พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 559 สวรรค์จะไม่ตัดหนทางเราจนขาด
ตอนที่ 559
สวรรค์จะไม่ตัดหนทางเราจนขาด
เช้าวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ในห้อง
เธอรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่เธอนำติดตัวมาด้วยไม่สง่างามพอที่จะใส่ออกไปพบอาจารย์ซ่งฉิง
มู่อวี้เฉิงเห็นเธออยู่ไม่สุขและรู้สึกว่ามันน่าตลกเล็กน้อย
“คุณก็แค่ปฏิบัติกับอาจารย์ซ่งฉิงในฐานะคนที่อายุมากกว่าคุณ ขนาดคนที่จู้จี้จุกจิกอย่างแม่ผมยังชอบคุณเลย อาจารย์ซ่งฉิงก็จะชอบคุณเหมือนกัน” มู่อวี้เฉิงพูดปลอบใจจากด้านข้าง
แม้ว่าเขาจะพูดแบบนั้น แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงรู้สึกกังวลอยู่เล็กน้อย
ท้ายที่สุดเธอเลือกชุดสีขาวที่ดูอ่อนโยนและอ่อนกว่าวัยมาก
เธอกับมู่อวี้เฉิงเดินลงมาที่ชั้นล่างด้วยกัน และพบว่าอาจารย์ซ่งฉิงได้เตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้พวกเขาเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นพวกเขาเดินลงมา อาจารย์ซ่งฉิงก็เดินเข้าไปทักทายพวกเขาทันที “ตื่นแล้วเหรอ? ลงมากินข้าวเช้ากันสิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
ขณะที่มู่อวี้เฉิงจับมือเธอเอาไว้และคอยให้กำลังใจเธอ
จนกระทั่งเดินมาถึงชั้นล่าง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สูดลมหายใจเข้าลึกและเดินตรงไปที่อาจารย์ซ่งฉิง คลี่ยิ้มเล็กน้อยและพูดว่า “สวัสดีค่ะ อาจารย์ซ่งฉิง”
เธอพยายามระงับความตื่นเต้นในใจเพื่อไม่ให้ตัวเองดูเหมือนคนบ้านนอกเข้ากรุงและเป็นตัวตลกต่อหน้าอาจารย์ซ่งฉิง
อาจารย์ซ่งฉิงเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ “เธอคือเหมี่ยวเหมี่ยวใช่มั้ย?”
“อาจารย์ซ่งฉิง รู้จักหนูด้วยเหรอคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“อาจารย์อวี๋เหยียนพูดถึงหนูบ่อย ๆ หนูเป็นเด็กที่เก่งมากจริง ๆ” อาจารย์ซ่งฉิงพูดด้วยรอยยิ้ม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเขินมากที่ได้รับคำชมจากศิลปินคนโปรดของเธอ เธอก้มหน้าลงอย่างทำอะไรไม่ถูก “ชมกันเกินไปแล้วค่ะ”
อาจารย์ซ่งฉิงตบไหล่เธอแล้วพูดว่า “ไม่ต้องถ่อมตัวหรอก ฉันมองออกว่าหนูเป็นเด็กดีมาก”
อาจารย์ซ่งฉิงคอยสังเกตถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ตั้งแต่เริ่มแรกจนตอนนี้ ท่าทางของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูสุภาพเรียบร้อยมาก
ไม่ได้ถ่อมตัวหรือหยิ่งผยองจนเกินไป
อาจารย์ซ่งฉิงมีทัศนคติรักบ้านไหนแล้วก็เอ็นดูคนในบ้านหลังนั้นด้วย ดังนั้นเธอจึงรู้สึกชื่นชอบถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมา
แต่เมื่อมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวในตอนนี้แล้ว ความชื่นชอบของเธอก็จริงใจมากเช่นกัน
“ป้าซ่งฉิงครับ” ขณะเดียวกันมู่อวี้เฉิงก้าวเข้ามาและพูดทักทายด้วยความเคารพ
อาจารย์ซ่งฉิงหันกลับมามองร่างสูงใหญ่ของมู่อวี้เฉิงด้วยความรู้สึกผสมปนเปในใจ
เธอเดินเข้าไปหามู่อวี้เฉิงด้วยดวงตาแดงก่ำเล็กน้อย “เจ้าเด็กนี้ เผลอแป๊บเดียวตัวโตขนาดนี้แล้ว”
อาจารย์ซ่งฉิงได้จางหายไปจากใจของมู่อวี้เฉิงแล้ว แต่เมื่อเห็นอาจารย์ซ่งฉิงกำลังยืนร้องไห้ต่อหน้าเขา มู่อวี้เฉิงที่ไม่เคยเจอเรื่องนี้มาก่อนก็เริ่มทำอะไรไม่ถูก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าผู้ชายของเธอกำลังคิดอะไรอยู่?
เธอจึงเดินเข้าไปช่วยพูดว่า “อาจารย์ซ่งฉิง อวี้เฉิงคิดถึงคุณมาตลอดทางเลยค่ะ เลือกซื้อของขวัญมาให้อาจารย์เป็นพิเศษด้วย เขาบอกว่าตอนเด็ก ๆ คุณใจดีกับเขามาก และเขาก็คิดถึงคุณมากเหมือนกัน”
“เด็กจิตใจดีแบบนี้หาได้ยากนะ” อาจารย์ซ่งฉิงปาดน้ำตาจากหางตาและพูดด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย
อันที่จริงลิ่นอวี๋เหยียนเป็นคนเลือกของขวัญชิ้นนี้ให้อาจารย์ซ่งฉิง
แต่เพื่อทำให้อาจารย์ซ่งฉิงมีความสุข พวกเขาจึงขอยืมของมาแสดงน้ำใจ
“มันเป็นสิ่งที่ผมควรทำครับป้าซ่งฉิง” มู่อวี้เฉิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ใช่สิเหมี่ยวเหมี่ยว หนูควรเรียกฉันว่าป้าเหมือนอวี้เฉิงนะ มาเรียกอาจารย์แบบนี้มันแปลก ๆ” อาจารย์ซ่งฉิงโบกมือแล้วพูด
“ค่ะ คุณป้าซ่งฉิง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับอย่างเชื่อฟัง
หลังจากเธอเรียกอาจารย์ซ่งฉิงว่าป้า เธอก็ตระหนักถึงอารมณ์ที่แท้จริง
กลับกลายเป็นว่าศิลปินก็อยากเป็นคนธรรมดาทั่วไปเช่นกัน
และเธอก็ยังเป็นผู้อาวุโสที่นิสัยดีมากด้วย
ระหว่างกินอาหารเช้า อาจารย์ซ่งฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
อาจารย์ซ่งฉิงชวนเธอไปดูงานออกแบบต่าง ๆ ที่สตูดิโอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวน้อมรับด้วยความยินดีอย่างยิ่ง
แต่มู่อวี้เฉิงล่ะ?
เธอรู้ว่ามู่อวี้เฉิงไม่สนใจเรื่องงานออกแบบพวกนี้
มู่อวี้เฉิงเป็นฝ่ายริเริ่มพูดว่า “คุณกับป้าซ่งฉิงไปกันเถอะ ผมจะเดินไปดูรอบ ๆ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกดีใจมากจนอยากจะจูบสามีสุดที่รักอย่างมู่อวี้เฉิง ทำไมสามีของเธอถึงได้เข้าใจเธอขนาดนี้?
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับอาจารย์ซ่งฉิงก็เดินทางไปที่สตูดิโอ
ชุดแต่งงานที่เธอสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ต้องทำให้เสร็จ แต่เธอกลับมองไม่เห็นรายละเอียดดังกล่าวเลย
มันถูกทำออกมาจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่อาจารย์ซ่งฉิงยังอยากให้มันสมบูรณ์แบบกว่านี้
อาจารย์ซ่งฉิงไม่สามารถทนเห็นข้อบกพร่องใด ๆ บนชิ้นงานของเธอได้ ดังนั้นคนในสตูดิโอจะต้องแก้ไขมันอีกครั้ง
วันนี้เธอมาเยี่ยมเยียนผลงานการออกแบบและภาพวาดของอาจารย์ซ่งฉิง ส่วนชุดแต่งที่สั่งตัดไปนั้นจะเสร็จสมบูรณ์ภายในอีกสองสามวัน
เวลาทำงาน อาจารย์ซ่งฉิงดูแตกต่างออกไปเล็กน้อย
เพียงแค่เธอยืนอยู่ตรงนั้น ออร่าของเธอก็ทำให้ผู้คนรู้สึกเกรงขามและทำให้ผู้คนเคารพจากก้นบึ้งของหัวใจ
อาจารย์ซ่งฉิงเป็นเหมือนกับที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจินตนาการเอาไว้ เธอเป็นคนที่มีความสามารถ สง่างามและอ่อนโยน
ผู้คนในสตูดิโอเคารพอาจารย์ซ่งฉิงเป็นอย่างมาก และคนส่วนใหญ่มักจะมองมาด้วยสายตาเคารพ
อาจเป็นเพราะความสำเร็จของอาจารย์ซ่งฉิงไม่มีใครสามารถเทียบเทียมได้
อาจารย์ซ่งฉิงพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปในห้องเล็ก ๆ
“นี่เป็นผลงานที่มีชื่อเสียงของป้า ทั้งหมดถูกเก็บรวบรวมเอาไว้ในนี้” อาจารย์ซ่งฉิงมองดูผลงานเหล่านี้ราวกับกำลังมองดูลูก ๆ ของตัวเอง
ศิลปินทุกคนมีความรู้สึกต่อผลงานของตัวเอง ทั้งอุทิศเวลาและความพยายามให้กับผลงานเหล่านี้
ดังนั้นอาจารย์ซ่งฉิงจึงมองดูผลงานเหล่านี้ด้วยสายตาที่อ่อนโยนลงมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูผลงานตรงหน้าด้วยสายตาตกตะลึง
การได้เห็นผลงานของอาจารย์ซ่งฉิงในชีวิตจริงสร้างแรงบันดาลใจได้มากกว่าภาพที่เห็นในโทรศัพท์มือถือเสียอีก
ผลงานของอาจารย์ซ่งฉิงเต็มไปด้วยแนวคิดอิสระและให้ความรู้สึกเยียวยาคนอื่นเสมอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นแฟนคลับตัวยงของอาจารย์ซ่งฉิงมาตั้งแต่ตอนที่เธออยู่ต่างประเทศ
ตอนที่เธอต้องเลี้ยงดูเสี่ยวเป่าอยู่ในต่างประเทศเพียงลำพัง เธอหางานไม่ได้เลย
แต่ถึงอย่างทั้งสองคนยังต้องกินอาหารเพื่อประทังชีวิต
ไม่ว่าเธอจะหิวสักแค่ไหนก็ไม่สำคัญ แต่เธอไม่สามารถปล่อยให้เสี่ยวเป่าทนหิวได้
ทว่าการอาศัยอยู่ในต่างประเทศเพียงลำพังทำให้เธอจนตรอกจนไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร และเริ่มมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย
วันหนึ่งเธอบังเอิญเห็นผลงานของอาจารย์ซ่งฉิง และรู้สึกราวกับได้ยินเสียงสะท้อนดังออกมาจากภาพวาด เธอจึงรับรู้ได้ว่าผลงานของอาจารย์ซ่งฉิงมีพลังอย่างมาก
มันทำให้เธอเชื่อว่าสวรรค์จะไม่ตัดหนทางเราจนขาด
อาจกล่าวได้ว่าผลงานของอาจารย์ซ่งฉิงได้ช่วยชีวิตเธอเอาไว้
ดังนั้นเธอจึงอยากพบผู้ช่วยชีวิตของเธอมาโดยตลอด
ใครจะรู้ว่าลิ่นอวี๋เหยียนจะรู้จักกับอาจารย์ซ่งฉิงจริง ๆ และบังเอิญว่าอาจารย์ซ่งฉิงเป็นผู้ออกแบบชุดแต่งงานให้เธอด้วย
นี่เป็นความลับที่เก็บกุมไว้ในใจมาโดยตลอด
แน่นอนว่าเธอไม่เคยพูดมันออกไป เพราะไม่อยากทำให้มู่อวี้เฉิงรู้สึกผิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูผลงานตรงหน้าเธอ
อาจารย์ซ่งฉิงเห็นว่าเธอชอบผลงานของตนเองจริง ๆ แต่นึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นสายตาแบบนี้จากเด็กคนนี้
ดังนั้นอาจารย์ซ่งฉิงจึงเอาใจใส่มากขึ้นและคอยพูดอธิบายให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง
ผลงานส่วนใหญ่เหล่านี้ได้รับการออกแบบมาจากสิ่งที่อาจารย์ซ่งฉิงเคยได้เห็นและเคยได้ยินมา
อาจารย์ซ่งฉิงตั้งใจทำผลงานพวกนี้ออกมามากจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ในสตูดิโอกับอาจารย์ซ่งฉิงตลอดทั้งวัน มองดูภาพวาดและคำพูดบรรยายจากอาจารย์ซ่งฉิง จนเธอได้รับข้อมูลกลับไปมากมาย