พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 552 ฉันก็แค่คิดถึงเธอ
ตอนที่ 552
ฉันก็แค่คิดถึงเธอ
หลายวันมานี้พวกเขาต้องรีบเร่งทำงานจำนวนมากให้เสร็จทันเวลา พวกเขายุ่งกันมากจนไม่มีเวลาดูแลเสี่ยวเป่าด้วยซ้ำ ดังนั้นมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพาเสี่ยวเป่าไปส่งที่บ้านเก่า
อย่างไรก็ตามเสี่ยวเป่าชอบไปบ้านเก่ามาก โดยบอกว่าต้องการไปหารือเรื่องซานย่ากับลิ่นอวี๋เหยียน
ดูเหมือนว่าเสี่ยวเป่าจะตั้งตารอการเดินทางครั้งนี้จริง ๆ
เมื่อเป็นเช่นนั้น ความวิตกกังวลของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็บรรเทาลงมาก
เมื่อพวกเขาทั้งสามคนไปที่บ้านหลังเก่า ลิ่นอวี๋เหยียนกำลังจัดเรียงดอกไม้ในอยู่สวน พอเห็นพวกเขาพากันเข้ามา เธอก็เดินออกมาจากสวนที่อยู่ห่างไกลออกไปหน่อย
“แกไม่รู้หรอกว่าอยู่กับพ่อแกที่ไม่หือไม่อือมันน่าเบื่อขนาดไหน ส่งเสี่ยวเป่ามาอยู่ที่นี่ด้วยกันน่ะดีแล้ว” ลิ่นอวี๋เหยียนขยิบตาให้เสี่ยวเป่า
“แม่คะ ช่วงนี้หนูรบกวนฝากเสี่ยวเป่าไว้หน่อยนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีสีหน้าละอายแก่ใจเล็กน้อย
ลิ่นอวี๋เหยียนคอยช่วยสร้างเวลาดี ๆ ให้พวกเขาอย่างระมัดระวัง แต่เธออยู่ที่นี่มานานแล้วและยังไม่เคยทำอะไรเพื่อลิ่นอวี๋เหยียนเลย
“ไม่รบกวนอะไรหรอก ไปทำน้องให้เสี่ยวเป่าจะดีกว่ามั้ย แม่อยู่บ้านมีเวลาว่างเยอะแยะ แม่รู้ว่าพวกเธอกลัวจะรับไม่ไหว แต่อย่างนั้นแม่จะมีความสุขมากกว่า” ลิ่นอวี๋เหยียนย่นจมูก
คำพูดดังกล่าวบ่งบอกชัดเจนว่าเธอต้องการให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงวางแผนที่จะมีลูกคนที่สอง
สำหรับลูกคนที่สอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลยจริง ๆ
ในอดีตที่ผ่านมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีความกล้าที่จะมีลูกอีกเลย
แต่ตอนนี้ ทำไมเธอไม่ลองดูล่ะ
เธอรู้สึกว่าลิ่นอวี๋เหยียนจะดูแลลูกของเธออย่างดีเช่นกัน
“ผมอยากมีน้อง ผมจะดูแลน้องให้ดี” เสี่ยวเป่าพูดตาม
เขากำลังรอให้น้องในท้องของคุณน้าอวี่โหรวเกิดมา
แต่จู่ ๆ หม่ามี้ก็บอกว่าเขาน้องของคุณน้าอวี่โหรวไปสวรรค์แล้ว และห้ามพูดเรื่องนี้ต่อหน้าคุณน้าอวี่โหรวอีก
แม้ว่าเสี่ยวเป่าจะรู้สึกผิดหวัง แต่เขาก็ทำตัวเชื่อฟังและไม่ได้พูดเรื่องนี้ต่อหน้าอินอวี่โหรว
น้องหายตัวไปแบบนี้ คุณน้าอวี่โหรวก็คงจะไม่มีความสุขเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก มู่อวี้เฉิงก็ก้าวมาข้างหน้าเพื่อช่วยเธอพูด
“แม่ครับ เรื่องนี้เรายังไม่ได้คุยกัน อย่าเพิ่งพูดถึงเลยครับ อีกอย่างมีแค่เสี่ยวเป่าคนเดียวก็ดีอยู่แล้ว แม่ยิ่งร่างกายไม่แข็งแรงอยู่ จะดูแลหลาน ๆ ได้เหรอครับ?” มู่อวี้เฉิงพูดติดตลก
“แค่เลี้ยงหลานจะไปยากอะไร? แกดูถูกแม่เกินไปแล้ว ถ้าไม่เชื่อทำไมไม่ทำมาอีกสักคนล่ะ?” ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยสายตายั่วยุ
บทสนทนาวกไปเวียนมา และก็กลับมาอยู่ที่หัวข้อลูกคนที่สองอีกครั้ง
มู่อวี้เฉิงรู้สึกเกลียดชังกับการจัดการกับความซับซ้อนบนโลกใบนี้ และเกลียดปากอันโง่เขลาของเขาที่ไม่สามารถเทียบเทียมอะไรกับลิ่นอวี๋เหยียนได้เลย
“แม่ หนูยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย แต่ว่าเดี๋ยวจะลองดูค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแสดงความคิดเห็น
การมีลูกคนที่สองไม่ใช่เรื่องยาก เธอกับมู่อวี้เฉิงยังเด็กอยู่ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องกังวลกับเรื่องนี้
เหตุผลหลัก ๆ คือเธอไม่ต้องการทุ่มเทแรงกายและแรงใจไปกับการเลี้ยงดูลูกคนที่สอง และกังวลว่าการให้กำเนิดลูกอีกคนจะทำให้เสี่ยวเป่ารู้สึกถึงความไม่ยุติธรรม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลมากและไม่เคยกล้าลอง
แต่เธอก็คิดว่าได้ว่าตอนนี้เธอมีมู่อวี้เฉิงแล้ว มีลิ่นอวี๋เหยียน รวมถึงตระกูลมู่ทั้งหมด หากจะมีลูกอีกสักคน เธอจะต้องกลัวอะไรอีก?
“ถ้างั้นก็รีบทำ ๆ ซะ อย่าปล่อยให้แม่ผิดหวัง” ลิ่นอวี๋เหยียนมีความคิดชัดเจน
เสี่ยวเป่าจ้องมองไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างกระตือรือร้น
“แม่คะ หนูจะไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอับอายมากจนใบหน้าแดงก่ำ
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้มีเจตนาจะบีบบังคับเธอจริง ๆ
แต่คงจะดีมากหากพวกเขามีหลานชายหรือหลานสาวอีกสักคน
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะปัญหาเรื่องลูกคนที่สองได้รับการแก้ไขแล้ว
เธอไม่รู้ล่วงหน้าว่าพวกเขาจะแวะมาหา ไม่อย่างนั้นคงจะให้ห้องครัวเตรียมอาหารไว้รอ
เดิมทีลิ่นอวี๋เหยียนจะเข้าไปเตรียมอาหารในห้องครัว แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวห้ามเอาไว้
พวกเราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน กินอาหารสบาย ๆ ก็พอ ไม่จำเป็นต้องจัดเตรียมอะไรใหญ่โต
ลิ่นอวี๋เหยียนคิดว่าคำพูดของเธอสมเหตุสมผลจึงตัดสินใจไม่ให้คนครัวทำอะไรมากมาย
แม้ว่าอาหารการกินในบ้านหลังเก่าประจำตระกูลมู่จะมีรสชาติอร่อยมาก แต่ก็ไม่รู้ว่าลิ่นอวี๋เหยียนคิดอะไร เธอถึงได้รู้สึกว่ามันไม่ดีพอสำหรับพวกเขา
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลับไปที่คฤหาสน์ตี้หลาน
ทันทีที่เธอนั่งลง โทรศัพท์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ดังขึ้น
อินอวี่โหรวเป็นคนโทรมาหา โดยขอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปซื้อของด้วยกัน
บังเอิญว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีแผนการอะไร หลังจากบอกลามู่อวี้เฉิงแล้ว เธอก็ออกไปพบอินอวี่โหรว
จนกระทั่งมาถึงร้านกาแฟ อินอวี่โหรวก็ได้ซื้อขนมมากมายที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชื่นชอบเอาไว้ให้
อินอวี่โหรวกินขนมหม่าล่าที่เธอชื่นชอบตามปกติ แต่ทันทีที่กลิ่นเผ็ดร้อนโชยออกมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เพิ่งกินข้าวมาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มแล้วพูดว่า “เธอพยายามจะทำให้ฉันอ้วนเหรอ? ทำไมจู่ ๆ ถึงชวนฉันออกมา? หรือว่าอารมณ์ไม่ดีหรือไง?”
อินอวี่โหรวอารมณ์ดีมากที่ได้เจอเธอ จึงยิ้มและตอบว่า “ฉันก็แค่คิดถึงเธอ ไม่ได้เหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบิกตากว้างเกินจริงเล็กน้อย “ได้สิ รู้สึกปลื้มใจสุด ๆ เลยแหละ”
อินอวี่โหรวปิดปากแล้วหัวเราะเบา ๆ เธอพบว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีพลังวิเศษที่มักจะทำให้เธอมีความสุขได้เสมอ
“ของหวานร้านนี้ใช้ได้เลยนะ เดี๋ยวค่อยไปกินปิ้งย่างทีหลัง ลองดูสิ” อินอวี่โหรวมองดูเมนู
ในเวลาว่างเธอมักจะมาที่นี่คนเดียว
“ไม่เป็นไร ฉันเพิ่งกลับมาจากบ้านเก่า กินข้าวไปเยอะแล้ว” เธอยังสามารถกินปิ้งย่างได้ แต่หลังจากกินอาหารมาเย็นแล้ว เธอไม่อยากกินของมันเยิ้มพวกนั้นอีก
“ตอนนี้คุณนายมู่ดีกับเธอแล้วใช่มั้ย?” อินอวี่โหรวเคยได้ยินข่าวลือมาบ้าง และดูเหมือนว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเข้ากับแม่สามีอย่างลิ่นอวี๋เหยียนได้ดี
มันเป็นเรื่องปกติ ครอบครัวธรรมดา ๆ ไม่สามารถเทียบเทียมสถานะของตระกูลมู่ในเมืองเป่ยได้ ทำให้เมื่อมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น ทุกคนย่อมรู้เรื่องทุกอย่าง
แม้ว่าอินอวี่โหรวจะไม่ชอบออกไปสังสรรค์ แต่เธอก็ได้ยินข่าวลือมามากมาย
“ก็ดี จริง ๆ คุณนายมู่ก็ดี เพียงแค่ก่อนหน้านี้ทุกคนเข้าใจผิดกันไปเอง พอเราเข้าใจตรงกันแล้วก็ไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยักไหล่อย่างผ่อนคลาย
“ดีจัง” อินอวี่โหรวถอนหายใจ
“ยังไงก็เถอะ ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง ฉันเกือบจะลืมไปแล้วเชียว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตีหัวตัวเองขณะที่เพิ่งนึกเรื่องนี้ขึ้นได้
“มีอะไรเหรอ?” อินอวี่โหรวถามด้วยความสงสัย
“อีกไม่กี่วันฉันจะไปต่างประเทศแล้ว และคงอีกสักพักกว่าจะกลับมา กลัวว่าเธอจะมาหาฉันแล้วไม่เจอ ฉันก็เลยจะบอกเธอล่วงหน้าไว้ก่อน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอกอินอวี่โหรวว่าเธอจะเดินทางไปดูชุดแต่งงานที่ต่างประเทศ
“อา? จะไปต่างประเทศเหรอ?” ดวงตาของอินอวี่โหรวเบิกกว้างในตอนแรก แต่หลังจากได้สติเธอก็รู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย
เธอมีถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียว
ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไป เธอก็ไม่รู้เลยว่าหลังจากนี้ชีวิตของเธอจะน่าเบื่อหน่ายแค่ไหน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นความคิดของอินอวี่โหรวจึงเขยิบเข้าไปตบไหล่อินอวี่โหรวเบา ๆ “เอาน่า ฉันก็แค่ไปเที่ยว ไม่ใช่ว่าจะไม่กลับมาเลยสักหน่อย ถ้าเธอคิดถึงฉันก็โทรศัพท์มาหาฉันได้”
“อืม” อินอวี่โหรวตอบรับเสียงแผ่ว เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของเธอดิ่งลงอย่างชัดเจน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร ดังนั้นเธอจึงพยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายด้วยอาหารอร่อย ๆ