พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 560 ฝืนใจทำไม่ได้จริง ๆ
ตอนที่ 560
ฝืนใจทำไม่ได้จริง ๆ
หลายวันมานี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปเที่ยวเล่นกับอาจารย์ซ่งฉิงทุกวัน และแน่นอนว่าเธอก็สนุกกับมันมาก
มีเพียงมู่อวี้เฉิงเท่านั้นที่รู้สึกอึดอัดใจ
ในตอนแรกเมื่อเขารู้ว่าอาจารย์ซ่งฉิงชอบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็รู้สึกมีความสุขกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก
นอกจากนี้มันไม่ง่ายเลยที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะชอบอะไรสักอย่าง
คราวเมื่ออยู่ในเมืองเป่ย คำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้เขาตระหนักรู้ได้อย่างชัดเจนว่าอาจารย์ซ่งฉิงมีความแตกต่างออกไปในหัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ในตอนแรกเขาไม่ได้ถือสาอะไร เขาเห็นว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบมากจึงปล่อยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปเที่ยวเล่นกับอาจารย์ซ่งฉิง
แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป มู่อวี้เฉิงก็เริ่มทนไม่ไหวอีกต่อไป
เดิมทีเขาอยากสร้างโลกกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวสองคน แต่ใครจะรู้ว่ามันจะออกมาเป็นแบบนี้
และมันทำให้มู่อวี้เฉิงทำอะไรไม่ถูก
เดิมทีเขาคิดว่าเขาสามารถทนได้ แต่เขากลับไม่ได้ใจกว้างอย่างที่คิด
มันยากจริง ๆ ที่จะอยู่เพียงลำพัง
มู่อวี้เฉิงไม่ได้วางแผนที่จะรออีกต่อไป
มู่อวี้เฉิงคิดหาวิธีการในใจและเริ่มลงมือปฏิบัติในวันรุ่งขึ้นทันที
ขณะกินอาหารเช้าก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะออกไปข้างนอก เขาก็รีบพูดดักหน้าว่า “ผมไปเจอที่ที่น่าสนใจมา”
“ที่ไหนเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสงสัยมาก มีหลายสิ่งหลายอย่างในประเทศวายที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ดังนั้นทันทีที่มู่อวี้เฉิงปริปาก ความอยากรู้อยากเห็นของเธอก็ถูกกระตุ้นทันที
มู่อวี้เฉิงรู้จักจิตวิทยาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอย่างดี ดังนั้นคำตอบดังกล่าวจึงตรงใจเขามาก
มู่อวี้เฉิงแสร้งทำเป็นไม่รู้แล้วพูดว่า “ผมบอกไม่ถูกว่ามันคืออะไร แต่มันน่าสนใจมากนะ วันนี้คุณจะออกไปข้างนอกกับป้าซ่งฉิงหรือเปล่า? ถ้าอย่างนั้นผมจะออกไปคนเดียว”
“ฉันจะไปกับคุณ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบพูดทันที
เธอเดินดูผลงานของอาจารย์ซ่งฉิงมาเกือบหมดแล้ว
เธอมีความสามารถในการออกแบบเล็กน้อยและบางครั้งเธอก็ได้ช่วยอาจารย์ซ่งฉิงด้วย
ดังนั้นถ้าวันนี้เธอจะไม่ไป เธอจะต้องบอก อาจารย์ซ่งฉิงก่อน
“ได้ งั้นกินข้าวเสร็จแล้วเราไปที่นั่นกัน” มู่อวี้เฉิงก้มหน้าลง ซ่อนรอยยิ้มแห่งชัยชนะเอาไว้
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ส่งข้อความไปบอกอาจารย์ซ่งฉิง
อาจารย์ซ่งฉิงที่รับรู้เรื่องนี้มีความสุขมากและปล่อยให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงออกไปเที่ยวเล่นกันสองคน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอ่านข้อความดังกล่าวด้วยความรู้สึกเขินอาย
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ออกไปข้างนอกกับมู่อวี้เฉิง
จนกระทั่งพวกเขามาถึงใจกลางเมือง มู่อวี้เฉิงก็ขอให้คนขับหยุดรถ
ถนนเส้นนี้ถูกรายล้อมไปด้วยต้นอู๋ถงขนาดสูงใหญ่ ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาบนพื้นทำให้สัมผัสที่เหยียบนุ่มราวกับพรม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นเหมือนเด็กน้อย เธอเดินขึ้นไปเหยียบบนกองใบไม้
ขณะที่มู่อวี้เฉิงเฝ้าดูเธอด้วยความรักจากด้านข้าง และคอยช่วยปัดใบไม้บนศีรษะของเธอออกเป็นครั้งคราว
“แชะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงหันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงชัตเตอร์จากกล้องถ่ายรูป
ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังถือกล้องอยู่ในมือ
เมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงมองมาที่เขา เขาก็เป็นฝ่ายริเริ่มเดินเข้าไปหาและพูดขอโทษทั้งสอง “ขอโทษนะครับ พอดีภาพของพวกคุณสองคนสวยมาก ผมเลยอดไม่ได้ที่จะถ่ายรูปเก็บเอาไว้ แต่ถ้าพวกคุณไม่ยินยอมผมจะลบรูปเดี๋ยวนี้เลยครับ”
ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าไม่เต็มใจนัก
ในฐานะช่างภาพ เขาอยากจะรักษาภาพดี ๆ เอาไว้
และภาพสวย ๆ แบบนี้ เกรงว่าชาตินี้คงจะหาไม่ได้อีกแล้ว
แต่ถ้าเจ้าของภาพไม่ยินยอม เขาก็จะต้องลบทิ้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้บอกให้เขาลบมัน และก็ไม่ได้บอกว่าเธอจะลบมันทิ้ง เธอเพียงมองดูกล้องในมือของชายหนุ่มด้วยความสงสัย “ขอดูรูปหน่อยได้มั้ยคะ?”
“ได้ครับ” ชายหนุ่มแสดงภาพถ่ายให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูในทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูภาพถ่ายถนนที่เต็มไปด้วยต้นอู๋ถง ชายร่างสูงกำลังหยิบใบอู๋ถงออกจากศีรษะของผู้หญิงคนหนึ่งด้วยความรัก ดวงตาของเขาที่จ้องมองเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
ราวกับแสงดวงดาวเล็ก ๆ กำลังส่องประกายระยิบระยับอยู่ในดวงตา หญิงสาวยิ้มอย่างอ่อนโยนและใบของต้นอู๋ถงก็ทำให้รอยยิ้มของเธอดูสดใสยิ่งขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบไล้ภาพตรงหน้าเบา ๆ เธอนึกไม่ถึงว่าสายตาที่มู่อวี้เฉิงจ้องมองมาจะเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้งขนาดนี้
“ช่วยพิมพ์รูปนี้ให้พวกเราทีได้มั้ยคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างมีความสุข
“ได้ครับ ร้านของผมอยู่ข้างหน้านี้เอง ผมพิมพ์ให้ได้ แต่ผมขอเก็บภาพถ่ายใบนี้เอาไว้ด้วยได้มั้ยครับ?” ชายหนุ่มเกาหัวด้วยความเกรงใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า “ได้”
ชายหนุ่มจึงมองไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงด้วยความตื่นเต้น “ขอบคุณครับ ขอบคุณพวกคุณมาก ๆ เลยครับ ขอให้พระเจ้าอวยพรพวกคุณนะครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอะไรไม่ถูก มันเป็นเพียงภาพถ่าย แต่เขาพูดราวกับว่ามันเป็นทรัพย์สมบัติ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปในร้านถ่ายรูป หลังจากสั่งพิมพ์ภาพถ่ายแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เก็บภาพถ่ายเอาไว้ในกระเป๋าอย่างหวงแหน
เห็นได้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบภาพถ่ายใบนี้มากเช่นกัน
จากนั้นพวกเขาก็เดินไปตามท้องถนนและกินขนมมากมาย
จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็นึกถึงจุดประสงค์ที่มู่อวี้เฉิงพาเธอออกมาได้
“ใช่สิ คุณบอกว่ามีที่ที่น่าสนใจไม่ใช่เหรอ? อยู่ไหนล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ถาม ส่ง ๆ ว่า “แล้วที่นี่ไม่น่าสนใจเหรอ?”
เขาอิ่มเอมใจมากจนลืมเรื่องที่ตัวเองโกหกไปแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูใบหน้าของมู่อวี้เฉิงแล้วตระหนักได้ว่าเธอถูกหลอก
อาจเป็นเพราะเขาอยากอยู่กับเธอ จึงได้หาข้ออ้างที่ส่งเดชไปเรื่อยเปื่อย
แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นความผิดของเธอด้วย
หลายวันที่ผ่านมาเธอตามอาจารย์ซ่งฉิงออกไปข้างนอกและไม่ได้สนใจมู่อวี้เฉิงเลย
แม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะไม่พูดอะไร แต่เขาก็ต้องรู้สึกน้อยใจ แน่ ๆ
และเขาคงจะกลัวว่าเธอจะไม่มีความสุขจึงได้สร้างเรื่องแบบนี้ขึ้นมา
หลังจากกวาดสายตามองดูรอบข้างแล้วไม่เห็นใคร ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็โน้มตัวลงไปจูบแก้มมู่อวี้เฉิง “ครั้งหน้ามีอะไรจะพูดก็พูดมาเลย ไม่ต้องกลัวว่าฉันจะไม่มีความสุข”
เธอค่อนข้างมีความสุขต่างหาก
มู่อวี้เฉิงก้มหน้าลง กดริมฝีปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพึมพำตอบรับเบา ๆ
พวกเขาทั้งสองจับมือกันและมองดูวิวทิวทัศน์รอบข้าง
ตกเย็น พวกเขาตัดสินใจว่าจะอยู่กินอาหารเย็นข้างนอกนี้
ทุกอย่างที่นี่เชื่องช้ามาก ดังนั้นแม้ว่าจะเดินซื้อของมาตลอดทั้งวัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย
หลังจากกินอาหารแล้วก็จิบชานมหอม ๆ อีกสักแก้ว รสชาติชานมคือที่สุดจริง ๆ
ชานมในประเทศวายนั้นเข้มข้นมาก หลังจากจิบชานมไปเพียงเล็กน้อยก็ได้กลิ่นหอมของชานมที่เข้มข้นทันที
นอกจากนี้มันยังถูกทำสดใหม่ทุกแก้ว ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการสามารถไปยืนชมวิธีการทำใกล้ ๆ ได้
กระบวนการทำนั้นก็มั่นใจได้ว่าชานมจะสะอาดหมดจด
หลังจากดื่มจนหมดแก้วแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงก็เดินไปข้างหน้า
ทันใดนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หยุดเดิน เธอสังเกตเห็นว่าตรงหน้าพวกเขามีฝูงชนกำลังยืนต่อแถวรอตรวจตั๋วอยู่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย “พวกเขากำลังทำอะไร?”
มู่อวี้เฉิงกวาดสายตามองรอบ ๆ และเห็นโปสเตอร์ที่หน้าประตู “ละครเพลงน่ะ อยากเข้าไปดูมั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เคยดูละครเพลงมาก่อน เธอจึงลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ จากนั้นมู่อวี้เฉิงก็เดินไปซื้อตั๋ว
กว่าพวกเขาจะผ่านเข้าไป ผู้ชมหลายคนก็นั่งอยู่ในนั้นแล้ว
ละครเพลงเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่าเธอไม่สามารถฝืนใจทำอะไรที่เธอไม่สนใจได้จริง ๆ
ละครเพลงอาจจะน่าตื่นเต้นสำหรับคนบางส่วน แต่สำหรับถงเหมี่ยวเหมี่ยวมันเป็นแค่เพลงกล่อมเด็กเท่านั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหาวอย่างต่อเนื่องก่อนจะนอนพิงไหล่มู่อวี้เฉิงและปิดเปลือกตาลง