พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 566 ฝากไว้ก่อนเถอะ
ตอนที่ 566
ฝากไว้ก่อนเถอะ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงมีความเข้าใจซึ่งกันและกัน และด้วยความร่วมมือระหว่างพวกเขา ทำให้อาหารสี่จานและซุปอีกหนึ่งอย่างถูกจัดเตรียมเสร็จเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอาหารบ้าน ๆ ทั่วไปเท่านั้น
มีทั้งกะหล่ำปลีหั่นฝอย เต้าหู้ผัดทรงเครื่อง ซี่โครงหมูผัดซอสเปรี้ยวหวาน และกุ้งผัดผัก ส่วนซุปอีกอย่างเป็นแกงปลาตะเพียนที่ถูกต้มมาอย่างได้ที่ น้ำซุปมีสีขาวดูน่ารับประทานมาก
กลิ่นหอมของอาหารโชยมาถึงห้องนั่งเล่น จน อาจารย์ซ่งฉิงที่ได้กลิ่นเดินเข้าไปดู
เธอมองดูอาหารบนโต๊ะและพูดชมอย่างไม่ขาดปากว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว ทำอาหารออกมาดูดีมาก ป้าไม่ได้กินอาหาร โฮมเมดมานานแล้ว คิดถึงมันมากจริง ๆ”
อาหารของถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั้นส่งกลิ่นหอมเหมือนต้นตำรับมากจริง ๆ
“เอาไว้หลังจากนี้หนูมีเวลาว่างแล้วจะแวะมาหานะคะ จะมาทำอาหารให้คุณป้าลองชิมอีก คุณป้าลองชิมดูก่อนว่าพอถูกปากมั้ยคะ” เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะชวนอาจารย์ซ่งฉิงไปเยี่ยมเธอที่ประเทศจีน
แต่เธอนึกขึ้นได้ว่าครั้งที่แล้วลิ่นอวี๋เหยียนบอกว่าอาจารย์ซ่งฉิงมีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง
การเดินทางมาร่วมงานแต่งงานของพวกเขาก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากอยู่แล้ว และเห็นได้ชัดว่าอาจารย์ซ่งฉิงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้มากนัก
แต่ช่วงสองวันที่ได้ใช้เวลาร่วมกับอาจารย์ซ่งฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้สึกว่าอาจารย์ซ่งฉิงผิดปกติตรงไหนเลย
ถึงอย่างนั้นลิ่นอวี๋เหยียนคงจะมีเหตุผลที่พูดแบบนั้น
เธอจึงหยุดพูดถึงเรื่องดังกล่าว
“ใส่ใจดีจังนะ” อาจารย์ซ่งฉิงยิ้ม
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกอิจฉาลิ่นอวี๋เหยียนเล็กน้อยที่มีลูกสะใภ้ดี ๆ แบบนี้
สำหรับเธอ ไม่ต้องพูดถึงลูกสะใภ้ เธอไม่มีลูกด้วยซ้ำ
เธอเริ่มเสียใจที่อุทิศตนให้กับอาชีพการงานมาตั้งแต่ยังสาว และไม่ได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัว
ตอนนี้จะมามีลูกก็คงเป็นไปไม่ได้แล้ว
กึก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าอาจารย์ซ่งฉิงกำลังคิดอะไรอยู่ เธอเพียงส่งชามกับตะเกียบให้อาจารย์ซ่งฉิง
อาจารย์ซ่งฉิงไม่เกรงใจและเริ่มกินอาหาร
ต้องบอกว่าทักษะการทำอาหารของถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ทำให้เอผิดหวังเลยจริง ๆ
“เหมี่ยวเหมี่ยว ไว้มาเปิดร้านอาหารที่ประเทศวายมั่งนะ ป้าจะไปกินทุกวันเลย” คำพูดดังกล่าวเป็นคำยืนยันและเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอาจารย์ซ่งฉิงที่มีต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ได้ค่ะ หนูจะเอาเก็บไปคิดดูนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าอาจารย์ซ่งฉิงล้อเล่น แต่เธอก็ยังเห็นด้วย
ทั้งสามคนพูดคุยกัน และอาจารย์ซ่งฉิงก็รู้สึกสบายใจมากหลังจากกินอาหารเสร็จ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค้นพบว่าอาจารย์ซ่งฉิงมีหนึ่งอย่างที่เหมือนกับเธอ
พวกเธอทั้งสองคนชอบอาหารรสชาติแบบเดียวกัน กล่าวคือพวกเธอชอบกินอาหารที่มีรสชาติเข้มข้นทั้งคู่
โชคดีที่อาจารย์ซ่งฉิงชอบ การทำงานหนักของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่เปล่าประโยชน์
กว่าจะกินอาหารเย็นเสร็จก็ดึกแล้ว และอาจารย์ซ่งฉิงก็เตรียมจะกลับออกไป
เพียงแต่ว่าบ้านของอาจารย์ซ่งฉิงอยู่ค่อนข้างไกลจากที่นี่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงจึงไม่สบายใจหากจะปล่อยให้เธอกลับบ้านเพียงลำพัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแตะแขนมู่อวี้เฉิงแล้วพูดว่า “อวี้เฉิง ไปส่งคุณป้าซ่งฉิงหน่อยสิ ฉันจะอยู่ล้างจานพวกนี้ คุณกับคุณป้าซ่งฉิงไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว คุณไปส่งคุณป้าจะได้คุยอะไรกันสักหน่อย”
“อืม” มู่อวี้เฉิงพยักหน้าตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิด
เขาหยิบกุญแจรถยนต์และทำทางเชิญชวน “ป้าซ่งฉิง เชิญครับ”
อาจารย์ซ่งฉิงเดินผ่านหน้ามู่อวี้เฉิงไป
เมื่อพวกเขาขึ้นมาบนรถยนต์ ในตอนแรกมู่อวี้เฉิงกับอาจารย์ซ่งฉิงไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก
ทั้งสองนั่งเงียบ โดยไม่รู้ว่าจะพูดคุยอะไร
“ได้ยินมาว่าแม่เธอเพิ่งเข้ารับการผ่าตัดไป หายดีแล้วหรือยังล่ะ?” อาจารย์ซ่งฉิงถาม
เธออยากเจอลิ่นอวี๋เหยียนมาก
เพียงแต่ว่าไม่มีโอกาสเลย
ร่างกายของเธอเปราะบางแบบนี้ให้ลากสังขารไปคงจะไม่ไหว
“แม่อาการดีขึ้นแล้วครับ พูดถึงคุณป้าอยู่บ่อย ๆ แล้วเมื่อไหร่จะกลับไปหาบ้างล่ะครับ?” มู่อวี้เฉิงรู้ว่าลิ่นอวี๋เหยียนคิดถึงเพื่อนเก่าของเธอ
เพียงแต่ร่างกายของทั้งสองคนไม่สามารถนั่งเครื่องบินนาน ๆ ได้
อาจารย์ซ่งฉิงยังต้องใช้เวลาเตรียมใจอยู่นานกว่าจะตอบตกลงเข้าร่วมงานแต่งงานของเขากับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“กลับไปเมื่อไหร่น่ะเหรอ…” อาจารย์ซ่งฉิงมองดูวิวด้านนอกที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยอาการเหม่อลอย
เธอจากเมืองเป่ยมาเป็นเวลาเกือบยี่สิบปีแล้ว
ง่ายที่จะเดินออกมา แต่มันกลับยากที่จะกลับไป
สิ่งต่าง ๆ และผู้คนในสมัยนั้นคงจะเปลี่ยนไปกันหมดแล้ว
เธออยากจะกลับไปดู แต่ก็ไม่รู้ว่าจะกล้าพอไหม
“ป้าซ่งฉิง ปล่อยให้อดีตมันเป็นอดีตไปเถอะครับ ไม่ต้องไปยึดติดกับอดีตหรอก รักษาปัจจุบันเอาไว้ดีที่สุด” มู่อวี้เฉิงพูดโดยไม่คิดอะไร แต่มันกลับทำให้อาจารย์ซ่งฉิงตกตะลึง
หลังจากตอบโต้กันอยู่นาน อาจารย์ซ่งฉิงก็มองดูมู่อวี้เฉิงแล้วยิ้ม “เด็กน้อย ใสซื่อจริง ๆ ป้าแก่แล้วไม่มัวมานั่งคิดเรื่องพวกนั้นหรอก ต่อให้กระดูกป้าจะหลวมแต่มันก็ยังอยู่ข้างในนี้”
อาจารย์ซ่งฉิงไม่ได้รู้สึกลำบากใจที่มู่อวี้เฉิงพูดจี้จุดความคิดของเธอ
มู่อวี้เฉิงไม่ตอบ
ความตั้งใจของอาจารย์ซ่งฉิงคือการไม่ทำเช่นนั้น
และในเมื่อเธอไม่ต้องการทำเช่นนั้น มู่อวี้เฉิงก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
อาจารย์ซ่งฉิงคงจะมีแผนการของตัวเอง
“ว่าแต่ได้ยินอวี๋เหยียนบอกว่าพวกเธอมีลูกกันแล้วเหรอ? ทำไมไม่พามาให้ป้าดูบ้างล่ะ?” อาจารย์ซ่งฉิงรู้สึกอิจฉาเล็กน้อยเมื่อได้ยินลิ่นอวี๋เหยียนบอกว่าเธอมีหลานชายตัวน้อยน่ารักแล้ว
“เขาไปเล่นกับพ่อแม่น่ะครับ ไม่อยากมากับพวกเรา” ดวงตาของมู่อวี้เฉิงดูอ่อนโยนลงมากเมื่อพูดถึงเสี่ยวเป่า
และอาจารย์ซ่งฉิงก็สังเกตเห็นกิริยาทั้งหมด
“แม่เธอสอนเธอมาดีมาก แตกต่างจากป้า ชีวิตดูเปล่งประกายก็จริง แต่จริง ๆ แล้วมันวุ่นวายมาก” อาจารย์ซ่งฉิงดูเหม่อลอยเล็กน้อย
“ป้าซ่งฉิง อย่าพูดแบบนั้นสิครับ ความสำเร็จของป้ามันอยู่สูงมากจนคนอื่นคว้าไม่ถึงต่างหาก” มู่อวี้เฉิงพูด
“ช่างเถอะ” อาจารย์ซ่งฉิงตอบกลับอย่างเกียจคร้านและหลับตาลง
มู่อวี้เฉิงมองดูการเคลื่อนไหวของเธอผ่านกระจกมองหลัง เขาไม่พูดอะไรอีกแต่ค่อย ๆ ลดความเร็วลง
จนกระทั่งมาถึงคฤหาสน์ มู่อวี้เฉิงก็เตรียมจะปลุกอาจารย์ซ่งฉิง
แต่ไม่รู้ว่าอาจารย์ซ่งฉิงลืมตาขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และดวงตาของเธอยังชัดแจ๋ว
“วันนี้ขอบใจมากนะ” อาจารย์ซ่งฉิงพูดกับมู่อวี้เฉิง
“ด้วยความยินดีครับ”
“รีบกลับไปสิ เดี๋ยวเหมี่ยวเหมี่ยวรอนาน” จากนั้นอาจารย์ซ่งฉิงก็เดินเข้าไปในคฤหาสน์
จนกระทั่งเห็นอาจารย์ซ่งฉิงเดินเข้าบ้านไปและปิดประตูลง มู่อวี้เฉิงก็ขับรถออกไป
หลังจากกลับมาถึงบ้าน อาจารย์ซ่งฉิงแทบจะทนรอไม่ไหว เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและกดโทรหาลิ่นอวี๋เหยียน
บังเอิญว่าลิ่นอวี๋เหยียนยังไม่นอน ทันทีที่เห็นเรียกเข้า เธอก็กดรับสายอย่างว่องไว “ฮัลโหล ลมอะไรหอบอาจารย์ซ่งฉิงให้โทรมาหาเนี่ย?”
“เธอนี่เหลือเกิน” อาจารย์ซ่งฉิงพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“ไหนเธอบอกหน่อยว่าไปหาลูกสะใภ้ดี ๆ อย่างเหมี่ยวเหมี่ยวมาจากไหน ส่งเธอมาอยู่กับฉันที่ประเทศวายเถอะ” อาจารย์ซ่งฉิงพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เธอคิดอะไรอยู่? ซ่งฉิง ฉันจะบอกให้ ไม่ว่าเหมี่ยวเหมี่ยวของเราจะว่านอนสอนง่ายแค่ไหน แต่เธอก็ยังเป็นคนในตระกูลมู่อยู่ ดังนั้นอย่าได้คิดเชียว เธออิจฉา อยากมีบ้างล่ะสิ น่าเสียดายที่เธอไม่มีลูกที่เชื่อฟังแบบนี้ จุ๊ ๆ ทีนี้ล่ะเสียใจแล้วใช่มั้ย?” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดจี้จุดช้ำใจของอาจารย์ซ่งฉิงอย่างหยาบคาย
อาจารย์ซ่งฉิงโกรธมากจึงเยาะเย้ยว่า “ชิ จะภูมิใจอะไรนักหนา ฝากไว้ก่อนเถอะ”
“รอจ้า รออยู่จ้า” ลิ่นอวี๋เหยียนไม่กลัวแม้แต่น้อย
หลังจากเธอพูดแบบนั้น อาจารย์ซ่งฉิงก็วางสายลงทันที จากนั้นลิ่นอวี๋เหยียนก็ยิ้มให้โทรศัพท์มือถือเบา ๆ