ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1031 ช่างหินหลี่เหยียน
ตอนที่ 1031 ช่างหินหลี่เหยียน
“พ่อจะไปเองเหรอ ? ”
“แล้วถ้าแกไปกับฉันไป มันต่างกันอย่างไร ? ”
เจียงไห่หยางเม้มปากแล้วถลึงตาใส่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความโกรธ
เขาหันไปมองหลี่เจิ้งเว่ยและพูดออกมาว่า “หลี่เหยียนเขาไม่ใช่ช่างหินเพียงคนเดียวในชิงซานสักหน่อย ต่อให้เขาลาออกไป เดี๋ยวมันก็มีคนมาทำแทน”
หลี่เจิ้งเว่ยพยักหน้า “ถ้าพูดถึงช่างหินฝีมือดีในชิงซาน นอกจากหลี่เหยียนแล้ว ผมก็ยังเคยได้ยินชื่ออู๋ฮัวจากถังซานและจางเฉิงกังจากไป่หยางด้วยเหมือนกัน”
เจียงไห่หยางจึงกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันค่อยไปหาอู๋ฮัวหรือจางเฉิงกังในวันอื่นละกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋ขัดจังหวะ “พ่อ ที่ถังซานและไป่หยางเองก็กำลังปลูกผักนอกฤดูกาลด้วยเหมือนกันนะ”
เจียงไห่หยางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็กลับมามีสติและสั่งสอนเจียงเสี่ยวไป๋ไปว่า “ทั้งหมดนั้นมันก็เป็นเพราะแกนั่นแหละ ที่ทำให้ทุกคนต่างก็หันไปปลูกผักนอกฤดูกันไปหมด จนไม่มีช่างหินคนไหนอยากจะทำงานแล้ว แล้วถ้าเป็นแบบนี้ หลังจากที่ฉันตายไป ใครจะมาสร้างป้ายหน้าหลุมศพให้”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่ออกไปอยู่พักหนึ่ง เพราะเขาก็มีส่วนผิดจริง ๆ
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีตัวตน แต่ในอีกไม่กี่ทศวรรษ ช่างฝีมือแบบดั้งเดิมเหล่านี้ก็ยังคงเลือกที่จะมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมอื่นที่ง่ายกว่าและให้ผลกำไรมากกว่าเพื่อหาเลี้ยงชีพ
แต่ใครใช้ให้พ่อเป็นคนสอนบทเรียนให้กับเขาเองล่ะ ?
จะเถียงก็ไม่ได้..….
เขาจึงทำได้แค่พูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพียงเท่านั้น “พ่อ ทุกปัญหาในโลกใบนี้ แค่มีเงินก็ทำได้หมดนั่นแหละ มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรเลย”
เมื่อเจียงไห่หยางได้ยินสิ่งนี้ก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล
หลี่เจิ้งเว่ยเม้มปากอีกครั้ง แค่มีเงิน ไม่ว่าปัญหาจะใหญ่ขนาดไหน มันก็ไม่เป็นปัญหาจริง ๆ
แต่ปัญหามันอยู่ที่เราไม่มีเงินมากขนาดนั้นน่ะสิ !
คิดว่าทุกคนจะเป็นเหมือนคุณกันหมดหรือไง เจียงไป่ว่าน !
‘เจียงไป่ว่าน’ เป็นชื่อที่ชาวชิงโจวตั้งให้กับเจียงเสี่ยวไป๋
เพราะทุกคนในชิงโจวต่างก็รู้เพียงแค่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋นั้นร่ำรวย แต่พวกเขาก็ไม่ได้รู้หรอกว่าเขามีเงินเท่าไหร่
และทรัพย์สินหนึ่งหมื่นหยวนก็ไม่อาจจำกัดคำนิยามคำว่า ‘ร่ำรวย’ ของเจียงเสี่ยวไป๋ได้
พวกเขาคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋ต้องมีมูลค่าทรัพย์สินอย่างน้อยหนึ่งล้านหยวน ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งชื่อเล่นให้เขาว่า ‘เจียงไป่ว่าน’ หรือที่แปลว่า ‘เจียงล้านหยวน’
เจียงเสี่ยวไป๋เขาก็ได้ยินชื่อเล่นนี้อยู่เหมือนกัน แต่เขาไม่ได้สนใจอะไรสักเท่าไหร่
หลี่เจิ้งเว่ยกล่าวว่า “พี่ไห่หยาง เอาจริง ๆ ต่อให้พี่จะหาช่างหินคนไหนมาได้ก็มีค่าเท่ากัน ถ้าจ่ายน้อย เขาก็คงจะไม่ทำ เพราะงั้นทำตามคำแนะนำของเสี่ยวไป๋ก็ดีนะ จ่ายเพิ่มอีกแค่นิดหน่อยเอง”
ถ้าเป็นครอบครัวของคนอื่น ก็คงจะไม่มีการพูดแบบนี้อย่างแน่นอน
แต่ครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นกลับต่างออกไป พวกเขาไม่ได้ขาดแคลนเงิน
เจียงไห่หยางทำอะไรไม่ถูกและพูดว่า “ช่างเถอะ ต่อให้จะมีราคาแพงกว่านี้ อย่างไรสัญญาก็ต้องเป็นสัญญา ดังนั้นฉันจะต้องทำตามสัญญา ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันไปหาเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “แกไปบอกลุงใหญ่และอาสามของแกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดูสิเขาจะว่าอย่างไรบ้าง”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ “พ่อ พ่อคิดมากไปหรือเปล่า ลุงใหญ่กับอาสามเขาไม่สนใจหรอก พวกเขาจะต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “มันก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญนะ จะให้ฉันต้องบอกอีกกี่ครั้งว่าเรื่องไหนสำคัญมากสำคัญน้อย”
“โอเค โอเค งั้นก็ตามใจพ่อเลย ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างรวดเร็ว
เจียงไห่หยางตะคอกออกมาโดยไม่ได้สนใจเขาเลย ก่อนที่จะหันไปพูดกับหลี่เจิ้งเว่ยต่อ “งั้นเราไปคุยกับหลี่เหยียนก่อน”
หลี่เจิ้งเว่ยยืนขึ้นแล้วพูดว่า “เดี๋ยวผมพาไปเอง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยืนขึ้นเช่นกัน
หลี่เจิ้งเว่ยเดินนำออกมาก่อน ตามมาด้วยเจียงไห่หยางและเจียงเสี่ยวไป๋ ทั้งสามต่างก็พากันเดินไปที่บ้านของหลี่เหยียนด้วยกัน
บ้านของหลี่เหยียนนั้นอยู่ไม่ไกลจากบ้านของหลี่เจิ้งเว่ยเท่าไหร่นัก อยู่ห่างออกไปประมาณ 400-500 เมตรเพียงเท่านั้น ทั้งสามคนเดินไปตามทางถนนลาดยางประมาณ 200 เมตร หลังจากนั้นก็เลี้ยวเข้าไปที่ถนนข้างทุ่งนาตรงหัวมุมของถนน
เมื่อเทียบกับบ้านของหลี่เจิ้งเว่ยแล้ว บ้านของหลี่เหยียนนั้นมีขนาดใหญ่กว่า แต่ดูจะมีอายุกว่า 20-30 ปีได้แล้ว
บ้านส่วนใหญ่ในแถบนี้ต่างก็ถูกสร้างด้วยดินและกระเบื้องตามแบบสมัยก่อน แต่บ้านของหลี่เหยียนนั้นแตกต่างออกไป เพราะบ้านทั้งหลังของเขาถูกสร้างด้วยกำแพงหินทั้งหมด
เวลาที่เทศกาลฤดูใบไม้ผลิได้ผ่านไป ใบไม้ที่ประตูบ้านก็ได้จางหายไปเหลือเพียงเสาหิน 2 ต้นที่ถูกแกะสลักด้วยลวดลายที่ประณีต ตั้งอยู่บนบันไดหน้าประตูพร้อมกับมีพริกแห้งและซังข้าวโพดบางส่วนแขวนเอาไว้อยู่บนกำแพงหิน
ห้องทางด้านซ้ายและทางด้านขวาต่างก็มีประตูอยู่คนละบาน แถมมีอุปกรณ์การเกษตร เช่น จอบ ตะกร้า ค้อน และคราดถูกวางไว้ตามผนังในห้อง
ตรงส่วนใต้ชายคามุมบ้านทั้งบ้านหลักและบ้านด้านข้าง ต่างก็มีถังเก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่ทางด้านซ้ายและขวา เป็นถังที่ทำด้วยหิน มีลวดลายวิจิตรที่งดงาม นอกจากนี้ก็ยังมีโรงโม่หินและรางหินตรงมุมทุ่งอีกด้วย
“สมกับเป็นบ้านของช่างหินจริง ๆ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋มองดูพร้อมกับพูดชื่นชมไปด้วย
หลี่เจิ้งเว่ยชี้ไปที่เหยือกน้ำสองใบที่อยู่มุมทั้งสองฝั่งของทุ่งนาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “โถน้ำทั้งสองใบนั้นเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจของหลี่เหยียน เขาบอกว่าตอนที่หลี่เหยียนได้ย้ายมาอยู่กับเรา เขาได้เอาโถน้ำทั้งสองใบนี้มาให้พี่เจิ้งจวิน พี่เจิ้งจวินถูกใจเขาและเลือกเขามาเป็นลูกเขยของตัวเอง”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะมองดูเหยือกน้ำทั้งสองใบนั้นอีกครั้ง เพราะพวกมันงดงามมากจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะมีร่องรอยของกาลเวลาอยู่บ้าง
ก่อนที่เขาจะได้เข้าไปมองใกล้ ๆ ก็ได้มีร่าง ๆ หนึ่งเดินออกมาจากห้องพอดี
เขามีรูปร่างปานกลาง สวมใส่เสื้อผ้าสีเทา มีเข็มขัดผ้าสีดำคาดที่เอว ผมสั้นเหมือนหนามของเม่น แต่ยาวตรงสวยผสมกับสีเงินเล็กน้อย ดวงตาของเขาสดใส เผยให้เห็นถึงอารมณ์ที่เด็ดเดี่ยว
ดูออกได้ชัดเจนว่าเขาได้รับแสงแดดเป็นเวลานานจึงทำให้ผิวของเขาคล้ำและหยาบกร้าน มือของเขาดูแข็งแรงมาก นิ้วของเขานั้นสั้นแต่แข็งแรง ปกคลุมไปด้วยหนังด้านและรอยแผลเป็นทั่วมือ
แน่นอนว่าคน ๆ นั้นไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก..หลี่เหยียน
หลี่เจิ้งเว่ยพูดก่อน “หลี่เหยียน คุณอยู่บ้านด้วย ! ”
“ลุงเจิ้งเว่ย ทำไมถึงมาที่นี่ได้ล่ะ ? ” หลี่เหยียนพูดอย่างสุภาพ จากนั้นก็เหลือบไปมองยังเจียงไห่หยางและเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วถามว่า “พวกเขาเป็นใครเหรอ ? ”
หลี่เจิ้งเว่ยยิ้มแล้วพูดว่า “พวกเขาเป็นญาติของฉันเอง”
เขาชี้ไปที่เจียงไห่หยางแล้วพูดว่า “นี่คือลุงเขยของฉันเอง เขาชื่อเจียงไห่หยาง มาจากเจียงวาน”
หลังจากพูดจบ เขาก็ชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “นี่คือหลานชายของฉัน เจียงเสี่ยวไป๋”
เจียงไห่หยางพูดอย่างสุภาพทันที “สวัสดีช่างหลี่ ไม่มีใครในชิงซานที่ไม่รู้จักชื่อของคุณ ต้องขอโทษด้วยที่มารบกวนคุณ”
ในขณะที่เขากำลังพูดอยู่นั้น เขาก็ได้ยื่นถุงจากร้านสะดวกซื้อให้ ซึ่งมันมีบุหรี่อยู่ในนั้นหนึ่งห่อและเหล้า หยางเหอต้าซีหนึ่งขวด
ทันทีที่หลี่เหยียนได้ยินเจียงไห่หยางพูดเสร็จ เขาก็ได้เห็นว่าเขายื่นถุงมาให้ จึงเข้าใจสถานการณ์ในทันที
โดยปกติแล้วคนที่มาขอให้เขาทำงานหินก็มักจะไม่มามือเปล่า แต่มักจะนำของขวัญมาให้ด้วยเสมอ
หากเป็นคนอื่น เขาคงจะปฏิเสธอย่างแน่นอน
เพราะตอนนี้เขาไม่อยากทำงานช่างหินแล้ว
ปลูกผักนอกฤดูที่บ้านมันย่อมดีกว่าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ?
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเจอกับเจียงไห่หยางแต่เขารู้มานานแล้วว่า เจียงไห่หยางเป็นลุงเขยของหลี่เจิ้งเว่ย และเขาเองก็เคยได้ชื่อเสียงเรียงนามเจียงเสี่ยวไป๋มาแล้วด้วย
“ก็ว่าใคร ลุงเจียงนี่เอง ! ”
“ช่างเป็นเกียรติมากจริง ๆ ! ”
หลี่เหยียนมีท่าทีสุภาพต่อเจียงไห่หยาง แต่สายตาของเขาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วย
นี่คือบุคคลในตำนานของชิงโจวในขณะนี้เลย
ปกติไม่ค่อยได้เจอตัวได้ง่าย ๆ แต่ไม่คิดว่าในวันนี้เขาจะมาที่บ้านของฉันด้วยตัวเองเลย
หลี่เหยียนรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมาก
เขาไม่ได้รับของขวัญจากเจียงไห่หยาง แต่ยังทักทายออกมาอย่างสุภาพอีกด้วย “ลุงเจียง แขกทั้งสองคนนี้มาที่บ้านของฉัน ฉันรู้สึกละอายใจ ฉันไม่ได้เตรียมอะไรไว้ต้อนรับเลย มา ๆ เข้ามานั่งข้างในก่อน”
ขณะที่เขาพูดสิ่งนี้ เขาก็ดึงเจียงไห่หยางเข้ามาในห้องอย่างกระตือรือร้น แล้วหันกลับมาและตะโกนเข้าไปในบ้าน “แม่ยาย มีแขกมา เอาบุหรี่กับชามาให้หน่อย ! ”