พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 550 ไม่แสดงความคิดเห็น
ตอนที่ 550
ไม่แสดงความคิดเห็น
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงเที่ยวเล่นในสวนสนุกเสร็จก็พาเสี่ยวเป่ากลับมาบ้าน จากนั้นจู่ ๆ ลิ่นอวี๋เหยียนก็โทรศัพท์มาหา
ลิ่นอวี๋เหยียนรู้ว่าเสี่ยวเป่าอยู่ในช่วงปิดเทอม จึงขอให้พวกเขาแวะมาหา
นานแล้วที่ทั้งครอบครัวไม่ได้มารวมตัวกันเพื่อกินอาหารเย็นแบบนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบตกลงทันที
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคุกเข่าลงและสอบถามความคิดเห็นกับเสี่ยวเป่า
“เสี่ยวเป่า เหนื่อยมั้ย? ถ้าไม่อยากไป หม่ามี้จะบอก คุณย่าว่าเราไม่ไป”
“ไม่เหนื่อยฮะ ผมก็คิดถึงคุณปู่คุณย่า” เด็กในวัย เสี่ยวเป่าเต็มไปด้วยพละกำลังจริง ๆ
เขาไม่รู้สึกเหนื่อยเลย
แต่เนื่องจากมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวสลับผลัดกันเล่นกับเสี่ยวเป่า พวกเขาจึงไม่รู้สึกเหนื่อยมากนัก
เสี่ยวเป่าเห็นด้วยและอยากจะแวะเข้าไปหา
“แต่ตัวผมเหนอะไปหมดเลยฮะ” เสี่ยวเป่าขมวดคิ้วแล้วมองดูตัวเองด้วยความรู้สึกรังเกียจเล็กน้อย
ตอนที่เล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก เขามีเหงื่อไหลออกมามาก
ตอนนั้นเขาไม่ได้สังเกตเห็นอะไร แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขากลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นเปรี้ยวบนร่างกาย
“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ คุณย่าชวนไปกินข้าวเย็นนู้นแน่ะ ไม่ต้องรีบร้อน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพาเสี่ยวเป่าเข้าไปในห้องน้ำ
ตอนนี้เสี่ยวเป่าสามารถอาบน้ำด้วยตนเองได้แล้วและไม่ต้องการความช่วยเหลือจากพวกผู้ใหญ่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงก็มีเหงื่อออกมากเช่นกัน
พวกเขารีบอาบน้ำกันอย่างรวดเร็วและตรงไปที่บ้านหลังเก่า
เสี่ยวเป่าเตรียมถือใบคะแนนไปให้ลิ่นอวี๋เหยียนกับ มู่หงจวิ้นดูเป็นพิเศษ
จนกระทั่งถึงบ้านหลังเก่า ลิ่นอวี๋เหยียนกับมู่หงจวิ้นก็ออกมารอรับพวกเขา
ลิ่นอวี๋เหยียนเห็นเสี่ยวเป่าเดินเข้ามาจึงรีบพุ่งตัวเข้าไปกอดและหอมแก้มเสี่ยวเป่าทันที “หลานรักของย่า ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งนาน คิดถึงจะแย่ เจ้าตัวแสบใจร้ายนักนะ ไม่รู้จักโทรศัพท์มาหาย่าบ้างเลย”
ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูเสี่ยวเป่าด้วยท่าทางขุ่นเคืองเล็กน้อย
“คุณย่า ที่โรงเรียนมีสอบ ผมยุ่งมาก ขอโทษนะฮะ คุณย่า” เสี่ยวเป่ารีบขอโทษ
แน่นอนว่าท่าทางขุ่นเคืองของลิ่นอวี๋เหยียนได้แปรเปลี่ยนมาเป็นทุกข์ใจแทน
เธอลูบผมที่นุ่มนิ่มของเสี่ยวเป่าแล้วพูดด้วยความรู้สึกทุกข์ใจว่า “ควรจะพักผ่อนเยอะ ๆ สิ อย่าเอาแต่เรียน ปรับสมดุลให้เท่ากัน หนูยังเล็กอยู่อย่าไปหักโหมมาก”
“คุณย่า รู้แล้วฮะ ผมจะจัดเวลาให้เหมาะสม” เสี่ยวเป่าตอบรับอย่างเชื่อฟัง
จากนั้นลิ่นอวี๋เหยียนก็สังเกตเห็นกระดาษหนึ่งแผ่นที่อยู่ในมือของเสี่ยวเป่า
ลิ่นอวี๋เหยียนถามอย่างสงสัย “เสี่ยวเป่า นี่อะไร?”
เสี่ยวเป่ายกกระดาษขึ้นมาตรงหน้าลิ่นอวี๋เหยียนแล้ว กางกระดาษออก “คุณย่า คะแนนผลสอบของผมฮะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูมันด้วยความตกใจ
“ไอหยา เสี่ยวเป่าของเราเก่งจัง เก่งมาก ๆ เลย ไม่ได้ การล่ะ ย่าจะเอาไปโพสต์อวดลงในวีแชตสักหน่อย” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดและหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจะถ่ายรูป
แต่ก่อนที่เธอจะถ่ายรูป เธอก็เหลือบมองเสี่ยวเป่าแล้วถามว่า “เสี่ยวเป่า อันนี้ให้ย่าถ่ายรูปได้ใช่มั้ย?”
“ได้ฮะคุณย่า ถ่ายรูปได้เลย” หากผลงานของเขาสามารถทำให้พวกลิ่นอวี๋เหยียนมีความสุขได้ เสี่ยวเป่าก็พึงพอใจมาก
“เสี่ยวเป่าเป็นเด็กดีจริง ๆ” ลิ่นอวี๋เหยียนถ่ายรูปไปหลายรูปอย่างมีความสุข
นอกเหนือจากจะส่งคะแนนสอบไปอวดเพื่อนในกลุ่มแล้ว เธอยังส่งมันไปให้กลุ่มคุณนายผู้มั่งคั่งที่มักจะติดต่อกันบ่อย ๆ ด้วย
ทันทีที่เธอกดออกจากกลุ่มแชต โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่ต้องอ่านก็รู้ว่าถ้อยคำที่ตามมาย่อมเป็นคำสรรเสริญเยินยอ
การพูดยกย่องเสี่ยวเป่านั้นเปรียบเสมือนการพูดยกย่องลิ่นอวี๋เหยียน ซึ่งทำให้ลิ่นอวี๋เหยียนมีความสุขทั้งกายและใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังไถไทม์ไลน์ในวีแชตอยู่และเห็นโพสต์ดังกล่าวของลิ่นอวี๋เหยียน
พวกเขามีเพื่อนร่วมกันหลายคน และเมื่อเห็นคำพูดชมเชยเกินจริงพวกนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกกระอักกระอ่วนมาก แต่ลิ่นอวี๋เหยียนกลับดูมีความสุขมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพูดเตือนอย่างมีชั้นเชิงว่า “แม่คะ เสี่ยวเป่ายังเด็กอยู่ เกิดทำแบบนี้เดี๋ยวโตขึ้นเขาจะกลายเป็นคนอวดดีได้นะคะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้จริงจังกับมันนัก เธอมองดูหน้าจอโทรศัพท์แล้วพูดเรียบ ๆ ว่า “ได้ยังไง? หลานของตระกูลมู่สอบได้คะแนนดีแบบนี้ เราก็ควรภาคภูมิใจไม่ใช่เหรอ? เดิมทีพวกเราตระกูลมู่ก็เป็นยอดอัจฉริยะกันทั้งนั้น”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึง แต่คำพูดของลิ่นอวี๋เหยียนนั้นก็สมเหตุสมผล
ตระกูลมีตำแหน่งที่ไม่ธรรมดาในเมืองเป่ย และหลังจากนี้ผู้คนจำนวนมากก็จะยกย่องเขา
หากคำพูดเพียงไม่กี่คำพวกนี้สามารถทำให้เสี่ยวเป่าหยิ่งผยองขึ้นได้ ในอนาคตเขาก็คงจะไม่สามารถต้านทานต่อสิ่งล่อตาล่อใจได้อย่างแน่นอน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ เข้าใจถึงความตั้งใจดีของ ลิ่นอวี๋เหยียน
“ที่แม่พูดก็ถูก หนูคิดน้อยไปเองค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูด
“ที่เธอสอนนั้นก็ถูก ไม่งั้นเสี่ยวเป่าจะเก่งขนาดนี้ได้ยังไง? แม่ก็แค่อยากให้เสี่ยวเป่าปรับตัวเข้ากับเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด” ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกเสียใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูหมิ่นตัวเธอเอง
“แม่ หนูเข้าใจแม่แล้วค่ะ ไม่ต้องอธิบายหรอก” ถึงอย่างนั้นตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับลิ่นอวี๋เหยียนก็ไม่ได้ทะเลาะกัน
สิ่งสำคัญที่ทำให้ทั้งสองคนอยู่ร่วมกันได้คือการเข้าใจซึ่งกันและกัน
อันที่จริงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคยคิดมาก่อนว่าถ้าเธอแต่งงานกับมู่อวี้เฉิงจริง ๆ แล้วต้องมีแม่สามีที่แข็งกร้าวอย่างลิ่นอวี๋เหยียน ชีวิตหลังการแต่งงานของเธอจะต้องเต็มไปด้วยความวุ่นวายอย่างแน่นอน
เธอเคยคิดว่ามันน่ากลัวเกินไป แต่หลังจากเธอเข้ากับลิ่นอวี๋เหยียนได้ ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
การที่ทั้งสองจะอยู่ร่วมกันนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
ดังนั้นทุกอย่างจะบรรลุผลเสมอเมื่อได้ลองทำดู
เฉกเช่นกับการทำงานหนัก พระเจ้าก็จะตอบแทนคุณเสมอ
หลังจากทั้งสองนั่งพูดคุยกันอยู่บนโซฟาสักพัก อาหารเย็นก็ถูกเตรียมพร้อมแล้ว
ทุกครั้งที่พวกเขาแวะมาบ้านหลังเก่า ลิ่นอวี๋เหยียนจะจัดแจงอาหารให้พวกเขาและสั่งให้พ่อครัวจัดเตรียมอาหารจานโปรดของพวกเขาไว้คนละหนึ่งถึงสองจานเสมอ
หลังจากเที่ยวเล่นมาตลอดทั้งวัน พวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เหนื่อยกันมากและทำให้มีความยากอาหารมากกว่าปกติ
ลิ่นอวี๋เหยียนมีความสุขมากที่เห็นพวกเขาเจริญอาหาร
ดังนั้นลิ่นอวี๋เหยียนจึงรู้สึกประสบความสำเร็จมากที่พวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวชื่นชอบอาหารที่เธอจัดแจง
หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จแล้ว พ่อบ้านก็เอาของหวานมาเสิร์ฟและทุกคนก็โยกย้ายไปที่ห้องนั่งเล่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจิ้มผลไม้เข้าปากทีละคำ
จากนั้นเธอพูดขึ้นว่า “ไม่รู้ทำไมเวลากลับมาบ้านเก่า จะต้องรู้สึกว่าผลไม้ที่นี่มีรสหวานกว่าปกติตลอดเลย”
ลิ่นอวี๋เหยียนตอบทันควัน “ถ้าชอบแม่จะสั่งมาสักสองชุด พอของมาถึงแล้วจะให้คนเอาไปส่งให้”
ผลไม้ของบ้านหลังเก่าล้วนถูกจัดส่งมาจากต่างประเทศ และมีรสชาติสดใหม่มาก
“ไม่ต้องลำบากหรอกค่ะแม่ แค่กินนิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอแล้วค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโบกมือปฏิเสธ
“เหมี่ยวเหมี่ยว ช่วงนี้งานยุ่งมั้ย?” ลิ่นอวี๋เหยียนถาม
“ไม่ค่อยยุ่งค่ะ ช่วงนี้ซบเซา ทุกคนก็เลยได้พักผ่อนกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบ
“งั้นก็บินไปดูชุดแต่งงานและไปเที่ยวเล่นอย่างที่แม่บอกซะสิ จะได้คุยงานให้จบ ๆ ไปสักที” ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกว่าการผัดวันประกันพรุ่งไม่ใช่ทางออกที่ดี
เกรงว่ารอจนถึงวันแต่งงานแล้วจะไม่ได้ออกไปดูโลกสักที
“แต่อวี้เฉิง…”
“เอาแค่ลูกมีเวลาก็พอ อวี้เฉิงไม่มีเวลาเดี๋ยวก็หาเวลามาได้เองแหละ ทำไม? อวี้เฉิงมีปัญหาเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนเหลือบมองมู่อวี้เฉิงที่อยู่ด้านข้าง
มู่อวี้เฉิงที่อยู่เฉย ๆ แต่กลับดันโดนหาเรื่องจึงตอบกลับอย่างช่วยไม่ได้ว่า “แม่ครับ ผมไม่มีปัญหา”
เขาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นอะไรทั้งนั้น