พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 664 หย่า
ตอนที่ 664
หย่า
หลังจากได้รับคำสัญญาแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้ถือโทษโกรธและคืนดีกับมู่อวี้เฉิง
จากนั้นไม่กี่วันต่อมา หลังเลิกงานถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ได้รับข้อความจากลิ่นอวี๋เหยียนว่าให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปกินข้าวเย็นด้วยกันที่บ้านเก่า
กล่าวว่ามีญาติเดินทางมาเยี่ยม ที่บ้านจึงจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำภายในครอบครัว
หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดาไม่ผิด ญาติคนนั้นน่าจะเป็น เฉินจิ่วจิ่ว
มู่อวี้เฉิงก็ได้รับข้อความเช่นกัน
เขาขับรถมารับถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่บริษัท
ทันทีที่มาถึงบ้านเก่า เสียงหัวเราะก็ดังลั่นมาจากห้องนั่งเล่น
ดูเหมือนว่าเฉินจิ่วจิ่วคนนี้จะเป็นที่โปรดปรานของ ลิ่นอวี๋เหยียนมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้แสดงอารมณ์ทางสีหน้า แต่หัวใจของเธอกลับจมดิ่งลงทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกไม่สบายใจมากเมื่อได้ยินชื่อของเฉินจิ่วจิ่ว
ตอนนี้ความไม่สบายใจเริ่มทวีคูณความรุนแรงมากขึ้น
มู่อวี้เฉิงไม่ทันสังเกตเห็นอารมณ์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาเดินเข้ามาจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยว “เหมี่ยวเหมี่ยว ไปกันเถอะ”
มือใหญ่ที่โอบรอบเอวทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
เธอพยักหน้าและเดินเข้าไปพร้อมกับมู่อวี้เฉิง
เมื่อเดินเข้าไปถึงก็เห็นว่าเฉินจิ่วจิ่วกำลังคุยอยู่กับ ลิ่นอวี๋เหยียน
เธอเป็นสาวน้อยที่สะสวยมากจริง ๆ
ดูน่ารักและบอบบาง
แน่นอนว่ารูปลักษณ์ของเธอทำให้คนมองรู้สึกชอบตั้งแต่แรกเห็น
“พี่สะใภ้ พี่อวี้เฉิง มากันแล้วเหรอคะ?” เฉินจิ่วจิ่วทักทายพวกเขาด้วยน้ำเสียงร่าเริง
ทว่าดวงตาของเธอกลับเลื่อนลงไปมองมือของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงที่ประสานกันอยู่ จากนั้นก็เบือนหน้าหนีอย่างสงบ
“เอาล่ะ ในเมื่อมากันครบแล้ว มากินข้าวกันเถอะ” ลิ่นอวี๋เหยียนมีความสุขมากจนดวงตากลายเป็นรูปสระอิ
ระหว่างกินอาหาร เฉินจิ่วจิ่วทำได้ดีมากเช่นกัน เธอคอยช่วยตักอาหารและพูดคุยกับลิ่นอวี๋เหยียนจนลิ่นอวี๋เหยียนหัวเราะไม่หยุด
ในทางตรงกันข้าม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เป็นลูกสะใภ้ของลิ่นอวี๋เหยียนกลับนั่งเงียบกริบ
เธอนั่งก้มหน้ากินข้าวเงียบ ๆ
หลังจากกินอาหารแล้ว ทุกคนก็ย้ายไปนั่งพูดคุยกันในห้องนั่งเล่น
จากนั้นเฉินจิ่วจิ่วก็เดินเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ ฉันชื่อเฉินจิ่วจิ่วนะคะ วันนั้นฉันบังเอิญรับสายแทนพี่อวี้เฉิงเอง ฉันไม่ได้ตั้งใจ พี่คงไม่ว่าอะไรใช่มั้ยคะ? ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ มันเป็นความผิดของฉันเอง พี่กับพี่อวี้เฉิงอย่าทะเลาะกันเพราะฉันเลยนะ”
แต่ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะปริปากพูด ลิ่นอวี๋เหยียน ก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น
เฉินจิ่วจิ่วเล่าเรื่องที่เธอรับโทรศัพท์โดยพละการในวันนั้น
เพียงแต่เธอไม่ได้พูดถึงเนื้อหาของบทสนทนา
ลิ่นอวี๋เหยียนรับฟัง ยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไร พี่สะใภ้เธอใจดี ไม่ถือสาอะไรหรอก”
คำพูดดังกล่าวทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ถ้าเธอบอกว่าเธอถือสา มันก็จะเป็นการหักหน้า ลิ่นอวี๋เหยียนใช่ไหม?
ดูเหมือนว่าเธอจะต้องปล่อยวาง
คำพูดของลิ่นอวี๋เหยียนทำให้เธอไม่สามารถพูดอะไรได้อีก
ในเมื่อพูดอะไรไม่ได้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงก้มหน้ากิน เงียบ ๆ
เฉินจิ่วจิ่วไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป “พี่สะใภ้ ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะคะ โกรธฉันอยู่ใช่มั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางผลไม้ในมือลงและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แม่บอกว่าฉันใจดี เพราะงั้นฉันไม่ถือโทษเธอหรอก”
ใคร ๆ ก็แสร้งทำได้ อยู่ที่ว่าใครทำได้ดีกว่ากัน
“พี่สะใภ้ แต่ฉันยังต้องขอโทษพี่อยู่ดี” เฉินจิ่วจิ่วก้มศีรษะลงและขอโทษอย่างจริงใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเช็ดมือด้วยกระดาษทิชชู “จิ่วจิ่ว พี่มีเรื่องหนึ่งอยากจะถามเธอ เธอบอกว่าเธอรับสายเพราะคิดว่ามีผู้หญิงมาไล่ตามรังควานเขา แต่เธอก็น่าจะเห็นชื่อคนโทรเข้าบนโทรศัพท์อวี้เฉิงหรือเปล่า? ทำไมถึงเข้าใจผิดได้?”
เฉินจิ่วจิ่วกัดริมฝีปากแล้วพูดว่า “อ๊ะ? พี่สะใภ้ ฉันเห็นว่าพี่อวี้เฉิงไม่ได้เม้มเบอร์นั้นเอาไว้”
เธอดูเสียใจมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักและหันไปมองมู่อวี้เฉิง “อย่างงั้นเหรอ? ขอโทษนะ”
“เอาล่ะ เราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกัน สะสางความเข้าใจผิดแล้วก็พอเถอะ” ลิ่นอวี๋เหยียนพยายามหยุดบทสนทนานี้
โดยปกติแล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะมีตัวตนในสายตาของลิ่นอวี๋เหยียน แต่เมื่อเฉินจิ่วจิ่วเข้ามา ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ก็กลายเป็นมนุษย์ล่องหนในสายตาของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดึงมู่อวี้เฉิงออกไปและแบมือออก “เอาโทรศัพท์มา”
“เหมี่ยวเหมี่ยว” มู่อวี้เฉิงไม่ได้หยิบโทรศัพท์ออกมาในทันที
“เดี๋ยวนี้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
มู่อวี้เฉิงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตรวจสอบรายชื่อบันทึกการโทรเข้าและโทรออก จากนั้นก็พบว่าไม่มีการเขียนบันทึกชื่อใด ๆ บนหมายเลขโทรศัพท์ของเธอ
ลิ่นอวี๋เหยียนกับมู่หงจวิ้น หรือแม้แต่คนที่ชื่อว่าเฉินจิ่วจิ่วก็ถูกบันทึกอยู่ในนั้น
แต่กลับไม่มีรายการบันทึกชื่อของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดเปิดโทรศัพท์และโบกสะบัดมือถือต่อหน้าเขา “อธิบายมา”
“ผมจำเบอร์คุณได้แล้ว ไม่ต้องบันทึกก็ได้ พอคุณโทรมาผมก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นคุณ อีกอย่างมันเป็นเบอร์ของที่ทำงาน ผมไม่ค่อยใช้เบอร์ติดต่อกับคนในครอบครัว” มู่อวี้เฉิง
เขาแค่หลงลืมไป
“เบอร์ของที่ทำงานเหรอ? งั้นคุณให้เบอร์ที่ทำงานกับ เฉินจิ่วจิ่วทำไม? มู่อวี้เฉิง ฉันไม่มีค่ามากพอที่ถูกเมมชื่อลงบนโทรศัพท์ใช่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสดงสีหน้าเย็นชา
“ตั้งแต่ผมเผลอทิ้งโทรศัพท์เครื่องนี้เอาไว้ในออฟฟิศ ผมก็แลกเบอร์โทรกับเธอตั้งแต่วันนั้น ถึงได้มีเบอร์เธออยู่ในเครื่อง” มู่อวี้เฉิงทำไปโดยไม่ได้คาดหวังว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรู้รายละเอียดเหล่านี้
“นอกจากพ่อคุณ แม่คุณ ยังมีเฉินจิ่วจิ่ว แล้วชื่อฉันอยู่ไหน? ก็นั่นมันน้องสาวคนดีของคุณนี่เนอะ ฉันจะไปเปรียบเทียบได้ยังไง?” ความโกรธในใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ ทวีคูณเพิ่มขึ้นจนเธอรู้สึกเจ็บหน้าอก
เมื่อเห็นว่าคำพูดของเธอเริ่มเลยเถิดมากเกินไป มู่อวี้เฉิงก็ทำสีหน้าเย็นชา “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว คุณช่วยหยุดสร้างปัญหาที่มันไม่สมเหตุสมผลสักทีได้มั้ย?”
“ฉันสร้างปัญหาเหรอ? มู่อวี้เฉิง คุณเอาแต่บอกว่าคุณรักฉัน คุณคิดว่าที่คุณทำทุกอย่างนั้นคือรักฉันแล้ว แต่มีประเด็นตรงไหนบ้างที่บ่งบอกว่าคุณรักฉัน? สิ่งที่คุณทำลงไปก็เพื่อยกยอปอปั้นตัวเองในฐานะผู้ชาย คุณต่อว่าที่ฉันทิ้งคุณและทำให้คุณอับอาย คุณถึงไล่ตามฉันเพื่อกลับมาเหยียบย่ำฉันอีกครั้งใช่มั้ย? ตอนนี้เหนื่อยแล้วล่ะสิ? ฉันแก่แล้วไม่ดีเท่าพวกสาว ๆ คุณมีอำนาจและตระกูลมู่ของคุณก็แข็งแกร่งมาก ตอนนี้คุณต้องการผู้หญิงแบบไหน? แต่อย่างว่าผู้ชายทุกคนก็ชอบเด็กสาวกันทั้งนั้นแหละ ฉันเข้าใจได้ ถ้าคุณอยากจะทำแบบนี้จริง ๆ ก็อย่ามาทำท่าทางรังเกียจฉันเลย แค่เซ็นใบหย่าให้ฉัน แล้วฉันจะไปโดยไม่เรียกร้องอะไรสักคำ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนหลังตรง
เธอมองตรงไปที่มู่อวี้เฉิง
เธอก้มหัวลงไม่ได้ ยอมแพ้ไม่ได้ และเธอจะไม่ยอมแพ้ให้กับเรื่องนี้
“ผมไม่ได้อะไรกับเฉินจิ่วจิ่ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยว คุณช่วยทำตัวมีเหตุผลมากกว่านี้ได้มั้ย? หย่าเหรอ? คุณจะหย่ากับผมจริง ๆ หรือไง?” มู่อวี้เฉิงหงุดหงิดมากเช่นกัน
มันไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นเลย
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับคิดไปไกล
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องทำยังไงให้มันถูกต้อง
“ใช่ หย่า! มู่อวี้เฉิง ถ้าวันนี้คุณไม่ยอมหย่าก็แสดงว่าคุณไม่ใช่ลูกผู้ชาย!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำมือแน่น
พวกเขาทั้งสองเผชิญหน้ากันราวกับว่าความหวานเมื่อคืนนี้เป็นเพียงฟองสบู่ที่พอสะกิดก็แตกออกมา
จริง ๆ แล้วเธอกับมู่อวี้เฉิงเคยมีปัญหาคาราคาซังกันมาก่อน
แต่มันเพิ่งจะมาระเบิดออกตอนนี้
หากเรื่องนี้ไม่ได้รับการแก้ไข พวกเขาก็คงจะไปด้วยกันไม่รอด
“หย่าเหรอ? คุณบอกว่าอยากหย่า แล้วผมจะต้องเห็นด้วยหรือเปล่า? ถงเหมี่ยวเหมี่ยว อย่าแม้แต่จะคิด! ผมไม่มีวันเห็นด้วย!”