พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 619 ใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่น
ตอนที่ 619
ใช้อำนาจข่มเหงผู้อื่น
อินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋รีบไปที่โรงพยาบาล แต่กลับพบว่าฉินคั่วก็อยู่ที่นี่ด้วย
อินอวี่โหรวเผลอเข้าไปยืนบังหน้าลู่ซีจวี๋โดยไม่รู้ตัว
ฉินคั่วยิ้มเมื่อเห็นว่าอินอวี่โหรวทำแบบนั้น “นี่คุณลู่ ให้ตายเถอะยังเป็นลูกผู้ชายอยู่มั้ย มัวซ่อนตัวอยู่ข้างหลังผู้หญิงแบบนี้ไม่แมนเลย”
ลู่ซีจวี๋ไม่ได้ตั้งใจจะซ่อนตัวเลย แต่อินอวี่โหรวขยับตัวมาไวเกินไปจนเขาไม่ทันได้เคลื่อนไหว
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินคั่ว เขาก็ล้มเลิกที่จะเคลื่อนไหวชั่วคราว “ให้ตายเถอะอย่างน้อยก็มีคนปกป้องผม ไม่เหมือนคุณฉินที่ไม่มีคนออกมาปกป้องด้วยซ้ำ”
น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋เต็มไปด้วยการยั่วยุ
คราวเมื่ออยู่ในงานเลี้ยง ไม่ใช่ว่าเขาไม่กล้าโต้ตอบฉินคั่ว
แต่เป็นเพราะว่าเขาไม่อยากทำให้สถานการณ์ตกอยู่ในความอึดอัดต่างหาก
นอกจากนี้ เมืองหนานยังเป็นอาณาเขตปกครองของตระกูลฉิน ความวุ่นวายดังกล่าวอาจส่งผลที่ไม่ดีต่อชื่อเสียงของทั้งสองตระกูลได้
ลู่ซีจวี๋เป็นนักธุรกิจ โดยธรรมชาติแล้วเขาจะคำนึงถึงผลต่าง ๆ ที่ตามมา
แต่ฉินคั่วนั้นแตกต่างออกไป เขาทำอะไรตามอำเภอใจและไม่ได้กังวลเกี่ยวกับผลลัพธ์มากนัก
ฉินคั่วจิ๊ปากเบา ๆ อีกครั้ง
เขาน่าจะเข้ากับลู่ซีจวี๋ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นทำไมเขาถึงรู้สึกขัดหูขัดตาลู่ซีจวี๋เสมอ?
สมควรถูกต่อยแล้ว
ฉินคั่วลุกขึ้นยืน และเดินเข้าไปหาลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขากำหมัดแน่น
แม้ว่าร่างกายของเธอจะสั่นเทา แต่เธอกลับยืนกรานจะยืนอยู่ตรงหน้าลู่ซีจวี๋
ขณะที่ฉินคั่วเดินเข้ามาใกล้ ลู่ซีจวี๋ก็ดึงอินอวี่โหรวไปไว้ข้างหลังและยืนประจันหน้ากับฉินคั่ว
ลู่ซีจวี๋ชอบอินอวี่โหรวมาก เขายอมเจ็บปวดดีกว่าปล่อยให้อินอวี่โหรวได้รับบาดเจ็บ เขาจะปล่อยให้อินอวี่โหรวมายืนสกัดกั้นฉินคั่วแทนเขาได้อย่างไร?
อินอวี่โหรวมองไปที่ฉินคั่วด้วยความวิตกกังวล
เธออยากพูดอะไรบางอย่าง แต่เธอไม่รู้จะพูดอะไร
ดังนั้นทั้งสามคนจึงยืนเผชิญหน้ากันเงียบ ๆ
ฉินคั่วมองดูทั้งสองคนปกป้องซึ่งกันและกัน ดูราวกับว่าเขาเป็นคนอันธพาลที่กำลังแย่งแฟนสาวของอีกฝ่าย
ไม่ขนาดนั้นสักหน่อย
โรงพยาบาลเป็นสถานที่สาธารณะ นอกจากนี้คำพูดของมู่อวี้เฉิงยังช่วยเตือนสติเขาไว้ได้มาก ทำให้เขาไม่ได้ลงมือทำอะไร
แต่สมัยอยู่โรงเรียน คนที่เขาถูกใจมากที่สุดก็คือ อินอวี่โหรว
เขารู้สึกว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่ออินอวี่โหรวนั้นเหมือนกับความรู้สึกของพี่ชายที่มีต่อน้องสาว
ไม่ต้องพูดถึงความชอบเลย
เมื่อนึกถึงครั้งล่าสุดที่เขากัดปากอินอวี่โหรว ฉินคั่วยังคงรู้สึกละอายใจจนทุกวันนี้
ฉินคั่วเดินเข้าไปหยุดไม่ไกลจากลู่ซีจวี๋แล้วยกยิ้ม “เสี่ยวอวี่โหรว มัวทำอะไรอยู่? คิดว่าฉันเป็นสัตว์ร้ายจริง ๆ หรือไง?”
แม้ว่าเธอจะหวาดกลัวมาก แต่อินอวี่โหรวก็ยังยืนปกป้องอยู่ข้างหน้าลู่ซีจวี๋อย่างไม่ลังเล
เห็นได้ชัดว่าเธอรักเขามากจริง ๆ
ไม่แปลกใจที่มู่อวี้เฉิงคอยพูดว่าเขาไม่มีโอกาส
ใครก็ตามที่มองออกจะรู้ว่าอินอวี่โหรวมีความรู้สึกต่อ ลู่ซีจวี๋
เฮ้อ เทียบไม่ได้เลยสินะ
“นี่ นี่คือโรงพยาบาลนะ อย่าเข้ามายุ่ง” เมื่อได้ยินฉินคั่วเรียกชื่อเธอ หัวใจของอินอวี่โหรวก็เต้นระรัวจนเธอไม่ได้สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้พูดตะกุกตะกักได้
“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ทำอะไรหรอก” ฉินคั่วถอยหลังไปสองก้าวและนั่งลงบนเก้าอี้
อินอวี่โหรวหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเห็นว่าเขายอมประนีประนอมอย่างง่ายได้
ลู่ซีจวี๋รู้สึกว่าสถานการณ์ต่าง ๆ มันไม่ควรง่ายดายขนาดนี้
ฉินคั่วไม่ใช่คนใจดี
ลู่ซีจวี๋มองดูฉินคั่วด้วยสายตาระมัดระวัง
แต่ถึงอย่างนั้นเขาไม่ได้กังวลอะไรมากนัก เพราะฉินคั่วเลือกที่จะโจมตีเขา และไม่ทำอะไรอินอวี่โหรวง่าย ๆ
เขาแค่กังวลว่าฉินคั่วจะใช้วิธีการสกปรกและน่ารังเกียจ
ท้ายที่สุดเขาคนนี้สามารถทำได้ทุกอย่างโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่ตามมา
อินอวี่โหรวอยากจะเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่เธอไม่กล้าทิ้งลู่ซีจวี๋ไว้ที่นี่เพียงลำพัง เกิดฉินคั่วเป็นบ้าขึ้นมาใครจะรู้?
ผู้ชายคนนี้อันตรายมากจริง ๆ
เมื่อก่อนเธอไม่ได้คิดเลย แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าฉินคั่วน่ากลัวขนาดไหน
ลู่ซีจวี๋อ่านความคิดของอินอวี่โหรวออก
เขาจับมืออินอวี่โหรวแล้วพูดว่า “ผมจะเข้าไปกับคุณ”
อินอวี่โหรวอึดอัด อยากจะสะบัดมือออก
แต่เมื่อตระหนักได้ว่าฉินคั่วยังอยู่ที่นี่ เธอก็ระงับความรู้สึกดังกล่าวเอาไว้
จนกระทั่งพวกเขาเดินเข้ามาข้างในห้องผู้ป่วย อินอวี่โหรวก็สะบัดมือเล็กน้อย ทำให้ลู่ซีจวี๋ต้องปล่อยมือออกจากเธอ
ตอนนี้อินอวี่โหรวอยู่ในชุดลำลอง เธอเดินเข้าไปและเห็นว่าใต้ตาของมู่อวี้เฉิงคล้ำมาก ดังนั้นเธอจึงเดาว่าเมื่อคืนนี้มู่อวี้เฉิงคงจะไม่ได้นอนเลย
เธอจึงพูดขึ้นว่า “คุณมู่ กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันดูแลเหมี่ยวเหมี่ยวเอง”
“ไม่” มู่อวี้เฉิงอยากเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟื้นขึ้นมากับตาของเขาเอง
ลู่ซีจวี๋ที่ยืนอยู่ด้านข้างกระแอมไอเบา ๆ และพูดขึ้นว่า “ผมว่าคุณควรจะไปทำความสะอาดตัวเองก่อนนะครับ รักษาภาพพจน์เอาไว้ให้ดี ไม่งั้นเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นขึ้นมาก็คงไม่อยากจะมองคุณหรอก”
มู่อวี้เฉิงก้มหน้ามองสภาพตัวเอง เขารีบมาส่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่โรงพยาบาลจนตอนนี้เขายังอยู่ในชุดนอน และผมเผ้าก็ยุ่งเหยิง
แน่นอนว่าสภาพใบหน้าของมู่อวี้เฉิงยังดูดี แต่ตอนนี้เขาอยู่ในชุดนอน มันจึงทำให้คนอื่นรู้สึกถึงความไม่เหมาะสม
มู่อวี้เฉิงคิดแบบนั้นเหมือนกันแต่คำพูดดังกล่าวกลับหลุดมาจากปากของลู่ซีจวี๋
เขาเหลือบมองลู่ซีจวี๋ที่ใส่สูทผูกเนคไท ในขณะที่เขาอยู่ในชุดนอน ดูไม่มีภาพพจน์เอาเสียเลย แล้วแบบนี้เขาจะเปรียบเทียบตัวเองกับอดีตคู่แข่งทางหัวใจได้อย่างไร?
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองลู่ซีจวี๋ด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะหันไปพูดกับอินอวี่โหรวว่า “งั้นรบกวนคุณด้วยนะครับ ฝากดูแลเหมี่ยวเหมี่ยวหน่อย ถ้าเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นขึ้นมา ช่วยโทรมาบอกผมที”
เขาพูดและแลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์กับอินอวี่โหรว
“คุณมู่ ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะดูแลเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างดี” อินอวี่โหรวพูด
มู่อวี้เฉิงพยักหน้าเล็กน้อยและเดินออกไป
เมื่อเห็นมู่อวี้เฉิงเดินออกมาจากห้อง ฉินคั่วก็ลุกขึ้นยืนทันที “ออกมาทำไม? ไม่ดูแลพี่สะใภ้ต่อเหรอ?”
“ฉันจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แกก็ตามฉันมาด้วยล่ะ พี่สะใภ้คอยดูอินอวี่โหรวตอนเธอป่วย ตอนนี้ให้เธอดูแลแทนบ้าง” มู่อวี้เฉิงพูดบอกอย่างใจเย็น
ในสายตาของเขา นอกเหนือจากสมาชิกครอบครัวแล้ว เพื่อนสนิทและคนอื่น ๆ ล้วนถูกแบ่งตามคุณค่าของพวกเขา
“ฉันให้คนเตรียมการให้แล้ว แต่แกยังไม่มีเสื้อผ้าเลย” ฉินคั่วพูดขึ้นและโทรศัพท์ไปให้คนสั่งตัดชุด
จากนั้นเขาก็หันมาถามสัดส่วนกับมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงบอกตัวเลขกับเขา
ตราบใดที่มีเงินก็ย่อมได้รับการบริการทุกระดับอย่างประทับใจ
เสื้อผ้าที่ถูกสั่งตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วและถูกนำมาส่งให้เขาหลังจากนั้นสองชั่วโมงให้หลัง
หากไม่ใช่เพราะคำสั่งการของฉินคั่ว คนพวกนี้ก็จะไม่ตัดชุดเป็นเวลาสิบวันเลยเหรอ?
เขาคนนี้มักจะใช้อำนาจมาข่มเหงผู้อื่นเสมอ
มู่อวี้เฉิงกลับไปอาบน้ำและนอนงีบสักพัก
จนกระทั่งเสื้อผ้าถูกนำมาส่งมอบให้ เขาก็ตื่นขึ้นมา
เขาไม่ได้นอนหลับนาน เพราะว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังรอเขาอยู่
แต่ถ้านอนพักสักหน่อยก็ยังดีกว่าไม่ได้นอนพักเลย
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาก็กลับมาเป็นคุณมู่ผู้มีบารมีอีกครั้ง
มู่อวี้เฉิงจัดแต่งทรงผมและมองดูตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกพึงพอใจ
ลู่ซีจวี๋กล้าดียังไงมาพูดจาเยาะเย้ยเขา? ฮึ่ม ไม่รู้จักมองสภาพตัวเองเลย
แต่เมื่อนึกถึงสาเหตุที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโกรธในครั้งนี้ ดวงตาของมู่อวี้เฉิงก็มืดมนลง
ดูเหมือนว่าต่อจากนี้ไป เขาจะต้องควบคุมตัวเองต่อหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ดี
สำหรับลู่ซีจวี๋ ครั้งหน้าอย่าไปจริงจังอะไรกับเขาอีก
ตอนนี้เขาอยู่ภายใต้การดูแลของอินอวี่โหรวแล้ว และเชื่อว่าเขาจะไม่ไปไหนทั้งนั้น
ครั้งต่อไปเขาจะพูดให้น้อยที่สุด
เพราะเกรงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะบอกว่าเขาขี้หึง