พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 665 จะไม่ปล่อยให้เธอดีใจนาน
ตอนที่ 665
จะไม่ปล่อยให้เธอดีใจนาน
“ก็แล้วแต่คุณเถอะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและเดินออกไปทันที
มู่อวี้เฉิงไม่ได้เดินตามเธอไป เพียงแต่มองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากไปอย่างเย็นชา
ที่นี่ไม่มีรถยนต์และอยู่ห่างไกลจากจุดเรียกแท็กซี่หลายกิโลเมตร ปล่อยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปสงบสติอารมณ์สักพักก็คงจะดี
รอจนคิดออก เดี๋ยวถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คงจะกลับมาเอง
มู่อวี้เฉิงจึงเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่นเพียงลำพัง
ลิ่นอวี๋เหยียนยังคงพูดคุยกับเฉินจิ่วจิ่วอย่างยิ้มแย้ม
ในขณะเดียวกัน เธอสังเกตเห็นว่ามู่อวี้เฉิงกลับมาคนเดียว
เธอเหลือบมองข้างหลังมู่อวี้เฉิงแล้วถามว่า “เหมี่ยวเหมี่ยวล่ะ”
“ไม่รู้” มู่อวี้เฉิงตอบรับอย่างเฉยเมย
“ไม่รู้?” ลิ่นอวี๋เหยียนลุกขึ้นจากโซฟาทันที “มู่อวี้เฉิง เหมี่ยวเหมี่ยวเป็นเมียแกนะ นี่มันมืดค่ำแล้ว เกิดเป็นอะไรขึ้นมา แกจะทำยังไง!”
มู่อวี้เฉิงกำหมัดแน่นแล้วพูดว่า “เธออยากจะไปไหนก็ปล่อยเธอไป ผมหยุดเธอไม่ได้หรอก”
“แล้วทำไมไม่รีบส่งคนออกไปตามหาล่ะ แกนี่จริง ๆ เลย ฉันคลอดลูกที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างแกออกมาได้ยังไง!” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดและตะโกนเรียกแม่บ้าน
“พี่อวี้เฉิง พี่ทะเลาะกับพี่สะใภ้เพราะฉันหรือเปล่า?” เฉินจิ่วจิ่วเดินเข้าไปขณะที่ปลายจมูกเริ่มแดงก่ำ
“ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก” มู่อวี้เฉิงพูดตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฉันรู้ว่าพี่สะใภ้คิดมากกับสายนั้น ฉันไม่น่ารับสายเลย แต่ฉันไม่รู้จริง ๆ นี่น่า” เฉินจิ่วจิ่วพูดทั้งน้ำตา
ลิ่นอวี๋เหยียนชอบเฉินจิ่วจิ่วมากเช่นกัน
พอเห็นแบบนี้ เธอก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาทันที
“จิ่วจิ่ว มันไม่เกี่ยวกับหนูหรอก อันที่จริงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนมีเหตุผล แต่ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงเอาแต่ใจทั้งที่มีแขกนั่งอยู่ด้วย” ลิ่นอวี๋เหยียนพึมพำ
เมื่อคำพูดดังกล่าวแว่วเข้ามาในหูของเฉินจิ่วจิ่ว ดวงตาของเธอก็เป็นประกายทันที
จากนั้นเธอก็ก้มหน้าลงและแสร้งทำเป็นรู้สึกผิด “หนูผิดเองค่ะ หนูไม่น่าไปจับโทรศัพท์ของพี่อวี้เฉิงเลย”
“ไม่เป็นไร ๆ เดี๋ยวส่งคนออกไปตามหาเอา” ลิ่นอวี๋เหยียนตบไหล่เพื่อปลอบโยนเธอ
เธอส่งคนรับใช้ออกไปตามหา
แต่หลังจากผ่านไปนานแล้วก็ยังไม่ได้รับข่าวคราวจากใครเลย
มู่อวี้เฉิงไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไปและรีบลุกพรวด
เฉินจิ่วจิ่วพูดขึ้นอีกครั้ง “พี่อวี้เฉิง ข้างนอกหนาว รออยู่ที่นี่เถอะ ไม่งั้นเดี๋ยวเป็นหวัดนะ”
มู่อวี้เฉิงหันกลับไปมองเธอ ก่อนจะหยิบเสื้อคลุมและผ้าห่มออกไปตามหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว
แต่ทันทีที่เขาเดินออกไป เขาก็เห็นว่าพ่อบ้านกำลังหายใจหอบ
เขาเดินไปหยุดอยู่ต่อหน้าพ่อบ้าน “มีอะไร? ยังไม่เจอสะใภ้อีกเหรอ?”
“พวกเราหาไม่เจอเลยครับ แต่คุณหนูสะใภ้ทำรองเท้าตกไว้ที่ด้านหลังภูเขา คนของเรากำลังลงไปตามหาครับ” พ่อบ้านดูกังวลมากเช่นกัน
“อะไรนะ?” มู่อวี้เฉิงเบิกตากว้าง รู้สึกราวกับว่าหัวใจกำลังถูกมือใหญ่กำเอาไว้แน่น ทำให้เขาเจ็บปวดจนเริ่มหายใจไม่ออก
“ไม่ได้ดูผิดใช่มั้ย?” มู่อวี้เฉิงพยายามปลอบใจตัวเอง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนฉลาดและจะไม่มีวันปล่อยให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นกับตัวเอง
“เดี๋ยวผมพาไปดูครับ” พ่อบ้านเดินนำมู่อวี้เฉิงไปยังจุดที่เขาเห็นรองเท้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
รองเท้าส้นสูงสีดำตกหล่นอยู่ตรงนั้น
รองเท้าส้นสูงคู่นี้คือรองเท้าที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใส่มาในวันนี้และมู่อวี้เฉิงก็ยังชื่นชอบมันมาก
มู่อวี้เฉิงเริ่มคิดฟุ้งซ่านในใจ
ขณะที่เขากำลังจะลงไปตามหา เขาก็ถูกพ่อบ้านหยุดเอาไว้ “คุณชาย ข้างล่างมืดและอันตรายมาก จะลงไปได้ยังไงครับ คนของเราลงไปตามหาแล้ว เดี๋ยวก็คงมีข่าวดีมาบอกครับ”
ร่างกายของมู่อวี้เฉิงอ่อนแรงลงจะล้มลงไปคุกเข่ากับพื้น
หากมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้นกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวจริง ๆ เขาก็คงจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้
“คุณชาย คุณหนูสะใภ้เป็นคนจิตใจดี จะต้องไม่เป็นอะไรครับ” พ่อบ้านพูดปลอบโยนจากด้านข้าง
เขาเฝ้าดูมู่อวี้เฉิงเติบโตขึ้นมา
และไม่เคยเห็นมู่อวี้เฉิงตกอยู่ในสภาพสิ้นหวังแบบนี้มาก่อน
สาเหตุที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหนีไปก็เพราะเขา
มู่อวี้เฉิงก้มหน้าลงและนิ่งเงียบ
หลังจากนั้นไม่นานลิ่นอวี๋เหยียนก็ได้รับข่าวว่ารองเท้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกลงไปที่หน้าผา
ลิ่นอวี๋เหยียนตกใจมากจนรีบวิ่งออกมาดูทันที
จนกระทั่งมาถึงหน้าผา ลิ่นอวี๋เหยียนก็เห็นมู่อวี้เฉิงนั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้าหน้าผา
ลิ่นอวี๋เหยียนเดินเข้าไปตบหน้ามู่อวี้เฉิงอย่างแรงโดยไม่ต้องคิด
“คุณป้า…” เฉินจิ่วจิ่วตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า
มู่อวี้เฉิงถูกตบจนหน้าหัน
แต่เขาเพียงยกมือขึ้นมาเช็ดมุมปากและไม่พูดอะไร
“มู่อวี้เฉิง บอกแม่มาว่าเกิดอะไรขึ้น? แกรู้มั้ยว่าแกทำให้เหมี่ยวเหมี่ยวเสียใจมากแค่ไหน? มันไม่ง่ายเลยนะที่ เหมี่ยวเหมี่ยวจะยอมกลับมาคบกับแกอีกครั้ง ตอนแรกก็ดีอยู่แล้ว แกยังไปทำร้ายจิตใจเมียอีก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเหมี่ยวเหมี่ยวจริง ๆ แม่จะรอดูสิว่าแกจะทำยังไง! จะอธิบายกับเสี่ยวเป่ายังไง!”
ลิ่นอวี๋เหยียนยังคงห่วงใยถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก
ความรักระหว่างเฉินจิ่วจิ่วเป็นเพียงความรักของผู้อาวุโสที่มีต่อคนรุ่นหลานเท่านั้น
คราวเมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวคอยยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง ลิ่นอวี๋เหยียนก็แบ่งพื้นที่ในหัวใจให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปแล้ว
และโดยธรรมชาติ คนนอกไม่สามารถเทียบเทียมกับสมาชิกในครอบครัวได้
“แม่ หยุดพูดแล้วเงียบ ๆ เถอะ” มู่อวี้เฉิงลุกขึ้นยืนและมองดูรองเท้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“แกมามองดูตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร? ตอนอยู่ไม่รู้จักดูแลให้ดีล่ะ? ต้องให้เรื่องมันมาถึงจุดนี้ก่อนถึงจะรู้ว่ามันร้ายแรงมากแค่ไหนสินะ ไอผู้ชายเฮงซวย!” ลิ่นอวี๋เหยียนต่อว่ามู่อวี้เฉิงอย่างหยาบคาย
“คุณป้า แค่พี่สะใภ้ไม่อยู่ พี่อวี้เฉิงก็กังวลมากแล้ว อย่าไปต่อว่าพี่เขาเลยค่ะ” เฉินจิ่วจิ่วพยายามปลอบใจ
แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ
เธอเพิ่งเริ่มลงมือก็ทำได้ดีแล้ว สามารถปลุกปั่นคนสองคนให้แตกแยกกันอย่างง่ายดาย
ทว่าเธอคำนวณผิดไปหน่อย
เธอดูถูกดูแคลนความสำคัญของถงเหมี่ยวเหมี่ยวในหัวใจของคนตระกูลมู่
ดูเหมือนว่าเธอจะต้องทำงานหนักมากขึ้น
เธอจะไม่มีวันปล่อยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ดีใจนาน
จะปล่อยให้ใครก็ได้มานั่งตำแหน่งลูกสะใภ้ของตระกูลมู่ได้ยังไง?
เฉพาะคนที่มีความสามารถเท่านั้นถึงจะชนะ และผู้ที่หัวเราะคนสุดท้ายสิถึงจะเป็นผู้ชนะ
ดวงตาที่เป็นประกายของเธอคอยจ้องมองไปยังมู่อวี้เฉิง
นี่คือแสงสว่างที่พาเธอออกมาจากความมืดมิด เธอจะมอบเขาให้คนอื่นได้อย่างไร?
“จิ่วจิ่ว กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ไม่ต้องรอหรอก” ลิ่นอวี๋เหยียนแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์และน้ำเสียงที่ใช้พูดกับเฉินจิ่วจิ่วก็ไม่ค่อยดีนัก
เธอชอบเฉินจิ่วจิ่วก็จริง แต่ทันทีที่เฉินจิ่วจิ่วมาถึง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงก็กลายมาเป็นเช่นนี้
หากเธอต้องเลือก เธอคงจะไม่ให้เฉินจิ่วจิ่วมา
“คุณป้า หนูจะรออยู่ที่นี่ด้วยค่ะ กลับไปยังไงก็ต้องอยู่คนเดียว หนูอยากรอให้พี่สะใภ้กลับมาแล้วค่อยกลับพร้อมกัน” เฉินจิ่วจิ่วพูดอย่างอ่อนแรง
“พ่อบ้าน ไปส่งคุณหนูเฉินที” ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ฟังคำพูดของเฉินจิ่วจิ่ว เพียงแต่มองไปทางพ่อบ้านและพูดสั่งการด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ครับ” พ่อบ้านก้มศีรษะลงเล็กน้อยและเดินเข้าไปหา เฉินจิ่วจิ่ว
เฉินจิ่วจิ่วเม้มปาก หันหลังกลับและเดินตามพ่อบ้านไป
จนกระทั่งพวกเขาออกไปกันแล้ว ลิ่นอวี๋เหยียนก็ถอนหายใจ “ตอนนี้แกจะบอกแม่ได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น?”