พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 604 กลับมาคบกัน
ตอนที่ 604
กลับมาคบกัน
แม้ว่าจะได้รับคำตอบที่ต้องการแล้ว แต่ลู่ซีจวี๋กลับไม่ได้มีความสุขอย่างที่จินตนาการเอาไว้
เขารีบพูดอธิบายว่า “อวี่โหรว ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ในเมื่อคุณยังชอบผม และผมก็ชอบคุณ… ไม่สิ ผมรักคุณ งั้นทำไมเราไม่กลับมาคบกันล่ะ? ถ้าเรากลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ผมจะดูแลคุณให้ดี ได้มั้ย?”
อินอวี่โหรวก้มหน้าลงและไม่พูดอะไร
ขณะที่ลู่ซีจวี๋คิดว่าอินอวี่โหรวอาจจะไม่เห็นด้วย อินอวี่โหรวก็พยักหน้างึกงัก “ฉันให้โอกาสคุณได้ แต่ฉันจะไม่มานั่งรายงานคุณว่าฉันไปไหน กินข้าวกับใคร อยู่กับใคร รวมถึงเวลาที่ฉันอยู่กับผู้ชายคนอื่นด้วย ฉันจะไม่บอกอะไรคุณทั้งนั้น แต่สำหรับคุณ ถ้าฉันเรียกให้มาหาคุณก็ต้องมาหาทันที คุณทำได้มั้ยล่ะ?”
เธอเงยหน้าขึ้นและจ้องมองไปทางลู่ซีจวี๋ด้วยสายตาเย็นชา
“แล้วทำไมถึงไม่บอกผมล่ะ?” ลู่ซีจวี๋ถามขึ้นด้วยความเสียใจ
หากคิดจะตามหาอินอวี่โหรว ตอนนั้นเขาจะต้องทำอย่างไร?
“เมื่อก่อนคุณก็เคยเป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ลู่ซีจวี๋ ฉันยังต้องอธิบายอะไรให้คุณฟังอีกมั้ย? ในฐานะแฟนหนุ่ม ถ้าเรียกแล้วก็ต้องมาหา ไล่แล้วก็ต้องไปสิ” อินอวี่โหรวมองดูสีหน้าน่าเกลียดของลู่ซีจวี๋ภายใต้ความสนุกสนาน
ลู่ซีจวี๋ไม่ตอบ อินอวี่โหรวจึงพูดต่อ “ไม่เห็นด้วยใช่มั้ย? ได้ งั้นฉันไปล่ะ”
“ได้ ก็ได้” ลู่ซีจวี๋รีบตอบรับ
มีหวังก็ยังดีกว่าไม่มีหวังเลย
อย่างนั้นอินอวี่โหรวก็ยอมรับว่ายังชอบเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ?
“ในเมื่อคุณตกลงแล้ว ผมก็จะคิดดอกเบี้ย” ลู่ซีจวี๋พูดแล้วพยายามโน้มตัวลงมาจูบอินอวี่โหรว
ทว่าอินอวี่โหรวกลับยกมือขึ้นมาดันหน้าผากของลู่ซีจวี๋ “ลู่ซีจวี๋ ฉันบอกคุณแล้วไงว่าตอนนี้ฉันยังไม่อยากทำ”
ลู่ซีจวี๋คิดจะใช้กลอุบายโดยการแสร้งทำตัวน่าสงสารอีกครั้ง “แต่ ผมอึดอัดมากจริง ๆ”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ทำ” น้ำเสียงของอินอวี่โหรวหนักแน่น ไม่เปลี่ยนแปลง
ลู่ซีจวี๋กำหมัดแน่น และในที่สุดก็ค่อย ๆ ปล่อยมือออก ถอยหลังกลับไปและยืนอยู่ห่างจากอินอวี่โหรวประมาณหนึ่งเมตร
เขายกมือขึ้นแล้วพูดว่า “ก็ได้ ในเมื่อคุณไม่ต้องการก็ไม่เป็นไร ผมจะไม่บีบบังคับคุณ ไม่ต้องห่วง”
“อืม รักษาคำพูดด้วยล่ะ ฉันไปก่อนนะ” อินอวี่โหรวพูดและรีบเดินออกจากห้องของลู่ซีจวี๋ไป
นึกไม่ถึงว่าเธอจะสามารถหลบหนีออกมาได้
อินอวี่โหรวรู้สึกมีความสุขมากเมื่อนึกถึงท่าทางที่เจ็บปวดของลู่ซีจวี๋
โดยปกติแล้วลู่ซีจวี๋จะเป็นฝ่ายเหยียบย่ำเธอ แต่ในวันนี้เธอก็สามารถกอบกู้ศักดิ์ศรีขึ้นมาได้อีกครั้ง
อินอวี่โหรวเดินไปดื่มน้ำที่ห้องครัวและกลับเข้าไปในห้องนอน
หลังจากกลับมาถึงห้องนอน เธอพบว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นขึ้นมาแล้วและกำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองและเห็นอินอวี่โหรวเดินยิ้มเข้ามา เธอจึงอดถามไม่ได้ “อวี่โหรว? ไปทำอะไรมาถึงมีความสุขขนาดนั้นน่ะ?”
หรือว่าจะบังเอิญออกไปเจอกันกลางดึก
“ไม่มีอะไร ฉันแค่คิดเรื่องสนุก ๆ ตอนออกไปดื่มน้ำน่ะ เหมี่ยวเหมี่ยว เธอตื่นขึ้นมาทำไม?” อินอวี่โหรววางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียงแล้วพูดถาม
เธอไม่ได้ออกไปข้างนอกนานนัก ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่น่าจะสงสัย
“ฉันเป็นคนตื่นง่ายน่ะ จะตื่นเวลามีคนขยับตัว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยอาการง่วงนอน
เธอตื่นขึ้นมาตั้งแต่อินอวี่โหรวลุกจากเตียง และรอให้อินอวี่โหรวกลับมา
อินอวี่โหรวออกไปดื่มน้ำเป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงได้
เธอไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายออกไปดื่มน้ำจริง ๆ
นอกจากนี้ลู่ซีจวี๋ยังอยู่ในคฤหาสน์ ใครจะทำให้ อินอวี่โหรวมีความสุขและนอนดึกได้ขนาดนี้ล่ะ คำตอบมันก็ชัดเจนแล้ว
“ขอโทษนะเหมี่ยวเหมี่ยว ต่อไปฉันจะระวัง” อินอวี่โหรวพูดอย่างรู้สึกผิด
ปกติเธอนอนคนเดียว เธอคิดว่าเธอระวังไม่ให้ตัวเองเผลอส่งเสียงใด ๆ แล้ว แต่ก็นึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะตื่นขึ้นมา
“ไม่เป็นไร เธอนอนกับฉันครั้งแรกก็ต้องไม่รู้นิสัยการนอนของฉันอยู่แล้ว ฉันเป็นคนนอนหลับไม่สนิท ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สนใจ
รวมถึงไม่อยากรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับอินอวี่โหรว
เนื่องจากอินอวี่โหรวไม่พูดก็หมายความว่าอีกฝ่ายไม่อยากให้เธอรู้
“งั้นเหมี่ยวเหมี่ยวรีบนอนเถอะ” อินอวี่โหรวพูดบอกเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกผ้าห่มขึ้นและนอนหันหลังไปอีกด้านหนึ่ง
ขณะที่อินอวี่โหรวซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งอดไม่ได้ที่จะหัวเราะคิกคักเมื่อนึกถึงท่าทางของลู่ซีจวี๋
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังนอนไม่หลับ และเธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากข้าง ๆ มันทำให้เธอยกยิ้มมุมปากขึ้นมาทันที
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่อินอวี่โหรวมีความสุขก็พอ
เช้าวันรุ่งขึ้น อินอวี่โหรวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นมากินอาหารเช้าและรู้มาว่าลู่ซีจวี๋ออกไปกำจัดวัชพืชกับผู้เฒ่าอิน
อินอวี่โหรวพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินไปทางด้านหลัง
บ้านตระกูลอินปลูกสวนผักไว้ทางด้านหลัง
โดยปกติเมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้เฒ่าอินอารมณ์ดีหรือมีเวลาว่าง เขาจะออกไปปลูกผักตามฤดูกาล
ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถกินผักสดได้บ่อยครั้ง
หลังจากมองดูจากระยะไกล พวกเธอเห็นว่าผู้เฒ่าอินกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับลู่ซีจวี๋อยู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับอินอวี่โหรวเดินเข้าไปใกล้ แต่เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของลู่ซีจวี๋ พวกเธอทั้งสองก็อดจะหัวเราะไม่ได้
ลู่ซีจวี๋ไม่เคยทำงานสวนผักมาก่อน ทำให้มือทั้งสองข้าง ชุดสูทและใบหน้าของเขาเปื้อนไปด้วยดินโคลน ดูน่าตลกมาก
แม้จะได้ยินเสียงหัวเราะของพวกเธอ ลู่ซีจวี๋ก็ไม่ได้รู้สึกอับอายเลยแม้แต่น้อย
เขาอธิบายให้อินอวี่โหรวฟังว่า “ผมเพิ่งเคยลองทำครั้งแรก ยังทำได้ไม่ดีหรอก”
“ไม่เป็นไร ค่อย ๆ ลองทำไปเดี๋ยวก็ดีเอง” อินอวี่โหรว กระแอมไอเบา ๆ ก่อนจะพูดตอบลู่ซีจวี๋ด้วยน้ำเสียงปกติ
“คนหนุ่มสาวอย่างพวกเธอไม่รู้จักอดทนกับความยากลำบากเอาซะเลย สมัยอยู่กองทัพ ปู่ไม่เคยรู้สึกลำบากอะไรเลย ปลูกผักแบบนี้ก็แค่ไอเรื่องกล้วย ๆ พวกเธอควรจะเรียนรู้เพิ่มเติมกันบ้าง การปลูกผักมันช่วยบำบัดอารมณ์ได้นะ” ผู้เฒ่าอินหวนนึกถึงเรื่องราวในสมัยนั้นและใบหน้าของเขาก็ดูครุ่นคิดอย่างมาก
“คุณปู่พูดถูก” ในบรรดาทั้งสามคน มีเพียงลู่ซีจวี๋เท่านั้นที่เห็นด้วย
อันที่จริงในยุคสมัยนี้คนที่มีฐานะส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตอยู่ในห้องทำงานทั้งวันหรือออกงานสังคมต่าง ๆ ไม่มีใครหันกลับไปทำสวนอีกเลย
ทว่าเหตุผลที่เขาพูดออกมาแบบนั้นก็เพื่อทำให้ผู้เฒ่าอินรู้สึกมีความสุข
คำพูดเพียงแค่ไม่กี่คำสามารถช่วยผู้เฒ่าอินให้หลบหลีกจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดได้
“พวกเธออย่าคิดว่าการปลูกผักเป็นแค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่จริงจะปลูกผักได้ต้องใช้ความอดทนมากนัก มา ในเมื่ออยู่ที่นี่กันแล้ว ปู่จะสอนวิธีการปลูกผักให้” ผู้เฒ่าอินพูดอย่างมีความสุข
นานมากแล้วที่ไม่ได้มีคนรุ่นหลานมาวิ่งเล่นที่บ้านมากมายแบบนี้
ชายชราอย่างเขาชอบความสนุกสนานจึงรู้สึกมีความสุขมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับอินอวี่โหรวเห็นด้วยโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง และผู้หญิงทั้งสองคนก็ไม่สนใจว่ามันจะสกปรกหรือไม่
อินอวี่โหรวไม่ได้เห็นผู้เฒ่าอินยิ้มกว้างมีความสุขมานานแล้ว
ตราบใดที่การปลูกผักทำให้เขามีความสุขได้ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
ทั้งสองคนยืมปลูกผักใกล้ ๆ กัน โดยมีผู้เฒ่าอินคอยกำกับจากด้านข้าง
“อ๊ะ เหมี่ยวเหมี่ยว อย่าฝังลงดินลึกแบบนั้นสิ เดี๋ยวผักไม่โต”
“แล้วอวี่โหรวอย่ารดน้ำมาก เดี๋ยวเมล็ดพืชท่วมน้ำตาย”
“ซีจวี๋ กลบดินผิดแล้ว เมื่อกี้ปู่ก็เพิ่งสอนไปไม่ใช่เหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ลู่ซีจวี๋และอินอวี่โหรวต่างมองหน้ากันด้วยความสับสน แต่เมื่อเห็นหน้าตาที่มอมแมมราวกับลูกแมวของกันและกัน พวกเขาก็อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้