ดังนั้นเลยถือโอกาสผลักข้าในงานเลี้ยงคืนนั้น”
“ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าไม่คาดคิดมาก่อน หลังจากข้าถูกตรวจพบว่าในอนาคตจะมีลูกยาก คนที่เปลี่ยนท่าทีเร็วที่สุด น่าจะเป็นบิดามารดาของเจ้าชั่วนั่น พวกเขาหาอนุให้บุตรชายอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง ปล่อยให้เขาลอบใช้เล่ห์เหลี่ยมเหล่านั้น ทั้งยังมีข่าวลือเหล่านั้นอีก พวกเขาต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเป็นแน่”
หลินซิ่วตะลึงงัน “น้าจิ่ง ต่อมาท่านต้องลำบากมากเป็นแน่ใช่หรือไม่เจ้าคะ แล้วตอนนี้ยังแค้นพวกเขาอยู่หรือไม่เจ้าคะ ? ”
จิ่งเสียนเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม “ไม่แค้นแล้วล่ะ หลังจากข้านำเอากิจการของตนเองกลับคืนมา แล้วทำให้ครอบครัวของพวกเขาพัง ข้าก็ไม่แค้นแล้วล่ะ ส่วนชีวิตลำบากหรือไม่ ข้ากลับคิดว่าไม่ลำบาก เพราะไม่ว่าอย่างไรตัวข้าในตอนนั้นก็เต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ คิดแค่จะทำให้ครอบครัวของเขาพัง นำเอาของที่ควรจะเป็นของ ๆ ตนเองกลับคืนมา แม้แต่ยามหลับก็ยังฝันว่าต่อสู้กับครอบครัวนั้นทุกวัน ทว่าข้ากลับไม่เหนื่อยเลยสักนิด”
“น้าจิ่ง ท่านเก่งยิ่งนัก”
หากสตรีที่อ่อนแอผู้หนึ่งประสบเหตุการณ์เหมือนจิ่งเสียน ในระหว่างนั้นจะต้องหนักหนาสาหัสมากแน่ ๆ
จิ่งเสียนเผยรอยยิ้มออกมา “หากข้าไม่เก่ง ข้าจะรับมือไหวได้อย่างไร ? ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกพวกสัตว์ประหลาดในวงการค้าขายแทะจนไม่เหลือชิ้นดีนานแล้ว ทว่าเรื่องที่พวกเราจะสนทนากันไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นความคิดของเจ้า หลังจากที่ฟังเรื่องทั้งหมดจบต่างหาก เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร ? ”
เมื่อหัวข้อสนทนาถูกเปลี่ยนมาเป็นตัวนาง หลินซิ่วจึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น
“น้าจิ่ง ตอนนี้ข้ายังตัดสินใจไม่ได้ ข้า…”
“เจ้าไม่อยากปล่อยซูเฉิงซีไปใช่หรือไม่ ? ”
หลินซิ่วพยักหน้ารับอย่างเปิดเผย “เจ้าค่ะ เขาเป็นชายในดวงใจคนแรกของข้า และเขาก็เป็นคนดีมาก ข้าตัดใจไม่ได้จริง ๆ แต่ ข้าก็รู้ดีว่าตระกูลซูไม่เหมาะกับข้า ข้าเองก็หวาดกลัวเช่นกัน หากยังพัวพันกับตระกูลซูต่อไป เรื่องที่เกิดกับท่านในปีนั้น อาจเกิดซ้ำกับข้าก็เป็นได้ ข้าไม่ได้หนักแน่นเหมือนท่าน ข้าจะต้องถูกบดขยี้อย่างแน่นอน”
แต่พอคิดว่าตนเองไร้ซึ่งวาสนากับซูเฉิงซีแล้ว หัวใจของนางก็ราวกับถูกมีดแทงอย่างไรอย่างนั้น
น้ำตาค่อย ๆ ไหลอาบสองข้างแก้ม
จิ่งเสียนยื่นมือไปโอบไหล่นางพลางตบเบา ๆ “หลินซิ่ว ชีวิตคนเราน่ะ ยังมีโอกาสได้พบเจอผู้คนอีกมากมาย ซูเฉิงซีไม่เลวอย่างแท้จริง ทว่าต่อไปในอนาคตเจ้าจะได้พบเจอคนที่ดีกว่านี้อีก เหมือนข้าอย่างไรเล่า ตอนนั้นข้าอยากแต่งงานกับเจ้าชั่วนั่นมากเพียงใด เพื่อเขาแล้ว ข้าเกือบไม่เหลือชีวิตอยู่ต่อ ทว่าสุดท้าย นอกจากจะเจ็บตัวกับได้รับชื่อเสียงฉาวโฉ่แล้ว ข้าได้อันใดมาอีก ? ตอนนี้ข้าได้มาเจอพ่อของเจ้าแล้ว ถึงเขาจะโง่และซื่อบื้อไปหน่อย แต่ก็เป็นคนดี ดังนั้นเจ้าต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง หากเจ้าปล่อยวางไม่ได้ มันจะทำให้เจ้าลำบากไปทั้งชีวิต”
“หากเจ้าไม่เชื่อล่ะก็ ลองเลื่อนเวลาออกไปสักวันสองวันก็ได้ เพื่อดูว่าตระกูลซูมีท่าทีอย่างไร แต่ข้าขอเตือนเจ้าก่อนว่า…เวลาวันสองวันมันไม่ได้นานมากนัก แต่ก็มากพอที่จะแสดงให้เห็นท่าทีของตระกูลซู เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่า…จะนำเอาอนาคตของตนเองไปเสี่ยงกับพวกเขา ? ”
หลินซิ่วนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากว่า “น้าจิ่ง ข้ารู้ว่าตนเองโง่เขลา แต่…”
“เจ้าก็ยังอยากรอใช่หรือไม่เล่า ? ”
“เจ้าค่ะ น้าจิ่ง ข้าเข้าใจเรื่องทั้งหมดดี แต่…ข้าปล่อยวางไม่ลงจริง ๆ ข้าอยากลองให้โอกาสเฉิงซีอีกสักครา บางทีเขาอาจจะแก้ปัญหาได้”
จิ่งเสียนลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ สุดท้ายก็ยังเยาว์วัย ความคิดช่างไร้เดียงสาจริง ๆ
“เอาเถิด แต่เจ้าต้องคิดในแง่ร้ายเอาไว้บ้าง หากเจ้าแต่งเข้าตระกูลซู… เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าตนเองต้องเผชิญหน้ากับอันใดบ้าง ? ”
หลินซิ่วใคร่ครวญอย่างละเอียดถี่ถ้วน จากนั้นก็พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “ข้ายินดียอมรับผลที่ตามมาเจ้าค่ะ”
ซูเฉิงซีเป็นคนดี นางอยากให้โอกาสเขาอีกสักครา หากผลสุดท้ายจะไม่ได้เป็นดั่งที่นางคิด นางก็ขอยอมรับผลที่ตามมา
จิ่งเสียนเคารพในการตัดสินใจของนาง ดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยว่า “ถ้าเช่นนั้นเจ้าออกไปบอกท่านพ่อของเจ้ากับองค์หญิงเถิด ตอนนี้พวกเขาคงร้อนใจไม่น้อย”
หลินซิ่วเริ่มขี้ขลาด “น้าจิ่ง ขะ…ข้าไม่กล้า…”
การตัดสินใจของนางในครานี้ จะต้องทำให้ท่านพ่อกับพี่สาวโมโหอย่างแน่นอน
จิ่งเสียนเผยรอยยิ้มออกมาพลางยกมือขึ้นเคาะหน้าผากของนาง “กล้า ๆ หน่อย ไม่ได้มีข้าอยู่ด้วยหรอกหรือ หากพ่อของเจ้ากล้าด่า ข้าจะดึงหูเขาเอง ! ”
หลินซิ่วหัวเราะกับมุกตลกของนาง “น้าจิ่ง ท่านช่างดีกับข้ายิ่งนัก”
จิ่งเสียนเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “ที่ข้าดีกับเจ้าเพราะมีจุดประสงค์ ชาตินี้ข้าคงไม่มีโอกาสได้เป็นแม่คนแล้ว ในวันข้างหน้าข้าหวังให้เจ้ามาเลี้ยงดูข้าในยามแก่ชรา”