ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1048 เราจะหาเงินเก่งอย่างเดียวไม่ได้
ตอนที่ 1048 เราจะหาเงินเก่งอย่างเดียวไม่ได้
เมื่อพูดถึงการเปิดร้านสะดวกซื้อเครือโฮมส์อิน ก็ต้องพูดถึงการซื้อสินค้าขนาดเล็ก
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในตอนนี้มีซัพพลายเออร์ทั้งหมด 127 รายสำหรับร้านสะดวกซื้อเครือโฮมส์อิน” เขาเหลือบมองไปที่ถานชิงซานและกล่าวว่า “แผนกการลงทุนจะต้องเข้าไปตรวจสอบโรงงาน 127 แห่งเหล่านี้และเราจะเลือกโรงงานที่ดีที่สุดเพียงแค่ยี่สิบหรือสามสิบแห่งเท่านั้นในปีนี้ จากนั้นก็เข้าซื้อกิจการพวกเขา แล้วก็เริ่มลงทุนและขยายกิจการ”
ถานชิงซานเริ่มหัวชา
ทุกวันนี้เขาก็ยังคงเดินทางไป ๆ มา ๆ เพื่อสร้างศูนย์กระจายสินค้าให้สำนักงานทั่วประเทศ ถ้าไม่ใช่ว่าติดประชุมในครั้งนี้ ในตอนนี้เขาก็คงจะอยู่ที่กวางตุ้งแล้ว
การลงทุนในศูนย์กระจายสินค้าทำให้เขายุ่งนิดหน่อย แถมในตอนนี้เขายังต้องมาทำการตรวจสอบการลงทุนของซัพพลายเออร์อีก แล้วไหนจะการเพิ่มทุนและการขยายกิจการที่จะตามมาอีก ภาระงานในตอนนี้ของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองสามเท่าแล้ว
“ผู้ช่วยเจียง ในตอนนี้แผนกการลงทุนมีงานเยอะมากแล้วนะ”
ถานชิงซานกล่าวอย่างช่วยไม่ได้
เดิมทีแผนกการลงทุนเป็นแผนกที่มีเวลาว่างมากที่สุดในกลุ่ม คิดไม่ถึงเลยว่าในตอนนี้พวกเขาจะยุ่งมาก
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “งั้นเพิ่มคนไปที่ฝ่ายการลงทุนอีกสักสองสามคน และปล่อยให้พวกเขาทำในส่วนที่เป็นงานพื้นฐาน”
เขาชี้ไปที่หลี่ชิงอีแล้วพูดว่า “คุณสามารถคุยกับเลขาหลี่เกี่ยวกับเรื่องงานบางส่วนได้นะ”
ถานชิงซานไม่มีทางเลือก นอกจากจะต้องเห็นด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋ได้เน้นย้ำอีกว่า “หัวหน้าถาน โลจิสติกส์และซัพพลายเออร์มีความสำคัญมากกับการพัฒนาของบริษัท เพราะฉะนั้นคุณจริงจังกับมันด้วย”
ถานชิงซานกล่าวว่า “ฉันเข้าใจแล้ว”
ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ต้องตัดสินใจเลือกที่จะทำงานในหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เท่านั้น
เจียงเสี่ยวไป๋หันความสนใจไปที่เย่กวงโต้วต่อ
ก่อนหน้านี้เย่กวงโต้วได้รายงานเกี่ยวกับงานของเขาที่อยู่ในเทียนจิง
อีกด้านหนึ่ง พวกเขาสามารถคว้าสิทธิ์การฉายโฆษณาในรายการพยากรณ์อากาศของช่อง CCTV มาได้แล้ว
ปัจจุบันไม่มีผู้ผลิตรายใดมีความตั้งใจที่จะโฆษณาบน CCTV ดังนั้นราคาค่าโฆษณาจึงไม่สูงนัก โดยโฆษณาความยาว 5 วินาทีจะอยู่ที่สองแสนหยวนต่อปีเท่านั้น
อีกด้านหนึ่ง เจียงเสี่ยวไป๋ได้ขอให้เขาไปหาทีมงานถ่ายทำภาพยนตร์ไซอิ๋ว แล้วให้เย่กวงโต้วไปหาผู้กำกับหยาง โดยนำเงินสนับสนุนไปให้เขาสามแสนหยวน เพื่อที่จะได้มีโฆษณาขึ้นในตอนท้ายของภาพยนตร์
กล่าวได้ว่าสองสิ่งนี้ทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ในตอนนี้บริษัทของเราก็ได้มีผลิตภัณฑ์มากมาย แต่การโฆษณาของเรายังไม่ครอบคลุม เราจำเป็นที่จะต้องเพิ่มการลงทุนให้กับโฆษณามากขึ้น”
เขามองไปที่ทุกคนและพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “เราจะหาเงินเก่งอย่างเดียวไม่ได้ เราจะต้องใช้เงินให้เป็นด้วย”
“มีเพียงบริษัทที่สามารถใช้จ่ายเงินเป็นเท่านั้นที่สามารถสร้างรายได้ได้มากขึ้น”
ทฤษฎีของเจียงเสี่ยวไป๋ทำให้ผู้คนจำนวนมากต่างก็ประหลาดใจ
ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนได้ผ่านการเข้าเรียนในโรงเรียนธุรกิจการจัดการของบริษัทหมดแล้ว แถมยังพยายามอย่างหนักเพื่อเรียนรู้วิธีสร้างรายได้และวิธีประหยัดเงิน
การทำเงินหมายถึงการเพิ่มรายได้ และการประหยัดเงินหมายถึงการควบคุมต้นทุน
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินทฤษฎีที่ว่าคุณควรจะใช้จ่ายเงินให้เก่ง
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋ก็คือเจียงเสี่ยวไป๋ และความคิดของเขามักจะแตกต่างจากของคนอื่นเสมอ
ในขณะที่ทุกคนกำลังประหลาดใจอยู่นั้น พวกเขาก็ตั้งใจฟังอยู่เช่นกัน
ในขณะที่เจียงเสี่ยวไป๋กำลังพูดคุยเกี่ยวกับวิธีการสร้างโฆษณาในวันนี้ และในขณะเดียวกันเขาก็ได้เสนอให้เพิ่มงบประมาณสาธารณะของเจียงเจียกรุ๊ปในปี 1984 โดยระบุอย่างชัดเจนว่าค่าใช้จ่ายในการโฆษณาทั้งหมดในปีนี้จะคิดเป็น 5% ของยอดขาย
แน่นอนว่าเปอร์เซ็นต์ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในยุคสมัยต่อมา
แต่ในปี 1984 เมื่อโฆษณากำลังเริ่มต้น ถ้าพิจารณาดูจากยอดขายที่น่าตกใจของเจียงเจียกรุ๊ปแล้ว ค่าธรรมเนียมในการโฆษณา 5% ถือเป็นจำนวนเงินมหาศาล
เมื่อต้นปี เราตั้งเป้ายอดขายหนึ่งหมื่นล้านในปี 1984 ถ้าค่าโฆษณาคิดเป็น 5% ของยอดขาย นั่นก็เท่ากับว่าเป็นจำนวนเงิน 500 ล้าน !
ถ้าจางอี้เต๋อรู้เรื่องนี้ เขาคงจะรู้สึกเป็นทุกข์อย่างแน่นอน เพราะว่ารายรับทางการเงินทั้งหมดของชิงโจวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมายังไม่ถึง 500 ล้านเลยด้วยซ้ำ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ที่เจียงเจียกรุ๊ปต่างก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักกับสิ่งที่ได้ยิน
เพราะตอนนี้พวกเขาคิดเพียงว่า: ผู้ช่วยเจียงมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมในการสร้างรายได้ แต่ความสามารถในการใช้เงินกลับยอดเยี่ยมยิ่งกว่า
หลังจากที่พูดคุยเกี่ยวกับโฆษณาเสร็จแล้วแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้พูดคุยกันอีกสองสามเรื่อง
จนเขาได้หยิบขวดน้ำแร่ที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบเพื่อให้ชุ่มคอ และพูดต่อด้วยเสียงทุ้ม “ทุกคน ฉันมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องจะมาประกาศ ! ”
ทุกคนที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็รู้สึกตื่นเต้นและสดชื่นขึ้นมา
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นเจียงเสี่ยวไป๋มีท่าทีที่จริงจังมาก ดวงตาทั้งสองข้างของทุกคนจึงจ้องมองไปที่เขาอย่างตั้งใจ
เจียงเสี่ยวไป๋พูดออกมาเสียงดัง “เจียงเจียกรุ๊ปจะมีส่วนร่วมในการลงทุนสร้างถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ในปีนี้ ! ”
ทันทีที่เขาพูดจบ สีหน้าของถานชิงซานก็ขมขื่นยิ่งขึ้น
ทำไมถึงกลับมาที่เรื่องนี้อีกแล้ว ?
เป็นหน้าที่ของฝ่ายการลงทุนอีกแล้วสินะ !
คนอื่น ๆ ยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก
“ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์เป็นถนนแบบไหน ? ”
“ตอนนี้ทั่วทั้งชิงโจวกำลังสร้างถนนอยู่ก่อนแล้ว ทำไมยังต้องลงทุนสร้างถนนอีก ? ”
“ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์จะถูกสร้างขึ้นที่ไหน ? ”
“……”
ทุกคนยกเว้นหลินเจียจวินและเมิ่งเสี่ยวเป่ยต่างก็เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องถนนซุปเปอร์ไฮเวย์นี้เป็นครั้งแรก และก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่ามันหมายความว่าอย่างไร
เจียงเสี่ยวไป๋ยกมือขึ้นเพื่อหยุดการสนทนา ก่อนที่จะอธิบายว่าถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ในที่นี้คืออะไร และกล่าวว่า “พวกคุณลองคิดดูสิว่าเจียงเจียกรุ๊ปของเราจะได้รับผลประโยชน์อะไรบ้างหลังจากที่ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงเจียงสร้างเสร็จแล้ว”
“ตอนนี้ สิ่งที่ฉันอยากพูดก็คือเจียงเจียกรุ๊ปของเรารับผิดชอบอย่างเต็มที่ในส่วนถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงเจียงตั้งแต่ส่วนจากชิงโจวถึงหางโจว ดังนั้นจำนวนงานที่เกี่ยวข้อง ปริมาณงาน และความยากลำบากของงานจึงเป็นสิ่งใหม่สำหรับเรา และยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”
“ดังนั้น เจียงเจียกรุ๊ปของเราจึงต้องจัดตั้งกลุ่มงานควบคุมโครงการถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ชิงหวงขึ้นมาโดยเฉพาะ”
“ฉันทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มงานนี้เป็นการส่วนตัว และรองประธานเมิ่งจะเป็นรองหัวหน้า รับผิดชอบในส่วนของการก่อตั้งกลุ่มงาน”
“ตกลง ! ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยตอบรับ ส่วนเรื่องข้อกำหนดเฉพาะในการก่อตั้งลุ่มงานเฉพาะกิจนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้อธิบายให้พวกเขาฟังทีละคน
ทั้งจวงปี้เฉิง, หลี่เฉิงหรู, หวังผิง, จู้ตงเฟิง, เจียงเสี่ยวเยว่, เปากันฉวน, โหยวโหย่วหยู และคนอื่นล้วนต้องเข้าร่วมกลุุ่มงานนี้ทั้งนั้น
แต่ถานชิงซานไม่ได้เข้าร่วม
สิ่งนี้ทำให้เขาโล่งใจไม่น้อย
หลังจากที่ระบุตัวคนที่ต้องเข้าร่วมกลุ่มงานเฉพาะกิจนี้เสร็จเรียบร้อย การประชุมในวันนี้จึงใกล้จะจบลงแล้ว
ในฐานะประธานการประชุม เปากันฉวนถามว่า “ประธานหลิน คุณมีอะไรจะพูดอีกไหม ? ”
หลินเจียอินยิ้มเล็กน้อยและกล่าวว่า “ผู้ช่วยเจียงเป็นคนรับผิดชอบงานของบริษัท และจากที่ได้เห็นความตั้งใจของทุกคนในวันนี้ ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ! ”
หลังจากนั้น เธอก็ประกาศปิดประชุมในทันที
การประชุมช่วงบ่ายของวันนี้ก็ได้กินเวลาไปนานกว่าสามชั่วโมง ทันทีที่ประชุมเสร็จ เธอและเฝิงเยี่ยนหงก็รีบตรงกลับไปที่ห้องทำงานในทันที
แต่เจียงเสี่ยวไป๋ยังอยู่ในห้องประชุม
เมิ่งเสี่ยวเป่ย, หลินเจียจวิน, เฉินหยวนเฉา, เฉินอันผิง เย่กวงโต้ว และคนอื่นก็ยังคงอยู่ด้วยเหมือนกัน
พวกเขายังคงมีคำถามที่ค้างคากับเจียงเสี่ยวไป๋เกี่ยวกับเนื้อหาต่าง ๆ ที่พูดคุยกันในการประชุมอยู่
เจียงเสี่ยวไป๋มอบบุหรี่ให้คนที่สูบบุหรี่แต่ละคนและพูดคุยต่อ
การสนทนานี้ดำเนินไปจนถึงทุ่มกว่า
“เอาล่ะ สำหรับวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้”
“ฉันต้องไปดูแลภรรยา ถ้าเธอไม่ได้กินข้าว ลูกทั้งสองก็จะหิวด้วยเหมือนกัน ! ”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ทุกคนก็หัวเราะออกมาในทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้สนใจเท่าไหร่นัก เขาจึงชี้ไปที่หลี่ชิงอีแล้วพูดว่า “ใครที่ยังคงมีคำถามสงสัยอยากจะคุยกับฉันอยู่ก็ให้ลงนัดไว้กับหลี่ชิงอีได้เลยนะ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยมาคุยกันต่อ”
หลังจากที่อธิบายเสร็จแล้ว เขาก็ได้ขอตัวและบอกให้หลินเจียจวินออกมาด้วยกัน